สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สี่สิบห้า นักคำนวณ Mathematician

    ตอนที่สี่สิบห้า นักคำนวณ Mathematician

    พอได้เห็นพวกนี้มีกำลังใจผมก็ดีใจอยู่หรอกแต่การที่ผมต้องมาใช้สกิลด้วยตนเองนี่มันเท่ากับกลยุทธที่ผมคิดไว้ท่าทางต้องผ่านบททดสอบมากมายจึงจะได้แบบกีฬา E-Sport ที่มีการคำนวณด้านข้อมูลอย่างะละเอียดแต่ละคนเต็มไปด้วยกลยุทธต่างๆนานา

    ไม่ใช่ผมคิดคนเดียว

    คิดคนเดียว แทนที่ผมจะทำให้แฟมิเลียแข็งแกร่งขึ้นพวกนี้อาจจะเอาแนวความคิดของผมที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพสุงที่สุดถือเป็นจริงจัง จนทำให้กลยุทธที่ดีที่พวกเขาใช้อยู่แล้วถูกทอดทิ้งไปก็เป็นไปได้ผมพยายามจะไม่ทำให้ตนเองเป็นจุดอ่อนของทีมในแง่นี้

    ผมมองไปที่พี่กล้าม อย่างน้อยผมควรจะเน้นการฝึกที่ทำให้พวกเขามีค่าร่างกายสูงขึ้นเอาไว้ก่อน

    ตามแนวทาง ร่างกาย กลยุทธและปฏิกิริยาตอบสนอง ของนักกีฬา E-Sport

    และผมคงต้องรวบรวมข้อมูลของแฟมิเลียอื่นๆด้วยล่ะนะหรือไม่ก็ซื้อตัวคนที่เก่งกาจในด้านต่างๆมาเข้าทีมเป็นที่ปรึกษาให้กับผม

    กองหลังที่แข็งแกร่ง ผู้ตรวจสอบร่างกายของนักกีฬานักโภชนาการ นักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ผมต้องการคือกองหลังที่แข็งแกร่งแบบนั้น

    ถ้าโลกนี้ขาดตำแหน่งไหนไปผมก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่

    ผมจะเอาเสมียนต๊อกต๋อยของผมให้พัฒนาไปเป็นนักคำนวณMathematician ทั้งหมดเอง

    ตามประวัติของโลกนี้มีอารยะธรรมที่ล่มสลายและเอสเปอร์หรืออะไรนี่ล่ะ

    แต่ Mathematicianเป้นอย่างเดียวที่ยังใช้ได้ในทุกยุค

    ว่าคณิตศาสตร์คือสัญลักษณ์โค้ดของจักรวาลนั่นเอง

    ต่อให้มานาหมดไปจากโลก คณิตศาสตร์และการคำนวณก็ยังใช้ได้

    แต่ปัญหาคือมันช้านั่นเองกว่าที่จะคำนวณคาถายากๆได้ คนรอบข้างก็รบไปถึงไหนแล้ว

    และที่สำคัญอ่อนแอและเดินช้า

    แต่เสียใจด้วยนะระบบเกมส์ทำให้ผมเสียเปรียบในโลกความจริงมาก่อนหน้านี้แต่โลกความจริงนี้ทำให้ผมได้เปรียบในการใช้งานนักคำนวณ

    เพราะใครเขาเอานักคำนวณไปเดินเล่นในสมรภูมิกันล่ะเฟ้ยเขาเอาไว้ในห้องทดลอง คำนวณด้านต่างๆ ประดิษฐ์สิ่งของแกะรหัสความลับของคาถาโบราณต่างหาก

    Lore ประวัติศาสตร์เบื้องหลังของโลกนี้น่าสนใจอย่างมาก

    หากไม่มีใครสนับสนุนนักคำนวณผมก็จะสนับสนุนเอง

    สายที่ร่ายเวทย์ช้าแต่ชัวร์ เหมาะสำหรับคนขี้ขลาดอย่างผมเป็นอันมาก

    ปัญหามีนิดหนึ่งคือพวกนักคำนวณมีจำนวนน้อยและติสท์ยิ่งกว่าพวกบัณฑิตเสียอีก

    ผมคิดว่าพยายามจะซื้อตัวพวกที่มีทักษะพวกนี้มาทุกคนเท่าที่ผม๙ทื้อมาได้และจำให้พวกเขาดูภาพที่บันทึกไว้ในลุกแก้วคริสตัลและลองคำนวณออกมาเป็นตัวเลขตามที่E-Sport มักจะทำกันในทางสถิติ

    มีหลายอย่างที่ต้องปรับระหว่างข้อเท็จจริงและความรู้จากเกมส์

    แต่ข้อมูลนี่ล่ะ ที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างโลกจริงและโลกเกมส์เพราะกีฬาฟุตบอลในยุคสมัยใหม่ ก็ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเช่นกัน

    เป็นข้อได้เปรียบเล็กๆน้อยๆที่ผมจะได้เปรียบคนอื่นที่ไม่มีแนวคิดเช่นนี้แต่ข้อได้เปรียบเล็กน้อยนี่ล่ะที่ผมจะสร้างให้มันมีความได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคตข้างหน้า

    ไม่มีภารกิจใดที่ง่ายดาย

    ผมมองพวกสมาชิกของผม ที่หลายคนก็ฝึกเพิ่มกำลังกับพี่กล้ามหลายคนก็กำลังสนทนากับจ่ากองเรื่องของกลยุทธ ที่พยายามจะปรับใช้เทคนิคและสัญลักษณ์คำสั่งของทหารให้เข้ากับนักผจญภัย

    ผมบอกเสมียนว่า                 

    “จดบันทึกที่พวกเขาคุยกันเรื่องกลยุทธต่างๆไว้ด้วยและเอาภาพจากคริสตัลบันทึกมาผมจะพยายามวิเคราะห์ร่วมกับพวกนักผจญภัยที่มีประสบการณ์”

    เสมียนที่หน้าตาอิดโรยรับคำผมอยากจะเอาเสมียนไปเพิ่มแรงกับพี่กล้าม แต่อย่างนั้นพวกเขาได้เหนื่อยตายแน่

    ผมคงต้องเกณฑ์เด็กยากจนมารับหน้าที่ผู้ช่วยเสมียนเสียแล้ว

     

    ..

    ณ Scholarumสถานศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงนอกจากจะรวมเส้นสายในการวิจัยต่างๆยังรวมปราชญ์บัณฑิตจำนวนมาก

     

    แรมเบิร์ตในชุดสีแดงเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวใครเดินแบบเชิดหน้าขึ้น ผ้าคลุมสีแดงมีตราของเพนดราก้อนสัญลักษณ์ของท่านดยุกอูลริกเพนดราก้อน

    “ต้องให้คอยงั้นหรือ รู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นใคร?ทำงานให้ใครถึงได้ทำเรื่องเสียมารยาทกับข้าขนาดนี้”

    แรมเบิร์ตกล่าวอย่างอดทนกับเสมียนที่มีหน้ามาบอกว่าเขาต้องคอยเพราะไม่ได้นัดเอาไว้?

    ไร้สาระเขามีหน้าที่ต้องคอยใครที่ไหนกัน?

    “ทะท่านแรมเบิร์ตคะ ได้โปรดใจเย็นก่อนเสมียนคนนั้นไม่มีประสบการณ์มากเท่าไรจึงไม่รู้จักท่านค่ะ”

    ท่านดยุกส่งแรมเบิร์ตมาเพราะต้องการเอาพวกเรนโบว์ไนท์ไปไกลๆที่กำลังฝึกนักผจญภัยแต่ต้องการนักคำนวณและบัณฑิตเพิ่มเติมแบบรีบเร่งว่าอย่าเสียเวลาโดยไม่จำเป็น ซึ่งแรมเบิร์ตก็เป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว

    “ท่านดยุกต้องการนักคำนวณทั้งหมดบัณฑิตทั้งหมด เสมียนทั้งหมดที่สามารถจัดหาได้”แรมเบิร์ตกล่าวอย่างใจเย็นที่คนรอบข้างมองว่าคือการกระชากเสียง

    “อะ อะไรนะคะ” บัณฑิตสาวคนหนึ่งกล่าวอย่างไม่เชื่อหู

    “ได้ยินไม่ชัดหรือท่านดยุกบอกว่าต้องการนักคำนวณ บัณฑิต เสมียน ทั้งหมดที่ทาง scholarum จะสามารถจัดหาให้ท่านได้ และอาจารย์มาสเตอร์ในด้านต่างๆที่สามารถไปทำงานกับท่านได้ ไม่ว่าในระยะยาวหรือระยะสั้นท่านต้องการทั้งหมด”

    แรมเบิร์ตกล่าวอย่างอดทนราวกับไม่ต้องการพูดจาเกินความจำเป็นกับคนชั้นต่ำที่เชื่องช้า

    “เอ่อทั้งหมดนี่หมายความว่าอย่างไรคะคุณสมบัติอย่างไร ทะท่านดยุกต้องการไปเป็นทาสอุ่นเตียงหรือเปล่า หรือหน้าตาแบบไหน?”

    สมกับเป็นบัณฑิตที่รอบรู้รู้เรื่องรสนิยมของท่านดยุกอย่างดี

    “เจ้าได้ยินไม่ชัดหรือ ทั้งหมดแปลว่าทั้งหมดที่เจ้าจัดหาได้ไม่เกี่ยงว่าเป็นคนมีคุณสมบัติแบบไหน จะทำงานในระยะยาวหรือสั้น ต้องการทั้งหมด”

    บัณฑิตสาวที่คุยกับแรมเบิร์ตสมองมึนชาไปหมดหรือนี่คือกลยุทธของท่านดยุกที่จะเอาบัณฑิตสาวๆไปไว้ในกำมือของตนเองก่อนแล้วค่อยเลือกสรรค์อีกที

    การขอไปทั้งหมดนี้ เท่ากับว่าไม่เปิดโอกาสให้เลือกหรือทาง Scholarum ปฏิเสธได้หากไม่มีเหตุผลที่ดีเพียงพอ

    เป็นการตัดโอกาสในการให้เหตุผลอย่าง “ผลงานวิจัยไม่ตรงกัน”“ไม่ต้องการทำงานระยะยาว” “งานที่ต้องการทำไม่ตรงกับที่ท่านดยุกต้องการ” อันเป็นการทำให้บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นปฏิเสธดยุกหมูอ้วนผู้ร้ายกาจอย่างดยุกอูลริก

    แต่เมื่อกำหนดมาว่าต้องการคนที่ว่างอยู่ตามระเบียบแล้วนอกจากคนที่มีภาระติดพันหรือภารกิจติดพันแล้ว

    ทาง Scholarumไม่สามารถหาเหตุผลอื่นที่จะปฏิเสธแผนการกวาดต้อนบัณฑิตสาวของดยุกอูลริกได้

    ดยุกอูลริก ทำอะไรไม่ธรรมดาจริงๆ

    “แต่เอ่อคนอื่นมีสิทธิยื่นบัญชีร้องขออยู่ก่อ..น..” บัณฑิตสาวพยายามจะหาข้อแก้ตัว

    “หรือเจ้าจะปฏิเสธว่าคนที่ได้ที่สามของการสอบแข่งขันไม่มีสิทธิได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคำร้องขอธรรมดา?” แรมเบิร์ตล้วงประกาศนียบัตรขลิบทองแดงของที่สามจากผ้าคลุมอย่างภาคภูมิใจ

    รางวัลที่สามของทางบัณฑิตเอง

    ที่ทางเทคนิคหากท่านดยุกมาทางสายบัณฑิตและเกิดเสียสติขึ้นมาอยากเป็นมาสเตอร์ ท่านก็สามารถเป็นได้ตามธรรมเนียมจะให้โอกาสผู้ที่สอบได้ที่สูงๆมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนธรรมดา เช่นสถานะมาสเตอร์การขอคนช่วยงาน ทุนวิจัยในการทำโครงการ เปิดสาขาวิชาใหม่ ฯลฯ

    นี่คือเรื่องภายในของ Scholarum เองไม่ใช่เรื่องที่จะอ้างว่าดยุกอูลริกใช้อำนาจภายนอกบีบบังคับกิจการภายในได้

    “นอกจากคนที่จอมปราชญ์เหนือ-ใต้ร้องขอแล้วข้าว่าเจ้าไม่มีสิทธิปฏิเสธกระมัง?” แรมเบิร์ตถามอย่างยิ้มเยาะ

    ที่หนึ่งและสองในปีนั้นคือจอมปราชญ์เหนือและจอมปราชญ์ใต้ในปัจจุบันนั่นเอง

    บัณฑิตสาวทำหน้าจะร้องไห้ เพราะตามระเบียบเธอก็ไม่มีสิทธิปฏิเสธเหมือนกัน

    “แง้ไม่น่าเอาชื่อของเราเผลอไว้ในใบขอทำงานกับขุนนางราชวงศ์เลย”บัณฑิตสาวได้ร้องไห้ออกมาจริงๆอย่างกลั้นไม่อยู่

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน