มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 144 ตัดหัวเซ่นสังเวย

    ราเชนไม่มีเวลาอธิบาย ใช้พลังจิตเซียนระดับกลาง ปล่อยเข็มฟ้าพิฆาตออกไป พุ่งเข้าหาเหล่าศิษย์สำนักเมฆาขาว ถูกเข้าที่แขนของทุกๆ คน ตายข่ายฟ้า ที่เป็นเส้นเอ็นร่วงหล่น ราเชนตวัดมีดนิรนามกรีดจนมันขาดเป็นชิ้น

    นักพรตจื่อซุน ยังคงพุ่งตัวใช้กระบี่เข้าแทงราเชน แต่ถูกราเชนใช้พลังจิตผลักร่างของนักพรตจื่อชุนที่มีพลังจิตปราณราชันขั้นสูงเท่านั้น กระเด็นปลิวออกไป

    จากนั้น ก็มีพระจากวัดธรรมกาย 18 รูป เข้ามาล้อมราเชน แล้วท่องบทสวดแปลกประหลาดอีกครั้ง คราวนี้ราเชนสวมหน้ากากอมตะ แล้วร้องออกไปด้วยคลื่นมังกร

    มีเงามังกรยักษ์เข้ากระแทกร่าง พระจากวัดธรรมกาย จนร่างแตกกระจายเป็นชิ้น

    ก่อนที่คนอื่นๆ จะลงมือ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

    คราวนี้เป็นเสบียงของทางการ ทุกราเชนทำลายล้างไปจนหมดไม่มีเหลือ

    “  ต่อให้เจ้าทำลายเมืองทั้งเมืองจนหมด เจ้าก็จะต้องตายในวันนี้”

    รัชทายาทจางอี้เอ่ยอย่างหัวเสีย แต่ราเชนกลับยิ้มร่า เขาไม่คิดยอมตายอยู่แล้ว

    “ ใครกล้าดี ก็เข้ามา”

    เปรี้ยง !

    เสียงกระสุนปืนแหวกอากาศเข้ามา หาราเชน   แต่ทว่าราเชนกลับใช้มือควบคุมกระสุนนั้นเอาไว้ได้

    “ เซเว่น เป็นแกเองอย่างนั้นรึ?”

    “ ช่วยไม่ได้ ทองคำ 1 พันล้านเหรียญ ใครบ้างไม่อยากได้” เซเว่นพูดจบ ก็วาร์ป

    ออกไปทางซ้าย แล้วยิงใส่ร่างของราเชนอีกครั้ง

    เปรี้ยง !!

    คราวนี้ราเชนได้แต่หลบกลิ้งไปกับ พื้น แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีผ้าสีทอง ลอยออกมาอยู่เหนือหัวของเขา มีแสงส่องออกมาตรึงร่างของราเชน ไม่ให้ขยับตัว ส่วนเซเว่นก็ไม่สนใจ ยิงปืนที่มันสร้างขึ้นมาเองจะยิงใส่ราเชน แต่ถูกราเชนปล่อยพลังจิตเซียนออกไป ทำให้ปืนของมันถึงกับคดงอ ไม่อาจยิงต่อไปได้

    แล้วผ้าผืนใหญ่ ก็ลงมารัดร่างของราเชนเอาไว้ 

    “ ภูษาฟ้าของข้าไม่เคยมีใครหลบหนีได้ หยางเฟยหลง เจ้าเสร็จแน่” ลามะฉีโคว่เอ่ยอย่างมั่นใจ แต่ทว่า ผ้าที่รัดร่างของราเชน ก็ถูกกรีดด้วยมีดสั้นนิรนามจนขาดกระจุย

    ก่อนที่ราเชนจะทำอะไรต่อ รัชทายาทจางอี้ ก็สั่งทหารองครักษ์ ใช้ดาบพาดที่คอของนักโทษทั้งสองร้อยคน รวมทั้งหลางตงและกู่เยี่ยนด้วย

    “ ยอมแพ้ซะ ไม่อย่างนั้น พวกมันตายหมดแน่”

    “ รัชทายาทคิดดีๆ ลองหันไปดูพระราชวังก่อน”

    ราเชนเอ่ยออกไป จิตของเขาก็สั่งการให้ ระเบิดที่เขาฝังเอาไว้ในวังหลวงหลายจุด

    ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!

    เสียงระเบิดดังขึ้นมารัวๆ  ประตูสี่ทิศ และตำหนักรับรองสี่หลัง ถูกระเบิดทำลายไปจนสิ้น

    “ นี่เจ้า..ทำได้ยังไง”

    “ ข้าขอเตือน ปล่อยคนของข้าซะ ไม่อย่างนั้น วังหลวงของพวกเจ้าก็จะเหลือแต่ซาก”

    ราเชนเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจเขาใช้ยันต์ล่องหน เข้าไปวางระเบิดเอาไว้ทั่ววังหลวง และสามารถใช้พลังจิตเซียนควบคุมระเบิดพวกนี้เอาไว้ หากยังดื้อดึง วังหลวงคงได้กลายเป็นซากอย่างแน่นอน

    “ ข้าไม่สนใจ วันนี้ต้องฆ่าเจ้าให้ได้” รัชทายาทจางอี้ ก็ช่างเด็ดเดี่ยวจริงๆ

    คราวนี้ชิงเตี่ยนลงมือเอง  ใช้พลังดวงเนตรสวรรค์ขั้นเซียนระดับกลาง เรียกอาวุธดาบ กระบี่ พุ่งเข้าใส่ร่างของราเชนเป็นจุดเดียว แต่ราเชนก็หาได้กลัวไม่ ใช้พลังจิตเซียนระดับกลางของตน หยุดยั้ง อาวุธเหล่านี้เอาไว้กลางอากาศ

    จ้าวเหล่ยเทียนถือโอกาสพุ่งตัวเข้ามา แล้วใช้กรงเล็บกระเรียนกำลังจะเสียบเข้ากลางหลังของราเชน แต่ได้ยินเสียงร้องของเชียนเชียนให้ระวัง ราเชนไม่หันไปมองแต่เจ้าหนอนโลหิต กลับพุ่งออกไปแทน มันพุ่งเจาะเข้ากรงเล็บกระเรียนทะลุฝ่ามือของ จ้าวเหล่ยเทียน จนต้องกระเด็นกลับไป บาดเจ็บสาหัสเลยทีเดียว

    หนอนโลหิต ก็วาร์ปกลับมาที่ร่างของราเชนตามเดิม ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาลอบทำร้ายราเชนได้อีก

    แต่ทันใดนั้นเอง รัชทายาทจางอี้ ก็สั่งทหารธนูให้จัดการกับราเชน ทหารสี่คนลากธนูยักษ์ออกมา สองคัน แล้วใส่ลูกธนูเหล็กขนาดยาวกว่า สองเมตร แล้วยิงใส่ร่างราเชนพร้อมกันถึงสองเครื่อง

    ฟิ้ว ฟิ้ว  !!!

    ราเชนกำลังรับมือ กับชิงเตี่ยนอยู่ เจ้าหนอนโลหิต ก็ทำได้แค่สะกัด ลูกธนูยักษ์ได้แค่ดอกเดียว อีกหนึ่งดอก ก็กำลังพุ่งเข้าเจาะร่างของราเชน จากทางด้านหลัง

    แต่ทันใดนั้นเอง หลังของราเชนก็มีปีกสีดำงอกออกมา มันเป็นปีกค้างคาวสวรรค์

    ลูกธนูยักษ์ถูกปีกสะบัดหักเป็นสองท่อน

    “ ประหารมันให้หมด” เสียงของรัชทายาทจางอี้ออกคำสั่ง

    ราเชนก็ตอบโต้ด้วยเสียงอันดังก้องกังวานเช่นกัน

    “ ทำลายพระราชวัง”

    สิ้นเสียง ระเบิดที่เขาวางเอาไว้ ตามจุดต่างๆ ของพระราชวังก็ระเบิดขึ้น พร้อมๆกัน

    ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!!

    ราเชนไม่รอดูผล ยังซัดระเบิดควันไปที่ลานประหาร ทั่วทั้งสี่ทิศ กลุ่มควันมากมาย

    ทุกๆ คนต่างมองข้างหน้าไม่เห็น ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

    มีหลายคนต่างคิดว่า ควันที่เกิดขึ้น คงเป็นควันพิษ จะได้หลบหนีห่างจากควันที่ฟุ้งไปทั่ว ทั้งหมดรอควันจางหายไปสักพัก ก็พบว่า ควันที่ปล่อยออกมาไม่มีพิษใดใด

    แต่ลานประหารกลับพบซากศพของ ทหารหัวระเบิดตายกลายเป็นซากศพหัวขาดทั้งสองร้อยคนที่กำลังจะตัดหัวของนักโทษ แต่นักโทษทั้งสองร้อย หลางตง และกู่เยี่ยน กลับหายไป จนหมดไม่มีเหลือ

    ไม่ทันที่ทั้งหมดจะหายตกใจ ก็มีเสียงดังปานฟ้าผ่า ออกมาจากพระราชวังหลวง

    “ ใคร กล้าบังอาจทำลายวังหลวงของข้า”  มีรถม้าที่ลอยกลางอากาศได้ หลายคันเคลื่อนตัวมายังลานประหาร ผู้ที่ง้าวอันใหญ่สวมเสื้อเกราะสีทองพร้อมรบ

    ยืนอยู่บนรถม้าด้านหน้า มายืนต่อหน้าทุกๆ คน พร้อมกับเหล่ายอดฝีมือขั้นเซียน 10 คนยืนด้านหลัง ที่แท้คือ จักรพรรดิจางมู่เฉิน และ ผู้พิทักษ์วังหลวงทั้งสิบนั่นเอง

    “ ถวายบังคมเสด็จพ่อ เป็นฝีมือของหยางเฟยหลง ที่ทำลายพระราชวัง และ สถานที่สำคัญของเมืองหลวง”

    “ แล้วพวกเจ้า ทำอะไรอยู่ ปล่อยให้มันทำลายเมืองของข้าจนย่อยยับเช่นนี้”

    จักรพรรดิจางมู่เฉิน กระแทกง้าวใหญ่ ลงบนพื้นจนพื้นถึงกับแยกแตกจากกัน

    รัชทายาทจางอี้ กับองค์ชายอื่นๆ ถึงกับตัวสั่นเทา ไม่เคยเห็นพระบิดาโกรธเกรี้ยวถึงขนาดนี้

    แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงองครักษ์ตะโกนออกมาว่า

    “ แย่แล้ว คุณชายเกาจิ้งอัน ถูกฆ่าตายแล้ว”

    ทุกๆ คนต่างร้องออกมาอย่างตกใจ มองไปที่นั่งของ เกาจิ้งอัน พบว่า นักพรตดำ องครักษ์อีกหลายสิบคน และเกาจิ้งอัน ล้วนถูกตัดหัวขาด แต่หัวของทุกๆคนตกอยู่บนพื้นครบ ยกเว้น หัวของเกาจิ้งอันหายไป

    “ บัดซบ แล้วที่นี้ข้าจะอธิบายกับ อาณาจักรอุดรยังไง”

    ทุกๆ คนไม่คิดว่า หยางเฟยหลง จะเก่งกล้าสามารถถึงขนาดนี้ ฆ่าเกาจิ้งอัน และ ยอดฝีมือขั้นเซียนมากมายขนาดนี้ ภายในเวลาอันสั้น และ ยังพานักโทษทั้งหมดหลบหนีไปได้อีก

    เหล่าผู้พิทักษ์ทั้งสิบ ตอนนี้กำลังปล่อยสัมผัสเพื่อตามหาตัวนักโทษสองร้อยกว่าคนแต่ ทั้งหมด กลับส่ายหน้ากันหมด

    “ กราบทูลฝ่าบาท ไม่มีการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากในระยะสิบลี้นี้เลย”

    “ หยางเฟยหลง เจ้าแน่มาก”  จักรพรรดิจางมู่เฉิน คำรามออกมาอย่างโกรธแค้น

    “ เขาทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน” เสี่ยวฉีเอ่ยอย่างสงสัย แต่เชียนเชียนนั้นยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

    “ ศิษย์น้องเจ็ดปลอดภัยแล้ว” ถูเอ้อหนานกระซิบออกมาเบาๆ ได้ยินเพียงหมอหลวงถูอี้กับ ไป๋เซียงที่ตอนนี้ถึงกับน้ำตาไหลออกมาด้วยความยินดี

    “ ไม่น่าเชื่อ ว่าเขาจะหนีรอดจากที่นี่ไปได้” ธิดาเทพไช่อีเอ่ยอย่างแปลกใจ

    “ ก็ดี พวกเราจะได้ไม่ต้องเป็นคนลงมือช่วย” ผู้อาวุโสมังกรแดงเอ่ย

    “ แล้วเราจะไปตามหามันได้ที่ไหน?” ผู้อาวุโสมังกรเหลืองเอ่ย

    “ ข้ามีเข็มสังหารของมัน ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน ผีเสื้อหมื่นลี้จะตามหามันเอง” มังกรขาวเอ่ย ทั้งหมดก็พยักหน้า แล้วออกจากสถานที่นี้ไปในทันที

    ราเชนตอนนี้พาทุกๆ คนมาที่สถานปศุสัตว์ ซึ่งไม่มีทหารเหลืออยู่แล้ว

    เขาใช้ลูกแก้วอัสนี พาคนทั้งสองร้อยคนเคลื่อนย้ายผ่านมิติเพียงสองรอบ ก็พาทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย โชคดีที่กู่เยี่ยนยังเก็บ ลูกแก้วอัสนี เอาไว้ที่เข็มขัดมิติของเขา ทำให้ไม่มีใครพบเห็น 

    ส่วนการตายของเกาจิ้งอันและพวกนั้น ถูกราเชนใช้เขี้ยวเงินศักดิ์สิทธ์เรียกพลังของเทพไลเค่นที่มีพลังเซียนอสูรระดับสูง แม้จะถูกจำกัดพลังแต่ก็อยู่เหนือคนของเกาจิ้งอันทั้งหมด ปีกค้างคาวสวรรค์อันคมกริบตัดหัวพวกมันโดยที่ไม่ทั้นได้ตั้งตัว แล้วคว้าหัวเกาจิ้งอันออกมาได้

    ราเชนตอนนี้ยืนอยู่บนเนินดินแห่งนี้ ด้านหน้าของเขามีหัวของเกาจิ้งอัน วางอยู่

    “ ท่านตาเมิ่ง วันนี้ข้าได้นำหัวของคนที่ทำลายพวกท่านทั้งหลาย มาเซ่นสังเวยให้แล้ว ขอให้ท่านตา ท่านลุง คนของตระกูลเมิ่งทุกคน รวมทั้งเจ้าโมโม่ด้วย จงไปสู่สุขคติ”

    ราเชนเอ่ยจบ ก็ใช้พลังจากลูกแก้วอัคคีปล่อยออกไปเผาหัวของเกาจิ้งอัน จนกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที

    กู่เยี่ยน เล่าขุย หลางตง และ คนอื่นได้แต่มองราเชนด้วยความเคารพนับถือยิ่งขึ้นไปอีก

    “ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่อยู่นาน พวกท่านมีสถานที่อื่นหรือไม่”

    กู่เยี่ยนรีบเอ่ยออกมาแทนว่า

    “ ข้ามีสถานที่หลบซ่อนตัวอีกแห่งหนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากนี่ เรียกว่าหุบเขาซ่อนพล”

    “ ก็ดีรีบเดินทางกันไปเลย”

    กู่เยี่ยนพาทั้งสองร้อยคนเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วยาม ก็เข้ามาถึงหุบเขาซ่อนพล ซึ่งมันอยู่ระหว่างภูเขาสูง การที่จะเข้าไปได้ ต้องผ่านถ้ำลอดเข้าไป พอออกมา ก็จะเห็น สถานที่กว้างขวาง มีบ้านและที่พักอาศัย จำนวนมาก มีคนเฝ้าดูแลอยู่ร่วมร้อยคน

    “ นี่คือกองกำลังที่ข้าเก็บซ่อนเอาไว้ สถานที่นี่สามารถจุคนได้ ถึง 5000 คน ใครที่คิดจะเข้ามา ต้องผ่านประตูถ้ำที่แคบ คนภายนอกยากที่จะเข้ามาได้”

    ราเชนพยักหน้าเห็นด้วย

    “ นายท่าน แล้วคนของเราที่ยังคงอยู่ในเมือง จะให้พวกเขาทำอะไรต่อไหม”

    “ ไม่ต้องแล้ว ให้พวกเขากลับมาสมทบกันที่นี่” 

    ตอนนี้ราเชนมีคนที่ต้องคอยดูแล เกือบพันคนแล้ว ดังนั้น เรื่องเสบียง อาหารนั้นสำคัญยิ่งนัก แต่ตอนนี้ แหวนมิติของกู่เยี่ยนได้ถูก แม่ทัพไป๋ลู่ ได้ยึดไปหมด พร้อมกิจการค้าเกลือ ค้าน้ำแข็งที่ทำเงินมหาศาลให้กับ สำนักอสูรเทวะ

    “ พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับเข้าไปในเมืองหลวง”

    ทั้งสามคนคิดจะติดตามไป แต่ถูกราเชนห้ามเอาไว้

    “ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ พวกท่านควรจะเร่งฝึกตนให้ผ่านขั้นเซียนให้ได้ก่อน”

    “ แต่ว่า พวกเราไม่อาจหาทรัพยากรที่มีพลังขั้นเซียนมาได้เลย” หลางตงเอ่ยออกมา

    “ ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเหมือนกับคนอื่นๆ ข้าจะช่วยเปิดจุดชีพจรให้กับ ทุกๆท่านเอง”

    ราเชนนำเข็ม108 มังกรออกมา แล้วให้เล่าขุยมานั่งด้านหน้าของเขาเป็นคนแรก

    แล้วสั่งให้ถอดเสื้อออก ราเชน นำเข็มทั้งหมด 108 เล่มปักเข้าไปที่จุดชีพจรทั้งหมด แล้วใช้พลังจากสังขารของพระโพธิสัตว์ ปล่อยออกไปที่กลางกระหม่อมของเล่าขุย ส่งพลังเพื่อเปิดจุดชีพจรที่มีเพียงแค่ 700 จุดเท่านั้น จนค่อยๆ เปิดออกทีละจุด จนมาถึง 1 พันจุด ราเชนก็ดึงเข็มทั้งหมด พร้อมกับปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ออกจากฝ่ามือ

    ตัวของเล่าขุย ก็สั่นสะท้าน มีขุมพลังที่สะสมมานาน ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นพลังขั้นปราณเซียน

    ตูม !!!

    เล่าขุยลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ แม้นมีแขนเพียงข้างเดียว แต่ตอนนี้เขาได้บรรลุพลังขั้นปราณเซียนระดับต้นแล้ว.......

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน