ทันทีที่คำพูดของเธอหลุดออกมา
โรซาเลียเริ่มรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในตัวเอง ยีนพันธุกรรมภายในร่างของเธอเริ่มเดือดดาล ราวกับกำลังตอบสนองต่ออะไรบางอย่าง ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เธอเริ่มเข้าใจว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เธอคาดไว้ในตอนแรก
“นี่มันเป็นไปได้ยังไง—?!!”
โรซาเลียพึมพำเบาๆ
ขณะที่สายตาของเธอจับจ้องไปยังทันย่า ตัวของเธอก็มั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าทันย่าคนนี้เกี่ยวข้องกับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอย่างเบฮีมอท
ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ ผู้สืบทอด หรืออะไรก็ตาม ยีนพันธุกรรมในตัวเธอไม่เคยตอบสนองแบบนี้มาก่อน ยกเว้นเมื่อเธอเข้าใกล้พลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะต้านทานได้
ทันย่าที่เงียบฟังการพูดของโรซาเลีย จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกลับและคาดเดาไม่ได้
เขาไม่จำเป็นต้องบอกความจริงในตอนนี้ แต่เขารู้ว่าโรซาเลียเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งในตัวเขา
“คุณก็สัมผัสได้สินะ...”
ทันย่าพูดขึ้นเบาๆ แต่เต็มไปด้วยคำนัยที่โรซาเลียจะต้องตีความเอง
“บางที... พวกเราก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก”
คำพูดที่คลุมเครือของทันย่า ทำให้หัวใจของโรซาเลียเต้นระรัวขึ้นทันที ราวกับทุกสิ่งที่เธอเคยสงสัยเริ่มก่อตัวชัดเจนมากขึ้น แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงความสงบนิ่ง แต่ภายในกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากสิ่งที่เธอสัมผัสได้จากทันย่า
ยิ่งเขาพูดเหมือนบอกใบ้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขา ความสงสัยของโรซาเลียก็ยิ่งลุกลาม
“พวกเราก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก...”
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในใจของเธอ ขณะที่ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เขา สัมผัสได้ถึงความลึกลับที่ยังคงไม่เปิดเผยทั้งหมด
“................”
หลี่จิ้งที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็มองดูทั้งสองด้วยความสงสัยเช่นกัน เขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในห้องนี้ แม้เขาจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ใดๆ อาจเป็นเพราะความเคารพที่เขามีต่อตำแหน่งของทันย่าและโรซาเลีย
ในตอนนั้นทันย่าเหลือบมองหลี่จิ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนละ”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ยังคลุมเครือ เขาหันไปทางโรซาเลีย ซึ่งยังคงจ้องมองมายังเขา
“ไว้ฉันจะพบคุณอีกครั้ง... ”
“ดูเหมือนพวกเราคงต้องคุยกันอีกยาว”
โรซาเลียได้ยินแบบนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเธอซับซ้อนมากเกินกว่าจะเข้าใจได้ทันที
“เข้าใจแล้ว เราจะรอคุณอย่างแน่นอน!”
ตัวของเธอตอบกลับอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง
ทันย่าไม่ได้ตอบอะไรต่อ เขาเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะก้าวออกจากห้องด้วยท่าทีสงบ
เมื่อเดินออกจากตึกสูงใหญ่ของสมาพันธ์โลก ทันย่ามุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ของตนเอง
ความคิดในหัวของเขาเต็มไปด้วยแผนการและความเป็นไปได้ เขารู้ว่าโรซาเลียไม่ใช่คนธรรมดา และการที่เลือกเข้าข้างมอนสเตอร์นั้น เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญที่เขาอาจใช้ประโยชน์ในอนาคต
“ดูเหมือนเจ้าจะสนใจในตัวของทันย่ามาก!”
หลี่จิ้งเอ่ยถามอย่างเคร่งครึม และจ้องมองไปทางโรซาเลียที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งเธอพอได้ยินแบบนั้นก็พลันได้สติ
“แน่นอนค่ะท่านหลี่จิ้ง ดูเหมือนพวกเราจะมีอะไรเหมือนกันอยู่ไม่น้อย”
โรซาเลียตอบกลับและเผยรอยยิ้มอันเย้ายวนออกมา ชั่วแวบนึง ดวงตาของเธอก็ส่องประกายสว่างวาบอย่างลึกลับ
หลังจากเลือกทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนเสร็จสิ้น ทันย่าก็เดินทางกลับสู่ที่พักของเขาเพื่อเริ่มการฝึกทันที
ร่างมนุษย์ที่เขาสวมอยู่ในตอนนี้อาจไม่สามารถแสดงพลังทั้งหมดของเบฮีมอทได้ แต่ด้วยทรัพยากรที่เขาเลือก ทันย่ารู้ว่าเขาจะสามารถดึงพลังที่ซ่อนอยู่ในร่างนี้ออกมาได้มากขึ้น
[เหอะๆ ไม่คิดเลยว่าโรซาเลียผู้นี้จะเลือกยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกมนุษย์]
[แต่ก็ชั่งเถอะ ก่อนอื่นเริ่มฝึกฝนเพื่อนยกระดับค่าดัชนียีนพันธุกรรมก่อนเถอะ]
ทันทีที่กลับถึงห้องพัก เขานำของเหลวยีนทองคำออกมา ขวดแก้วบรรจุของเหลวสีทองที่เปล่งแสงเจิดจ้าอยู่ในมือของเขา
ทันย่ามองของเหลวนั้นชั่วขณะ ก่อนจะเปิดฝาและดื่มมันลงไป ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทันทีที่ของเหลวยีนทองคำไหลผ่านลำคอ
ร่างกายของเขารู้สึกถึงการกระตุ้นเซลล์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใน เซลล์แต่ละเซลล์เริ่มพัฒนาและฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆด้าน
หลังจากนั้น ทันย่าหยิบสมุนไพรดาราห้าแฉกขึ้นมา ลักษณะของมันเหมือนดวงดาวที่มีห้าแฉก เขากลืนมันลงไปทันที สมุนไพรนี้เริ่มทำงานทันทีที่เข้าสู่ร่างกาย
ทันย่ารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้น ร่างกายของเขาเหมือนกับถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างเต็มที่ กล้ามเนื้อและเส้นเลือดทั่วร่างขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังยืดหยุ่นมากขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่หนักหน่วง
สุดท้าย ทันย่าหยิบหญ้าหนวดมังกร สมุนไพรที่มีลักษณะคล้ายหนวดของมังกร
เขาเริ่มใช้พลังจิตของตนเองในการควบคุมพลังของหญ้าหนวดมังกร เมื่อกลืนมันลงไป พลังจิตของทันย่าถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ สมุนไพรนี้ช่วยให้จิตใจของเขาสมดุลและแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้เขาสามารถควบคุมพลังของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
หลังจากที่ทันย่าซึมซับพลังจากทรัพยากรทั้งหมดที่เลือกมา เขาเริ่มกระตุ้นเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาว และเทคนิคคริสตัลจิตดาวฤกษ์
ซึ่งเป็นเทคนิคที่เขาใช้ในการฝึกฝนพลังและเสริมสร้างร่างกาย เมื่อทั้งสองเทคนิคทำงานพร้อมกัน พลังภายในร่างกายของเขาก็พุ่งทะยาน ร่างกายของทันย่าค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น
พลังจิตและพลังร่างกายเชื่อมโยงกันอย่างสมดุล เกิดเป็นปฏิกิริยาแห่งพลังงาน ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทันย่านั่งนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างกายของเขาซึมซับพลังจากทรัพยากรที่เลือกมา พลังที่ซ่อนอยู่ภายในร่างเริ่มแสดงออกมาอย่างเด่นชัด ทันย่ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างมนุษย์ของเขา มันใกล้เคียงกับพลังที่เขามีในร่างของเบฮีมอทมากขึ้น
ผลจากการฝึกฝนทำให้ทันย่าสามารถยกระดับขึ้นเป็น นักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ดาว ได้สำเร็จ พลังภายในร่างมนุษย์ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ร่างเบฮีมอทของเขาก็ได้รับการยกระดับด้วยเช่นกัน
ดัชนีพันธุกรรมของเบฮีมอทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทันย่ารู้สึกได้ว่าหากเขากลับคืนสู่ร่างเดิม
ความแข็งแกร่งของเขาจะเทียบเท่ากับนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 6 ถึง 7 ดาว ซึ่งเป็นระดับที่ยากจะมีใครต้านทานได้ ยังไม่รวมถึงการเปิดใช้เทคนิคพิเศษของเผ่าพันธุ์กลืนกินดวงดาวอีก
“ฉันเริ่มใกล้เคียงกับความสมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว...”
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆกับตนเอง เขารู้ว่าการฝึกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ในไม่ช้า ตัวของเขาจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีมนุษย์ใดจะสามารถต้านทานได้
ไม่นานเวลาก็ผ่านไปหลายวัน ทันย่าใช้ช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ในการฝึกฝนและปรับสภาพร่างกายของตนให้เข้าสู่ความสมดุล
พลังในร่างกายของเขาถูกขัดเกลาและเสริมสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกเทคนิคขัดเกลาร่างดวงดาวและคริสตัลจิตดาวฤกษ์ ทักษะทั้งสองนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับจิตใจให้มีความมั่นคงและเชื่อมโยงกับพลังที่เขาครอบครอง
ในทุกวัน ทันย่ามักนั่งสมาธิกลางคฤหาสน์ จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการควบคุมพลังจิตและพลังของร่างกายเบฮีมอทที่ซ่อนอยู่
เมื่อใดก็ตามที่เขาสำเร็จการฝึกในวันนั้น ร่างกายของเขาจะเปล่งประกายไปด้วยพลังที่ทรงอานุภาพมากขึ้นทุกวัน ร่างกายและจิตของเขาเริ่มประสานกันอย่างสมบูรณ์ ร่างมนุษย์ที่เขาใช้เริ่มแสดงให้เห็นถึงพลังมหาศาลที่ไม่อาจคาดเดาได้
แต่ถึงแม้ว่าการฝึกฝนด้านร่างกายและจิตใจจะก้าวหน้าไปมาก เขายังคงไม่สามารถฝึกใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าได้อย่างเต็มที่
ดาบเล่มนี้เป็นอาวุธพลังจิตที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การควบคุมดาบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทันย่ารู้ดีว่ามันจะต้องใช้เวลามากในการทำความเข้าใจและเชื่อมต่อกับดาบเล่มนี้อย่างสมบูรณ์
ดาวาลที่ลอยอยู่ข้างๆ พลางมองดูทันย่าพยายามควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า
เธอย่อมเข้าใจถึงความท้าทายนี้ดี
[ศิษย์รัก เจ้าอย่ารีบร้อนเกินไป]
[การควบคุมอาวุธพลังจิตเช่นดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าจำเป็นต้องใช้เวลา การเร่งรีบอาจทำให้เกิดความผิดพลาด เราขอแนะนำให้เจ้าฝึกฝนพลังของมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป]
ทันย่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ดวงตาของเขาจะส่องประกายด้วยความทะเยอทะยาน เขารู้ดีว่าอาวุธนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการก้าวสู่เป้าหมายของเขา แต่เขาเองก็ไม่อาจฝืนใช้มันในเวลาที่ร่างกายและจิตของเขายังไม่พร้อม
“ฉันรู้ดีท่านอาจารย์ดาวาล ฉันจะฝึกฝนและควบคุมมันอย่างเต็มที่เมื่อถึงเวลา”
“แต่ตอนนี้พวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อน เพราะดูเหมือนจะมีแขกคนสำคัญมาถึงแล้ว”