หนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn)

    ตอนที่ 38: ร่องรอยธุลีดิน และหินลับคมที่ยังต้องใช้

    ตอนที่ 38: ร่องรอยธุลีดิน และหินลับคมที่ยังต้องใช้

    ลานโล่งเล็กๆ ณ ชายขอบป่าเงียบสนิท (寂静森林 - Jìjìng Sēnlín) ยามบ่ายคล้อย แสงแดดอ่อนแรงทาบทาลงบนหยาดโลหิตที่เริ่มจับตัวเป็นลิ่ม กลิ่นคาวจางๆ ยังคงอวลอยู่ในอากาศ หากแต่ความตึงเครียดจากการต่อสู้เมื่อครู่ได้เริ่มสลายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดและซากของความขัดแย้ง เจี้ยนหลิน (剑林 - Jiàn Lín) ยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อกาฬยังคงชุ่มโชกอาภรณ์สีเทาหม่นที่ขาดวิ่นยิ่งกว่าเดิม บาดแผลตามร่างกายเริ่มส่งความเจ็บปวดระลอกใหม่เข้ามาทักทายเมื่ออะดรีนาลีนในกระแสเลือดลดระดับลง โดยเฉพาะบาดแผลที่สีข้างจากการถูกกระบี่ของสือจิ้ง (石劲 - Shí Jìn) แทงทะลวงนั้น แม้จะไม่ลึกถึงอวัยวะสำคัญ แต่ก็ทำให้เขาสูญเสียโลหิตไปไม่น้อย พลังปราณ (灵气 - Língqì) ในตันเถียน (丹田 - Dāntián) แทบจะว่างเปล่า การ "เข้าใจแจ้ง" (顿悟 - Dùnwù) ในเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" (流云剑法 - Liú Yún Jiàn Fǎ) อย่างฉับพลันนั้น แม้จะทำให้เขาสามารถพลิกสถานการณ์และเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูบสิ้นพลังงานทางกายและจิตใจไปอย่างมหาศาล เขามองไปยังร่างของสือจิ้งที่นอนกองอยู่กับพื้นดิน หายใจรวยริน ดวงตาที่เคยแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของ "ยันต์อสูรโลหิต" (血煞符 - Xuè Shà Fú) บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและสิ้นหวัง มันพยายามจะขยับตัว แต่ก็ทำได้เพียงกระตุกเล็กน้อย บาดแผลจากคมกระบี่ไม้ที่ "เข้าใจแจ้ง" ของเจี้ยนหลินนั้น แม้จะไม่ถึงชีวิต แต่ก็ตัดผ่านเส้นเอ็นสำคัญหลายจุด ทำให้มันสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง ส่วนลู่ฉุย (陆魁 - Lù Kuí) และหวังเปียว (王彪 - Wáng Biāo) ก็ยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ไม่ไกลนัก สภาพของพวกมันดูน่าสมเพชยิ่งนัก เจี้ยนหลินแค่นเสียงในลำคอเบาๆ 'สภาพเช่นนี้...จะเรียกว่า "เสือสิ้นลาย" ก็คงจะยังดูให้เกียรติเกินไปกระมัง' เขาก้มลงมองมือของตนเองที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย 'พลังที่แท้จริง...ดูเหมือนว่าข้าจะยังห่างไกลจากมันนัก แต่การสั่งสอนพวกที่ชอบ "อวดอ้าง" ว่าตนเองแข็งแกร่งเช่นนี้ ก็มิได้เลวร้ายเสียทีเดียว' เด็กหนุ่มค่อยๆ หลับตาลง พยายามจะสงบจิตใจที่ยังคงสับสนและอ่อนล้า เขาเริ่มโคจรพลังธาตุพฤกษา (草木之力 - Cǎomù zhī Lì) อันน้อยนิดที่เหลืออยู่ในร่างกายอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด เขามิได้คาดหวังว่ามันจะสามารถรักษาบาดแผลฉกรรจ์ได้ในทันที แต่พยายามจะ "ชี้นำ" พลังงานอันอ่อนโยนนั้นไปยังบริเวณบาดแผลที่สีข้างอย่างแผ่วเบา เขานึกถึง "หลักการ" แห่งการ "สมาน" และ "การฟื้นสภาพ" ที่เคย "สัมผัส" ผ่านจิตจากอักขระภาพในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱 - Tàigǔ Cǎomù Mì Pǔ) ไออุ่นบางเบาเริ่มแผ่ซ่านจากพลังนั้น มันค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในเนื้อหนังที่ฉีกขาด ช่วยบรรเทาความปวดแสบปวดร้อนลงได้บ้าง โลหิตที่เคยไหลซึมออกมาก็เริ่มจะหยุดไหลช้าๆ "ขาวน้อย" (小白 - Xiǎo Bái) ที่ซุกอยู่ในอกเสื้อของเขาก็ดูจะรับรู้ได้ถึงความอ่อนแอของเจ้านาย มันค่อยๆ เลื้อยออกมาจากสาบเสื้อ แสงสีขาวนวลจางๆ ยังคงแผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ ของมัน ไออุ่นนั้นช่วยให้เจี้ยนหลินรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าเรี่ยวแรงเริ่มจะกลับมาบ้างแล้ว เจี้ยนหลินก็ฝืนร่างกายที่ยังคงปวดร้าวให้ลุกขึ้นยืน เขารู้ดีว่ามิอาจอยู่ที่นี่ได้นาน กลิ่นคาวเลือดอาจจะดึงดูดอันตรายอื่นเข้ามาได้ทุกเมื่อ เขาเดินตรงไปยังร่างของสือจิ้งที่ยังคงนอนหายใจแผ่วๆ อยู่ ดวงตาของมันมองเจี้ยนหลินด้วยความแค้นระคนหวาดกลัว เจี้ยนหลินย่อตัวลงข้างๆ มัน ค้นหาร่างของมันอย่างไม่รีบร้อนนัก "อืม...ศิลาจิตวิญญาณไม่กี่ก้อน โอสถฟื้นฟูอีกสองสามเม็ด...พวกท่านนี่ช่าง 'เอื้อเฟื้อ' ต่อศิษย์น้องผู้ยากไร้เช่นข้าเสียจริง" เขาพึมพำเบาๆ ราวกับจะพูดกับตนเอง แต่ก็ดังพอให้สือจิ้งได้ยินทุกถ้อยคำ "โดยเฉพาะท่านศิษย์พี่สือ...การ 'ลงทุน' ด้วยยันต์อสูรโลหิตนั่น คงจะทำให้ท่านต้อง 'พักผ่อน' ไปอีกนานกระมัง" "เจ้า...เจ้า..." สือจิ้งพยายามจะเค้นเสียงออกมา แต่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงครืดคราดในลำคอ เจี้ยนหลินมิได้สนใจ เขารวบรวม "ของกำนัล" ทั้งหมดใส่ย่ามผ้าของตนเอง ก่อนจะเหลือบมองไปยังลู่ฉุยและหวังเปียวที่ยังคงนอนสลบอยู่ "สำหรับพวกท่านทั้งสอง...ก็นับว่าเป็น 'ประสบการณ์' ที่น่าจดจำกระมัง หวังว่าคงจะมิได้ฝันร้ายจนเกินไปนัก" เขายืนขึ้นเต็มความสูง มองดู "ผลงาน" ของตนเองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก การจะสังหารพวกมันในตอนนี้มิใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่...เขากลับเลือกที่จะไม่ทำ 'ธุลีดินเช่นข้า หากจะเปรอะเปื้อนโลหิต ก็ควรจะเป็นโลหิตที่มี "คุณค่า" มากกว่านี้สักหน่อยกระมัง' เขานึกในใจอย่างเย็นชา 'อีกอย่าง...การปล่อยให้พวกเจ้ากลับไปพร้อมกับ "ความทรงจำ" อันแสนประทับใจนี้ บางทีอาจจะมีประโยชน์มากกว่าการทำให้พวกเจ้ากลายเป็นเพียงซากศพไร้ชื่อในป่าแห่งนี้ก็ได้' ใช่แล้ว...พวกมันยังคงเป็น "หินลับคม" ที่ดีสำหรับเขาได้ในอนาคต และบางที...ความหวาดกลัวและความอัปยศของพวกมัน อาจจะเป็น "บทเรียน" ที่ดีสำหรับคนอื่นๆ ที่คิดจะมา "ลองของ" กับเขาอีกก็เป็นได้ เขาตัดสินใจที่จะลากร่างที่ยังคงสลบไสลของลู่ฉุยและหวังเปียวไปรวมกับสือจิ้งที่มุมหนึ่ง แล้วพยายามจะกลบร่องรอยการต่อสู้เท่าที่จะทำได้ด้วยกิ่งไม้และใบหญ้า แม้มิอาจจะลบเลือนได้ทั้งหมด แต่ก็ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้โจ่งแจ้ง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เจี้ยนหลินก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มิได้มุ่งหน้ากลับไปยังสำนักโดยตรง เขายังคงรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และต้องการเวลาในการพักฟื้นและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่านี้ เขาเลือกเส้นทางที่อ้อมเล็กน้อย เลียบไปตามแนวชายป่าที่เขาพอจะคุ้นเคย แต่ก็ยังคงความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ระหว่างทาง เขาพบ "หญ้าสมานแผลจันทร์เสี้ยว" (月痕愈草 - Yuè Hén Yù Cǎo) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ตำราบอกว่ามีสรรพคุณในการช่วยให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น เขาเก็บมันมาบดแล้วพอกลงบนบาดแผลที่สีข้าง แม้จะมิได้ช่วยลดความเจ็บปวดได้ในทันที แต่ก็ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง ขณะที่กำลังนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขาก็หยิบ "เมล็ดสีทอง" (金色的种子 - Jīnsè de Zhǒngzǐ) ที่ "ขาวน้อย" คายออกมาให้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง มันยังคงเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ และแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ 'สิ่งนี้...มันคืออะไรกันแน่? และข้าควรจะทำอย่างไรกับมันดี?' เขายังคงมิอาจหาคำตอบได้ แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่ามันจะต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เขานึกถึง "ความเข้าใจแจ้ง" ในเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ มันเป็นความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ราวกับว่าประตูบานใหม่ได้ถูกเปิดออก เขาลองหลับตาลง พยายามจะระลึกถึง "ความรู้สึก" นั้นอีกครั้ง ทบทวนทุกกระบวนท่า ทุกการเคลื่อนไหว ทุกจังหวะของการส่งพลัง เขาตระหนักได้ว่า "สัมผัสกระบี่" (剑之触 - Jiàn zhī Chù) ที่เขาค้นพบนั้น มันมิได้ตายตัว หากแต่สามารถ "พัฒนา" และ "หลอมรวม" เข้ากับการฝึกฝนและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้ 'พลังที่แท้จริง...มิได้มาจากการสะสมพลังปราณเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการ "เข้าใจ" และ "เป็นหนึ่งเดียว" กับวิถีที่ตนเองเลือกเดิน' เจี้ยนหลินครุ่นคิด แววตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่น แม้หนทางข้างหน้าจะยังคงมืดมนและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ "เมล็ดพันธุ์แห่งการเติบโต" ได้ถูกหว่านลงในจิตใจของเขาแล้ว และมันกำลังรอคอยวันที่เหมาะสมที่จะผลิบานขึ้นมาท้าทายทุกกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ เขามองไปยังทิศทางที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์อยู่ไกลลิบ แสงสุดท้ายของวันเริ่มจะลับขอบฟ้า การเดินทางของเขายังอีกยาวไกล และบททดสอบครั้งใหม่ก็อาจจะรอคอยอยู่เบื้องหน้าได้ทุกเมื่อ (จบตอน 38 )


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งพฤกษาหมื่นกระบี่ (一木化万剑 - Yī Mù Huà Wàn Jiàn) ที่คุณอ่าน