ตอนที่ 3.1
คนป่วย
โอกกกก อากกกก
“ไหวหรือเปล่าคะนายหญิง ให้คนพาไปโรงพยาบาลดีมั้ยคะ”
“ไหว...ไม่ต้อง อุ๊บ!”
โอกกกก อากกกก
ยังไม่ทันจะพูดเลยว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาล ข้าวต้มกุ้งเมื่อเช้าก็พากันแหวกว่ายออกมาจากท้อง เพียงฝันปล่อยให้อ้วกออกมาจนหมดแล้วจึงค่อยทิ้งตัวลงนั่งข้างชักโครก มีหนูนาคอยจ่อยาดมให้ที่จมูก นายหญิงของพิภักดิ์ดาศรเกือบหมดแรงคาห้องน้ำเสียแล้ว
สงสัยจะเป็เพราะตกน้ำเมื่อคืน เธอเลยรู้สึกปวดหัว วิงเวียนและอาเจียน ร่างกายของเพลงขวัญดูไม่ค่อยแข็งแรง ตัวบางแทบจะปลิวได้อยู่แล้ว
ก๊อก ๆ ๆ
หนูนาได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้องนอนของนายหญิง เธอเลยยื่นยาดมให้เพลงขวัญถือแล้วออกไปดูว่าใครเคาะเรียก
“คุณวิ มาหานายหญิงเหรอคะ” เพราะไม่ได้ปิดประตูห้องน้ำ เพียงฝันจึงได้ยินเสียงหนูนาพูดกับคนหน้าห้อง
คุณวิ ศวิตา พี่สาวคนโต เมื่อตอนอาหารเช้าก็เพิ่งเจอกันแล้วสาวเ้าจะมาหาเธอทำไม?
“ใช่จ้ะ เพลงอยู่มั้ย ฉันมีเื่ด่วนจะบอกนายของเธอ”
“มีอะไรเหรอคะพี่วิ”
ด้วยน้ำเสียงกังวลของคนหน้าห้อง เพียงฝันจึงฝืนพยุงลุกขึ้นแล้วพาร่างบอบบางของเพลงขวัญเดินออกไปหาพี่สะใภ้
“เื่ศรัณย์น่ะ ทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้ เรารีบไปเยี่ยมศรัณย์ที่โรงพยาบาลกันเถอะ พี่ให้คนเตรียมรถไว้แล้ว”
“แล้วเขาเป็อะไรมากมั้ยคะ”
“เห็นว่ายังไม่ได้สติเลยนะ เรารีบไปกันเถอะ”
ศวิตาเป็ห่วงน้องชายมากจึงไม่รอให้น้องสะใภ้ตอบรับ ถือวิสาสะจูงมือร่างบอบบางเดินออกมาจากคฤหาสน์พิภักดิ์ดาศร มุ่งตรงไปยังรถตู้คันใหญ่ที่คนขับรถจอดรออยู่ เธอดุนหลังให้น้องขึ้นไปนั่งก่อนแล้วจึงค่อยตามไป เพียงฝันเห็นว่ามีน้องสะใภ้ที่ชื่อวดีนั่งอยู่ด้านหลังจึงยิ้มทักทาย แต่เธอคนนั้นกลับเมินไปเสียเฉย ๆ
โอเค อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเพลงขวัญไม่สนิทกับน้องสะใภ้
“เราคงต้องไปกันสามคนก่อน คนที่เหลือติดประชุมที่บริษัทก็เลยจะตามไปหลังจากจบประชุม” ศวิตาอธิบายถึงเหตุผลที่บรรดาน้องชายของศรัณย์และแม่เลี้ยงไม่ปรากฏตัวบนรถคันนี้
อันที่จริงฝ่ายแม่เลี้ยงนั้นติดไปเที่ยวกับเพื่อนไฮโซจึงไม่ได้ไปด้วย ศวิตาละเว้นเื่นี้ไปเพื่อไม่ให้น้องสะใภ้คนโตขุ่นเคืองใจ
หลังจากทุกคนนั่งประจำที่แล้วรถของบ้านพิภักดิ์ดาศรก็เคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์นับจากนั้น ระหว่างทางเพียงฝันััได้ถึงความกังวลใจของผู้เป็พี่สาว คนนี้นับว่าไม่แปลกเพราะเขาเป็พี่น้องกัน แต่หญิงสาวข้างหลังเธอเนี่ยสิที่แปลก ประภาวดีดูกังวลและร้อนรนอยากไปให้ถึงโรงพยาบาลมากกว่าศวิตาเสียอีก ส่วนเพียงฝันที่มีสถานะเป็ภรรยาก็ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ ขอเก็บข้อมูลให้แน่ใจกว่านี้อีกสักหน่อย
ไม่นานคนทั้งสามก็มาถึงโรงพยาบาลที่ศรัณย์รักษาตัว คนขับรถที่พ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดของศวิตาเดินนำเ้านายทั้งสามไปยังห้องพักของนายใหญ่ หน้าห้องมีชายร่างสูงกำยำใส่สูทสีดำยืนอยู่ถึงห้าคน พวกเขาโค้งคำนับแก่นายสาวทั้งสาม ก่อนจะมีคนหนึ่งที่ตัวสูงสุดเปิดประตูให้พวกเธอเข้าไปในห้อง
ภายในห้องอันกว้างขวางราวกับโรงแรมห้าดาวมากกว่าโรงพยาบาล ณ เตียงคนไข้ มีร่างไร้สติของอารัณย์หรือศรัณย์ในโลกนี้นอนหลับอยู่ แต่แม้จะอยู่ในชุดคนไข้และสภาพเต็มไปด้วยาแก็ยังคงดูน่าเกรงขาม มากล้นไปด้วยออร่าของชายมากเสน่ห์
จึก จึก
เพียงฝันแอบจิ้มแขนคนกล้ามใหญ่ที่นอนอยู่ เขาไม่มีการตอบสนองใด ๆ กลับมา
หลับนิ่งแบบนี้จะตายมั้ยนะ? เธอยังไม่ทันจับเขาเข้าคุกเลย มาชิงตุยก่อนไม่ได้เด้อ!
“อาการหนักมั้ยคณิน”
ไม่ใช่ศวิตาที่เอ่ยปากถาม แต่เป็ประภาวดีที่ชิงถามบอดี้การ์ดตัวสูงเป็คนแรก คณินหันมองนายใหญ่บนเตียงเล็กน้อยก่อนจะตอบน้องสะใภ้ของเ้านาย
“นายใหญ่เพิ่งได้รับการผ่าตัดไปเมื่อเช้านี้ครับ แต่หมอแจ้งว่าผลผ่าตัดค่อนข้างน่าเป็ห่วง เนื่องจากอุบัติเหตุทำให้กระทบกระเทือนถึงสมอง อาจต้องนอนไม่ได้สติหลายสัปดาห์”
“ถ้างั้นก็หนักน่ะสิ แล้วไปทำยังไงให้เกิดอุบัติเหตุล่ะ” ศวิตาถาม
“ไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกครับ ความจริงรถที่นายใหญ่ขับมีะเิอยู่ นายรู้ตัวก่อนจึงรีบะโออกจากรถ แต่ศีรษะดันล้มลงไปฟาดกับก้อนหินอย่างแรงครับ”
รถะเิเหรอ? เหมือนที่เธอกับเขาเจอมาเลย ต่างกันที่โลกนี้เขาอยู่ในรถคันนั้นเพียงคนเดียว
“ตายจริง! ถ้างั้นก็โดนรอบฆ่าน่ะสิ แล้วหาคนทำได้หรือยัง”
“ยังครับ ผมคาดว่านายอาจจะอยากให้ปิดเื่นี้เป็ความลับ เพราะมันจะส่งผลต่อบริษัท”
“ดีแล้วล่ะ ฉันก็คิดว่าคุณชัสกับตากรก็คงเห็นด้วยที่ปิดเื่นี้ไว้ งั้นคืนนี้ฉันจะอยู่เฝ้าน้องแล้วกัน พวกนายผลัดเวรกันไปพักบ้างนะ คงไม่ได้นอนกันั้แ่เมื่อคืนล่ะสิ”
ศวิตาเห็นความเหนื่อยล้าแผ่ออกมากเล็กน้อยจากบรรดาบอดี้การ์ดของน้องชาย
“พี่วิต้องดูแลคุณชัสไม่ใช่เหรอคะ จะมาค้างโรงพยาบาลก็คงไม่สะดวก” วดีแย้ง
“เออ...นั่นสิ”
“งั้นวดีอยู่เฝ้าแทนดีกว่าค่ะ” น้องสะใภ้อาสา มือบางเอื้อมไปกุมมือคนไม่ได้สติอย่างอ่อนโยน
ดูสายตานั่นสิ! สรุปศรัณย์เป็ผัวเพลงขวัญหรือผัวคุณน้องสะใภ้กันแน่
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมไม่ดังไม่เบา ดังมาจากหน้าประตู
คุณนายทั้งสามหันไปดูจึงได้เห็นบรรดาสามีของตัวเองและศราวินเพิ่งเข้ามา เ้าของเสียงปรายตาไปทางมือของเมียที่กำลังจับมือคนเจ็บด้วยท่าทีเฉยชา แต่แฝงความเยือกเย็น สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ทุกคนภายในห้อง สาวเ้าจึงค่อย ๆ ดึงมือตัวเองกลับมาไว้ข้างลำตัว
“สงสัยใครมั้ย ใช่พวกตระกูลอัครภานนท์หรือเปล่า” เตชัสถามทำลายความเงียบ
ตระกูลอัครภานนท์ หากเหมือนกับโลกที่เธอจากมา ตระกูลนี้เป็ตระกูลขุนนางเก่า มีธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มมึนเมาเช่นเดียวกับพิภักดิ์ดาศร จะเรียกว่าเป็คู่แข่งกันก็ว่าได้
“เอ่อ...” คณินอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด แถมยังแอบมองมาทางเธอเล็กน้อย เป็น้องรองคนหน้านิ่งอย่างศศิกรเสียเองที่แสดงความคิดเห็น
“ตระกูลเรากับตระกูลนั้นแต่งงานเกี่ยวดองกันไปแล้ว ฝั่งนั้นคงไม่หาเื่เข้าตัวหรอกมั้ง คนของตัวเองก็เป็ถึงสะใภ้ใหญ่”
สะใภ้ใหญ่? เธอเหรอ? คงใช่ล่ะเพราะคนพูดและคนอื่น ๆ ชำเลืองมาทางเธอ
โอ้โห เพลงขวัญก็ไม่ธรรมดา เป็ถึงอัครภานนท์ นี่มันโรมิโอกับจูเลียตชัด ๆ
“ช่างเื่นั้นมันก่อนเถอะ รอให้ศรัณย์ฟื้นมาก่อนยังไม่สาย พี่ว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะเป็ข่าวใหญ่โต”
นักข่าวสมัยนี้ก็หูตาว่องไว อีกอย่างถ้าคนร้ายตั้งใจทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง คงไม่พลาดข่าวการาเ็ของประธานใหญ่เป็แน่ ประโยคต่อมาศวิตาหันไปพูดกับประภาวดี “พี่ฝากวดีดูแลศรัณย์ด้วยนะ”
“ได้ค่ะพี่...”
“วดีต้องกลับบ้าน” คนเป็เมียยังพูดไม่ทันจบ ฝั่งผัวก็พูดเสียงเย็น ไม่แม้แต่ปรายตามองเมียตัวเอง คำพูดของเขาถือเป็สิ่งเด็ดขาด
“วดีจะอยู่ดูแลศรัณย์” สาวเ้าไม่ยอม ดึงดันจะดูแลพี่เขย
“ให้เมียเขาเป็คนดูแล”
“...”
“คุณ...ไม่ใช่”
พูดจบก็เดินจากไป ไม่สนใจหญิงสาวที่แอบยืนกำมือแน่น ประภาวดีทั้งเสียใจที่ไม่ได้ดูแลศรัณย์และเสียหน้าที่ถูกชายคนนั้นหักหน้าอย่างไม่เหลือชิ้นดี เป็ศวิตาที่จูงมือน้องสะใภ้รองพากันกลับบ้าน ไม่ลืมที่จะหันมาหาสะใภ้ใหญ่อย่างเพลงขวัญ
“พี่ฝากศรัณย์ด้วยนะ เดี๋ยวจะให้คนที่บ้านใหญ่จัดของใช้ที่จำเป็มาให้”
“เอ่อ...” สุดท้ายหวยก็มาตกที่เพลงขวัญ ซึ่งเธอไม่อยากอยู่ดูแลเขาเท่าไหร่ ยังไม่สนิทใจจะมองเขาเป็สามีเพราะเพิ่งจะยิงปืนไล่จับกันมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเอง
“ไม่รบกวนดีกว่าครับ พวกผมจัดเวรกันดูแลนายใหญ่ได้ครับ” คณินเห็นสีหน้าลำบากใจของนายหญิงจึงเอ่ย เขาพอรู้ว่าความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยาไม่ค่อยลงรอยกัน
“เอางั้นก็ได้ ฝากด้วยนะ” ศวิตาไม่แย้งอะไร เพลงขวัญจึงเดินตามทุกคนกลับไปขึ้นรถ ในใจก็แอบยิ้มย่องที่ไม่ต้องมาดูแลคนป่วย
คณินเดินนำไปส่งครอบครัวเ้านายหน้าห้อง เขาสั่งให้สารัชกับดิตถ์บอดี้การ์ดหน้าห้องลงไปส่งทุกคนให้ถึงรถ ส่วนตนเองพยักหน้าเรียกให้ธรณ์เข้ามาในห้องด้วยกัน ปล่อยให้อีกหนึ่งคนเฝ้าหน้าห้อง โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่เหลืออยู่นั้นกำลังถูกข้าศึกโจมตี เด่นภูมิปวดถ่ายหนักจนขนรุกเกลียว
“เอาว่ะ...ไปขี้แปปเดียว คงไม่มีใครรู้”
ด้วยไม่อาจทนไหวแล้ว สุดท้ายบอดี้การ์ดน้องเล็กจึงแอบวิ่งไปเข้าห้องน้ำในตึก หวังว่าจะมาทันก่อนที่คณินกับธรณ์จะรู้ว่าไม่มีคนเฝ้าหน้าห้องนาย
ในขณะเดียวกัน ระหว่างเพียงฝันเดินกลับไปที่รถ เธอก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมกระเป๋าถือไว้ในห้องคนป่วย หญิงสาวจึงตั้งใจจะเดินกลับไปทางเดิม
“ไปไหนเหรอเพลง” วิเห็นเข้าจึงถามน้อง
“เพลงเพิ่งนึกได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ที่ห้องค่ะ เดี๋ยวเพลงขอกลับไปเอาแปปนึง”
“ให้พี่ไปเป็เพื่อนมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะ เพลงไปได้ พี่วิกับคุณวดีไปกันก่อนเลย เดี๋ยวเพลงตามไปค่ะ” พูดจบก็รีบเร่งเท้าเดินกลับขึ้นไปยังลิฟต์
เสียดายที่เธอไปไม่ทันจึงต่อรอลิฟต์รอบต่อไป ไม่นานเกินห้านาทีถึงได้ขึ้นไปยังชั้นสิบสองที่เป็ชั้นของผู้ป่วยระดับวีไอพี หญิงสาวจำได้ว่าห้องของศรัณย์อยู่ในสุด แต่พอไม่เห็นชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่สักคนก็เกิดอาการลังเล หรือเธอมาผิดชั้น? คิดดังนั้นจึงขอแอบแง้มประตูดูก่อนเสียหน่อย
“กลับกันหมดแล้วครับนาย”
หือ? เธอได้ยินเสียคณินคุยกับใครสักคนแว่วมา เมื่อแน่ใจว่ามาถูกห้องจึงเดินเข้าไปด้านใน และดันบังเอิญได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคนที่นอนอยู่ ณ ตำแหน่งเตียงคนไข้
นิ้วของคนอาการโคม่าเริ่มขยับทีละนิ้ว ก่อนแพขนตาหนาจะเปิดขึ้นให้เห็นดวงตาคมกริบ ร่างที่เต็มไปด้วยาแลุกขึ้นนั่งบิดี้เี ราวกับไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน
“อ้าวเฮ้ย! ฟื้นมาได้ไง” เพียงฝันอุทานอย่างใ ชี้มือไปยังคนป่วย
ไหนว่าอุบัติเหตุกระทบกระเทือนถึงสมอง ไหนว่าอาการหนักจนต้องผ่าตัดและไม่ได้สติอีกนาน แล้วไอ้ผู้ชายที่มันนั่งบิดี้เีอยู่นั่นคือใคร!!
ชายหนุ่มทั้งสามหันไปยังแขกไม่ได้รับเชิญ เป็เด่นภูมิที่กลับมาถึงพอดีรีบวิ่งเข้าไปตะครุบร่างนายหญิงแล้วปิดปากเธอเสียจนสนิท
“อื้อ...อื้อ!!” เพียงฝันโวยวายกับภาพที่เห็น
ว่าแล้วเชียว ไอ้พ่อค้ายานรกนั่นมันเป็จอมหลอกลวง!!
............................................................
ป่วยการเมืองค่าาา ว่าแต่ทำไมต้องหลอกว่าป่วยด้วยนะ? แล้วคุณน้องสะใภ้นี่ยังไง อยากดูแลพี่เขยจนไม่รู้เลยว่าคุณสาคนหน้านิ่งไม่พอใจ