ตอนเช้าศิษย์พี่รองมาปลุกทุกคนแต่เช้าให้มาเตรียมตัว เพราะงานพิธีใกล้จะเริ่มแล้ว เสียงระฆังดังกังวานออกมาจาก วิหารศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนมากันเต็มไปหมด ต่างเฝ้าดูเทพบุตรเค่อจิ้งหนาน กับธิดาเทพฟ่งเฟยหยาน ว่าเทพบุตร และเทพธิดาจุติลงมาเกิดใหม่หน้าตาเป็นเช่นไร พิธีเริ่มจัดขึ้นใน วิหาร บุคคลสำคัญล้วนมากันครบ แต่น่าแปลก !
ที่นั่งของสำนักใหญ่อีกสองสำนักกลับไม่มาสักคน สร้างความสับสนมึนงง ให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก
“ ทำไมที่นั่งของ สำนัก วังเทพบิดร ทำไม่ไม่มากันนะ น่าแปลก” ศิษย์พี่ใหญ่ตั้งข้อสงสัย เพราะสำนักปราชญ์เทวะ ก็ไม่มีใครมาสักคนเช่นกัน เป็นเพราะ จอมปราขญ์สั่งห้ามทุกคนไม่ให้มา เหมือนจะรู้ว่า คงต้องเกิดเรื่อง แต่ก็มีคนมาคอยสังเกตุการณ์บ้าง แต่ คนของสำนักวังเทพบิดรแ็ไม่มีใครมาแม้แต่คนเดียว
“ เมื่อวาน ข้าล้างสำนักวังเทพบิดรไปจนหมด คงไม่มีใครมางานได้อีกแล้ว”
เสี่ยวเทียนเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ศิษย์พี่ทั้งสองคนหันขวับมาทันที
“ เจ้า...ว่าอะไรนะ?”
“ ข้าสืบได้ความว่า พวกมันอยู่เบื้องหลังการตายของ ท่านปู่ทากิ เลยล้างสำนักวังเทพบิดรจน ไม่เหลือซากเลย”
“ ท่านปู่ทากิ นี่คือใคร” ศิษย์พี่ใหญ่สนใจว่า ท่านปู่ทากิเป็นใครกัน ถึงทำให้เสี่ยวเทียนต้องล้างสำนัก วังเทพบิดรจนไม่แหลือซาก
“ ท่านปู่ทากิ เป็นคนเฝ้าคุกน้ำคนหนึ่ง ท่านดีต่อข้ามาก” เสี่ยวเทียนเอ่ยแล้วอดเศร้าใจไม่ได้
“ คนเฝ้าคุก” ศิษย์พี่ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน แล้วไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย
หลังพิธีภายในจัดการเรียบร้อย บ่าว-สาวทั้งสองคนก็เดินออกมาในชุดสีแดงเต็มยศ ที่หน้าลานวิหารเทพเจ้า ซึ่งเป็นจุดที่ ธิดาเทพบอกเอาไว้
“ แบบนี้ ธิดาเทพก็เข้าพิธีวิวาห์เสร็จแล้ว ก็เท่ากับว่า งานวิวาห์นี้ก็สมบูรณ์แล้วน่ะซิ” ศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยด้วยความสงสัย ศิษย์พี่รองหน้าเครียดขึ้นมาทันที แล้วศิษย์พี่รองก็เดินแหวก ฝูงชนนำหน้า แบบไม่สนอะไรแล้ว เพื่อจะเข้าไปถาม ธิดาเทพว่าทำเช่นนี้เพื่ออะไร! หลอกให้เขามารอที่หน้าลานวิหารเทพเจ้า เพื่อให้เขาเจ็บใจอย่างนั้นใช่ไหม?
หลายคำถามที่ศิษย์พี่รอง อยากจะเข้าไปถาม น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบบบใบหน้า ศิษย์พี่ใหญ่ กับ เสี่ยวเทียนก็พุ่งตัวตามไปติด ๆ
แต่ทันใดนั้นเอง ก็เกิดสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด ธิดาเทพคุกเข่า ลงต่อหน้า เทพพระมารดาศักดิ์สิทธิ์ และเทพพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ แล้วชักปิ่นปักผมที่เป็นเหมือนมีดสั้นชัดๆ แทงเข้าไปที่หัวใจของตนเอง ฉีก ! แล้วบิดมีดเพื่อทำลายหัวใจ แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด คงเป็นเหมือน คำพูดครั้งสุดท้ายในชีวิต
“ ท่านปู่... ชีวิตนี้ข้าเป็นหนี้บุญคุณที่ท่านชุบเลี้ยง ข้าชดใช้ให้ท่านจนหมดแล้ว นับแต่นี้ ชีวิตหลังความตายของข้ากับท่าน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก..”
ธิดาเทพประกาศออกมาได้ยินกันไปทั่ว
“ บัดซบ นังแพศยา ต่อให้เจ้าตาย ข้าก็จะยำยีร่างของเจ้าให้สาสม ที่เจ้าทำให้เข้าต้องอับอายขายหน้าเช่นนี้” เค่อจิ้งหนาน ใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของ ธิดาเทพกระเด็นออกไปไกล ศิษย์พี่รองเห็นภาพเช่นนี้ ก็ตะโกนร้องอย่างสุดเสียง
“ เฟยหยาน...” ศิษย์พี่รองหายวับผ่านมิติออกไปรับร่างที่หมดสติไปแล้ว มีแต่รอยเลือด เปรอะเปื้อนเต็มไปหมด
“ เฟยหยาน ทำไม ! ทำไมต้องทำเช่นนี้ ข้ามาแล้ว ข้าจะพาเจ้าไป เราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ไม่มีใครพรากเราจากกันได้อีก เฟยหยาน” ศิษย์พี่รองร้องออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ธิดาเทพ สะดุ้งเฮือกขึ้นมาอีกครั้ง ! ลืมตามาเห็นศิษย์พี่รอง น้ำตาไหลออกมาทันที แล้วเอามือลูบไล้น้ำตาบนใบหน้าศิษย์พี่รองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
“เอ้อหลาง ที่รักของข้า ชาตินี้ข้าไม่อาจอยู่กับท่านได้แล้ว หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่าน..หลุดมือ...ข้า...ไป ...ได้” แล้วศรีษะของธิดาเทพก็พับเข้าที่ทรวงอกของศิษย์พี่รอง
“ เฟยหยาน ๆ เฟยหยาน....” ศิษย์พี่รองส่งเสียงเรียกไม่หยุด
“ เสี่ยวเทียน ช่วยเฟยหยานด้วย ขอน้ำทิพย์สวรรค์ให้ข้าเร็ว” เสี่ยวเทียนไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ เลยมอบ น้ำทิพย์สวรรค์ให้ทันที ถึงแม้จะรู้ว่าคนตายไปแล้ว น้ำทิพย์สวรรค์ ก็ช่วยไม่ได้ เจ้าไป๋น้อยรีบออกไปเกาะแขนธิดาเทพน้ำตาไหล แล้วร้องเรียก “พี่สาวตื่น พี่สาวตื่น”
ในทันใดนั้นเอง ก็มีฝ่ามือพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จู่โจมใส่ศิษย์พี่รอง จนเสี่ยวเทียนต้องใช้ฝ่ามือป้องกัน เอาไว้ โครม ! คนที่ปล่อยฝ่ามือมากระเด็นถอยไป เป็นหยางลี่นี่เอง
“ ปล่อยมือที่สกปรกออกจากธิดาเทพเดี๋ยวนี้นะ” หยางลี่เอ่ยออกมา พร้อมกับสมุน ฮั่วฉี กับจางซัน แล้วมีเค่อจิ้งหนานมายืนเรียงหน้ากันพร้อม
“ ข้าจะพาธิดาเทพไป ใครกล้าขัดขวางข้า เสี่ยวเทียน ฆ่าแม่งมันให้หมดเลย”
ศิษย์พี่รองอุ้มธิดาเทพเดินออกไป โดยที่ไป๋น้อยวิ่งตามไปด้วย แล้วมีศิษย์พี่ใหญ่คอยป้องกันหลังไว้ให้ ส่วน เสี่ยวเทียนยืนขวางทุกคนเอาไว้
“ คิดว่าพวกข้ากลัวแกหรือยังไง คุรุเทพศักดิ์สิทธิ์ ใช้ค่ายกล จัดการมัน” เค่อจิ้งหนานเอ่ยจบ ก็มีคุรุเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าคน ปรากฏร่างผ่านมิติออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
จากนั้นทั้งหมด ก็ใช้กระจกแปดเหลี่ยม ปล่อยแสงสีดำทมิฬ ส่อง มาที่เสี่ยวเทียน ทั้งเก้าคน แล้วแสงสีดำจากกระจกก็กลายเป็นเหมือนกับค่ายกลแสง ที่กักขังเสี่ยวเทียนเอาไว้ หากเสี่ยวเทียนขยับ ผิวกายก็จะถูกแสงจากกระจกแปดเหลี่ยมเผาไหม้ไปในทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ค่ายกลวิญญาณเก้าแสงทมิฬ ของบรรพบุรุษของข้า ต่อให้เจ้ามีพลังระดับเซียนสวรรค์ ก็ไม่มีทางรอดพ้น ค่ายกลวิญญาณเก้าแสงทมิฬไปได้”
เค่อจิ้งหนานเอ่ยพร้อมกับส่งเสียงหัวร่ออย่างดีใจ
“ หยางลี่ ทำลายวิญญาณของมัน แล้วนำร่างอรหันต์อมตะของมันมาให้ข้า” เค่อจิ้งหนาน ที่แท้คือสังฆราชนั่นเอง มันเฝ้ารอเวลานี้มานานแล้ว มันคงวางแผนมาแล้วอย่างแน่นอน ถึงได้เตรียมสร้างค่ายกลไว้เช่นนี้
หยางลี่กระโดดลอยตัว แล้วชูไข่มุกสีขาว แล้วส่องมาที่เสี่ยวเทียน ไม่ทันที่เสี่ยวเทียนจะคิดอะไร วิญญาณของเสี่ยวเทียน คล้ายจะถูกดูดออกจากร่าง เข้าไปสู่ไข่มุกเม็ดนี้ ที่ละนิด ๆ
“ ดวงตาราชาปีศาจ นี่มันมาอยู่โลกนี้ได้อย่างไรกัน” อาจารย์ลู่เอินกล่าวด้วยความตกใจ
“ อาจารย์ วิญญาณของข้า คล้ายจะออกจากร่างแล้ว ทำยังไงดี เวลานี้ข้าขยับตัวไม่ได้ด้วย”
“ ไม่ต้องห่วง อุปกรณ์วิญญาณชิ้นนี้ ข้าคุ้นเคยดีกว่าใคร เจ้าใช้เคล็ดวิชาดูดพลังของข้า แล้วดูดไข่มุกเข้ามาไว้ที่ตัวเจ้าแทน แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”เสี่ยวเทียนฟังจบ ก็เดินพลังวิชามหายุทธดูดจักรวาล ไข่มุกที่อยู่ในมือของ หยางลี่ลอยลิ่วเข้ามาหาเสี่ยวเทียน ร่วมทั้งร่างของหยางลี่ด้วยเช่นกัน อ๊ากกกกกกก !! หยางลี่ถูกเสี่ยวเทียนดูดพลังจนร่างกายผอมแห้ง สุดท้ายแม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ
ยังมีคุรุเทพอีกเก้าคน เห็นเช่นนี้ก็ตกใจ แต่ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียนทำการใช้ไข่มุกชูขึ้นมาแล้วก็ปล่อยพลังยุทธดูดจักรวาลเข้าไป วิญญาณของคุรุเทพทั้งเก้าถูกดูดเข้ามาในไข่มุกสี่ขาว จนหมดอย่างรวดเร็ว สุดท้าย ทั้งเก้าคนเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณทั้งหมด
เค่อจิ้งหนาน กับ พวกที่เหลือต่างตกใจ เตรียมตัวหนีไปในทันที เขาไม่คิดว่า ไข่มุกที่เอาไว้ดูดวิญญาณ จะถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างนี้ แต่ทุกคนหนีไม่ทันแล้ว ถูกเสี่ยวเทียนใช้พลังพายุอัสนีสายฟ้าไปมัดร่างของ ทุกๆ คนเข้ามา แล้วบังคับให้คุกเข่าลง ต่อหน้าเสี่ยวเทียนทั้งหมด
เสี่ยวเทียนเดินไป เดินมาอยู่ต่อหน้าทุกคน โดยที่ถือไข่มุกสีขาว ทำท่าเหมือนจะดูดวิญญาณของใครก็ได้ที่เขาอยากทำ สร้างความแค้นใจให้กับ เค่อจิ้งหนานยิ่งนัก
“ เจ้านี่เป็นเทพบุตรเค่อจิ้งหนาน หรือ สังฆราชกันแน่ๆ”
“ เสี่ยวเทียน ข้าคือสังฆราช มีเรื่องอะไรก็คุยกันได้นะ ?
“ เจ้ากลืนวิญญาณของ เค่อจิ้งหนานจริงๆด้วย แล้วยังบังคับหลานสาวมาแต่งงานกับตัวเอง ข้ามันไม่น่าช่วยเจ้าเอาไว้เลย น่าจะปล่อยให้ตายๆ ไปตั้งแต่เจอจอมมารลู่เซี่ยฟางแล้ว”
“ นางไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ ข้าเพียงแต่เก็บนางมาเลี้ยงเท่านั้น”
ก่อนที่เสี่ยวเทียนจะจัดการ ต่อ ก็ได้ยินเสียงของ ศิษย์พี่รอง ร้องขึ้นมาเสียงดังว่า
“ เฟยหยาน เฟยหยาน ” ตามด้วยเสียงร่ำไห้ของศิษย์พี่รอง คิดว่าคงให้กินน้ำทิพย์สวรรค์แล้วไม่ได้ผล
เสี่ยวเทียนรีบผละ ไปดูทันที พบว่าวิญญาณของ ธิดาเทพออกจากร่างแล้ว
ศิษย์พี่รองหันมาหาเสี่ยวเทียนแล้วคุกเข่าลงทันที
“ เสี่ยวเทียน ศิษย์พี่ไม่เคยขออะไรเจ้ามาก่อน ครั้งนี้ ศิษย์พี่ขอให้เจ้าช่วยเหลือ ช่วยชุบชีวิต น้องเฟยหยานกลับมาด้วยเถอะ”
เสี่ยวเทียนรีบไปประคองศิษย์พี่รองทันที
“ ศิษย์พี่รองลุกขึ้น ข้าจะขออาจารย์ให้ช่วยก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนหายวับเข้าไปในมิติฟ้าครามทันที
“ อาจารย์”
“ ข้ารู้แล้ว ยาชุบชีวิตของเจ้าแม่กวนอิม เหลือเพียงสองเม็ดเท่านั้น เจ้าเอาไปช่วยนางเถอะ” อาจารย์ลู่เอินคิดไว้อยู่แล้ว ว่าสักวันหนึ่งต้องมีเหตุการณ์แบบนี้
เสี่ยวเทียนกลับออกมา แล้วก็เดินเข้าไปหาร่างธิดาเทพ แล้วก็นำยาเม็ดชุบชีวิตของเจ้าแม่กวนอิม ใส่ปากของธิดาเทพ พอเม็ดยาชุบชีวิตเข้าปากธิดาเทพ เม็ดยาก็ละลายไปทั่วร่างกาย ผิวกายที่ซีดขาว แผลที่หน้าอก หัวใจที่เป็นแผล กลับกลายเป็นปกติ วิญญาณที่ยืนมองอยู่อย่าง เศร้าใจ ก็ถูกดูดกลับเข้าร่าง ธิดาเทพลืมตาขึ้นทันที
“ เอ้อหลาง”
“ เฟยหยาน”
ธิดาเทพโผเข้ากอดศิษย์พี่รองแน่นเหมือนกับว่า กลัวจะพรากจากกันอีกครั้ง
ไป๋น้อยเข้าไปคลอเคลีย ธิดาเทพ ที่ฟื้นกลับมามีชีวิตอยู่เหมือนเดิม
“เฟยหยาน ช่วยปู่ด้วย” เสียงของ เค่อจิ้งหนาน เอ่ยออกมา เพราะเวลานี้ถูกเสี่ยวเทียน มัดด้วยเชือกอัสนีสายฟ้าเอาไว้ ขยับตัวไม่ได้
ธิดาเทพมองที่ร่างของ เทพบุตรเค่อจิ้งหนาน ด้วยใบหน้าเฉยเมย
“ เฟยหยานคนเก่าได้ตายไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าไม่รู้จักท่าน พวกเราไม่เกี่ยวข้องใดๆกันอีกแล้ว”
“ ได้ไง ข้าเป็นคนเก็บเจ้ามาเลี้ยง เจ้าคิดจะอกตัญญูไม่ช่วยข้าเลยหรือไง นังคนเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง นัง....” ฟิ้ว ..ปึก !! เสี่ยวเทียนยิงดัชนีลมเข้าใส่จุดใบ้ ทำให้ เค่อจิ้งหนานพูดไม่ได้อีกต่อไป
“ พี่สาวไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแล้ว จากการกระทำที่ฝักใฝ่แต่เรื่องชั่วๆ กลืนวิญญาณแม้กระทั่งลูกศิษย์ของตน ยังคิดหมายย่ำยีแม้กระทั่งหลานสาวตัวเอง และอีกทั้งคิดจะทำลายวิญญาณกลืนร่างของข้าอีก โทษนี้ สมควรตาย”เสี่ยวเทียนกำลังจะตัดหัว เค่อจิ้งหนานทิ้ง แต่ก็ได้ยินเสียง ธิดาเทพเอ่ยขอร้องออกมาว่า
“ หยุดก่อน ถึงแม้โทษเขาจะถึงตาย ยังไงเขาก็เคยมีบุญคุณที่เลี้ยงดู ไว้ชีวิตเขาเถอะ”
“ ได้ โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นนั้นคงต้องมีอยู่” เสี่ยวเทียนเอามือตบไปที่หัวของ เค่อจิ้งหนาน แล้วดูดพลังทั้งหมดของเขาออกมา จนเหลือแค่พลังปราณเทพระดับ 10 กลายเป็นคนธรรมดาในเมืองแห่งนี้ไปเลย
เสี่ยวเทียนเก็บสายฟ้าออกมาทั้งหมด แล้วไล่คนพวกนี้กลับไป ฮั่วฉีกับจางซันพยุงร่างของ เค่อจิ้งหนานหรือสังฆราชกลับไปในสภาพหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
“ ขอบใจเจ้ามานะ เสี่ยวเทียน” ศิษย์พี่รองเอ่ยพร้อมกันกับ ธิดาเทพ
“ ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้มให้ แล้วเริ่มกล่าวลาทุกคน เพราะอาจารย์ลู่เอิน แจ้งมาว่า พร้อมเดินทางได้แล้ว
“ ได้เวลาที่ข้าต้องไปจากที่นี่แล้ว หากมีเวลา ข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านทุกๆ คน” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ไป๋น้อยที่อยู่ในอ้อมอก ของธิดาเทพ ก็พุ่งตัวเข้ามาในอก ของเสี่ยวเทียน แล้วก็ก้าวขึ้นปราสาทเทพเซียน อย่างช้าๆ แล้วโบกมือลาทุกๆคน แล้วตัวปราสาทเทพเซียนก็ขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งเข้าอุโมงค์มิติ ที่อาจารย์ลู่เอินได้สร้างขึ้น แล้วพอปราสาทเทพเซียนเข้าไป อุโมงค์มิติแห่งนี้ก็ หายวับไปในทันที ทิ้งไว้แต่ตำนานของเขา ให้ทุกคนได้เล่าขานกันสืบมา
ด้านในปราสาท อาจารย์ลู่เอินนั่งสมาธิเปิดอุโมงค์มิติ เพื่อให้ปราสาทเทพเซียนเดินทางออกไป พอหลุดจากอุโมงค์ออกมาได้ ก็เข้าสู่ดินแดนพิภพชั้นที่สาม แล้วก็เดินทางกลับไปที่สำนักสะท้านฟ้าทันที
ณ สำนักสะท้านฟ้า
“ เป็นยังไงบ้าง เจ้าพบกับพ่อของเจ้าไหม” อาจารย์เซี่ยอี้เอ่ยถามเสี่ยวเทียนทันทีที่เห็นหน้า
“ ไม่พบขอรับ ท่านพ่อไม่ได้เข้าไปที่ ดินแดนเทวะบรรพกาลอย่างแน่นอน”
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าจะไปตามหาพ่อของเจ้าที่ไหนกัน?”
“ ที่พิภพชั้นสี่ ขอรับ”
“ แล้วเจ้ามั่นใจ หรือ ว่าพ่อของเจ้าอยู่ที่พิภพชั้นที่สี่”
“ ไม่มั่นใจเลย แต่ข้าตรวจสอบพิภพชั้นที่ 1 ถึง 3 มาหมดแล้ว ดังนั้นก็ต้องหาที่ชั้นอื่นต่อไป ขอรับ”
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าขึ้นไปพิภพชั้นที่ 4 เจ้าเข้าไปเป็นศิษย์ที่สำนัก อู่ซาน ไปหาศิษย์พี่ของข้าเซี่ยเหมินชิ่ง เขาเป็นเจ้าสำนักที่นั่น นำป้ายประจำตัวมอบให้เขาดู แล้วเขาจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี” อาจารย์เซี่ยอี้เอ่ยแนะนำ แล้วสั่งให้ เซี่ยเป่ยไปส่งเสี่ยวเทียนที่ เครื่องเคลื่อนย้าย
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์ขอลาเลยขอรับ ”
เสี่ยวเทียน เดินออกมากับศิษย์พี่เซี่ยเป่ยไปที่บ้านพัก ก็พบกับ ศิษย์พี่หลินกำลังเตรียมอาหารอยู่ ซึ่งบัดนี้ศิษย์พี่ทั้งสองคน ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“นี่เจ้าจะเดินทางไปตอนนี้เลยรึ” ศิษย์พี่หลินเอ่ยถาม ในขณะที่เสี่ยวเทียนกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“ขอรับ ว่าจะไปวันนี้เลย”
“ไปแล้ว ก็กลับมาเยี่ยมพวกเราบ้างนะ” เสี่ยวเทียนพยักหน้าตอบแทน
หลังจากที่เสี่ยวเทียนได้กินอาหารรสชาติที่แสนอร่อยของศิษย์พี่หลินแล้ว
ศิษย์พี่ทั้งสองคน ก็มาส่งเสี่ยวเทียนที่ เครื่องเคลื่อนย้าย เพื่อขึ้นไปบนดินแดนพิภพชั้นที่สี่ ต่อไป ….