เมื่อกลับมาที่ เขตปกครองที่สิบ เสี่ยวเทียน ก็ขอคุยกับ พ่อเฉินคุนทันที
“ ท่านพ่อ ถึงเวลาที่พวกเราจะกลับกันได้แล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับเฉินคุนโดยไม่มีปี่มี่ขลุ่ย ทำให้พ่อเฉินคุน เริ่มอึกอัก พูดไม่ค่อยออก เพราะกลัวว่า หากกลับไปแล้วจะโดน แม่ของเสี่ยวเทียนต่อว่า แล้วอ้างเหตุผลแบบที่อ้างกับเสี่ยวเทียนไม่ได้
“ คือว่า พ่อขอเวลา สั่งงานอีกซักหน่อย”
“ สักกี่วันขอรับ”
“ ยังตอบไม่ได้”
“ ท่านพ่อ ท่านกลัวอะไรกันแน่ ท่านแม่ไม่ฆ่าท่านหรอก”
“ เจ้าไม่เข้าใจ แม่เจ้าไม่เหมือนกับ น้าจื่อเอียน แม่เจ้าแข็งแกร่ง สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง”
“ นี่ท่านพ่อคิดอะไรกันแน่ ที่ไม่ยอมกลับเพราะไม่อยากเจอกับท่านแม่กับหลิงน้อยอย่างนั้นรึ?” เสี่ยวเทียนเริ่มไม่พอใจขึ้นมา
“ ไม่ใช่อย่างนั้น”
“ สามวัน ข้าให้ท่านพ่อจัดการงานที่นี่ สามวัน แล้วจากนั้นพวกเราจะกลับไปหาท่านแม่พร้อมกัน” เสี่ยวเทียนพูดจบ ก็เดินออกไป ไม่รอคำตอบ จากเฉินคุน
เสี่ยวเทียนออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดมาก ไม่รู้ท่านพ่อของเขาเป็นอะไร ทำไมไม่ยอมกลับบ้าน
“ อาจารย์ท่านว่าพ่อของข้าเป็นยังไงกันแน่ ทำไมไม่อยากกลับบ้าน”
“ พ่อเจ้ากลัวปัญหาน่ะซิ เลยไม่อยากกลับ”
“ ท่านแม่ ไม่ใช่คนอย่างนั้น อย่างมากก็แค่ต่อว่าท่านพ่อเล็กน้อยเท่านั้น”
“ เจ้าน่าจะรู้ว่า พ่อของเจ้า รู้ใจแม่ของเจ้าดีที่สุด หากเขาไม่เต็มใจ เจ้าก็อย่าไปฝืนใจเขาเลย”
“ ไม่ได้ ข้าต้องพาเขากลับไปให้ได้ ท่านอาจารย์ ช่วยหาวิธีให้ท่านพ่อกลับไปหาท่านแม่ด้วยสิ”
“ หากพ่อเจ้าไม่ไป เจ้าก็ไปพาแม่กับน้องเจ้ามาก็สิ้นเรื่อง”
“โอ้ ใช่เลย ฮ่า ฮ่า อ่า ข้าจะพาท่านแม่มาที่นี่ก็จบเรื่อง นี่เป็นความคิดที่ดีที่สุดเลย ท่านพ่อได้ประหลาดใจอย่างแน่นอน!”
ห้องนอน ของเฉินคุน
“ ท่านพี่ ทำไมท่านไม่กลับไปหากับพี่สุ่ยเหวินกับเสี่ยวหลิงละเจ้าคะ”
จื่อเอียนเอ่ยหลังจากที่เห็นเฉินคุน นั่งเครียด
“ พี่ไม่รู้จะพูดกับ สุ่ยเหวินอย่างไรดี ห้าปีที่ผ่านมา พี่คิดมาตลอดว่าพี่ผิดกับสิ่วเหวินจริงๆ”
“ ท่านพี่ เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้ว เราก็ต้องเล่าความจริงให้พี่สุ่ยเหวินฟังดีที่สุด
จื่อเอียนก็ไม่อยากให้ เรื่องคาราคาซังแบบนี้
"ข้าเชื่อว่า พี่สุ่ยเหวิน ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยวเทียนมาได้แบบนี้ ต้องเป็นแม่ที่ดีอย่างแน่นอน ไม่ว่าพี่สุ่ยเหวินจะดุด่า ว่ากล่าวจื่อเอียนอย่างไร ก็พร้อมน้อมรับทุกอย่าง”
“เอาไว้ก่อนเถอะ คิดว่ารอให้อิ๋งอิ๋ง โตกว่านี้ก่อนค่อยพาไปก็แล้วกัน” เฉินคุนเอ่ยจบ ก็ล้มตัวลงนอนคิดว่า ยื้อไปก่อนดีที่สุด
รุ่งเช้าเฉินคุน ตื่นเช้าแล้วเดินออกมาที่ห้องโถง ก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะพบว่า
สุ่ยเหวิน กับ หลิงน้อยที่บัดนี้โตแล้ว อายุได้ 8 ปีแล้ว นังรอที่ห้องโถงกลางโดยมีเสี่ยวเทียนยืนยิ้มยินดี อยู่ด้านข้าง
“ น้องพี่ หลิงน้อย”
“ ท่านพ่อ” หลิงน้อยวิ่งเข้าไปกอด เฉินคุนด้วยความดีใจ สุ่ยเหวินน้ำตาไหลออกมาไม่พูดอะไรสักคำ
เฉินคุนกอดหลิงน้อยด้วยความคิดถึงเช่นกัน แต่ก็มองหน้า สุ่ยเหวินด้วยสายตาที่รู้สึกผิด แล้วจื่อเอียน ก็อุ้มอิ๋งอิ๋ง ออกมาด้วย ทั้งหมดพบหน้ากัน ด้วยสายตาที่แตกต่างกันออกไป
“ จื่อเอียนคารวะ พี่สาว” แล้วให้อิ๋งอิ๋ง คารวะตามไปด้วย สุ่ยเหวินได้รับฟังเรื่องราวของเฉินคุน จากเสี่ยวเทียนเป็นที่เรียบร้อย แล้ว พยักหน้าให้กับ จื่อเอียนด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ยังไม่รู้สึกยินดี หรือ ยินร้ายใดใด แต่สายตากลับมองไปที่ เฉินคุนตาไม่กระพริบ เฉินคุนเหงื่อตก ขนลุกขึ้นมาทันที
“ เสี่ยวเทียนพาทุกคนออกไปข้างนอกก่อน แม่มีเรื่องต้องคุยกับ พ่อของลูกสองต่อสอง” เฉินคุนสะดุ้งทันที เสี่ยวเทียนจูงมือ หลิงน้อย แล้วพาน้าจื่อเอียนกับอิ๋งอิ่งออกไปก่อน เหลือ เฉินคุนกับ สุ่ยเหวินเพียงสองคน
“ ท่านพี่ ห้าปีที่ผ่านมาท่านคิดถึงข้ากับลูกๆ บ้างหรือไม่” สุ่ยเหวินเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ น้องพี่ ฟังพี่ก่อน เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นนะ พี่คิดถึงเจ้ากับลูกๆ ทุกลมหายใจ”
“ ห้าปีจดหมายฉบับเดียว ท่านพี่คิดถึง พวกเราแบบนี้รึ?
“ พอดีที่นี่มีปัญหามาก แล้วพี่เห็นว่า เจ้ากับลูกๆ ผ่านพ้นปัญหามาได้แล้ว พี่ก็หมดห่วง เลยไม่ได้ติดต่อไป แต่ว่าตอนนี้พวกเราก็มาอยู่ พร้อมหน้ากันแล้วนะ”
สุ่ยเหวินส่ายหัว คล้ายไม่พอใจคำตอบ ของเฉินคุน ได้แต่หันหลังให้แล้วเอ่ยว่า
“ ที่ผ่านมาพวกเราเฝ้ารอท่านพี่ ลูกเทียนต้องไปหาฟืน จากบนเขาเอาไปขายในเมืองอยู่หลายเดือน ข้าก็ถูกพิษไม่สบาย ลูกหลิงก็ยังเด็กไม่รู้เรื่อง รอคอยเศษเงินของที่เสี่ยวเทียนที่ขายฟืนได้ มาซื้ออาหารให้พวกเรากิน วันหนึ่งได้เพียงแค่ ซาลาเปาเพียงห้าลูก หลิงน้อยกินคนเดียว สามลูก เหลือเพืยงให้ลูกเทียนกับข้ากินเพียงคนละลูกเท่านั้น เรื่องราวเป็นเช่นนี้หลายเดือน จนราชสำนักหลง ส่งคนมาตามล่าพวกเรา จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน สุดท้ายได้ท่านเซียนมาช่วยเราสามคนแม่ลูกเอาไว้ ทำให้ข้ามาถึงที่บ้านท่านพ่อได้อย่างปลอดภัย วันนี้หากไม่ใช่ลูกเทียนพาข้ามา ข้าก็ไม่มีวันล่วงรู้ ว่าท่านมีความสุขกับครอบครัวใหม่ที่นี่”
สุ่ยเหวินเอ่ยอย่างช้าๆ น้ำตาก็ค่อยๆ รินไหลไม่หยุด
เฉินคุนเข้ามาโอบกอด สุ่ยเหวินจากทางด้านหลัง
“ พี่ขอโทษ ต่อไปพวกเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ไม่ ต้องแยกจากกันอีกแล้ว”
“ อย่าดีกว่า ข้าพาลูกหลิงมาหาพ่อของเขา เพราะหลิงน้อยคิดถึงท่านพี่มาก แต่หลังจากเห็นว่าท่านสบายดีแล้ว ข้าคงต้องกลับบ้านของข้า เรื่องราวที่ผ่านมาก็ให้มันเหมือนกับ เมฆหมอกที่ผ่านไปก็แล้วกัน” สุ่ยเหวินแกะมือที่โอบกอด แล้วเดินออกจากห้องโถงไปทันที
" สุ่ยเหวิน!"
“ เสี่ยวเทียน หลิงน้อย พวกเรากลับกันได้แล้ว” หลิงน้อยกำลังเล่นสนุกกับ อิ๋งอิ๋งแล้วไป๋น้อย หันไปมอง ท่านพ่อที่ทำหน้าซีด แล้วหันไปมองหน้าแม่ที่มีน้ำตา ก็เข้าไปกอดแม่สุ่ยเหวิน เสี่ยวเทียนไม่พูดอะไร พาท่านแม่กับน้องสาว กลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม โดยมีอิ๋งอิ๋ง วิ่งตามเข้าไปด้วยโดยทิ้งน้าจื่อเอียนไว้ข้างนอก
“ ท่านแม่ เรื่องท่านพ่อ ...” เสี่ยวเทียนจะช่วยพูด แต่แม่สุ่ยเหวินยกมือ ไม่ให้พูดอีกต่อไป พอแม่เข้ามาในมิติฟ้าคราม ก็แปลกใจกับบรรยากาศรอบ ๆ พอเห็นวาวา เสี่ยวเทียนเลยแนะนำให้รู้จัก
“ ท่านแม่” วาวา เอ่ยแล้ว คำนับแม่สุ่ยเหวิน
“ นี่คือวาวา ภรรยาของลูกเอง” เสี่ยวเทียนแนะนำ แม่สุ่ยเหวินอ้าปากค้าง
ไม่แค่นั้น เสี่ยวเทียนยังบอกอีกว่ามี เจินเจินเป็นภรรยาอีกคน ทำให้แม่ถึงกับอึ้งไป
สุดท้ายก็มีรอยยิ้มออกมาได้ วาวาพาท่านแม่ชมปราสาท แนะนำที่ต่างๆ ให้ท่านแม่อย่างสบายใจ ส่วนอิ๋งอิ๋ง กับ หลิงน้อยต่างก็สนุกกันไปใหญ่ เพราะมีไป๋น้อย และพี่อินทรี พาบินไปรอบ ๆ มิติฟ้าคราม
“ อาจารย์ทำยังไงละที่นี้ ดูท่านแม้ไม่ให้อภัย ท่านพ่อเลย”
“ ไม่ต้องกังวลไป แม่เจ้าตั้งใจทำโทษพ่อของเจ้าให้หลาบจำ มิเช่นนั้น จะมากับเจ้าที่นี่ทำไม ทั้งๆ ที่รู้ ว่าพ่อของเจ้ามีครอบครัวใหม่ไปแล้ว”
“ หมายความว่า ท่านแม่ให้อภัยท่านพ่อแล้วรึ?”
“ ก็จะให้แม่ของเจ้า ยกโทษให้ผู้ชายใจโลเลหลายใจ ไม่เด็ดขาดอย่างพ่อของเจ้า ทันทีได้อย่างไร เจ้านี่ดูแม่ของเจ้าไม่ออกเลยหรือไง”
“ นั่นซิ เป็นข้าไม่แต่งกับใครแน่ๆ ต้องขออนุญาตวาวา ก่อนอย่างแน่นอน”
“ นี่เจ้าคิดจะมีคนใหม่อีกหรือ?”
“ เปล่า ! แค่ยกตัวอย่างเท่านั้น” เสี่ยวเทียนพอเข้าใจท่านแม่แล้ว ก็คงต้องให้เวลาอีกหน่อp ท่านพ่อก็คงต้องได้รับบทเรียน จากท่านแม่บ้าง เสี่ยวเทียนเห็นรอยยิ้มของแม่ กับน้องๆ ก็สบายใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้มีความสุขก็พอ
ณ ดินแดนทวีปกลาง บ้านนายพลท็อด
“ ท่านนายพล เวลานี้ได้รับข่าวแน่นอนแล้วว่า เฉินเสี่ยวเทียน ได้รอดพ้นจากการประหารของ สหพันธรัฐ จากทวีปเหนือโดยที่มันทำลายศาลยุติธรรมฆ่าวุฒิสภาสูง ฆ่าผู้พิพากษา ทำร้ายท่านจ้าวสหพันธรัฐ แม่กระทั่งจ้าวอัศวินม่วง ยังถูกมันทำร้ายบาดเจ็บ เวลานี้ มันพักอยู่ ที่ทวีปแดนเหนือ เขตสิบ ท่านนายพลโปรดสั่งการ”
ผู้พันกระทิง ครั้งที่แล้วไม่ทันได้ลงมือ เสี่ยวเทียนก็จากไป แต่ก็ตามสืบข่าวมาเรื่อยๆ
“ นับว่ามันแน่มาก เจ้าอาจไม่ใช่คู่มือของมัน เวลานี้ วุฒิสภาสูง ของสหพันธรัฐของเรา ก็ถอนหมายจับ เฉินเสี่ยวเทียนจนหมดแล้ว ไม่มีใครกล้า กับมันสักคนพวกของ หน่วยรบ หมาป่าโลกันต์ ก็ถูก หัวหน้าฝ่ายมั่นคงทวีปกลาง กดดัน ต้องย้ายฐานไปอยู่ทวีปใต้ จนหมด เฮ้อ...แต่ข้าเห็นรูป ผู้หญิงคนนี้แล้ว อดที่จะทำใจถอยห่างไม่ได้จริงๆ สะกดรอยมันต่อไปหากมีข่าว แล้วค่อยมารายงานข้าต่อไป”
นายพลท็อด ถือรูปภาพของ วาวาอยู่ในมืออย่างทะนุถนอม และลุ่มหลง
“ ขอรับท่านนายพล” ผู้พันกระทิง รับคำแล้วรีบดำเนินการทันที
ค่ายทหารหน่วยรบหมาป่าโลกันต์ที่ ดินแดนทวีปใต้
“ ท่านนายพลฟ็อกซ์ขณะที่ กองกำลังรบหมาป่าของเรา ถูกกดดันให้ออกจากพื้นที่ ของทั้งสองทวีป จนต้องย้ายสำนักงานทั้งหมดกลับมาที่ ค่ายใหญ่ทวีปใต้ของเราจนหมด เรื่องนี้เป็นเพราะเฉินเสี่ยวเทียน แต่เพียงผู้เดียว มันสามารถกดดัน สองจ้าวสหพันธรัฐได้” ผู้พัน ฟิวส์เอ่ยขึ้นในที่ประชุม
“ ใช่แล้ว มันไม่ใช่แค่สังหารคนของเรา แล้วยังนำทรัพย์สินของเราที่มีทองคำ 20 ตัน
และ หินพลังงานอีก 40 ตันเอาไปด้วย” เสนาธิการ ของหน่วยรบหมาป่ายืนยัน
“ ฮึ่ม ! ฆ่าคนชิงทรัพย์ ของหน่วยรบ หมาป่าโลกันต์ เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร แค่เด็กสิบขวบนี่นะ?” นายพลฟ็อกซ์ เอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
“ ท่านนายพลวางใจ พวกเราหาวิธีแก้แค้นมันได้บ้างแล้ว บิดามันชื่อเฉินคุน เป็นเขยของตระกูลจวง มีเหมืองทองอยู่หลาย เหมือง แล้วที่สำคัญ ร้านตระกูลจวงที่นี่เป็นโรงหล่อเหรียญทองที่ใหญ่ที่สุด ในดินแดนทวีปใต้ของเรา พวกเราส่งคนไปจับตัวหัวหน้าและคนงานสำคัญของมันมาแล้วยึดทรัพย์มาเป็นของเรา เฉินเสี่ยวเทียนมันเป็นคนดีใจอ่อน มันต้องมาช่วยคนเหล่านี้อย่างแน่นอน” เสนาธิกา เอ่ยกลางที่ประชุม
“ ทางจ้าวสหพันธรัฐทวีปใต้ จะยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
“ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ทางเราจะมอบทองคำให้พวกเขาครึ่งหนึ่ง ทางวุฒิสภาสูงที่เป็นคนของเรา ต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”ผู้พันฟิวส์เสนอแนะ
“ ฝีมือของมันไม่ธรรมดามันสามารถสยบมา ผู้มีฝีมือจากสองทวีปจนราบคาบ แล้วพวกเราจะให้ใครไปรับมือกับมันดี” กรรมการผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความกังวล
“ ตำนานจ้าวอัศวินแดนใต้ ซ่งจือเต้า เจ้าสำนักแปดคาบสมุทรหนันไห่”
ผู้พันฟิวส์เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ แล้วเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าท่าน จ้าวอัศวินหยางจือเต้า จะช่วยพวกเราในครั้งนี้” นายพลฟ็อกซ์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ ผู้พิพากษาหยางเยี่ย เป็นเขยขวัญของ ท่านจ้าวอัศวินซ่งจือเต้า ที่ถูกเฉินเสี่ยวเทียนฆ่าตาย ซึ่งพอทราบก็ประกาศจะล้างแค้น เฉินเสี่ยวเทียนอยู่แล้ว” ผู้พันฟิวส์อธิบายย้ำอีกครั้ง
“ นอยจากนี้ เรายังป้อมปืนทะลุฟ้า หากว่ามันเข้ามาในเขตของเรา ต่อให้มันเป็นเซียนก็ยากที่จะรอดไปได้” เสนาธการเอ่ยอย่างมั่นใจ
ทั้งหมดก็เริ่มหัวเราะด้วยความยินดีขึ้นมาพร้อมกัน แล้วมอบให้ผู้พันฟิวส์ไปรีบติดต่อคนของ จ้าวสหพันธ์แดนใต้ แล้วเข้าทำการยึดทรัพย์ของ ตระกูลจวงทั้งหมดทันที
ดินแดนทวีปเหนือ หอนภาสันติ
ภายในห้องนอนห้องหนึ่ง มีเตียงนอนอยู่สองเตียง มีคนเจ็บอยู่สองคน คือ จ้าอัศวินอ้าวเกิง กับ ศิษย์ ไจ้อู่ นอนสภาพหยอดน้ำข้าวต้ม มีผ้าพันตัว เพื่อเชื่อมกระดูกให้เข้าที่ เพราะ ทั้งสองคนถูกอัดจนกระดูกแตกร้าวไปทั่วร่าง
ด้านข้างเตียง มีชายผู้หนึ่งผมสีเงินเทา ยืนมองทั้งสองอย่างสงบ เริ่มเอ่ยคำพูดว่า
“ นึกไม่ถึง ว่าศิษย์น้องฝีมือขนาดนี้ ยังถูกเด็กวัย สิบขวบทำร้ายจนบาดเจ็บได้ขนาดนี้ ข้าชักอยากทดสอบฝีมือกันมันเช่นกัน”
“ เรียนท่านเจ้าสำนัก ข้าสัมผัสพลังของมันแล้ว ไม่เหมือนกับพลังของชนชั้นชาวโลกของเรา แล้วก็ไม่น่าใช่พลังของเด็กน้อยนั่นด้วย ข้าเห็นร่างที่มีพลังล้ำลึกดั่งมหาสมุทร อยู่ในตัวมันอีกร่าง ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ แน่ แค่มันแผ่พลังออกมาข้าก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจ แล้ว ข้าคิดว่า มันใช้พลังต่อสู้กับข้าไม่ถึง 20 % ด้วยซ้ำ หากมันเอาจริง ร่างของข้าคงแหลกรานเป็นฝุ่นไปแล้ว” จ้าวอัศวินอ้าวเกิงเอ่ยเสียงที่อ่อนแรงออกมา
“ ในโลกนี้ข้าจะหาคู่ต่อสู้แบบนี้ ได้ที่ไหนอีก ถึงแม้แพ้พ่าย ข้าก็ยินดี ในบรรดาจ้าวอัศวินที่ยิ่งใหญ่ ทั้งสามทวีป ที่ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง คือ จ้าวอัศวินต้วนเฉิง ฉายาฝ่ามือเซียนเร้นลับ น่าเสียดายมัวแต่เก็บตัวข้าขอชี้แนะ เขาไม่เคยสนใจ ส่วนอันดับ สอง จ้าวอัศวิน ซ่งจือเต้า ฉายาเจ้ามังกรหนันไห่ แม้ไม่เคยพบ แต่ก็ยังไม่ทำให้ข้าอยากปะมือด้วย แต่คนที่เอาชนะท่าน ด้วย พลังฝ่ามือที่น่ากลัวปานเทพเจ้า กลับทำให้ ใจข้าตื่นเต้นสุดที่จะระงับ อยากปะมือด้วยสักครั้งก่อนตาย ” เจ้าสำนักหอนภาสันติ มีนามว่า หลิวเวิน ฉายาแปดฝ่ามือบรรจบฟ้ากล่าวความรู้สึกออกมา
“ฝ่ามือสุดท้ายของมัน นอกจากเปี่ยมล้นไปด้วยพลังฟ้าดินแล้ว เหมือนมันดึงพลังจากจักรวาล เข้ามาสู่ตัวของมันได้อีก ! ข้าไม่อยากคิดเลย ว่าถ้าข้าโดนเข้าเต็ม ๆจะเกิดอะไรขึ้น”
จ้าวอัศวินหลิวเวิน ฟังแล้วเลือดลมในกายพลุ่งพล่านหนักขึ้นกว่าเดิม อยากทดสอบว่าฝ่ามือสยบฟ้าพิชิตจักรวาล กับ พลังแปดฝ่ามือบรรจบฟ้า ที่ปรมาจารย์ของเขาได้บัญญัติขึ้นมานั้น ใครจะเหนือล้ำกว่ากัน !.....