ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 69 : อสรพิษมังกร

    “ โอ้ มายก็อด “ เหล่าจอมยุทธร้องตะโกนลั่นเมื่อหมียักษ์ตัวระเบิดเพราะหมัดของชายหนุ่ม

     

    พวกเขาต่างไม่อย่างจะเชื่อในภาพที่เห็น ชายหนุ่มเลเวลเพียงเก้าสิบเจ็ดแต่กลับสามารถล้มหมียักษ์เลเวลสิบห้าได้

     

    “ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว “

     

    “ ข้าไม่เชื่อ หัวเด็ดตีนขาดข้าก็ไม่เชื่อ “

     

    เหล่าจอมยุทมองยังชายหนุ่มชายหนุ่มที่กำการแล่เนื้อหมีหลังขาวแล้วทำการขจัดปราณอสูรออก พวกเขายิ่งแปลกใจเมื่อชายหนุ่มใช้เพลิงสีฟ้าแผดเผาเนื้อหมี

     

    กลิ่นหอมย่างเนื้อหมีล่องลอยคละคลุ้งทั่วอาณา ทำเอาเหล่าจอมยุทธกลืนน้ำลายลงคอ

     

    พวกเขาพลันปากอ้าค้างมองยังชายหนุ่มเคี้ยวเนื้อหมีย่างอย่างเอร็ดอร่อย

     

    “ ไม่ถึงระดับสิบเอ็ด “ เขาพึมพำ

     

    “ นี่มั่นอะไรทำไมถึงได้เรียกฐานพลังผิดเพี้ยนไปหมด “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ อสูรระดับสิบห้ากลับเป็นเพียงอสูรระดับสิบสูงสุด “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ไว้พบเจอผู้รู้แล้วค่อยถามไถ่ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    เขาวาดมือโยนเนื้อหมีย่างไปยังป้อมยาม “ กินมันเสีย เผื่อพวกเจ้าจะอัพเลเวลได้ “

     

    ชายหนุ่มไม่ได้สนใจที่จะลาดตระเวนรอบกำแพงแล้วเขากระโจนร่างเข้าไปในผืนป่าอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อยามโพล้เพล้ ชายหนุ่มลากร่างของอสรพิษมังกรขนาดใหญ่ยักษ์แลยาวเฟื้อยออกจากป่า ผู้คนมากมายที่พบเห็นต่างกรีดร้องออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    เพราะอสรพิษยักษ์ตัวนี้นั้นมันสังหารผู้คนไปมากมาย มันกลืนกินผู้คนไปจนนับมิถ้วน แต่เวลานี้หัวของมันถูกชายหนุ่มผ่าออกเป็นสอง

     

    พวกเขาถึงกับขนลุกขนพองมองยังเกล็ดที่เงาวับยามต้องแสง

     

    ชายหนุ่มลงมือชำแหละร่างยักษ์ของมันอย่างเชี่ยวชาญทำเอาผู้คนมากมายต่างมองอย่างฉงน

     

    “ ข้าฝึกแบบนี้ ข้าฝึกล่าอสูรมันทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น ทั้งข้าก็ไม่ต้องสวมเกราะที่หนักอึ้ง “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ซามานพยักหน้าช้าๆ

     

    หลังจากที่ปราบทำการชำแหละเนื้อของอสรพิษมังกรแล้วเสร็จ เขาได้ทำการขจัดปรานอสูรออกจนสิ้น

     

    “ เนื้อของมันเป็นสีขาวรึ “ ซามานเอ่ย

     

    “ ใช่ นี่คือเนื้อที่แท้จริงของมัน ที่พวกเราเห็นว่าเนื้อของมันเป็นสีดำนั่นก็เพราะว่ามันมีปราณอสูรอยู่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อืม “ พอลพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายหนุ่มเริ่มทำการย่างเนื้ออสรพิษมังกรอย่างเร็วไว

     

    เมื่อแล้วเสร็จเขาได้ทำการแจกจ่ายให้กับทุกคน

     

    เหล่าจอมยุทธทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าลึกแล้วมองยังเนื้ออสรพิษมังกรย่างในมือ

     

    “ ในเนื้อของมันมีโลหิตของมังกรไหลเวียนอยู่ หากพวกเจ้าอยากก้าวหน้าจงกินเสีย “ ปราบเอ่ย

     

    “ โลหิตมังกร “ ซามานเอ่ย

     

    “ ไอ้นี่มันมิใช่งูรึ “ ซามานเอ่ยถาม

     

    “ มันคืออสรพิษมังกรที่บรรพชนของมันได้ดื่มกินโลหิตมังกรแล้วกลายร่างเป็นมังกร แล้วถ่ายทอดพลังมังกรส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ อสรพิษพวกนี้ตัวใดที่ได้รับพลังทางสายโลหิตมากมันก็จะกลายเป็นอสรพิษมังกรเช่นตัวนี้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ หัวหน้าลองดูที่หัวของมัน “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    ซามานพยักหน้าแล้วเดินไปที่หัวของอสรพิษมังกร เขาพบว่ามันมีเขาหนึ่งคู่แลเขานั้นแตกแขนงคล้ายกับเขาของมังกร แลหน้าตาของมันก็ไม่เหมือนอสรพิษแต่ออกไปทางมังกรเสียมากกว่า

     

    “ อย่างที่เอ็งว่า “ ซามานเอ่ย

     

    “ ข้าต้องกินรึ “ ซามานเอ่ย

     

    “ ลองดู “ ปราบเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ซามานถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ อ้ำ “ เขายัดเนื้ออสรพิษมังกรย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเร็วแล้วกลืนอย่างเร็ว

     

    ราวสามลมหายใจ

     

    “ ครืนน “ พลังปราณของเขาพลันเดือดดาลปั่นป่วน

     

    “ อือ “ ผิวกายสีขาวของเขาพลันแดงก่ำ

     

    “ อ้ากก “ ซามารกรีดร้องออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ ตูมม “ เลเวลอัพ

     

    “ อืม “ ซามานมองยังชายหนุ่มแล้วฉีกยิ้มกว้าง

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ เขาระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ ของใจ ขอบใจ “ ซามานเอ่ย

     

    “ หากข้ากินมันทุกวันจะเป็นยังไง “ เขาเอ่ยถาม

     

    “ ของแบบนี้มันจะให้ผลดีที่สุดเฉพาะครั้งแรก ครั้งสองและต่อไปนั้นก็แค่เพียงเพิ่มปราณมานิดหน่อย “ ปราบเอ่ย

     

    “ แต่หากเรากินมันในระดับที่สูงกว่า มันก็จะเป็นการอัพเลเวล “ ปราบเอ่ย

     

    “ หากจะอัพเลเวลก็ต้องกินเนื้อของอสรพิษมังกรในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ “ พอลเอ่ย

     

    “ ถูกต้อง “ ปราบพยักหน้า

     

    “ หากเรากินตัวเดิมก็ได้เพียงการสะสมพลัง “ พอลเอ่ย

     

    “ ถูกต้อง “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เข่นนี้ก็ดีเพราะจะได้ประหยัดทรัพยากรในการฝึกฝน “ ซามานเอ่ย

     

    “ ใช่แล้ว “ ปราบเอ่ย

     

    “ ข้าทำการขจัดปราณอสูรออกหมดแล้ว พวกเจ้าก็แบ่งปันให้เท่ากัน “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วไปยังห้องของเขา

     

    ชายหนุ่มมายังส่วนฝึกฝนในห้อง แล้วเรียกโลหิตต้นกำเนิดของมันออกมา

     

    “ เก็บไว้ข้ามพันธนการ “ เขาเอ่ย

     

    ปราบกลืนกินเนื้อของอสรพิษย่างเข้าไปหลายชั่งจนท้องของเขาพองโต

     

    ราวหนึ่งชั่วโมงที่เนื้อของอสรพิษมังกรถูกย่อยหมดสิ้น

     

    “ ตูมม “ ปราณพลังของเขาระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    หลังจากที่ปรับสมดุลร่างกายแล้วเสร็จ ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น

     

    “ ระดับแปดแล้ว “ เขาพึมพำ

     

    “ ยอดเยี่ยม “ เขาพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายหนุ่มเรียกแผ่นบันทึกออกมาแล้วเปิดดู

     

    เขานั่งน้ำตาไหลอาบสองแก้มเพราะเขายังห่วงครอบครัวของเขา เขาจากมาโดยที่ไม่ได้บอกลา ทั้งยังไมได้ทิ้งสิ่งใดไว้ให้

     

    ชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นแล้วพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ฟู่ว “ เขาเป่าปากออกอย่างแรงก่อนที่จะเก็บมันลงไป

     

    ชายหนุ่มมายังห้องน้ำแล้วทำการชำระกายา

     

    เขาเดินออกจากห้องแล้วมองยังเหล่าจอมยุทธที่กำลังเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน

     

    ซามานเดินมาพร้อมกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลแดงที่งดงาม

     

    ชายหนุ่มมองยังหญิงสาวแล้วยิ้มออก ใบหน้าของนางเหมือนกับชาวยุโรปสีผิวก็ใช่ ทั้งผมสีน้ำตาลแดงนั่นอีก

     

    “ ปราบนี่ เซเลีย “ ซามานเอ่ย

     

    “ สวัสดีเซเลีย “ ปราบเอ่ย

     

    “ สวัสดีปราบ “ นางเอ่ยแล้วยื่นมือออกมา

     

    ปราบยิ้มออกแล้วยื่นมือเข้าจับมือของนาง

     

    “ หือ “ คิ้วของเขาพลันขมวดเข้า

     

    “ ฮิ ฮิ “ นางหัวเราะอย่างพึงพอใจเมื่อนางสามารถแทรกแซงจิตใจของเขาได้

     

    “ กล้าลองดีกับข้ารึ “ ปราบร้องลั่นในใจแล้วปลดปล่อยเจตจำนงแห่งรักของเขาออก

     

    “ อือ “ เซเลียพลันสะท้านทั่วกายา

     

    นางพยายามสะบัดมือของนางออกแต่กลับไม่เป็นผลเพราะชายหนุ่มนั้นจับไว้แน่น

     

    ชายหนุ่มมองยังทรวงอกของนางที่ยกกระเพื่อมอย่างแรงแล้วก็ให้สงสารเขาปล่อยมือของเขาออก

     

    นางเม้มปากแน่นแล้ววิ่งหนีเขาไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ เอ็งทำสิ่งใดนาง “ ซามานเอ่ยถาม

     

    “ นางกล้าลองดีกับผม ผมก็ต้องทำให้นางรู้ว่ามิใช่ใครก็ได้ที่นางคิดจะลองดี “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เซเลียเป็นจอมยุทธที่แทรกแซงทางจิตใจที่เก่งกาจแลหาตัวจับได้ยาก แต่เอ็งกลับสามารถกำราบนางได้ “ ซามานเอ่ย

     

    “ เจ้าทำข้าทึ่งหลายครั้งแล้ว “ ซามานเอ่ย

     

    “ หัวหน้าประเดี๋ยวอยู่กันไปนานๆสิ่งที่ข้าทำท่านก็จะแค่พูดว่า อีกแล้วรึ “ ปราบเอ่ย

     

    “ หึ หึ “ ซามานหัวเราะออก

     

    กลางดึกของคืนนั้น

     

    เซเลียที่นอนดิ้นบนเตียงไปมา เพราะว่านางนั้นหลับตาลงคราใดก็พบเจอแต่ภาพของเขากับนางที่กำลังร่วมรักอย่างเร่าร้อน