กำเนิดจักรพรรดิเทพอสูร

    ตอนที่ 42

    ตอนที่ 42

    พวกไป๋ซิงกลับมาที่เผาพยัคฆ์ดำและอยู่ที่นี่ต่ออีก4วันจนเสวี่ยหรงหายดี 

    ในห้องพักเสวี่ยฉุนรินน้ำชาให้กับไป๋ซิง 

    “นายน้อย” เสวี่ยฉุนอดมิได้ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน 

    “บุตรชายของจิงมู่ผู้นั้นแสดงความอาฆาตต่อท่านอย่างชัดเจน หากปล่อยให้มันเติบใหญ่ ข้าเกรงว่ามันจะกลับกลายมาเป็นเสี้ยนหนามของท่าน”

    “ข้าไม่ได้มีความแค้นอะไรกับมัน”

    “ข้ารู้ว่านายน้อยไม่ได้เก็บเรื่องเด็กคนนั้นมาใส่ใจแต่ในอนาคตนั้นข้ากลัวว่าเด็กคนนั้นจะเป็นภัยคุกคามต่อตระกูลไป๋ ในการสู้รบนั้นต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องถูกขุดรากถอนโคนเสียมิเช่นนั้นมันจะเป็นภัยคุกคามในอนาคต”

    ไป๋ซิงถอนหายใจ “เรื่องนั้นข้ารู้ดีถ้าในอนาคตเด็กคนนั้นกลับมาแก้แค้นตระกูลไป๋ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดเกลียดชังตระกูลของเราเลยมีผู้คนจำนวนมากที่ถูกตระกูลของเราฆ่าไปมากมายล้วนต้องมีผู้ที่เกลียดชังพวกเราอยู่แล้ว แค่ภัยคุกคามเล็กๆน้อยๆนี้ถ้าตระกูลไป๋ยังไม่สามารถรับมือได้ในอนาคตคงไม่มีตระกูลไป๋อีกต่อไป นี่ถือเป็นบททดสอบอย่างหนึ่งที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง”

    “พวกเจ้าคงจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ว่าต้นไม้ใหญ่นั้นต้องเผชิญกับแรงลมและพายุตลอดเวลา หากพวกเราไม่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงต่อให้ไม่เผชิญกับลมพายุใดเลยสุดท้ายก็ต้องถูกขุดรากถอนโคนอยู่ดี”  ไป๋ซิงอธิบายอย่างช้าๆ 

    “ดังนั้นขอเพียงพวกเรารักษาความแข็งแกร่งนี้เอาไว้ ต่อให้ผู้คนเหล่านั้นเกลียดชังเราถึงเพียงไหน สุดท้ายยังทำได้เพียงเก็บเอาไว้ในใจ มิหนำซ้ำเปลือกนอกยังต้องแสดงถึงความเคารพนอบน้อม เมื่อเวลาผ่านไปอีกร้อยปีพันปี กระทั่งลูกหลานของพวกมันก็จะเชื่อถือการแสดงทางเปลือกนอกนั้นและถูกหลอมกลืนเข้าเป็นบริวารอันภักดีของตระกูลไป๋เราในที่สุด”

    “แต่เมื่อใดที่พวกมันมีความคิดที่จะทรยศหักหลังอย่างชัดเจนเมื่อนั้นพวกมันจะถูกกวาดล้างทันที”

    “นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในการฝึกฝนของข้าในเส้นทางการฝึกฝนเป็นผู้อมตะนั้นการฝึกฝนจิตสำนึกและจิตใจให้แข็งแกร่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องนี้พวกเจ้าก็ต้องจำไว้ให้ดีพวกเจ้าต้องมีจิตใจที่มั่นคงตลอดเวลาห้ามให้จิตใจนั้นเกิดจุดด่างดพร้อย”

    “หากข้าไป๋ซิงต้องการสังหารผู้ใด ก็จะซื่อตรงต่อความรู้สึกของตน เพียงมุ่งมั่นที่จะสังหารคนผู้นั้น ไม่เข่นฆ่าโดยพร่ำเพรื่ออย่างเด็ดขาด”

    ไป๋ตี้และไป๋จงหันไปสบตากัน พวกมันล้วนมิอาจเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความลึกซึ้งในสิ่งที่เพิ่งได้รับฟังเป็นครั้งแรกนี้

    “พวกเราก็อยู่ที่เผ่าพยัคฆ์ดำมาหลายวันแล้วได้เวลาที่พวกเราต้องออกเดินทางไปบอกทุกคนให้เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า”

    ในเวลานี้นั้นผู้คนที่ติดตามมามีแค่เสวี่ยฉุน เสวี่ยฮวา ไป๋ตี้และไป๋จงส่วนทหารเกาะดำนั้นเขาให้รักษาการอยู่ที่เผ่าพยัคฆ์ดำไว้ก่อน  

    **********

    พวกเขาใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน 3 คืนในการเดินทางมาถึงหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า

    “คารวะนายน้อย” นักรบเกราะดำจำนวนสิบคนคุกเข่าลงทำความเคารพต่อไป๋ซิง

    “พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่ก่อนข้าจะเข้าไปในส่วนลึกหุบเขามากกว่าทะยานฟ้าเพียงลำพัง”

    ทุกคนรับคำอย่างพร้อมเพียงกัน

    ไป๋ซิงใช้ท่าร่างอัสนีสวรรค์เหาะเหินเดินอากาศในชั่วพริบตาล่างของเขาหายลับไปจากสายตาของคนทั้งหมด

    พื้นที่บริเวณโดยรอบหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้าในปัจจุบันนั้นได้ประกาศเป็นเขตหวงห้ามโดยตระกูลไป๋ รอบบริเวณหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้ามีกองกำลังทหารเกาะดำถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อเฝ้าระวังและลาดตะเวนอยู่โดยรอบ

    ไป๋ซิงยืนอยู่บนยอดหน้าผาจ้องมองไปยังส่วนลึกของหุบเขาที่กว้างใหญ่ไพศาล 

    “หุบเขาหมาป่าทะยานฟ้านั้นมียอดเขารายล้อมเป็นปราการธรรมชาติและมีลมตามธรรมชาติที่รุนแรง เมื่อบุคคลทั่วไปนั้นเข้าไปในหุบเขาร่างกายของพวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างใจนึก”

    “แต่สิ่งนี้นั้นมันไร้ประโยชน์สำหรับข้า”

    ไป๋ซิงใช้ท่าร่างอัสนีสวรรค์ ทะลวงเข้าสู่พื้นที่อาณาเขตที่มียอดเขารายล้อมเมื่อเข้ามาแล้วเขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันมากมายมหาศาล แรงกดดันนั้นไม่ได้มาจากสายลมเพียงอย่างเดียวแต่มาจากสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน 

    เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็ร่อนลงสู่พื้น พลันมีประกายแสงออกมาจากยอดเขาต่างๆ

    “นี่มันค่ายกล” 

    “ค่ายกลกักขังสมบูรณ์” ในเวลานั้นเองในประกายแสงแต่ละยอดเขาพันมีเสียงร้องคำรามออกมา มีแสงสว่างห่อหุ้มแต่ละยอดเขาเชื่อมต่อกันกลายเป็นโดมขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นไม่ให้ไป๋ซิงหลบหนีออกไปได้ 

    “เตรียมตัวรับมือกับคลื่นอสูร แจ้งผู้อาวุโสในตระกูลให้เตรียมการรับมือ” ไป๋ซิงใช้ลมปราณขยายเสียงเพื่อที่จะให้คนในค่ายนั้นรับรู้ 

    เมื่อค่ายกลเสร็จสมบูรณ์มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่หกตนออกมาจากยอดเขาทั้งหก ทั้งหกตนนั้นเป็นหมาป่าขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างแตกต่างกันไม่มากนัก หมาป่าเหล่านี้คือลูกของหมาป่าทะยานฟ้า

    ถึงตัวหมาป่าทะยานฟ้าจะไม่สามารถออกมาจากที่พักได้ แต่มันได้วางแผนไว้แล้วเมื่อไป๋ซิงปรากฏตัวมันจะให้ลูกๆของมันนั้นใช้ค่ายกลกักขังสมบูรณ์ปิดกั้นการหลบหนีของไป๋ซิงและให้ลูกๆของมันนั้นรุมสังหารไป๋ซิงเสีย 

    **********

    “แย่แล้ว” เหล่าข้ารับใช้และทหารเกาะดำนั้นออกมาจากค่ายพัก เมื่อพวกเขาเห็นค่ายกลขนาดใหญ่ทำให้พวกเขานั้นตึงเครียดเป็นอย่างมากเพราะบริเวณค่ายกลนั้นมีนายน้อยของพวกมันอยู่ 

    “เตรียมตัวรับมือกับคลื่นอสูร แจ้งผู้อาวุโสในตระกูลให้เตรียมการรับมือ” 

    “นั่นมันเสียงของนายน้อย” เสวี่ยฉุนและเสวี่ยฮวาอุทานออกมา

    “ทำตามที่นายน้อยบอกแจ้งต่อผู้อาวุโสในตระกูลให้เตรียมรับมือกับคลื่นอสูรให้เร็วที่สุด ส่วนพวกเรานั้นต้องเตรียมการรับมือพวกอสูรที่กำลังจะมาตั้งทานพวกมันเอาไว้ให้ได้นานที่สุด”

    เหล่าทหารเกาะดำนั้นทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทุกคนนั้นต่างเคร่งเครียดกับคลื่นอสูรที่กำลังจะเกิดขึ้น 

    **********

    “หมาป่าทะยานฟ้าเจ้านั้นวางแผนมาอย่างสมบูรณ์ยิ่งนัก ไม่ว่าเจ้าจะลิขิตอนาคตไว้ยังไงแต่ก็ไม่เท่าฟ้าลิขิต”

    ภายในส่วนลึกของหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า

    หมาป่าทะยานฟ้านั้นมันใช้ปีกขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างกายของมัน เมื่อมันรู้สึกถึงการทำงานของค่ายกล ทันใดนั้นสายตาของมันนั้นก็เปิดขึ้นอย่างกะทันหัน 

    ดวงตาสีแดงของหมาป่าทะยานฟ้า จ้องมองไปในสถานที่ห่างไกลเมื่อมันเห็นไป๋ซิงสีหน้ามันเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว 

    “พวกเจ้าสั่งให้อสูรระดับต่ำนั้นคอยขัดขวางพวกทหารของตระกูลไป๋และส่วนพวกเจ้าคอยรับมือกับเหล่าผู้อาวุโสของพวกมัน” สิ้นเสียงของหมาป่าทะยานฟ้าสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติระดับต่ำนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว 

    **********

    ทางด้านตระกูลไป๋

    ไป๋ฉีฝึกฝนกระบี่ตามปกติ ทันใดนั้นมีข้ารับใช้ปรากฏตัวขึ้นอยู่ข้างกายของเขา 

    “นายท่านมีข่าวด่วนจากหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า ตอนนี้นายน้อยไป๋ซิงติดอยู่ในค่ายกลของหมาป่าทะยานฟ้าในนั้นมีสัตว์อสูรเหนือธรรมชาติระดับกลางถึงหกตน เป็นเพราะค่ายกลนี้เองทำให้คนของเรานั้นไม่สามารถเข้าไปช่วยนายน้อยได้ แต่นายน้อยได้มีคำสั่งให้เรียกผู้อาวุโสเตรียมตัวทันทีเพราะตอนนี้มีคลื่นอสูรออกมาจากหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า”

    เมื่อไป๋ฉีได้ยินสิ่งที่ข้ารับใช้รายงานนั้นเขาพลันหยุดฝึกทันที เหม่ยเฟิ่งที่ได้รับรู้ว่าบุตรชายตกอยู่ในค่ายกลนั้นใบหน้าซีดเผือก 

    “ท่านพี่”

    “เจ้าไม่ต้องห่วงสัตว์อสูรทั้งหกตนนั้นไม่สามารถรับมือกับลูกซิงได้” เมื่อเหม่ยเฟิ่งได้ยินดังนั้นสีหน้าจึงผ่อนคลายลง 

    “ผู้อาวุโสคนอื่นทราบข่าวหรือยัง” 

    “ทราบแล้วขอรับผู้อาวุโสกำลังเดินทางไปที่หุบเขาหมาป่าทะยานฟ้าเพื่อรับมือกับคลื่นอสูรท่านเลยให้ข้าน้อยนั้นมารายงานท่านไป๋ฉี”

    “อืม” เมื่อรายงานเสร็จนั้นข้ารับใช้คนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

    “ท่านเฮยเซ่อ” ไป๋ฉีสวมชุดสำหรับต่อสู้ กาสีดำขนาดใหญ่นั้นปรากฏตัวขึ้นไป๋ฉีกระโดดขึ้นด้านหลัง

    “เจ้ารอข้ากับลูกซิงอยู่ที่นี่” ท่านเฮยเซ่อทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าหายลับไปในหมู่เมฆ 

    **********

    หมาป่าทะยานฟ้านั้นได้ออกมาจากส่วนลึกและจ้องมองดูไป๋ซิงจากหน้าผาที่สูงที่สุดของหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้าแต่ในจังหวะนั้นเองมันพลันรับรู้ได้ว่าไป๋ซิงแข็งแกร่งกว่าเมื่อตอนที่มันเคยพบมากมายนัก 

    มันมีความรู้สึกว่าถ้ามันได้ต่อสู้กับไป๋ซิงมันคงจะเสียชีวิตของมันเป็นแน่ แต่มันก็รีบสะบัดความคิดนี้ออกอย่างรวดเร็ว 

    และมันหันไปเฝ้ามองดูทหารเกาะดำของตระกูลไป๋รับมือกับคลื่นสัตว์อสูรที่กำลังเกิดขึ้น ที่ทางเข้าหุบเขาเกิดการต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวาย 

    **********

    ไป๋ซิงที่ตกอยู่การรายล้อมของสัตว์อสูรทั้งหกตนระดับเหนือธรรมชาติขั้นกลางนั้น เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยสีหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง รอบร่างกายของเขานั้นมีกระบี่ธาตุทั้ง 20 เล่มรายล้อมอยู่รอบกาย 

    เมื่อหมาป่าทั้งหกตนนั้นเห็นกระบี่ธาตุมากมายรายล้อมอยู่พวกมันทั้งหกตนนั้นไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า

    “หมาป่าทะยานฟ้า” ไป๋ซิงคำรามด้วยโทสะ หมาป่าทั้งหกตนนั้นตั้งท่าเตรียมรับมือทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ข้าได้สังหารหมาป่าทะยานฟ้าสีแดงตนนั้นไป เจ้าจำช่วงเวลาสุดท้ายที่ข้าสังหารมันได้หรือไม่ข้าสังหารเจ้าสัตว์ที่น่าสมเพชนั้นก่อนตายนั้นมันทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง” ไป๋ซิงพูดต่อไปเรื่อยๆถ้อยคำยั่วยุกระตุ้นโทสะนั้นดังไปถึงหมาป่าทะยานฟ้า

    ร่างของชายชุดดำนั้นสั่นสะเทือนมันพยายามข่มความโกรธที่พุ่งพรวดออกมาและกระซิบกับตัวเองว่า 

    “ข้าไม่อาจวู่วาม ไม่อาจวู่วาม นี่ต้องเป็นกับดักของพวกมนุษย์เจ้าเล่ห์ตระกูลไป๋อย่างแน่นอน ถึงข้าจะใช้ค่ายกลกักขังมันเอาไว้แล้ว แต่ก่อนจะมาที่นี่มันต้องเตรียมตัวมาอย่างดีแน่นอนต้องมีผู้อาวุโสคอยช่วยเหลือมันหรือไม่แน่ก็เป็นไป๋ฉีเอง” 

    “และยังมีสัญญาสงบศึกขอเขาภูเขาหมื่นพิษ ในสัญญานั้นข้าต้องถูกจองจำอยู่ในส่วนลึกเขาหมาป่าทะยานฟ้าเป็นเวลา 100 ปี และสำหรับตระกูลไป๋นั้นห้ามมิให้เหล่าสาวกตำหนักม่วงของตระกูลไป๋ลงมือแต่ในข้อตกลงนั้นไม่ได้ระบุไว้ว่าห้ามยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติลงมือแต่อย่างใด”

    หมาป่าทะยานฟ้าน้ำพยายามสงบสติอารมณ์ของมัน มันรับรู้ได้ว่าเรื่องนี้ต้องไม่ง่ายอย่างที่มันคิด

    ถ้าไป๋ซิงได้ยินความคิดของหมาป่าทะยานฟ้าเขาคงจะหัวเราะท้องแข็งเป็นแน่ ดูเหมือนว่าหมาป่าทะยานฟ้านันจะหวาดระแวงเกินไป

    *********************************************************************

    ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

    ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

    https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ 

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจักรพรรดิเทพอสูร ที่คุณอ่าน

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262