“เ้าแน่ใจนะว่าเ้าเป็เด็กกำพร้าจริงๆ”
ฮงฉวนได้กล่าวกับกูเอ๋อทันทีหลังจากจบการประลองของเด็กๆแล้ว การที่เด็กคนหนึ่งที่มีคนคอยสอนอยู่เสมอจะพ่ายแพ้ให้กับเด็กกำพร้าที่ไม่มีคนคอยดูแล มันเป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย เว้นซะแต่ว่าเด็กคนนั้นจะมีพร์ติดตัวมาแต่โดยกำเนิด
“เื่นั้นมันแน่นอนอยู่แล้วขอรับท่านฮง ั้แ่ข้าจำความได้ข้าก็ไม่มีทั้งพ่อทั้งพ่อหรือคนคอยดูแล ทั้งหมดที่ท่านเห็นมันเกิดจากความ้ามีชีวิตรอดของข้าเพียงเท่านั้น”
กูเอ๋อตอนออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้รู้สึกอะไรเป็พิเศษ กลับกัน คุณนายฮงรู้สึกสงสารไอ้เด็กที่ไม่รู้ที่มาที่ไปคนนี้เสียเหลือเกิน
“เช่นนั้นเ้าลองเปลี่ยนชื่อดูไหมล่ะ บางทีชื่อของเ้าในตอนนี้มันอาจจะเป็ตัวนำโชคร้ายให้เ้าก็เป็ได้”
ฮงฉวนได้เสนอให้กูเอ๋อนั้นเปลี่ยนชื่อของเขา ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็การคาดเดาที่ไร้เหตุผลรองรับ แต่มันก็อาจจะเป็เื่จริงก็ได้ที่ชื่อกูเอ๋อมันเป็ตัวนำโชคร้ายมาให้ตัวเขา
“ข้าก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกันขอรับท่านฮง แต่ข้าไม่รู้น่ะสิ่ว่าข้าควรชื่อเยี่ยงไรดี”
กูเอ๋อที่ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อตัวเองว่าอะไรมาแต่ไหนแต่แล้ว ก็ได้บอกคู่สามีภรรยาตระกูลฮงอย่างเป็นัยว่า ช่วยตั้งชื่อให้ข้าที
“กูเหนียง” คุณนายฮง
“นั่นไม่ใช่วิธีเรียกเด็กสาวหรอกหรือขอรับ” กูเอ๋อ
“กู่เจิง” ฮงฉวน
“นั่นมันชื่อเครื่องดนตรีนะขอรับ”
หลังจากได้ยินทั้งคู่ตั้งชื่อให้ตนเพียงแค่สองชื่อเท่านั้น กูเอ๋อก็เกิดความรู้สึกที่ว่า บนโลกนี้มีคนที่ตั้งชื่อได้ห่วยกว่าเขาอีกเรอะ
“แล้วถ้าเป็ กูเฉิน ล่ะ เ้าคิดว่าไง”
ฮงฉวนได้คิดอยู่สักครู่แล้วหันไปปรึกษาคุณนายฮงก่อนจะหันกลับมาหากูเอ๋อ ซึ่งครั้งนี้มันก็ทำให้กูเอ๋อรู้สึกทึ่งไปเลยที่มันใช่อะไรแปลกๆอย่างที่เขาคาดเดา
“เช่นนั้นกูเฉินขอรับนามนี้ด้วยความยินดี เหลือแซ่สิ่นะ(นามสกุล) เอาไว้ค่อยคิดทีหลังก็แล้วกัน”
กูเอ๋อ- ไม่สิ่ ั้แ่นี้เขาจะใช้ชื่อว่ากูเฉิน เขาได้ยอมรับชื่อที่ฮงฉวนได้คิดให้ด้วยความยินดี เพราะเขาก็ไม่เคยคิดชื่อที่มันดีกว่านี้เช่นกัน อนาคตข้างหน้าอาจจะได้เปลี่ยนชื่ออีกหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้
“ถึงจะช้าไปนิด แต่ข้าขอทราบเหตุผลที่เ้า้าจะผูกมิตรกับข้าได้หรือไม่”
ฮงฉวนได้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันไม่มีหรอกคนที่้าเป็มิตรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพียงแต่สิ่งตอบแทนที่เขาหวังมันจะเป็สิ่งที่ดีหรือแย่เท่านั้นเอง
“ข้าเพียงแค่้าที่ซุกหัวนอนได้อย่างสบายใจน่ะขอรับ แต่ถ้าหากเป็ไปได้ข้าก็อยากยืมชื่อเสียงของท่านในการซื้อสมุนไพรที่ข้าจำเป็ต้องใช้เท่านั้นเอง ข้า้าที่จะแข็งแกร่งมากกว่านี้เพื่อเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้าให้ได้น่ะขอรับ”
ทุกสิ่งที่ออกจากปากของกูเฉินนั้นล้วนแล้วแต่เป็ความจริงทั้งสิ้น หากได้ใช้ชื่อเสียงของฮงฉวนในการหาวัตถุดิบที่เขา้ามันก็จะง่ายขึ้น และได้ในราคาที่ถูกลง ส่วนความรู้ที่เขาได้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้นั้น เขาก็ได้มาจากนักปรุงยาพเนจรท่านหนึ่งที่กูเฉินคอยช่วยในการหาสมุนไพรหายาก ซึ่งสิ่งที่ได้ตอบแทนมาก็คือความรู้
“ที่แท้เ้าก็เล็งที่จะเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้าอยู่นี่เอง เช่นนั้นเ้าก็พยายามใช้เวลาครึ่งปีนี้ให้เป็ประโยชน์มากที่สุดนะ เ้าจะได้เดินทางไปพร้อมกับซื่อซื่อของข้าเลย”
คุณนายฮงได้เอ่ยออกมาราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะถ้ากูเฉินสามารถสำเร็จการศึกษาจากสถาบันลู่เหว่ยต้าได้ล่ะก็ เขาจะเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาได้ไม่ยากหากเขาเป็อัจฉริยะ หรือมีความแข็งแกร่งที่ไม่อาจมีผู้ใดต่อกร แต่นั้นก็เป็เพียงเื่ในอนาคต ตอนนี้มีเพียงการเตรียมพร้อมเท่านั้นที่สามารถทำได้
“ข้าจะคอยสนันสนุนเ้าเองใน่6เดือนที่เหลือนี้ แต่เ้าต้องเคยช่วยเหลือซื่อซื่อของข้าในยามที่นาง้าความช่วยเหลือ ตกลงไหมล่ะเ้าหนู”
นางได้กล่าวออกมาอีกครั้งเพื่อทำข้อตกลงกับกูเฉิน ซึ่งนั้นก็เื่ที่ดี ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ กูเฉิน้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น ส่วนสองสามีภรรยาตระกูลฮง้าความปลอดภัยของบุตรสาว
“ตกลงขอรับ ข้าไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอที่ดีเยี่ยงนี้ได้อย่างแน่นอน”
กูเฉินตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพื่อความแข็งแกร่งแล้วหากไม่เสียมากเกินไปเขาก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนกับทุกข้อเสนอที่ทุกคนยื่นมาให้ เหมือนครั้งที่เขาได้ตกลงกับนักปรุงยาพเนจรคนนั้น
และเวลาก็ค่อยๆเคลื่อนไปอย่างช้าๆอย่างที่มันเป็จนเข้าใกล้วันเปิดรับลูกศิษย์ของสถาบันลู่เหว่ยต้าแล้ว กูเฉินที่ได้รับการสนันสนุนจากตระกูลฮงก็ได้เลื่อนระดับมาเป็พื้นฐานขั้นสุดแล้ว หากมีเวลาอีกสักนิดคงบรรลุระดับนักสู้ขั้นต้นได้ในไม่ช้า เพราะด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีที่ได้รับจากตระกูลฮงมันดีกว่าการใช้ดวงไปหาตามแหล่งธรรมชาติด้วยตนเองเป็ไหนๆ เพราะพวกมันไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์ไปเสียหมด และก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะเป็สิ่งที่เข้ากันได้กับตัวของเขา ถึงได้ก็ได้เพียงน้อยนิด
“เ้าไม่ลืมอะไรไว้แล้วใช่มั้ยซื่อซื่อ? หากเ้าลืมล่ะก็นานเลยนะกว่าคนรับใช้จะตามเอาไปให้เ้าได้น่ะ”
ซื่อหยาที่กำลังขึ้นคร่อมม้าที่มีกระเป๋าสัมภาระพะรุงพะรังตามประสาเด็กผู้หญิง เธอก็ได้ยินเสียงของคุณแม่ที่ดังมาจากด้านหลังจนเธอต้องหันกลับไปมองต้นเสียง
“ค่ะท่านแม่ แล้วก็ฝากบอกท่านพ่อด้วยนะคะว่าอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ”
ซื่อหยากล่าวออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ก่อนจะกำชับคุณนายฮงให้เตือนฮงฉวนด้วย เพราะเขามักจะลืมดูแลตัวเอง คิดได้แต่เื่งานกับครอบครัวแค่นั้นแหละชายคนนี้
“ส่วนเ้ากูเฉิน ข้าขอฝากให้เ้าช่วยปกป้องซื่อซื่อตลอดสามปีนี้ด้วยล่ะ ขอให้ทั้งคู่เดินทางปลอดภัยนะ”
และนางก็ไม่ลืมที่กล่าวกับกูเฉินให้ปกป้องซื่อหยาของนาง หากเกิดอะไรไม่ดีกับซื่อหยาขึ้นล่ะก็ นางคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆแน่ ก่อนที่นางจะอวยพรให้ทั้งสองปลอดภัยในการเดินทางครั้งนี้
“ค่ะท่านแม่ ท่านเองก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะคะ”
ซื่อได้ตอบกลับคุณนายฮง ส่วนกูเฉินนั้นไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าตอบรับแล้วควบม้าตามหลังซื่อหยาไป พร้อมกับมีคนรับใช้ตามไปด้วยสองคนเพื่อนำม้ากลับมาหลังจากที่พวกเขาทั้งคู่เดินทางไปถึงจุดหมาย
จบภาคแรก หยอกกกกก