Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 107 การก้าวไปข้างหน้า

    การก้าวไปข้างหน้า

     

                การพบเจอคนจากกลุ่มราชสีห์มงกุฎทองนั้นทำให้อารมณ์เที่ยวเล่นของกัสบินหายไปจนหมดสิ้นเขาก็เลยตัดสินใจกลับไปยังดันเจี้ยนในทันที

                ทว่าก่อนที่จะกลับเขาก็ไม่ลืมทำในสิ่งที่ต้องทำก่อนเพื่อไม่ให้ปัญหาที่เขาจงใจสร้างในวันนี้ต้องเสียเปล่า

                เพียงเพื่อให้คนจากกลุ่มหนูใต้ดินเสียสมาธิไปเพียงช่วงสั้นๆกัสไม่เสียใจเลยที่ขยายเรื่องเล็กๆ ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โดยเฉพาะการสร้างปัญหาให้กับบุรุษสตรีทั้งสองจากกลุ่มราชสีห์มงกุฎทองคู่นั้น

                โดยเฉพาะการลงมือที่เรียกได้ว่าโหดเหี้ยมของเขาที่ช่วงชิงเสียงไปจากบุรุษหนุ่มคนนั้นตลอดกาลด้วยการกัดกินวิญญาณตรงลำคอของมันไปหรือถ้าขยายความให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือการกัดกินวิญญาณที่เชื่อมต่อกับกล่องเสียงของมันไปจนทำให้กล่องเสียงของมันไม่อาจใช้งานได้อีกตลอดกาล

                จากการศึกษาค้นคว้ามานานนับพันปีตระกูลอันดูวเดธของเขาย่อมนับเป็นตระกูลที่มีความเข้าใจในด้านของวิญญาณมากที่สุดจึงไม่แปลกที่กัสจะรู้ว่าการโจมตีวิญญาณนั้นสามารถทำลายการเชื่อมต่อของวิญญาณกับกายเนื้อได้และด้วยวิธีที่เขาทำลงไป

                วิญญาณของบุรุษหนุ่มที่ผสานกับลำคอของมันก็ได้ถูกกัสฉีกกระชากจนขาดไปชิ้นใหญ่

                ไม่ต้องพูดถึงความเจ็บปวดจากการถูกโจมตีเข้าใส่วิญญาณโดยตรงที่เจ็บเกินกว่าจะอธิบายได้ผลกระทบที่ตามมาเองก็หนักหนาสาหัสเป็นที่สุดและที่สำคัญการรักษาวิญญาณที่ถูกฉีกกระชากเองก็ยากมากด้วย

                ปัญหานี้แน่นอนว่าต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ทว่ากัสไม่กลัวเลยสักนิดเพราะกลุ่มราชสีห์มงกุฎทองนั้นเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆพวกที่อาศัยบารมีจากบรรพชนจนเติบใหญ่

                ในปัจจุบันถึงแม้ว่าพวกมันจะพยายามรักษาตระกูลให้ยิ่งใหญ่เอาไว้ได้แต่สภาพของพวกมันจริงๆ แล้วเหลือแค่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น เนื้อในของมันไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรเลย

                ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับคนกลุ่มนี้จริงๆกัสก็ไม่กลัวยังไม่พูดถึงเรื่องที่มันพูดออกมาซึ่งเขาไม่มีวันยอมอดทนได้ทำให้เขาตัดสินใจใช้มันเป็นเครื่องสังเวยเพื่อทำให้แผนการของเขาสำเร็จ

                กัสกับน้องสาวเดินตรงกลับไปยังดินแดนของพวกเขาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมสีหน้าของพวกเขาเห็นได้ชัดว่าหงุดหงิดมาก

                ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาได้เชือดคนจากกลุ่มราชสีห์มงกุฎทองให้พวกหนูใต้ดินดูไปเมื่อครู่หรือเป็นเพราะเขาได้เปิดเผยฐานะของตัวเองออกมาจึงทำให้พวกหนูใต้ดินที่ไม่น่าจะลามือง่ายๆกลับนิ่งเฉยไปโดยไม่ลงมือหรือทำอะไรเขาเลยจนกระทั่งกัสกลับไปถึงบ้านในดินแดนของเขา

                เมื่อเข้ามาในดินแดนซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดได้กัสก็ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วส่งเสียงเรียกให้ทุกคนมารวมกันดังๆ ครั้งหนึ่ง

                กัสเดินเข้าไปในมิติย่อยทีละแห่งเพื่อเรียกบราวนี่กับลูกและมิโดริที่ทำงานอยู่ในสวนผลไม้กลับมาทีละคนต่อจากนั้นก็นำโต๊ะตัวใหญ่ออกมาตั้งที่ลานกว้างหน้าบ้านก่อนจะเทเอาของที่ซื้อมาในวันนี้ลงบนโต๊ะ

                “มาๆ เข้าแถวๆวันนี้ข้าไปซื้อของมาดังนั้นพวกเราจะแบ่งข้าวของเครื่องใช้กัน มารับไปเร็ว!”

                เมื่อได้ยินว่ามีการแจกของ แน่นอนว่าเด็กๆย่อมต้องส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ ของใช้บางอย่างนั้นดันเจี้ยนไม่มีให้ทำให้พวกเธอไม่ได้ใช้มานานไม่ว่าจะเป็นสบู่ที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่แม้จะทำความสะอาดตัวได้เหมือนกับการใช้เวทมนตร์ชำระกายแต่ก็ให้อารมณ์กว่ามาก

                ไหนจะม้วนผ้าเนื้อดีที่ถูกแบ่งไปให้บราวนี่กับโรสคนละหลายม้วนไปจนถึงการประกาศว่าจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้ทุกคนเป็นรางวัลที่ทำงานหนักทำให้เด็กสาวทุกคนพากันส่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ

                บรรยากาศภายในดินแดนเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริงทุกคนมีความสุขกับของฝากที่กัสนำมาให้

                แต่ถึงจะดีใจแค่ไหนงานก็ยังเป็นงานหลังจากแจกจ่ายของฝากจนได้รับกันครบทุกคนแล้วกัสก็ตบมือเบาๆเพื่อบอกให้ทุกคนกลับไปทำงานของตัวเองตามเดิม

                เหล่าเด็กสาวก็พากันขานรับจากนั้นจึงแยกย้ายกันออกไปทำงานของตัวเองตามเดิมด้วยอารมณ์ที่สดใสซึ่งทำให้กัสมีความสุขไปด้วย

                “น้องเองก็ขอตัวไปตกปลาก่อนนะคะท่านพี่”

                “หืม..เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป..วันนี้ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าหน่อย..”

                พูดจบแล้วกัสก็โบกมือน้อยๆเรียกน้องสาวเข้าไปนั่งคุยในบ้านทำให้เด็กสาวนึกแปลกใจแต่ก็ยอมเดินตามเข้าไปแต่โดยดี

                ภายในบ้านหลักกัสนั่งลงบนเก้าอี้และนำบันทึกโลกวิญญาณของเขาออกมาเปิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปหาน้องสาว

                “วันนี้เจ้าเองก็ได้เห็นแล้วใช่ไหมว่าดินแดนของญาติพี่น้องของพวกเราเป็นยังไง เจ้ามีความคิดเห็นอะไรบ้างไหม”

                “ดินแดนของพวกท่านพี่หรือคะ น้องไม่ทราบหรอกค่ะแต่น้องรู้สึกว่าทุกคนโชคดีมากทีเดียว”

                “ใช่..ทุกคนโชคดี แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้โชคดีแบบนั้นเจ้าก็เห็น..มีท่านพี่คนหนึ่งที่มีเพียงป่าแห่งเดียวจึงต้องพึ่งพาการเพาะปลูกเพื่อสร้าง DP”

                ที่กัสพูดถึงคือทายาทหญิงคนที่สองที่ออกมาแสดงผลงานเธอนั้นมีป่าเพียงแห่งเดียว ส่วนพื้นที่ที่เหลือนั้นเป็นพื้นที่ราบทั้งหมดไม่มีส่วนไหนเลยที่ใช้ประโยชน์ได้

                “ค่ะ..น่าเห็นใจมากเลยนะคะ”

                เมื่อได้ยินคำพูดนี้กัสก็กระตุกยิ้มเบาๆพลางส่ายหน้าแล้วเริ่มอธิบายสิ่งที่น้องสาวของเขามองข้ามไปให้ฟัง

                “เจ้าไม่คิดบ้างหรอว่า..ดินแดนของท่านพี่คนนั้นเหมือนกับดินแดนของพวกเรา”

                ปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กสาวนั้นไม่ได้ผิดจากที่กัสคิดไว้เท่าไหร่เธอดูตกใจแปลกใจและไม่เข้าใจแต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็นึกขึ้นได้ว่าสภาพของดินแดนของท่านพี่คนนั้นเหมือนกับดินแดนของพวกเรามากทีเดียว

                “หรือว่า! ท่านพี่คนนั้นมีทรัพยากรซ่อนอยู่ด้วย”

                รอยยิ้มของกัสยกสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆแทนการปฏิเสธจนทำให้น้องสาวของเขาต้องอ้าปากค้างไปชั่วขณะ

                “ข้าไม่รู้และข้าก็ไม่คิดว่าท่านพี่คนนั้นจะทำพลาดแบบนั้นได้อีกด้วย..ที่ข้าอยากบอกก็คือไม่ว่าเราจะโชคดีหรือโชคร้าย แต่สุดท้ายสิ่งที่เราต้องสนใจไม่ใช่โชคแต่เป็นการเลือกทำในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดต่างหากท่านพี่ท่านนั้นรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็เลือกที่จะใช้ดินแดนทั้งหมดเพื่อเพาะปลูก”

                แม้กัสจะพยายามอธิบายอย่างใจเย็นแต่ก็ดูเหมือนว่าน้องสาวของเขาจะไม่เข้าใจเสียทีเดียวกัสก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดออกมาคำหนึ่ง

                “เจ้าชอบการตกปลาไหมน้องข้า”

                “เรื่องนี้มัน..น้องเองก็ไม่รู้ค่ะแต่น้องรู้สึกว่าเวลาที่ได้นั่งตกปลามันทำให้หัวใจสงบพอสงบแล้วก็รู้สึกว่ามีความสุขมาก”

                เมื่อได้ยินคำตอบนี้กัสก็ยิ้มออกมาพลางพยักหน้าน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจพลางคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต สมัยที่เขาเคยเรียกเธอว่าควีนฟอเรสที่เขาเรียกเธอแบบนั้นก็เพราะเธอนั้นชอบที่จะอยู่ในป่าเดินเก็บของป่าและใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษาพยายามสร้างผลผลิตจากป่า

                ทว่าชีวิตนี้เส้นทางของเธอเปลี่ยนไปทว่าสุดท้ายแล้วคำพูดนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้

                “เจ้าชอบข้าก็ดีใจ..แต่ข้าอยากขอให้เจ้าวางมือจากการตกปลาไปก่อนได้ไหม”

                คำขอนี้ทำให้สีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนแปลงไปในทันทีเธอสับสนและไม่เข้าใจแต่แล้วก็เหมือนจะคิดอะไรได้จนทำให้ใบหน้าเปลี่ยนสี

                “อย่าคิดอะไรไม่ดี..ข้าไม่ได้ให้เจ้าหยุดเพราะเห็นว่าเจ้าทำมันได้ไม่ดีที่ผลงานของเจ้าไม่ดีพอไม่ใช่ว่าเจ้าไม่มีฝีมือ..แต่เป็นเพราะขีดจำกัดของดินแดนหลักต่างหากปลาของเจ้า..แพงสุดก็ 3 DP ใช่ไหม ในขณะที่ปลาน้ำแข็งนั้นราคาต่ำสุดก็ 10 DP เข้าไปแล้ว”

                สีหน้าของเด็กสาวหม่นหมองลงในทันที แม้จะเข้าใจว่าพี่ชายของเธอต้องการสื่ออะไรทว่าเธอก็ไม่อาจปิดบังความผิดหวังในใจได้อยู่ดี

                ทั้งที่พยายามเต็มที่แล้วแท้ๆพยายามเรียนรู้เคล็ดลับต่างๆ ครุ่นคิดมาก็มาก ศึกษามาก็เยอะจนทำให้ฝีมือการตกปลาของเธอพัฒนาขึ้นจนถึงจุดที่น่าประทับใจ

                แต่สุดท้ายขีดจำกัดของดินแดนก็ทำให้เธอต้องผิดหวังเพราะไม่อาจสานต่องานที่เธอพยายามมานานได้

                “น้องทราบแล้วค่ะ..น้องจะหยุดตกปลาและไปทำอย่างอื่น”

                “หยุดตกปลาก่อนก็ดี..แต่ข้ายังไม่อยากให้เจ้าวางมือจากมันต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนวิธีจับปลา แทนที่จะใช้คันเบ็ดตกมันขึ้นมาทีละตัว..ข้าอยากให้เจ้าเปลี่ยนไปวางกรงดักปลาแทน”

                “กรง..ดักปลาหรือคะ”

                “ใช่ กรงดักปลา วันนี้เจ้าก็เห็น ดินแดนของบลูอายนั้นมีแม่น้ำใหญ่ขนาดไหนข้าเห็นแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าการหมกมุ่นอยู่กับการตกปลาด้วยคันเบ็ดนั้นมันสิ้นเปลืองเวลาเกินไปข้าก็เลยอยากเปลี่ยนวิธีจับปลาเสียใหม่”

                พูดแล้วกัสก็เดินไปยังแท่นหินที่ผิวเรียบราวกับกระจกจากนั้นว่างมือลงไปเพื่อเรียกหน้าต่างระบบของดันเจี้ยนขึ้นมาแล้วเลือกเอาอุปกรณ์ออกมาชิ้นหนึ่งแล้วถือไปวางไว้บนโต๊ะ

                สิ่งที่กัสซื้อมานั้นเป็นกรงที่ทำจากไม้ที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว มันมีกลไกเล็กๆติดอยู่ตรงกลางกรงทำให้สามารถแยกกรงออกเป็นสองส่วนได้

                “สิ่งนี้คือกรงดักปลา วิธีใช้ก็ง่ายๆเจ้าใส่เหยื่อล่อลงไปในกรงจากนั้นโยนมันลงไปในน้ำโดยผูกเชือกเอาไว้กับเสาหรืออะไรสักอย่างแล้วปักไว้ริมน้ำเพียงเท่านี้ก็จบ ต่อจากนั้นก็รอให้ปลามาติดกับแล้วคอยตรวจสอบเพื่อดูว่ามีปลามาติดกับหรือยัง”

                คำอธิบายของกัสนั้นรวบรัดมากและทำให้เด็กสาวเข้าใจได้ในที่สุดและตระหนักว่าวิธีนี้เองก็น่าจะได้ผลเช่นกัน

                “แต่มันจะใช้ได้หรือคะท่านพี่ กรงอันแค่นี้จะจับปลาได้สักกี่ตัวกัน”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็ขำและส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะซื้อมาอีกอันจากนั้นก็เพิ่มระดับเป็นระดับ 2 แล้ววางลงข้างๆ น้องสาว

                “แล้วถ้าข้าซื้อมันสัก 10 อันละ แล้วถ้าเพิ่มเป็นระดับ2 ละ”

                เพียงเท่านั้นเด็กสาวก็เข้าใจ เธอมองดูกรงอันใหม่ที่มีระดับ 2กับกรงอันแรกที่เป็นระดับหนึ่ง ความแตกต่างของทั้งสองอันนั้นต่างกันมากทีเดียวกรงระดับสองนั้นดูดีกว่ามีขนาดใหญ่กว่าและเธอเองก็ไม่ลืมคุณสมบัติพิเศษของอุปกรณ์ระดับ 2 อีกด้วย

                “มันขยายใหญ่ได้ไหมคะท่านพี่”

                “ได้..แต่อย่าขยายเลย ขยายใหญ่ไปมันก็จับได้แต่ปลาตัวใหญ่ส่วนปลาตัวเล็กๆ..มันคงหนีออกไปหมด”

                กัสไม่เพียงพูดให้ฟังเพียงอย่างเดียว แต่ขยายขนาดใหญ่น้องสาวดูด้วยซ้ำจนเห็นว่ากรงนั้นขยายใหญ่ขึ้น ทว่าช่องว่างระหว่างซี่ไม้เองก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วยจนไม่สามารถจับปลาตัวเล็กได้

                เด็กสาวนิ่งคิดอยู่นานสองนานเธอพยายามทำความเข้าใจกับประสิทธิภาพของกรงดักปลา ไม่ว่าจะเป็นขนาดของมันที่น่าจะจับปลาได้สัก 1 – 3 ตัวเท่านั้น ต่อให้เป็นกรงระดับ 2 ก็จับได้มากสุดเพียง5 ตัว

                “มันจะคุ้มหรือคะท่านพี่”

                “ถ้าเทียบกับการให้เจ้าเสียเวลาทั้งวันเพื่อ DP เพียง100 หน่วยละก็นะ ข้าคิดว่ามันคุ้มแล้วละ”

                เด็กสาวเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆแต่เธอก็พูดอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นอย่างที่พี่ชายของเธอว่าจริงๆ

                แม้จะฝึกฝนฝีมือมาได้ดียังไงท้ายที่สุดปลาในแม่น้ำก็มีขีดจำกัด ตกยังไงก็ทำ DP ได้เพียงแค่ร้อยเศษๆ วันไหนโชคดีก็อาจจะได้ถึง 120 หน่วยแต่ถ้าโชคร้ายก็อาจได้ไม่ถึงร้อย

                เธอเสียเวลาไปมากจริงๆกับการนั่งตกปลาจึงไม่สามารถหาข้ออ้างใดๆ มาเปลี่ยนความคิดของพี่ชายได้

                “เข้าใจแล้วค่ะ..แล้วต่อจากนี้น้องควรจะทำอะไรต่อถึงจะดีคะท่านพี่”

                “เรื่องนั้น..ข้ายังคิดไม่ออก..เจ้าลองคิดดูสิว่าในดินแดนของพวกเรามีงานแบบไหนที่เหมาะสำหรับเจ้าบ้าง หรือเจ้าอยากลองทำมัน”

                พอได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็นิ่งไป เธอมองดูพี่ชายด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออกก่อนจะครุ่นคิดอย่างตั้งใจเกี่ยวกับงานที่เธอน่าจะทำได้ดี

                ท่าทีครุ่นคิดของน้องสาวนั้นทำให้กัสอมยิ้มน้อยๆพลางเฝ้ามองอย่างใจเย็นเพื่อให้เธอคิดถึงสิ่งที่อยากจะทำจริงๆไม่ใช่ทำเพียงเพราะเขาสั่ง

                ใจจริงใช่ว่ากัสจะหางานให้น้องสาวทำไม่ได้ทว่าเขาไม่คิดที่จะทำต่างหากเพราะว่าตอนนี้เขากำลังคิดที่จะตั้งชื่อให้กับเธออยู่เขาเลยอยากเห็นสิ่งที่เธออยากทำจริงๆ อีกครั้งเพื่อยืนยันความคิดของเขา

                ส่วนเรื่องที่กัสพูดออกมาก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามที่เขาพูดเขาเพิ่งจะคิดได้ตอนที่เห็นดินแดนของบลูอายจริงๆ เขาเห็นแม่น้ำที่ฟาดผ่านดินแดนมองเห็นพื้นที่เกือบครึ่งที่ถูกแม่น้ำแย่งไปจนทำให้เธอต้องพึ่งพามันในการสร้าง DP ให้กับตัวเอง

                เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็มองเห็นจุดอ่อนของดินแดนแบบนั้นได้อย่างชัดเจนและตระหนักว่าดินแดนของเขาเองก็มีเรื่องแบบนี้เช่นกันทั้งยังรู้ว่าคนที่กำลังประสบกับปัญหานี้ก็คือน้องสาวคนโตของเขา

                หากปล่อยเอาไว้แบบนี้นอกจากจะไม่อาจพัฒนาไปได้มากกว่านี้แล้วปัญหาที่ตามมาก็คือการถ่วงพัฒนาของน้องสาวซึ่งจะทำให้ฝีมือและความสามารถของเธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้

                ซึ่งจริงๆเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรทว่าเป้าหมายของกัสนั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ชดใช้ความผิดทั้งหมดแต่อยู่สูงกว่านั้นและเขาก็ไม่ต้องการปีนขึ้นไปอยู่บนจุดนั้นเพียงลำพัง

                ท่าทีครุ่นคิดของน้องสาวนั้นทำให้กัสยิ้มได้แตกต่างกับน้องสาวคนโตที่คิดหนักจนปวดหัวไปบ้างเพราะว่าประสบการณ์ที่เธอมีอยู่มันน้อยเกินไปจนยากที่จะคิดได้ว่าสิ่งใดควรจะทำสิ่งใดไม่ควรทำ

                “น้อง..น้องไม่รู้จริงๆ ค่ะท่านพี่สิ่งที่น้องชอบ..น้องคิดว่าน้องชอบการตกปลาค่ะ มันทำให้หัวใจของน้องสงบน้องชอบช่วงเวลาแบบนั้นจริงๆ”

                “เจ้าชอบช่วงเวลาที่สงบสุขงั้นสินะ..แล้วตอนที่ปลามากินเหยื่อละเจ้ารู้สึกยังไง”

                ดวงตาของเด็กสาวทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่งเธอเริ่มครุ่นคิดต่ออีกครั้งเพื่อค้นหาความชอบที่แท้จริงของตัวเองก่อนจะตระหนักถึงส่วนที่เธอชอบในการตกปลา

                “น้อง..น้องรู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้นค่ะ สัมผัสจากปลายนิ้ว..วินาทีที่ปลามากินเหยื่อการมองให้ออกว่าปลากินเหยื่อแล้ว หรือเพียงแต่ตอดเหยื่อความรู้สึกที่ส่งผ่านปลายนิ้วมานั้น..น้องชอบค่ะ”

                เมื่อได้รับคำตอบกัสก็ยิ้มกว้างและพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับในขณะเดียวกันนั้นก็อดคิดถึงน้องสาวของเขาในชีวิตก่อนขึ้นมาเช่นกัน

                ‘เจ้าในตอนนั้นเองก็ชอบอะไรแบบนี้เหมือนกันสินะ..ชอบความสงบของป่า..และชอบที่จะสัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงของมันด้วยนิ้วมือ..ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะชอบงานที่ใช้มือสินะ’

                ดวงตาของกัสฉายแสงออกมาชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มและคิดขึ้นมาได้ว่ามีงานชนิดหนึ่งที่น่าจะเหมาะกับน้องสาวของเขา

                “น้องข้า..เจ้าชอบวาดรูปไหม”

                “วาดรูปหรือคะ..น้องเองก็ไม่ได้เกลียดนะคะแต่ว่า..น้องไม่ค่อยได้วาดรูปมากนัก น้องเกรงว่าฝีมือจะไม่ดีพอ”

                “ไม่เป็นไร..แค่เจ้าชอบก็พอแล้ว เอาแบบนี้เป็นไง ลองวาดลวดลายลงบนไหที่อิจิโกะปั้นดูวิธีนี้น่าจะทำให้มูลค่าของมันเพิ่มขึ้นได้หากอ้างอิงจากคำพูดของโกลเด้นที่ได้ยินมาในวันนี้ศิลปะเองก็เป็นหนึ่งในวิธีปลดปล่อยความมุ่งมั่นหากวาดลวดลายลงไปบนไหดินเผาละก็..บางทีพวกเราอาจจะเพิ่มมูลค่าให้มันก็ได้นะ”

                กัสจับจ้องสีหน้าของน้องสาวอย่างตั้งใจเขาเฝ้ามองอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของเธอ มองดูท่าทีครุ่นคิดและลังเลใจก่อนจะกลายเป็นความตื่นเต้นยินดีเล็กๆ

                เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็เบาใจและตัดสินใจมอบงานนี้ให้กับน้องสาวของเขาได้

                “ลองดูนะน้องข้า..หากเจ้ารู้สึกว่าไม่พอใจวันหน้าหากข้ารวบรวม DP ได้มากกว่านี้ข้าสัญญาว่าจะซื้อดินแดนที่มีแม่น้ำให้เจ้า..ถึงตอนนั้นเจ้าจะตกปลาเท่าไหร่ข้าก็ไม่ว่า”

                “จริงนะคะท่านพี่! สัญญานะ!”

                “แน่นอนยังไงเสียดินแดนแบบนั้นก็เป็นดินแดนที่จำต้องมีอยู่แล้ว..และถ้าเพื่อน้องสาวที่ข้ารักด้วยแล้วทำไมจะให้ไม่ได้”

                ขณะที่พูดกัสก็ยื่นมือออกไปสัมผัสกับใบหน้าที่แดงระเรื่อของเด็กสาวก่อนจะเชิดค้างของเธอขึ้นมาแล้วประกบริมฝีปากของเข้าเพื่อลิ้มรสชาติที่หอมหวานจากน้องสาวที่รัก

                การจูบที่วาบหวานทำให้ทั้งสองลุ่มหลงไปไม่น้อยเสียงครางเบาๆ ดังออกมาไม่ขาดก่อนที่กัสจะผละออกไปอย่างช้าๆเพื่อมองดูใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มของน้องสาว

                “วันนี้ลองไปดูก็แล้วกันศึกษาดูว่าทำยังไงถึงจะทำให้ไหเคลือบดินเผาพวกนั้นมีสีสันออกมาได้หลังจากเผาไฟ”

                “ค่ะท่านพี่..แล้วเรื่องปลาละคะ”

                “เรื่องนั้นก็ด้วย รอข้าก่อนข้าจะซื้อกรงดักปลาเพิ่มสักหน่อยจากนั้นค่อยดูว่าต้องใช้กรงดักปลาสักเท่าไหร่ถึงจะจับปลาได้ถึงขีดจำกัดของแม่น้ำในตอนนี้”

                หลังจากพูดจบกัสก็ซื้อกรงดักปลาออกมาเพิ่มจนมีกรงดักมากกว่า 20 ใบซึ่งรวมกันแล้วใช้ DP ไปแค่ 200 หน่วยเท่านั้น

                ราคานี้หากเป็นสองสามเดือนก่อนหน้านี้กัสคงจ่ายออกไปได้ลำบากมากแต่สำหรับตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำและไม่จำเป็นต้องสนใจอีกด้วยว่าปลาที่จับได้จะได้DP มากหรือน้อยกว่ามูลค่าของกรง

                เพราะยังไงเสียอุปกรณ์ก็เป็นสิ่งที่คงอยู่ไปตลอดขอเพียงใช้เวลาสักหน่อยก็จะได้ทุนกลับคืนมาง่ายๆ เลยทีเดียว

                ‘ต่อไปก็..เพิ่มระดับโรงปั้นเป็นระดับ 3 โรงปั้นขนาดกลางสินะในที่สุดก็พัฒนามาจนถึงจุดนี้จนได้’

                

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185