กรื๊งๆๆ
เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่หน้าประตูก็ดังออกมา พร้อมปรากฏร่างผู้หญิงอายุประมาณ 20 เดินเข้ามาภายในร้าน พร้อมกับที่อาตเงยหัวขึ้นมามอง
“ขอโทษนะครับ ร้านเรายังไม่เปิดให้บริการครับ” อาตพูดออกมาหลังจากมองไปที่หญิงสาวตรงหน้า
“ขอเอสเพรสโซ่แก้วนึง” หญิงสาวนิรนามไม่ได้สนใจคำพูดของอาตแต่กลับเดินไปที่โซฟาแล้วนั่งลงอย่างสบายอารมณ์
“ขอโทษนะครับ ผมคงทำให้ไม่ได้จริงๆ” อาตเดินไปที่หญิงสาวนิรนามแล้วปั้นหน้ายิ้ม
“เอสเพรสโซ่แก้ว” หญิงสาวนิรนามพูดออกมาพร้อมกับจ้องไปที่ตาของอาต
“ ………”
“งั้นรอสักครู่นะครับ” อาตคอตก แล้วเดินไปที่บาร์เคาน์เตอร์เพื่ออทำกาแฟให้แก่หญิงสาว 10 นาทีให้หลัง
“นี่ครับ เอสเพรสโซ่ที่คุณสั่ง และนี่เป็นน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม และน้ำตาลครับ คุณสามารถเติมได้ตามใจเลยครับ” พูดจบอาตก็เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ เพื่อที่จะสังเกตการณ์อีกฝ่าย
หลังจากที่ได้รับกาแฟแล้ว สาวคนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากจิบกาแฟขึ้นมาดมเป็นเวลานานสองนาน แล้วจึงค่อยๆจิบมันเข้าไปอย่างบรรจง
“คุณเจ้าของร้าน! กาแฟแก้วนี้มันอร่อยมาก ฉันอยากรู้ว่าคุณใช่เมล็ดกาแฟสายพันธุ์ไหนเหรอ” เมื่อดื่มเสร็จ หญิงสาวนิรนามก็พูดขึ้นมา
“ความลับทางการค้าครับ” อาตยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปาก แล้วพูดออกไป
“งั้นเหรอ! เอานี่ไม่ต้องถอน” หญิงสาวนิรนามควักเงินออกจากกระเป๋า 200 บาทแล้ววางไว้ที่โต๊ะ แล้วจึงค่อยเดินออกไปจากร้าน
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
“ผู้หญิงอะไรโคตรเอาแต่ใจ! แต่ก็ใจป้ำชะมัด” อาตพูดออกมาพร้อมกับนำเงินมาใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนหลังจากที่ทำความสะอาดโต๊ะเสร็จ อาตก็หันกลับไปยังห้องครัวเพื่อทำเบเกอรี่ต่อให้เสร็จ ซึ่งก็ใช้เวลาไปถึงตอนเย็น
“เหนื่อยสุดสุดไปเลยแหะ! ขึ้นไปนอนดีกว่า” อาตพูดพลางปิดร้าน แล้วจึงค่อยเดินขึ้นบันไดไปชั้น 3
--วันต่อมา เวลา 10 โมงเช้า
หลังจากที่ตื่นนอน แล้วก็ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จ อาตก็เดินลงมาชั้นล่าง เพื่อลองทำกาแฟกับเบเกอรี่ต่อ ซึ่งในขณะที่เขากำลังทำอยู่นั้นเอง
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นมาพร้อมกับหญิงสาวคนเมื่อวานเดินเข้ามาในร้าน
“เจ้าของร้าน ขอลาเต้แก้วนึงพร้อมกับเค้ก 1 ชิ้น” โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง หญิงสาวนิรนามก็สั่งกาแฟกับเค้ก พร้อมกับนั่งไปที่โซฟาตัวเมื่อวานในทันที
“ คุณผู้หญิง ตอนนี้ร้านยังไม่เปิดครับ”
“ ฉันต้องการ และฉันต้องได้เดี๋ยวนี้” หญิงสาวพูดออกมาโดยไม่ได้หันไปมองอาต
“ ก็ได้ครับ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ”
“.............”
เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าไม่ตอบ อาตก็เดินกลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อทำกาแฟลาเต้
หลังจากที่ชงกาแฟลาเต้เสร็จ อาตก็เดินไปตัดชิฟฟ่อนเค้กฝอยทอง โชคดีที่ว่าเค้าได้ทำเค้กเสร็จพอดีจึงไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย อาตทำการตัดชิฟฟ่อนเค้กฝอยทองออกเป็น 8 ชิ้น แล้วจึงค่อยนำไปเสิร์ฟให้หญิงสาวคนนั้น
“ นี่ครับ ลาเต้อาร์ตรูปใบไม้เสิร์ฟพร้อมกับชิฟฟ่อนเค้กฝอยทอง”
“ลาเต้อาร์ตรูปใบไม้? ชิฟฟ่อนเค้กฝอยทอง?”
“ใช่ครับ! มีอะไรไม่ชอบหรือเปล่าครับ”
“เปล่า! แค่น่าสนใจดี” พูดจบหญิงสาวก็ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดูลวดลายบนลาเต้ หลังจากนั้นจึงค่อยไปตักชิฟฟ่อนเค้กฝอยทองขึ้นมากิน
“ อร่อย!” หญิงสาวอุทานขึ้นมา พร้อมมองไปที่ชิฟฟ่อนเค้กฝอยทองด้วยตาที่เป็นประกาย
“ เจ้าของร้าน! ฉันขอเค้กแบบนี้ 3 ชิ้นกลับบ้าน” หญิงสาวพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง
“ ขอโทษนะครับ พอดีผมไม่มีกล่องเอาไว้ใส่เค้กนะครับ” อาตพูดออกมาพร้อมท่าทางช่วยไม่ได้
“ ฉันต้องการ!” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ
“ แต่ผมไม่ทำ” อาตพูดออกมาพร้อมยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว
“ นายชื่ออะไร”
“ อาต”
“ ดีดี! นายจำไว้ให้ดี คนอย่างเกษณีอยากได้อะไรก็ต้องได้” พอหญิงสาวที่ชื่อว่าเกษณีพูดจบ เธอก็เดินออกไปจากร้านในทันที
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
หลังจากที่เกษณีเดินออกจากร้านไปได้ไม่นาน เธอก็กลับเข้ามาข้างในร้านอีกครั้ง
“มีอะไรงั้นเหรอ?” อาตพูดออกมาอย่างรู้สึกแปลกใจ ที่เห็นหญิงสาวตรงหน้าเดินกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง
“ ฉันยังกินไม่อิ่ม” เกษณีพูดออกมาอย่างอายอาย แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะ
หลังจากที่เธอกินเสร็จแล้ว
“นี่เจ้าของร้าน แพ็คกลับบ้านให้ไม่ได้หรอ ” “ไม่ได้!” อาตพูดออกมาเสียงแข็ง
“นะๆๆๆ” เกษณีพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ไม่ได้”
“ก็ได้! เอานี่เงิน” เกษณีหยิบเงิน 500 บาทมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากร้านไป
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
“ งี่เง่าจริงแหะ” อาตพูดพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก
หลังจากนั้นอาตก็เดินไปเช็ดโต๊ะ แล้วจึงค่อยไปเสี่ยงโชคจากระบบรวมถึงเขียนเมนูอาหารต่อไป
วันต่อมา
ขณะนี้ที่อาตกำลังเช็ดโต๊ะนั้น
กรื๊ง กรื๊ง กรื๊ง
ก็มีผู้หญิง 3-4 คน เดินเข้ามาในร้าน โดยมีเกษณีเป็นคนนำ
“นี่คุณอีกแล้วหรอ” อาตพูดออกมาพร้อมเอามือจับหัว
“นี่เจ้าของร้านขอเมนูกาแฟกับเค้กหน่อย” เกษณีพูดออกมา แล้วนั่งไปที่โซฟาพร้อมกับเพื่อนๆของเธอ
“ ผมบอกแล้วไง ว่ายังไม่เปิดกิจการ คุณเข้าใจไหม? ” อาตพูดออกมาอย่างเหนื่อยเหนื่อย
“ นี่เจ้าของร้าน”
“ครับครับครับ” อาตนำเมนูไปให้สาวๆอย่างเหนื่อยใจ
“แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง” เกษณีพูดออกมาราวกับเป็นผู้ชนะ
และนี่ก็เป็นการเปิดกิจการเป็นครั้งแรกอย่างงงๆของร้าน A&P