“สุดยอด”แม้มันจะสกปรกไปหน่อยแต่กลับถูกอัดแน่นไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิด และมีจำนวนไม่น้อยดูท่าว่านิยายจะเป็นความจริง ร้านแบบนี้มักมีของดีซุกซ่อนอยู่โดยแท้
“อยากได้อาวุธแบบไหนก็เลือกดูกันเอาเอง”เขาว่าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่มุมหนึ่ง ภายในมีการจุดตะเกียงเอาไว้แล้วพวกนางจึงแยกย้ายกันเดินดูอาวุธที่ตนเองต้องการ
“ผู้อาวุโส คือ มีอาวุธที่ราคาไม่แพงมากหรือไม่?ข้าอยากจะได้ดาบสักเล่มกับอาวุธเวทให้น้องชะ...อ้าว ไปไหนเสียแล้ว?”เป็นซิ่นทงที่เดินเข้าไปพูดคุยกับชายชราเพราะเขาไม่ได้มีเงินถุงเงินถังเช่นคนอื่นๆจึงสามารถซื้อได้เพียงของที่ราคาไม่แพงมากและเขาสามารถซื้อได้ไหว
“ของทุกอย่างก็มีราคาต่างกันตั้งแต่ถูกที่สุดยันแพงที่สุดเจ้าอยากจะได้ในราคาเท่าใด?” ชายชราถามกลับ
“ข้าซื้อได้มากสุดเพียงหกตำลึงทองเท่านั้นดาบไม่ต้องเอาของดีมากก็ได้ แต่อาวุธเวทขอที่ดีๆหน่อย” ซิ่นทงกล่าวอย่างไรเขาก็ให้ความสำคัญกับน้องชายมากกว่าตนเอง
ชายชราเหลือบมองเด็กหนุ่มหาได้อยากที่จะมีคนที่ห่วงใยคนอื่นมากกว่าตัวเองเช่นนี้“หากเป็นดาบเจ้าก็ลองไปหาดูภายในกองนั้นเป็นอย่างไร? ของในนั้นมีทั้งของดีราคาหลายสิบตำลึงทองและของห่วยๆไม่กี่ตำลึงเงินแต่ไม่ว่าชิ้นไหนข้าก็ขายราคาหนึ่งตำลึงทองเท่ากันหากเจ้าโชคดีอาจจะได้ของดีไปครองก็ได้นะ อยากจะเสี่ยงดูหรือไม่เล่า?”
ชายชราชี้ไปยังกองดาบที่มุมหนึ่งมันถูกกองสุมๆกันอยู่อย่างไร้ระเบียบ ซิ่นทงคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้โกหกลองเสี่ยงดูก็ไม่เสียหาย จะได้เหลือเงินซื้ออาวุธเวทให้ซิ่นจงมากขึ้น
“ได้ ข้าจะลองดูแล้วอาวุธเวทท่านพอจะมีแนะนำหรือไม่?”
“ผู้ใดใช้และมีเวทประจำตัวอะไร?” ชายชราถามอีก
“เป็นน้องชายของข้า เขามีเวทลมเป็นเวทประจำตัว”ซิ่นทงบอก พลันเห็นซิ่นจงเดินผ่านประตูมาพอดีจึงกวักมือเรียก
“พี่ชาย...” ซิ่นจงขานรับ
ชายชรามองเด็กน้อยที่เดินเข้ามาใหม่พร้อมถือของบางอย่างอยู่ในมือ
“นี่คือ...”ซิ่นทงถามน้องชายซิ่นจงส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน แต่ชายชรากลับพยักหน้าพอใจ
“มันคือขลุ่ยสัตว์อสูร เป็นของที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใช้ฝึกอสูรกันแต่มันเป็นขลุ่ยธรรมดาไม่ใช่อาวุธเวท เจ้าต้องการมัน?” ชายชราถามต่อเพราะมันคือขลุ่ยธรรมดาไม่ว่าใครก็สามารถใช้มันได้การใช้มันในการฝึกสัตว์อสูรไม่ใช่ความสามารถของมันแต่มันจะถ่ายทอดเสียงเพื่อกล่อมอสูร ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความรู้และความชำนาญของผู้ใช้
ได้ยินว่าหมู่บ้านแห่งนั้นจะสอนวิธีการใช้และความรู้ในการกล่อมอสูรชนิดต่างๆให้กับลูกหลานหรือคนในครอบครัวเป็นทอดๆขลุ่ยสัตว์อสูรจึงมักไม่ค่อยมีคนนอกใช้มัน
ซิ่นจงพยักหน้าเขารู้สึกต้องใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ซิ่นทงเห็นน้องชายอยากได้จึงเอ่ยปากถามต่อ“ผู้อาวุโส แล้วของชิ้นนี้ราคาเท่าใดหรือขอรับ?”
“ของชิ้นนี้ไม่ใช่ของดีอะไรราคาเพียงหกสิบตำลึงเงิน”
ไม่ใช่ของดีอะไรแต่ราคาสูงถึงหกสิบตำลึงเงิน?นี่ยังไม่เรียกว่าแพงอีกหรืออย่างไร?
“เจ้าอยากได้จริงๆหรือ?”ซิ่นทงถามน้องชายอีกครั้ง ซิ่นจงก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ไหน? อะไรที่เขาอยากได้?” ซิ่นทงตกใจไม่รู้ว่าซูซูมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คว้าเอาขลุ่ยในมือของซิ่นจงไปดูนางพลิกไปพลิกมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองซิ่นจง
ขลุ่ยสัตว์อสูร?ก่อนหน้านี้เขาก็ดูจะสนอกสนใจสัตว์อสูรตอนอยู่ในหอการประลองอยู่เหมือนกัน แล้วยังช่างสังเกตดีด้วย
“ถ้าเจ้าอยากได้ข้าจะซื้อให้ก็แล้วกัน”ซูเจินพูดกับซิ่นจง แล้วหันไปกล่าวกับชายชรา “ผู้เฒ่าข้าซื้อขลุ่ยนี่เอง”
ซูเจินจ่ายเงินแล้วยื่นขลุ่ยให้ซิ่นจงซิ่นทงรู้สึกไม่ดีนักซูซูซื้อของให้พวกเขาสองพี่น้องหลายอย่างเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆเลยด้วยพวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่นางกลับมีน้ำใจให้พวกเขาอย่างเหลือล้นจริงๆ
“อย่าเลยซูซู ขลุ่ยชิ้นนี้ข้าจะซื้อให้เขาเอง”ซิ่นทงรีบเอ่ยปฏิเสธ
“เอาน่า ข้าอยากให้เจ้าก็รับไว้เถอะ”ซูเจินบอกปัด ซิ่นทงจึงรับเอาไว้แล้วขอบคุณนาง ซิ่นจงได้ขลุ่ยมาแล้วก็เอามาคล้องคอมันเป็นขลุ่ยแปลกๆขนาดเพียงสี่นิ้วมือจึงง่ายต่อการพกติดตัว
“ขอบคุณขอรับ”
“อืม”
“แล้วอาวุธเวทยังต้องการหรือไม่?”ชายชราถามเด็กหนุ่ม
“ยังต้องการขอรับ” ซิ่นทงตอบ
“ไหน มาใกล้ๆข้าซิ”ชายชราเรียกให้ซิ่นจงเข้าไปใกล้ “ธาตุลม ดูท่าทางก็ไม่เลว หากจะให้ข้าแนะนำข้าว่าเอาเป็นธนูเวทก็น่าจะเข้าท่า”
“ธนูเวท?”
“ถูกต้อง อันที่อยู่ตรงเสาตรงนู้นแหละเจ้าก็ลองดูว่าชอบหรือไม่? แต่ราคาก็น่าจะสูงกว่าที่เจ้าต้องการอยู่มากสักหน่อย”ชายชราชี้ไปทางเสาที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
ซิ่นทงเดินไปหยิบคันธนูไม้สีเข้มที่พิงอยู่ออกมาเขาปัดหยากไย่ออกเล็กน้อยแล้วพลิกดูถึงจะพลิกดูเขาก็ไม่มีความรู้เรื่องอาวุธอยู่ดี จึงยื่นให้ซิ่นจง
ซิ่นจงรับเอามาถือไว้ ขนาดนับว่าพอดีกับตัวเขาน้ำหนักก็ไม่มากอย่างที่ตาเห็น ถึงจะดูเก่าไปสักหน่อยแต่ก็ถือว่าใช้ได้ซิ่นจงพยักหน้าให้พี่ชาย
“ตาถึงๆ แม้จะเป็นเพียงธนูไม้แต่มันก็นับว่าเป็นของดีเอาเรื่องถ้าเจ้าต้องการข้าจะลดราคาให้เป็นอย่างไร?”
“เท่าไหร่หรือ?”
“อืม...สักสิบตำลึงทอง”
ซิ่นทงขมวดคิ้วฉับ สิบตำลึงทองเชียวหรือ?นี่คือราคาที่ลดแล้ว ถึงแม้เขาจะเอาเงินทั้งหมดมาซื้อก็ยังไม่พออยู่ดี
“ไม่แพงไปหน่อยหรือ?”
“จะเรียกว่าแพงได้อย่างไร?เดิมทีอาวุธก็มีราคาสูงอยู่แล้วโดยเฉพาะอาวุธเวทที่ต้องใช้แก่นอสูรธาตุเดียวกับผู้ใช้มาสร้างร้านข้านับว่าถูกที่สุดแล้ว” ชายชรายืนยัน
สิบตำลึงทองนับว่าถูกจริงๆแล้วมันยังไม่ถึงครึ่งของราคาจริงของมันด้วยซ้ำ แต่เด็กนี่มีแววดี อาวุธเองก็ดูจะดีใจในฐานะคนทำอาวุธไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่อาวุธได้เจอผู้ใช้ที่เหมาะสม
ซูเจินเข้าใจในความลำบากใจของซิ่นทงทั้งเนื้อทั้งตัวเขายังมีไม่ถึงสิบตำลึงทองด้วยซ้ำต่อให้ไม่ซื้ออาวุธของตัวเองก็ยังไม่สามารถซื้อธนูคันนี้ได้อยู่ดี
“ซิ่นทงข้าจะให้เจ้ายืมเงินดีหรือไม่?”ซูเจินเสนอ เพราะหากบอกว่าจะซื้อให้ เขาต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน
“จะ...จะดีหรือ?”
“ไม่เป็นไร ข้าให้เจ้ายืมก่อนไว้มีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืนแต่อย่าคิดหนีเชียวเจ้าไม่มีทางหนีข้าพ้นหรอกนะจะบอกให้” ซูเจินพูดเหมือนพูดเล่นแต่เปล่าเลย นางพูดจริงๆ ต่อให้เขาอยากจะหนีก็หนีสายข่าวของนางไม่พ้นหรอกนอกเสียจากว่าเขาจะหนีไปทวีปอื่น
ซิ่นทงซาบซึ้งในน้ำใจ “ขอบใจมากจริงๆ”
“ผู้เฒ่าแล้วไม่มีลูกธนูหรือ?”ซูเจินถามหลังจากจ่ายเงินให้อีกรอบ
“ไม่มี”
“อ้าว แล้วจะใช้อย่างไรล่ะท่าน?”
“มันเป็นอาวุธเวท ก็ใช้เวทของตัวเองเป็นลูกธนูสิ”ชายชราตอบอย่างขอไปที
“แต่...แต่ข้าใช้เวทแบบนั้นไม่เป็น”ซิ่นจงมองธนูในมือแล้วบอก บทเวทไม่ใช่ว่าจะหาเรียนได้ง่ายๆ พวกมันมีราคาแพงลิ่วทั้งยังไม่ค่อยมีคนสอนให้ผู้อื่นอีกด้วย
“ไม่ยากๆ ข้าเคยเจอเวทอยู่บทหนึ่ง เอาหูเจ้ามาสิ”ซูเจินกระซิบบอกซิ่นจง “เจ้าลองทำดูสิ”
ซิ่นจงพยักหน้า แล้วหลับตาลงลองทำตามที่พี่สาวซูซูบอก ค่อยๆรวบรวมเอาพลังเวทของตนมาไว้ที่ธนูแล้วนึกภาพลูกศรในใจ ทันใดก็เกิดลูกศรลมที่ธนูดอกหนึ่งลมจากลูกธนูพัดเอื่อยออกมาเบาๆ
“อย่าปล่อยมาเชียวล่ะ เดี๋ยวร้านข้าจะพังเอา”ชายชราเจ้าของร้านเอ่ยเตือน
“นึกภาพให้มันหายไปก็พอ” ซูเจินบอก“มันเป็นพื้นฐานที่เหลือเจ้าก็หมั่นฝึกฝนและหาทางประยุกต์ใช้ก็พอตอนนี้พลังมันยังน้อยเกินไป ฆ่าไก่ยังไม่ตายเลย”
“เจ้าจะไปดูดาบไม่ใช่หรือซิ่นทง รีบไปดูสิ”ซูเจินออกปากไล่
เมื่อพวกเขาไปกันหมดแล้ว นางก็หันมาหาชายชรา“ท่านผู้เฒ่าข้ามีของที่อยากได้ ไม่รู้ว่าท่านมีหรือไม่?”
“อะไร?”
“ข้าอยากได้ยากดพลัง”