ตอนที่ 129
เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)
.
โทรุ : " (โทรุมองไปยังดอลที่กำลังหายไป) "
ระหว่างที่โทรุกำลังมองดอลที่ค่อยๆ จางหายไป โทรุนึกไปถึงเรื่องที่ดอลเล่าให้โทรุฟัง
ดอลเป็นส่วนหนึ่งของจิตใจอีฟและร่างของดอลก็ถูกสร้างจากพลังของดอลเอง
เมื่อพลังของอีฟไม่ทำงาน ร่างของดอลจึงหายไป
.
โทรุ : " ไม่!! "
โทรุรีบหยิบมือถือขึ้นเพื่อจะโทรออก
.
ไมเด้น : " เป็นอะไรโทรุ "
ไมเด้นเข้ามาถามกับโทรุที่พยายามจะโทรไปหาใครสักคนแต่ปลายสายไม่รับสาย
ระหว่างนั้นคุณเจ้าหน้าที่รัฐก็จับอีฟใส่กุญแจมือไปแล้ว
.
ไมเด้น : " ตอบฉันสิโทรุ นายเป็นอะไร "
โทรุ : " ลิน่านะ.................... "
หลังจากได้ยินคำตอบจากโทรุ ไมเด้นก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ลิน่าที่มีตัวตนอยู่ได้เพราะพลังของดอล เมื่อพลังของดอลไม่ทำงานเพราะโทรุ
ร่างของลิน่าจึงหายไปตามไปด้วย โทรุรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ทำให้ลิน่าหายไปอีกครั้งด้วยพลังของเขา
.
.
.
โทรุกลับมาที่บ้านพร้อมกับไมเด้น หลังจากเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้น
ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน มีเพียงกองเสื้อผ้าของลิน่าที่ตกอยู่บนพื้นในห้องนั่งเล่น
อลิสก็ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลหลังจากใส่เครื่องสะกดพลังเสร็จ เพราะต้องไปทำแผลที่เกิดจากพลังของอีฟ
โทรุเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองและล้มตัวนอนลงบนเตียงโดยที่ยังมีคราบเลือดของอลิสเปื้อนเต็มห้องอยู่
ไมเด้นก็เดินตามโทรุไปโดยไม่ได้พูดอะไรและนอนลงข้างๆ โทรุที่กำลังเสียใจและเริ่มจะร้องไห้ออกมา
ไมเด้นที่ได้ยินโทรุร้องก็ดึงโทรุเข้ามากอด โทรุร้องไห้เหมือนเด็กในอ้อมแขนของไมเด้น
.
.
.
คุณหัวหน้า : " จะกลับไปดูโทรุก่อนก็ได้นะ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ฉันจะอยู่จนกว่าจะจบค่ะ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐค่อนข้างเป็นห่วงโทรุจนแสดงออกมา คุณหัวหน้าที่เห็นก็บอกให้เธอกลับไปหาโทรุก่อนได้
แต่คุณเจ้าหน้าที่รัฐก็จะอยู่จนกว่าจะจบเรื่องที่กำลังทำอยู่ ซึ่งตอนนี้กำลังเคลื่อนย้ายอีฟไปยังสถานกักกัน
คุณหัวหน้าพยายามหาวิธีส่งอีฟกลับไปยังมิติความคิด แต่เนื่องจากโทรุใช้พลังทำให้พลัง Fate ของอีฟหายไป
ทำให้ Artifact ลูกบอลทรงกลมไม่สามารถใช้กับอีฟได้
.
คุณหัวหน้า : " ยังไงเธอก็ต้องกลับไปหาโทรุ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " โทรุคงจะไม่พร้อม "
คุณหัวหน้าสั่งให้คุณเจ้าหน้าที่รัฐกลับไปหาโทรุ เพื่อให้โทรุยกเลิกพลังที่ตัวเองใช้ไป
เพื่อให้ส่งอีฟกลับไปยังมิติความคิดได้ด้วย Artifact
.
.
.
เม็ก : " ตื่นยังวะโทรุ! "
เม็กมาบ้านของโทรุในตอนเช้าเพื่อไปโรงเรียนด้วยกัน
โทรุก็ออกมาจากบ้านด้วยอาการซึมเศร้า
.
นีโร่ : " โทรุ มันไปโดนอะไรมาวะ "
เม็ก : " ไม่รู้วะ เมื่อวานมีเรื่อง นึกว่าจะจบด้วยดีซะอีก "
กลุ่มเด็กเนิร์ด : " ไม่ใช่ว่ามึงอยู่กับมันตลอดไม่ใช่เหรอ "
โทรุเข้ามานั่งในห้องเรียนโดยไม่พูดไม่จาอะไรกับใคร
จนกลุ่มเพื่อนเริ่มจะเป็นห่วง
.
กลุ่มผู้หญิง : " ดี ไมเด้น แล้วลิน่าล่ะ? "
ไมเด้น : " เธอไม่สบายนะ "
ไมเด้นตอบกลับเพื่อนของเธอที่ถามถึงลิน่า
เม็กที่ได้ยินไปด้วยก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
.
.
.
เม็ก : " เลิกเรียน มึงไปไหนต่อ "
โทรุ : " ไม่รู้สิ "
โทรุกำลังเดินออกจากโรงเรียนพร้อมกับเม็กหลังจากเลิกเรียน
เม็กกำลังจะชวนโทรุไปเที่ยวต่อ แต่เมื่อดูอาการเศร้าของโทรุ
เม็กจึงไม่ได้ชวนโทรุไปและปล่อยโทรุเดินกลับบ้านไปพร้อมกับไมเด้น
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " โทรุล่ะ? "
ไมเด้น : " อยู่บนห้องค่ะ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐมาหาโทรุที่บ้าน เธอเข้ามาเจอกับไมเด้นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
ไมเด้นบอกกับคุณเจ้าหน้าที่รัฐว่าโทรุแทบไม่ได้กินอะไรเลยหลังจากเกิดเรื่อง
แทบจะไม่พูดอะไรกับใครเลยด้วยมีแค่ตอบไปแบบส่งๆ เท่านั้น
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ขอบใจที่ยังอยู่กับโทรุ โทรุไม่ชอบการจากลานะ "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐลูบหัวไมเด้นก่อนจะเดินขึ้นไปหาโทรุบนห้อง
เธอเดินเข้ามาเจอโทรุนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ บนโต๊ะด้านหน้ามีกองหนังสือตั้งอยู่
.
โทรุ : " จะใช้ผมทำอะไรอีกล่ะครับ "
โทรุหันมามองคุณเจ้าหน้าที่รัฐที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ไม่อยากรู้วิธีพาเธอกลับมางั้นเหรอ "
เธอที่คุณเจ้าหน้าที่รัฐหมายถึงคือลิน่า หลังจากคุณเจ้าหน้าที่รัฐพูดโทรุก็หันมาสนใจทันที
.
โทรุ : " มีเหรอครับ "
จากสีหน้าหมดอาลัยตายอยากเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังอย่างรวดเร็ว
คุณเจ้าหน้าที่รัฐได้เริ่มจากการเล่าเรื่องของดอลให้โทรุฟังอย่างละเอียด
จากบันทึกของฟาราที่ได้วิจัยเกี่ยวกับตัวตนและพลังของดอล
เธอได้รู้ว่าร่างกายของดอลถูกสร้างขึ้นมาจากพลังของดอลเองเป็นพลังในการควบคุมอะตอมของสิ่งต่างๆ
เมื่อเข้าใจถึงร่างกายของดอลแล้ว ฟาราก็วิจัยเกี่ยวกับจิตใจของดอลจนเธอรู้ว่า
ดอลเป็นส่วนหนึ่งในจิตใจของใครบางคนซึ่งในตอนนั้นฟารายังไม่รู้ว่าเป็นใคร
คุณเจ้าหน้าที่รัฐอธิบายกับโทรุเกี่ยวกับดอลเสร็จ เธอก็บอกเกี่ยวกับแผนการที่จะทำต่อจากนี้
คุณหัวหน้าอยากให้โทรุยกเลิกพลังที่โทรุใช้เพื่อให้อีฟได้พลังกลับมา
.
โทรุ : " เดี๋ยวก็ซวยอีกรอบหรอกครับ แล้วมันจะทำให้ลิน่ากลับมาเหรอครับ "
โทรุกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุดเพราะคนเดียวที่จะหยุดอีฟได้คือตัวเขาเอง
และโทรุไม่อยากใช้พลังของตัวเอง
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ได้สิ ถ้าพลังของอีฟกลับมาใช้ได้ พลังของดอลเองก็จะกลับมาใช้ได้ "
เนื่องจากอีฟและดอลมีพลังแบบเดียวกับและเกิดมาจากคนคนเดียวกันเมื่อพลังของอีฟกลับมา
พลังของดอลเองก็จะกลับมาและเมื่อดอลกลับมา ลิน่าที่หายไปก็จะกลับมา
.
โทรุ : " ถ้างั้นผมจะ...... "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ใจเย็นและตั้งสติก่อน "
โทรุกำลังจะตบมือเพื่อใช้พลัง แต่คุณเจ้าหน้าที่รัฐคว้ามือของโทรุเอาไว้ก่อนที่จะเกิดขึ้น
เธอได้หยิบมือถือขึ้นและโทรุไปหาคุณหัวหน้าว่าโทรุกำลังเตรียมพร้อม
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " รอสัญญาณก่อน "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐยังคุยสายอยู่กับคุณหัวหน้า เธอสั่งให้โทรุตั้งสติและรอสัญญาณจากเธอ
.
คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ถ้าพร้อมแล้วก็เอาเลย! "
โทรุ : " ...............ครับ! "
คุณเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันคำสั่งจากคุณหัวหน้าที่ปลายสายเมื่อฝั่งของคุณหัวหน้าเตรียมพร้อมแล้ว
เธอก็ให้สัญญาณกับโทรุ โทรุก็เตรียมอยู่สักพักก่อนจะใช้พลัง
สักพักก็มีเสียงร้องเรียกโทรุของไมเด้นดังมาจากห้องนั่งเล่น
.
ไมเด้น : " โทรุ!!!! "
โทรุและคุณเจ้าหน้าที่รัฐรีบวิ่งลงมาตามเสียงของไมเด้นและเจอกับลิน่ายืนสับสนอยู่ในห้องในสภาพที่ไม่ใส่เสื้อผ้า
.
ไมเด้น : " อย่ามองนะ! "
ไมเด้นโยนหมอนปิดหน้าโทรุ ก่อนจะวิ่งไปหาลิน่าและเอาตัวบังลิน่าไว้
.
อีลีท : " สถานการณ์ตอนนี้มันอะไรกันเนี่ย "
อีลีทมาที่บ้านของโทรุด้วยพลังของเธอ เธอมาพร้อมกับฟาราและดอล
.
ฟารา : " ฉันมาด้วยเพราะดอลนะ ดอลอยากจะคุยกันโทรุ "
ดอลวิ่งมากอดโทรุ เธอพูดขอบคุณที่พาเธอกลับมาและดอลก็พาโทรุไปคุยเป็นการส่วนตัว
ดอลมาเพื่อเล่าเรื่องส่วนที่เหลือเกี่ยวกับตัวเธอและอีฟ
.
.
.
(ต่อจากตอนที่125)
เมื่ออีฟได้มาเจอกับกลุ่มทหารที่พยายามลักลอบเข้ามาในหมู่บ้าน เธอได้พากลุ่มทหารเข้ามาในหมู่บ้านและต้อนรับอย่างดี
ซึ่งทหารก็ไม่มีท่าที่เป็นภัยคุกคามกับคนในหมู่บ้าน เมื่อถึงตอนเช้าทหารก็กลับเรือด้วยความช่วยเหลือของอีฟ
เธอได้สร้างเรือโดยการเปลี่ยนรูปร่างของต้นไม้ใกล้ๆ เป็นเรือ เธอทำโดยไม่ให้พวกทหารรู้ตัว
หลังจากนั้นเผ่าของอีฟก็ได้มีการติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ
ในช่วงปลายปีแรกก็เป็นการติดต่อชื่อขายสิ่งต่างๆ จนกระทั่งการมาถึงยุคล่าอาณานิคม
คนขาวจากทวีปอันห่างไกลได้มาถึงเกาะที่เป็นที่ตั้งของชนเผ่า พวกเขาได้เปิดฉากโจมตีเพื่อค้าทาสคนบนเกาะ
ด้วยความที่ว่าบนเกาะอยู่อย่างสงบสุขมาโดยตลอด ทำให้ไม่มีกองกำลังทางทหารโดยเฉพาะมีเพียงกลุ่มนักล่าสัตว์
ทำให้อีฟต้องเป็นคนรับมือการโจมตีของกลุ่มล่าอาณานิคมเพียงผู้เดียว
ในช่วงแรกของการล่าอาณานิคม อีฟสามารถรับมือได้ด้วยตัวเธอเพียงคนเดียว
เมื่อกลุ่มล่าอาณานิคมไม่สามารถโจมตีเกาะนี้ได้ พวกเขาจึงใช้อาวุธหนักที่พึ่งคิดค้นได้
มันคือปืนใหญ่ที่สามารถยิงได้ไกลมากขึ้นพร้อมกระสุนเพลิงที่พร้อมจะเผาทั้งเกาะให้เป็นเถ้าถ่าน
ลูกปืนใหญ่หลายร้อยลูกถูกยิงเข้ามาในเกาะ เปลวไฟลุกลามไปทั่วทั้งเกาะ
ตัวของอีฟเพียงคนเดียวไม่สามารถควบคุมได้ทั้งเกาะในตอนนั้น
เมื่อความสิ้นหวังเข้ามาใกล้ อีฟจึงให้คนบนเกาะสัมผัสกับศิลาสำคัญอันนั้น
เพื่อเพียงว่าศิลาอาจจะมอบพลังให้กับคนในเผ่าได้และก็เป็นไปตามที่อีฟคิดเอาไว้
เมื่อคนในเผ่าสามารถใช้พลัง Fate ได้ พวกเขาจึงตอบโต้กลับกลุ่มล่าอาณานิคมและขับไล่พวกนั้นออกไป
ทำให้ความสงบสุขกลับมาอยู่หลายปี จนกระทั่งหลายปีผ่านไปกลุ่มล่าอาณานิคมก็กลับมาอีกครั้ง
ด้วยอาวุธอันแสนเลวร้าย นั้นคือยาพิษที่โปรยไปรอบเกาะ กลุ่มล่าอาณานิคมได้ใช้ยาพิษกับผู้คนบนเกาะ
ด้วยความแตกต่างทางเทคโนโลยีทำให้ชนเผ่าไม่รู้จักโรคภัยและยาพิษ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไรไป
เมื่อผู้คนบนเกาะอ่อนแอจากโรคภัยและยาพิษ กลุ่มล่าอาณานิคมจึงโจมตีเกาะและถูกตอบโต้กลับด้วยพลัง Fate
แต่ด้วยสิ่งที่ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ ชนเผ่าจึงใช้พลัง Fate ได้ไม่เต็มที่เพราะร่างกายที่อ่อนแอลง
แม้แต่ตัวอีฟเองก็ไม่รอดพ้นจากโรคภัยและยาพิษนี้ เมื่อสถานการณ์วิกฤตอีฟจึงจะไปต่อสู้ด้วยตัวเธอเอง
ซึ่งคนในเผ่าไม่เห็นด้วย พวกเขาไม่อยากเสียอีฟไป พวกเขายังคิดว่าหากอีฟยังคงอยู่ ชนเผ่าพวกเขาก็ยังมีสิทธิ์รอด
จึงได้พาอีฟหนีลงไปยังสิ่งปลูกสร้างที่จะถูกเรียกว่าโบราณสถานในอนาคต
พวกเขาได้พาอีฟเข้าไปยังใต้ดินและใช้วัตถุวิเศษที่ผู้เฒ่าบนเกาะได้สร้างเอาไว้กับอีฟ
เป็นวัตถุทรงกลมที่จะถูกเรียกว่า Artifact ในอนาคต พวกเขาได้ใช้มันกับอีฟและผนึกเธอเอาไว้
เมื่อความหวังถูกผนึกเอาไว้ได้แล้ว ชนเผ่าคนหนึ่งจึงได้จมเกาะนี้ลงใต้ทะเลไปพร้อมกับกลุ่มล่าอาณานิคม
.
____________________________________จบตอน_______________________________________
.
ข้อความจากผู้เขียน
ตอนแรกผมจะเขียนเรื่องในอดีตให้ยาวกว่านี้ แต่เรื่องนี้มันใกล้จะจบแล้ว
ซึ่งผมเองก็คิดว่าไม่รู้จะเขียนไปทำไมก็เลยเขียนแบบย่อๆ