“แหวะ...!”
ขณะที่เอียนจวนจะตั้งสติได้สิ่งแรกที่รู้สึกคืออาการคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลา
เกิดอะไรขึ้น
เขาสำรวจหน้าอกของตนอย่างรวดเร็วทว่าไม่รู้สึกถึงเื าแ ความเ็ป หรืออะไรทำนองนั้นเลย
ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน
“เอียน จู่ ๆ ก็เป็อะไรไปน่ะ”
ทันใดนั้นหัวใจของเอียนพลันเต้นแรงเช่นเดียวกับอาการคลื่นไส้ที่หายไปในพริบตา
นี่เป็เสียงที่เขาคุ้นเคยมาก
เสียงที่ทั้งคุ้นหูและชวนคิดถึงพานให้เขารู้สึกจั๊กจี้ที่หูซ้าย
“ทะ...ท่านแม่หรือ...”
นี่เป็เสียงของ ‘เวเนสซ่า เพจ’แม่ของเอียนที่จากโลกนี้ไปนานแล้ว
เขาไม่คาดฝันเลยว่าจะได้เจอท่านแม่อีกครั้ง
สำเร็จแล้วหรือ
หรือว่าเขากำลังเจอกับเธอในโลกหลังความตายอย่างนั้นหรือ
เอียนจับมือผู้เป็มารดาแน่นพลางกวาดตามองไปรอบๆ
“คนต่อไป!”
“ผมชื่อแจส มาจากหมู่บ้าน ระ...รอยด์ขอรับ!”
“รอยด์หรือ มีหมู่บ้านแบบนั้นด้วยหรือ”
“เป็หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลมากก็เลย...”
“อืม ถึงอย่างไรก็เข้าไปเถอะ”
“คะ...คือว่า ท่านจอมเวทอยู่ข้างในจริง ๆหรือขอรับ”
“เ้าเข้าไปก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง”
“ขะ...ขอรับ!”
เด็กหลายพันคนกำลังต่อแถวอันยาวเหยียดเอียนกับเวเนสซ่าก็อยู่ในแถวนั้นด้วยเช่นกัน
เหล่าทหารผู้น่าเกรงขามประจำปราสาทเ้าเมืองกำลังควบคุมฝูงชนธงของหอคอยงาช้างปลิวไสวเหนือกระโจมผ้าใบสีขาวบริสุทธิ์ เพียงมองภาพรอบ ๆ เอียนก็สามารถคาดเดาได้แล้ว
สำเร็จ...แล้วสินะ
มือที่เล็กลงยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้น
เขาย้อนเวลากลับมาสามสิบปีเต็ม ๆก่อนที่ดินแดนนี้จะรวมเป็หนึ่งในนามของกรีนริเวอร์
เขาระบุจำนวนปีที่แน่ชัดได้อย่างไรน่ะหรือนั่นเป็เพราะเด็กเหล่านี้ที่กำลังเข้าแถวเพื่อรับ ‘การทดสอบ’ อยู่น่ะสิ
นี่คือ ‘การทดสอบการตอบสนองของมานา’ซึ่งถูกจัดขึ้นในแต่ละอาณาเขต
การทดสอบภาคบังคับเมื่ออายุครบสิบสองปี
ก่อนย้อนเวลากลับมา เอียนมีอายุสี่สิบสองปีดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเขาย้อนกลับมาเมื่อสามสิบปีก่อน
ย้อนกลับมาไกลกว่าที่คิด
ไม่ใช่สิบหรือยี่สิบปีแต่เป็สามสิบปีเชียวหรือเนี่ย
แน่นอนว่ามันไม่แย่ ไม่สิ ดีมากเลยละ
ถึงข้าจะปรารถนาแค่ล้างมือที่เปื้อนเืก็เถอะ
นั่นคือเหตุผลที่เขาศึกษาวจีัและมนตร์แห่งกาลเวลา
เอียน้าลบบันทึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นจากเวทมนตร์ของตนเองแม้ว่ามันจะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โดยสิ้นเชิงเลยก็ตาม
จนกระทั่งวันที่เขาถูกองค์จักรพรรดิวางยาพิษ
ข้าจะไม่ยอมมีจุดจบอย่างการถูกแทงข้างหลังอีกแล้ว
เขายอมหลีกทางให้หลายครั้งเพราะคำว่ามิตรภาพอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ในนามของความจงรักภักดีผลลัพธ์เดียวที่ได้มากลับเป็ความโหดร้ายอย่างหาที่สุดมิได้
ถูกองค์จักรพรรดิแร็กนาร์ผู้เป็เพื่อนสนิทหักหลัง
ดูเหมือนว่าเขาจะถูกหลอกใช้มาทั้งชีวิตและโดนกำจัดทิ้งในท้ายที่สุด
ชาตินี้จะไม่เหมือนเดิม
เพื่อจะทำอย่างนั้นได้เขาจำต้องได้สิ่งนั้นคืนมาก่อน
เส้นทางแห่งพลังอำนาจของจอมเวทระดับแปดหรือแม้แต่ระดับที่สูงกว่านั้นก็ล้วนเป็เส้นทางที่ครั้งหนึ่งเขาเคยผ่านมาหมดแล้ว
บางทีอาจจะวิ่งถึงเส้นชัยได้เพียงชั่วอึดใจ
“คนต่อไป!”
ในขณะที่เอียนตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ลำดับการทดสอบการตอบสนองต่อมานาก็มาถึงชื่อของตนแล้ว
“เดี๋ยวข้ากลับมา”
เอียนพยายามทำให้แม่ที่กำลังกังวลอยู่สงบลงและพูดกับทหารที่เฝ้ากระโจม
“เอียน จากอาณาเขตม็อคเลียนขอรับ”
“ม็อคเลียน...อ๋อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเวเนสซ่าของพวกเราสินะ”
แม่ของเอียนเคยเป็สาวใช้ประจำครัวในปราสาทเ้าเมืองมาก่อน
เนื่องจากเป็สาวใช้ที่มีหน้าตางดงามจึงมีเหล่าทหารมากมายที่คอยจ้องตาเป็มัน และคงคิดว่าจะทำอะไรกับเธอก็ได้
เพราะว่าเธอเป็สาวใช้แถมยังเป็แม่หม้ายอีกต่างหาก
“เข้าไปข้างในอย่าถามนู่นถามนี่รบกวนท่านจอมเวทล่ะ”
ทหารจ้องมารดาของเขาด้วยสายตาหื่นกระหายนี่เป็สายตาที่ตัวเขาในวัยเยาว์ไม่อาจััได้
เดี๋ยวข้าคงต้องแก้ที่สายตาของพวกเ้าเป็อย่างแรก
เอียนเข้าไปในกระโจมพร้อมเอ่ยคำมั่นอย่างแ่เบา
จอมเวทหนุ่มที่ถูกส่งตัวมาจากเมืองหลวงเพื่อรับผิดชอบเขตนี้กับอัศวินสามคนพาเขาเข้าไปด้านใน
“เซอร์อารอน เรามีเด็กเหลืออีกกี่คน”
“น่าจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งวันเต็ม ๆ เลยขอรับ”
“เฮ้อ...”
อาจเป็เพราะทดสอบเด็ก ๆ เสร็จไปหลายร้อยคนแล้วเสียงของจอมเวทจึงเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้า
นึกถึงวันเก่า ๆ เลยแฮะ
เอียนเคยถูกส่งไปเป็ผู้ตรวจสอบ่ที่ยังเป็จอมเวทฝึกหัดพื้นที่นั้นเป็ชนบทอันเงียบสงบ เขาจึงไม่เหนื่อยมากนัก
ถึงจะต่างจากสถานการณ์ที่นี่นิดหน่อยก็เถอะ
ประการแรกเพราะที่นี่คืออาณาเขตม็อคเลียนซึ่งรู้กันว่าเป็หนึ่งในสี่อาณาเขตอันยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิจึงมีเด็กนับพันคนที่จะได้รับการทดสอบ
“เข้าใจแล้ว เ้าหนู มาใกล้ ๆ ซิ”
จอมเวทเอ่ยเรียกเอียนด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนสำหรับสถานะจอมเวทแล้วเขาเป็สุภาพบุรุษที่ดูดีใช้ได้
แม้ว่าเอียนเองก็เป็จอมเวทคนหนึ่งเช่นกันแต่จอมเวทส่วนใหญ่มักมีนิสัยหยิ่งผยองจนฉุดไม่อยู่
ยิ่งกว่าพวกชนชั้นสูงซะอีก
จอมเวทถือเป็ผู้ทรงเกียรติ
เป็เื่ยากที่ผู้คนทั่วไปจะได้พบเจอสักครั้งในชีวิตพวกเขาทั้งลํ้าค่าและมีจำนวนน้อย
ร้อยละเก้าสิบของจอมเวทล้วนใช้เวลาทั้งชีวิตติดอยู่ที่ระดับหนึ่งแต่ถึงอย่างนั้น อำนาจของระดับหนึ่งก็เทียบได้กับขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นหากก้าวข้ามระดับสี่ได้ก็ไม่ต้องหวาดกลัวแม้แต่ขุนนางระดับสูง
เพราะมีคำพูดที่กล่าวว่าจำนวนของจอมเวทก็คืออำนาจของจักรวรรดิ
ดังนั้นจึงมีการทดสอบการตอบสนองของมานาครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อฝึกฝนจอมเวทเพิ่มแม้จะมีแค่คนเดียวก็ยังดี
“ก่อนอื่น ช่วยก้มหัวลงหน่อยได้ไหม”
การทดสอบขั้นแรกคือ ‘มานาเบรน’
มันเป็ส่วนหนึ่งของสมองซึ่งทำหน้าที่ ‘สำแดง’มานาที่แท้จริงออกมา และเป็สิ่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดเท่านั้น
“มานาจะกระตุ้นศีรษะของเ้านิดหน่อยอาจจะเวียนหัวได้ แต่เพียงแค่ครู่เดียว ไม่ต้องกังวล”
หลังพูดจบจอมเวทประจำอาณาเขตก็วางมือลงบนศีรษะของเอียน
อาการเวียนหัวเกิดขึ้นตามที่บอกไว้ซึ่งเป็ผลลัพธ์ที่แน่นอนอยู่แล้วเนื่องจากเป็ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการกระตุ้นมานาเบรน
“เยี่ยม คราวนี้ หันหลังให้ข้าที”
การทดสอบขั้นที่สอง ‘มานาฮาร์ต’
มันคือหน่วยที่ดูแลเกี่ยวกับการสร้าง หมุนเวียนและเก็บรักษามานา หรือก็คือตำแหน่งที่ถูกแทงด้วยกริชอาบมนตราก่อนหน้านี้
“อืม”
เหลือแค่พิสูจน์มานาฮาร์ตก็เป็อันเสร็จสิ้น และเขาก็จะได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาในวิทยาลัยเวทมนตร์ทันทีอย่างไรก็ตาม เอียนดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก
หรือบอกตรง ๆ ก็คือเขารู้สึกว่า ‘มันไม่ดีพอ’
“เ้ายืนทำอะไรอยู่น่ะ”
จอมเวทรบเร้าทันทีที่เอียนลังเลแล้วก็เริ่มเอ่ยปากราวกับฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
“อ้อ ตอนนี้เราเจอมานาเบรนในหัวของเ้าแล้วนี่หมายความว่าอะไรน่ะหรือ ชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเ้ากำลังจะพลิกผันน่ะสิยิ่งถ้าตรวจเจอมานาฮาร์ตอยู่ตรงนี้ด้วยแล้วละก็ เพราะฉะนั้นรีบหันหลังไปสิ”
บางทีนี่อาจจะเป็คนแรกที่ผ่านเข้ารอบในปีนี้ก็ได้
แม้เขาจะเอ่ยคำว่าชีวิตพลิกผันแล้วรีบตรวจสอบมานาฮาร์ตของเอียนด้วยความตื่นเต้นแต่อีกฝ่ายกลับดูเหมือน้าอะไรมากกว่านั้น
แค่การได้เข้าเรียนในวิทยาลัยเวทมนตร์นั้นยังไม่พอ
เขาต้องก้าวไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดั้แ่จุดเริ่มต้นแม้จะยังมีมานาไม่มากพอ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเลย
ลองทำตัวอวดดีมากกว่านี้ดีไหมนะ
“คือว่า ท่านจอมเวท”
เอียนตัดสินใจเปิดปากพูดเขายังไม่คุ้นชินกับเสียงที่เด็กลงของตนเองเท่าไร
“ข้ามีสิ่งที่อยากให้ท่านดู”
“อย่าบอกนะว่าเป็จดหมายหรืออะไรเทือกนั้น...”
ใช่แล้ว มีเด็กแบบนั้นเยอะเลยละ พวกเด็ก ๆที่ติดสินบนด้วยจดหมายหรือของขวัญแล้วบอกว่าเป็การแสดงความเคารพ
เอียนที่เป็คนจิตใจดีก็เคยเจออะไรแบบนี้มาบ่อยเหมือนกันบางทีจอมเวทผู้นี้อาจตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน
“ไม่ใช่แบบนั้นขอรับ”
ทว่าสิ่งที่เอียนอยากให้ดูไม่ใช่อะไรแบบนั้น
วิธียกระดับคุณค่าของตนเองอย่างก้าวะโก็เห็นจะมีแต่เวทมนตร์เท่านั้นไม่ใช่หรือไง
พึ่บ!
เปลวไฟขนาดเท่ากำปั้นลุกโชนขึ้นบนมือของเอียน
เวทมนตร์พื้นฐานของระดับหนึ่ง ‘ลูกไฟ’
“ลูกไฟอย่างนั้นหรือ...”
เอียนพอใจกับปฏิกิริยาของจอมเวทมากจากนั้นก็สร้างหยดนํ้าขึ้นด้วยมืออีกข้างหนึ่ง คราวนี้มันคือ ‘บอลวารี’
“ร่ายเวทสองชั้นได้ด้วยหรือ...”
ดวงตาของจอมเวทเบิกกว้างเหล่าอัศวินที่เฝ้าดูอยู่ก็เช่นกัน
เด็กน้อยคนนี้กำลังแสดงเวทมนตร์อยู่อย่างนั้นหรือเด็กที่เพิ่งจะได้รับการทดสอบการตอบสนองของมานาแถมยังไม่ได้เหยียบเข้าไปในวิทยาลัยเวทมนตร์เลยด้วยซํ้าเนี่ยนะอีกทั้งยังเป็การร่ายเวทสองชั้นอีก
นี่เป็ประวัติการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างแน่นอน
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ใบหน้าของจอมเวทเต็มไปด้วยความใคร่รู้จากนั้นเอียนก็จ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดต่อโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“มันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วขอรับ”
“...ว่าไงนะ”
พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย
เ้าเด็กคนนี้น่าสงสัยเหลือเกิน
“เ้าไปเรียนมาจากใครหรือเปล่า”
“เปล่าขอรับ ข้าไม่เคยเรียนมาก่อน”
“จริงหรือ”
จอมเวทถามพลางร่ายเวทตรวจสอบไปด้วย
นี่คือเวทมนตร์ที่จะตรวจสอบการตอบสนองตามสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตอย่างเช่น การเต้นของหัวใจ หรือการเคลื่อนไหวของลูกตา
“คิดให้ดีก่อนตอบ ถ้าโกหกเ้าอาจจะกลายเป็ฏและนั่นก็หมายความว่าตัวเ้าเอง รวมไปถึงครอบครัวของเ้าหรือแม้แต่เพื่อนบ้านอาจจะหัวหลุดจากบ่าเลยก็ได้”
คำพูดของจอมเวทไม่ใช่คำพูดเพื่อข่มขู่แต่อย่างใด
แม้จะมีสิทธิประโยชน์มากมายเหนือจินตนาการแต่จอมเวทก็จำเป็ต้องควบคุมเื่การก่อฏอย่างเคร่งครัดเป็สองถึงสามเท่า
จอมเวททุกคนถูกควบคุมโดยจักรวรรดิและหอคอยงาช้างส่วนจอมเวทที่ไม่ได้ลงทะเบียนย่อมหมายความว่าเป็ฏ การสอนเวทมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตก็ถือเป็ฏเช่นกันถึงขั้นที่ต้องจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบเฝ้าระวังพฤติกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ
“ข้าจะโกหกให้ตนเองเป็ภัยทำไมล่ะขอรับ”
แน่นอนว่าเอียนรู้ความจริงนี้ดีกว่าใครทั้งหมดเขารู้กระทั่งเวทตรวจสอบที่อีกฝ่ายใช้ด้วยซํ้า
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังโกหก เพราะอะไรน่ะหรือ...
ก็ข้าไม่เคยเรียนจากใครเลยจริง ๆ นี่
วิธีการใช้มานาขั้นพื้นฐานให้เกิดประโยชน์รวมถึงเวทมนตร์บางอย่าง เป็เขาที่ศึกษาด้วยตนเองทั้งหมดในชาติที่แล้วถ้าจะให้นับกันตรง ๆ ก็ตลอดเวลาสามเดือนนิด ๆ นับั้แ่วันที่ทดสอบการตอบสนองของมานาจนกระทั่งเข้าเรียนที่วิทยาลัย
การเป็อัจฉริยะเหนืุ์ก็ไม่แย่ใช่ไหม
ถึงอย่างไรเอียนก็เป็อัจฉริยะั้แ่แรกแล้ว
เขาเป็จอมเวทระดับแปดคนแรกของมนุษยชาติไม่ใช่หรือหากชาติก่อนเป็เพียงอัจฉริยะเฉย ๆชาตินี้เขาก็จะลองเป็อัจฉริยะเหนืุ์ั้แ่เริ่มต้นดู
“โฮ่ ๆ...”
จอมเวทเผยอปากพลางหัวเราะเสียงแห้งสถานการณ์นี้มีหลายอย่างที่น่าสงสัย
ทว่าปัญหาก็คือเขาไม่สามารถใช้เวทตรวจสอบได้อีกฝ่ายจงใจปิดกั้นสัญชาตญาณทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใช้เวทตรวจสอบได้อย่างนั้นหรือ
เป็ไปไม่ได้
จอมเวทสามารถยืนยันได้ว่าเื่นั้นไม่มีทางเป็ไปได้แม้จะเป็สายลับที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน แต่ก็ไม่น่าจะไร้การตอบสนองได้ถึงขั้นนี้
มีคำตอบอยู่สองอย่าง
เด็กที่อยู่ตรงหน้าคนนี้คือสุดยอดสายลับแห่งประวัติศาสตร์หรือไม่ก็
มีพร์เหมือนกับจอมเวทผู้แรกเริ่ม
นั่นเป็ตำนานที่นักเวททุกคนต้องเคยได้ยินอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง
‘ั’ต้นกำเนิดของเวทมนตร์ที่จอมเวททั่วไปล้วนกล่าวถึง
พวกเขาทุกคนล้วนเชื่อใน ‘จอมเวทผู้แรกเริ่ม’ นี้
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เกินจินตนาการแล้ว
ในขณะที่จิตใจของจอมเวทค่อย ๆเอนเอียงไปทางข้อหลัง
“ยะ...อย่าทำแบบนี้เลย!”
“ชู่ว ๆ! เอ๊ะไม่รู้หรือไงว่าข้างในมีคนสำคัญอยู่”
เสียงทะเลาะด้านนอกดังมาจากทหารเฝ้าหน้ากระโจมกับแม่ของเขา