บทที่51 Demi-God & Protoss
สถานการณ์ปกติอีกครั้งห้องเรียนก็เริ่มเงียบเมื่อได้เวลาเข้าเรียน
คาบเรียนแรกคือวิชาประวัติศาสตร์เพราะโลกมีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมาทำให้วิชานี้จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กรุ่นใหม่ดังนั้นมันจำเป็นที่ต้องรู้เรื่องพื้นฐานต่างๆของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่จำเป็น
ห้องเรียนนิ่งเงียบแต่เทวารู้สึกว่านักเรียนจะเรียบร้อยเป็นพิเศษโดยเฉพาะนักเรียนชายที่ดูกระตือรือร้นเสียเหลือเกินมันทำให้เทวารู้สึกสงสัยอย่างมาก
ทันใดนั้นจมูกอันยอดเยี่ยมของเขาก็ได้กลิ่นหอมของผู้หญิง
มันเป็นกลิ่นที่ยอดเยี่ยมกลิ่นหนึ่งแตกต่างจากกลิ่นของซายูริและอายาเนะ
ครืด!
ประตูเปิดออกทันใดนั้นร่างบางหุ่นนางแบบก็เดินเข้ามาด้วยมาดผู้ดี
การปรากฏตัวของเธอทำให้เทวาตาค้างเพราะทึ่งจัด
‘เชรดเข้! โคตรสวย สวยสง่าสุดๆ แม้เจ้าโว้ย!’เทวาอุทานในใจ
จมูกของเขาบานออกอย่างน่าเกลียด
เบื้องหน้าห้องเรียนคือร่างสูงระหงส์อันงดงามของสตรีคนหนึ่งเธอมีใบหน้างดงามแบบผู้ใหญ่ที่ซายูริหรืออายาเนะเทียบเท่าไม่ได้เธอมีเส้นผมยาวสลวยสีบรอนซ์ ใบหน้าขาวเนียนไร้ที่ติแววตาของเธอสงบเยือกเย็นและล้ำลึกปานทะเลสาบริมฝีปากเอิบอิ่มถูกแต่งแต้มบางๆเป็นสีชมพู
รูปร่างเธอสมส่วนได้รูปมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนกับผิวขาวเนียนเหมือนไข่มุกและเชื่อว่าผู้หญิงด้วยกันเป็นต้องอิจฉากับรูปร่างของเธออย่างแน่นอน
“สวัสดีจ้ะนักเรียนทุกคนสบายดีไหมจ้ะ?”เสียงของเธออ่อนโยนและยิ้มแย้มบางๆ
“สะสวัสดีครับคุณครูพวกเราสบายดีครับ”นักเรียนชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าตอบอย่างเก้อเขินเมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ
“ดีจังที่พวกเธอสบายดีไหนวันนี้มีนักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียนคาบเรียนที่แล้วอยู่นี่ออกมาแนะนำตัวหน่อยสิจ้ะ”สายตาของเธอกวาดมองแล้วไปหยุดที่ร่างของเทวา
เทวาจ้องมองเธอ
ชื่อ -โซเฟียร์ เอสเทนน่า(ฉายาเงาสุดท้าย)ระดับA
สถานะ -แข็งแรง
-อาจารย์โรงเรียนทหารที่2
-นักฆ่า(นามแฝงN)
ทักษะ -เจ้าแห่งเงา(A) lv.5
-ศิลปะการใช้มีด(ติดตัว)(A) lv.4
-ศิลปะการต่อสู้ประชิด(ติดตัว)(A) lv.2
-ศิลปะการใช้ปืน(ติดตัว)(A) lv.1
-จิตมั่นคง(ติดตัว)(A) lv.1
-โปกเกอร์เฟส(ติดตัว)(B) lv.10
…………….
หมายเหตุ -เจ้าหญิงแห่งวงการนักฆ่า
-หลบหนีออกจากองค์กร
-เย็นชา
เทวาที่ได้อ่านข้อมูลของเธอก็ตะลึงไปชั่วขณะแต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกสนใจและอยากจะรู้เรื่องของเธอมากขึ้น
‘แม่เจ้าโว้ยเจ้าหญิงนักฆ่า เอาจริงดิ ค่าทักษะแบบนี้แข็งแกร่งไม่เบา อยากจะจับน... อ่ะแฮ่มไม่ใช่ๆอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้จัง เธอจะสุดยอดแค่ไหนนะ ผิวก็ข๊าวข้าว...’เทวาจมูกบานมากกว่าเดิม
เทวาเก็บสีหน้าและทำมาดขรึมเดินไปด้านหน้า
“สวัสดีฉันเทวาอืม ทุกคนก็คงรู้จักฉันอยู่แล้วล่ะนะ”เทวากล่าวสั้นๆ
ความจริงทุกคนนั้นรู้จักเทวาตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้วเพราะว่าเขามีวีรกรรมจนโด่งดังไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวของนักเรียนเข้าใหม่ในวันปฐมนิเทศหรือการบู้แหลกกับรุ่นพี่มันทำให้เขาโด่งดังในโรงเรียนอย่างมากจนเขาถึงกับได้รับฉายาว่าหมาบ้ากันเลยทีเดียว
แต่จากการทำอาหารของเขาในวันที่ผ่านมามันทำให้เขายิ่งมีชื่อเสียงเข้าไปใหญ่โดยที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าตนเองโด่งดังแค่ไหน
“ครูชื่อโซเฟียร์นะหวังว่านักเรียนเทวาจะเรียนอย่างสนุกสนานนะคะอ้อครูได้ข่าวว่าเธอทำอาหารได้อร่อยมากไม่ทราบว่าพอจะแสดงฝีมือให้ครูลองชิมได้บ้างไหมเอ่ย?”โซเฟียร์เอ่ยกับเทวาด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนครับผมจะบริการอาจารย์ให้ถึงที่สุดเลยครับ รับรองว่าอาจารย์จะต้องติดใจผม เอ้ยฝีมือทำอาหารของผมอย่างแน่นอน”เทวายิ้มกริ่มกล่าวกับครูสาวด้วยรอยยิ้มกริ่ม
สายตาของเทวากวาดมองร่างกายของอาจารย์สาวและชื่นชมความสมบูรณ์แบบของร่างกายนี้อย่างไม่ปิดบัง
การแสดงออกของเทวาถูกซายูริเห็นเข้าเธอจึงพองแก้มออกมาเล็กน้อยพลางคิดในใจว่า
‘คนลามก!’
โซเฟียร์ที่เห็นสายตาของเทวาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเธอเคยเห็นสายตาแบบนี้มานักต่อนักจิตใจของเธอไม่ได้หวั่นไหวกับสายตาแบบนี้เลยแม้แต่น้อยเพียงแต่ว่าเธอค่อนข้างสนใจเทวาพอสมควร เพราะปกติแล้วทุกคนจะจ้องมองเธอแบบหื่นกระหายด้วยแววตาที่หลบซ่อนให้มากที่สุด
แตกต่างจากเทวาที่จ้องมองเธอแบบเปิดเผยและมันยังเป็นแววตาแห่งความชื่นชมอีกด้วยซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกใหม่ของเธอ
“แล้วครูจะรอนะคิกๆ เอาล่ะจ้ะกลับไปที่นั่งได้แล้วเราจะมาเริ่มบทเรียนแรกกัน”
เทวาเดินกลับไปยังที่นั่งและคิดว่ามันน่าสนใจเขาคิดว่าสมกับที่เธอเป็นสุดยอดนักฆ่าและยังมีทักษะจำพวกโปกเกอร์เฟสที่สามารถซ่อนสีหน้าของตนเองได้
เมื่อทุกอย่างพร้อมการเรียนก็เริ่มขึ้น
“นักเรียนคงจะรู้ว่าเมื่อ50ปีก่อนนั้นมีเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาลได้เกิดประตูมิติขึ้นทั่วโลกทำให้มีสัตว์ประหลาดต่างมิติบุกรุกเข้ามาในโลกของเราในยุคนั้นพวกเขาเรียกสัตว์ประหลาดเหล่านี้ว่ามอนสเตอร์พวกมันกินพวกเราเป็นอาหารและล่าพวกเราด้วยความสนุกในบางครั้งพวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาลและทำให้ประเทศต่างๆจำนวนมากล่มสลาย...”
“การอยู่รอดของมนุษยชาติเข้าขั้นวิกฤตแต่ในช่วงเวลาอันตรายนั้นก็ได้มีมนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มแรกปรากฏตัวขึ้นและทำการต่อต้านกองทัพมอนสเตอร์ออกไปนี่จึงทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเรามีหวังที่จะอยู่รอด...”
“เหตุการณ์ประตูมิติที่เปิดขึ้นมาหรือที่เรียกว่ารุ่งอรุณแห่งโลกาวินาศทำให้หลายๆอย่างเปลี่ยนไปโลกของพวกเราขยายขนาดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย50เท่า มีวัตถุแปลกประหลาดมากมายก่อกำเนิดยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างเช่นโลหะX,Y,Zพวกมันปรากฏออกมาอย่างมีนัยสำคัญและเพราะหลากหลายอย่างจึงทำให้พวกเราอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้...”
“แล้วพวกเธอรู้หรือเปล่าว่ามนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มแรกถูกเรียกว่าอะไร?”โซเฟียร์ถาม
“นักสู้รุ่นแรกครับ”นักเรียนชายที่ชอบเสนอหน้ารีบตอบ
“ถูกต้อง...นักสู้รุ่นแรกแต่ในจำนวนนักสู้รุ่นแรกที่มีจำนวนหนึ่งนั้นมีคนที่เป็นกลุ่มแรกจริงๆแค่12คนพวกเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์กลุ่มแรกสุดนับตั้งแต่ประตูมิติเปิดขึ้นมา...”
“พวกเขาเป็นสุดยอดฝีมือที่ต่อต้านกองทัพมอนสเตอร์และนำความหวังมาให้มนุษยชาติพลังของพวกเขานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเธอจะจินตนาการถึงเลยล่ะ...”
“มีข่าวลือในสมัยนั้นเล่าลือกันว่าพวกเขาทั้ง10นั้นได้รับพลังมาจากสิ่งที่เรียกว่าEternal Stone(หินนิรันดร์)พลังที่พวกเขาได้รับมานั้นทำให้พวกเขาแข็งแกร่งและชื่อที่พวกเราเรียกทั้ง12คนนี้ก็คือกึ่งเทพ!”
‘กึ่งเทพ?อีเทอร์นอลสโตน? เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ’เทวาคิดในใจ
“กึ่งเทพทั้ง12แยกตัวออกและสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับมนุษยชาติขึ้นมาใหม่นั่นจึงกลายเป็นเขตทั้ง12เขตในปัจจุบัน”
“อาจารย์คะกึ่งเทพยังอยู่กับพวกเราหรือเปล่าคะ?”นักเรียนหญิงเอ่ยถาม
“แน่นอนจ้ะพวกท่านทั้ง12ยังอยู่กับเราเพียงแต่พวกท่านเก็บตัวและปรากฏตัวเฉพาะในยามคับขันเท่านั้นแต่จากข่าวลือในกลุ่มระดับสูงว่ากันว่าพวกท่านทั้ง12นั้นไม่แก่ลงเลยตลอด50ปีมานี้”
“จริงเหรอคะว้าว! หรือว่าพวกท่านเป็นอมตะคะ?”
“สุดยอดเป็นอมตะเหรอ ฉันก็อยากเป็นจังเลย เพราะแบบนี้หรือเปล่าถึงได้ชื่อว่าเป็นกึ่งเทพ”
“แน่นอนว่าเราไม่รู้แต่ที่รู้ๆคือพวกท่านจะยังอยู่กับเราไปอีกนานจ้ะ”โซเฟียร์ยิ้ม
“กึ่งเทพทั้ง12นั้นอยู่ตามเขตทั้ง12เขตพวกท่านครอบครองพลังที่เรียกว่าจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติและรายชื่อของกึ่งเทพแต่ละท่านก็คือ...”
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งดิน(Earth Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งน้ำ(Water Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งลม(Wind Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งไฟ(Fire Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งสายฟ้า(Thunder Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งโลหะ(Iron Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งน้ำแข็ง(Ice Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งป่าไม้(Wood Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งแสงสว่าง(Light Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งความมืด(Dark Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งชีวิต(Life Spirit Demi-God)
กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งความตาย(Death Spirit Demi-God)
“และกึ่งเทพที่คุ้มครองเขต12ของพวกเราก็คือกึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งป่าไม้จ้ะ”
“อ้าวไม่ใช่กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งความมืดเหรอครับ”นักเรียกที่ชอบเสนอหน้าเอ่ยอย่างสงสัย
“เธอคงคิดว่ามันจะเรียงตามเขตและลำดับของกึ่งเทพใช่ไหมจ้ะแต่ที่จริงแล้วเปล่าเลยจ้ะ อย่างกึ่งเทพที่อยู่เขต11ก็คือกึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งไฟลำดับนั้นไม่สามารถนำมาใช้สำหรับกรณีนี้จ้ะ”
“พลังของกึ่งเทพมากแค่ไหนครับ?”
“มากมายมหาศาลเลยล่ะเพียงท่านยกมือข้างหนึ่งก็สามารถลบเมืองนี้ให้หายไปได้ในพริบตา”
คำพูดของโซเฟียร์ทำเอานักเรียนรู้สึกทึ่งและหวาดกลัวอย่างมาก
“อาจารย์เคยเห็นกึ่งเทพหรือเปล่าคะ?”
“ไม่เคยจ้ะคนที่จะสามารถพบหน้ากึ่งเทพได้นั้นก็ต้องมียศพลเอกเท่านั้นคนที่มียศต่ำกว่านั้นก็หมดสิทธิ์”
หลังจากนั้นโซเฟียร์ก็สอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสอนของเธอทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อเลยและเพราะว่าความงดงามและอบอุ่น?ของเธอทำให้นักเรียนเข้ากับเธอได้ง่ายดังนั้นคาบการสอนของเธอนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่น่าเบื่อ
เทวาตกสู่ภวังค์ของตนเอง
เขารู้สึกอยากเจอหน้ากึ่งเทพเสียเหลือเกินเขาอยากรู้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ระดับS?SR? SSR?ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนเขาคงตื่นเต้นที่ได้พบเจอในชีวิตที่ได้มาใหม่ของเขานั้นตั้งเป้าหมายไม่กี่อย่างหรอกอย่างแรกก็แข็งแกร่งขึ้นเอาให้สุดๆไปเลย อย่างที่สองก็คงเป็นราชาฮาเร็ม?อย่างที่สามก็คงเป็นอยากพบเจอคนแข็งแกร่งเพื่อหวังว่าจะได้เศษชิ้นส่วนทักษะมา
ดังนั้นเมื่อรู้ว่ามีคนที่สุดยอดขนาดนี้ในโลกเขาก็อดไม่ได้ให้ตื่นเต้น
และเมื่อลองคิดดูขนาดกึ่งเทพยังเก่งขนาดนี้และฝั่งของมอนสเตอร์ที่ไม่อาจกำจัดให้สิ้นซากได้จะขนาดไหน
“เมื่อมนุษย์มีกึ่งเทพแล้วมอนสเตอร์ล่ะครับ?”เทวาเอ่ยถาม
โซเฟียร์ชะงักก่อนจะยิ้มให้กับเทวา
“กึ่งเทพคือผู้ปกปักษ์เราและในขณะเดียวกันมอนสเตอร์ก็มีผู้นำสูงสุดเช่นกันเราเรียกพวกมันว่าProtoss(โปรตอส)”
............................................