ร้านอาหารที่ธีราวัฒน์พาไปเป็ร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ติดริมแม่น้ำเ้าพระยาจันทร์เ้ามองวัดที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำแล้วก็ต้องรีบเก็บสายตาของตนเองกลับมาคนอื่นอาจจะมองเห็นเจดีย์อันเก่าแก่ที่สวยงามริมแม่น้ำแต่ที่เธอเห็นกลับเป็เจดีย์อันเก่าแก่ที่มีดวงิญญามากมายอยู่รายล้อมดวงิญญาที่ดูน่ากลัวมากที่สุดในสายตาของเธอก็คือดวงิญญาที่มีรูปลักษณ์สูงชะลูดแข่งกับยอดเจดีย์ริมฝีปากเรียวเล็กส่งเสียงแหลมบาดแก้วหู ฝ่ามืออันใหญ่โตกวักมือเรียกเธอสายตาที่จับจ้องเธอราวกับรู้ว่าเธอสามารถมองเห็นพวกเขาได้ จันทร์เ้าจึงรีบละสายตาลงไปมองในแม่น้ำทันทีแต่แล้วจันทร์เ้าก็พลันเหงื่อตกเมื่อเห็นว่าในแม่น้ำเองก็มีทั้งภูตพรายและดวงิญญาที่มีสายตาอันร้ายกาจกำลังจ้องเขม็งมาที่เธอและดวงิญญาที่ติดตามเธอมาอย่างคุณผีโทนี่อย่างไม่วางตาจันทร์เ้าสั่นสะท้านออกมาด้วยความหวาดหวั่น เธอพยายามไม่มองไปยังทิศทางนั้นด้วยกังวลว่าตนเองจะได้เห็นภาพที่ไม่ควรจะมองเห็นมากกว่านี้
“สั่งอาหารได้ตามสบายเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ”เมื่อธีราวัฒน์พูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็หยิบเมนูอาหารขึ้นมาดูในทันทีทั้งธารมิกาและวิภาวรรณล้วนสั่งอาหารคนละอย่างสองอย่างแล้วสุดท้ายธารมิกาก็หันมาถามจันทร์เ้าด้วยความประหลาดใจ
“ยังหาอาหารที่อยากทานไม่ได้อีกหรือ”เมื่อธารมิกาสอบถามเช่นนี้จันทร์เ้าก็ส่ายหน้าแต่เมื่อเธอมองเห็นสายตาของธีราวัฒน์ที่กำลังจ้องมองเธอราวกับอยากจะหาเื่ทำให้เธอรีบลงมือจิ้มรายการอาหารในเมนูโดยที่ไม่ได้อ่านให้ดีในทันที
“ปูผัดพริกเหลืองพี่กำลังคิดจะสั่งอยู่เหมือนกันแต่เห็นว่ามีแกงหลายจานแล้วก็เลยไม่ได้สั่งน้องคะเอาปูผัดพริกเหลือค่ะ”ประโยคหลังธารมิกาหันไปพูดกับพนักงานที่มารับออเดอร์อาหารด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ธีราวัฒน์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับจันทร์เ้าพอดีพลันหรี่ตาในทันที
“คุณแพ้ปูไม่ใช่หรือหรือว่าที่จริงแล้วไม่ได้แพ้แต่แค่อยากจะใช้ข้ออ้างนี้หาเื่ทะเลาะกับคนอื่น”คำพูดของเขาทำให้ผู้หญิงที่นั่งร่วมโต๊ะทั้งสามคนนิ่งอึ้งกันไปในทันทีแล้วสุดท้ายก็เป็จันทร์เ้าที่แก้ตัวออกมา
“แพ้ปูจริงๆค่ะ แต่แค่อยากลองกินดูเพื่อให้รู้รสชาติเมื่อครู่นี้เห็นพี่วิสั่งข้าวผัดปูไปก็เลยคิดว่าสั่งปูผัดพริกเหลืองไปอีกก็น่าจะมีคนช่วยจันทร์กินได้”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้ธีราวัฒน์ก็ทำสีหน้าเคร่งเครียดในทันที
“การแพ้อาหารไม่ใช่เื่ตลกบางครั้งแค่คันไปทั้งตัวก็ยังพอทนไหว แต่บางทีเป็หนักจนถึงขั้นหายใจไม่ออกเลยก็มีคุณเคยพูดอย่างนี้กับผมไม่ใช่หรือ” คำพูดของเขาทำให้จันทร์เ้าเม้มปากแน่น
ตอนนั้นเพราะเธอควบคุมความหวาดกลัวดวงิญญาที่พยายามจะคุกคามเธอในร้านอาหารที่ธีราวัฒน์พาเธอไปไม่ไหวเธอก็เลยขอกลับทั้งที่ยังทานอาหารด้วยกันไม่เสร็จเธอใช้ข้ออ้างเื่แพ้อาหารของเธอเพื่อขอตัวกลับก่อนแต่เขากลับไม่ยอมและพยายามเหนี่ยวรั้งให้เธอนั่งเป็เพื่อนเขาก่อนเธอก็เลยบอกว่าเขาไม่ได้ใส่ใจเธอเห็นเื่การแพ้อาหารของเธอเป็เื่ที่ไม่สำคัญแล้วหลังจากนั้นเธอก็สามารถออกจากร้านอาหารแห่งนั้นได้ในที่สุดพร้อมด้วยความไม่พอใจที่เริ่มจะมากขึ้นของเธอและธีราวัฒน์
หลังจากนั้นก็มีอีกหลายครั้งที่ทะเลาะกันอีกหลายครั้งทั้งเื่ที่เธอผิดนัดและเื่ที่เธอไปพบเขาไม่ตามเวลาที่นัดหมายกันผลสุดท้ายความเหนื่อยหน่ายและความเสียใจก็ทำให้จันทร์เ้าขอเลิกกับเขาในที่สุดคนที่ได้เห็นและได้เผชิญกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นและไม่ควรจะมองเห็นมันทำให้เธอใช้ชีวิตดังเช่นคนปกติได้ยากตอนนั้นเธอจึงคิดได้ว่าเธอไม่ควรจะดึงคนอื่นมาใช้ชีวิตอย่างไร้ซึ่งความสุขด้วยกันกับเธอ
อย่างเช่นตอนนี้ที่มีพรายน้ำในแม่น้ำด้านล่างกำลังกวักมือเรียกเธอพอเธอทำเป็มองไม่เห็นพรายน้ำเ่าั้ก็เริ่มพยายามเรียกร้องความสนใจจากเธอ อยู่ๆใบหน้าสวยงามน่ามองของบรรดาพรายน้ำก็เริ่มค่อยๆ เน่าเฟะน้ำในแม่น้ำที่อยู่บริเวณรอบๆก็เริ่มมีคราบสีแดงและสีเหลืองกลิ่นเหม็นคละคลุ้งกรุ่นกำจายมาจนถึงเธอจันทร์เ้าพยายามรวบรวมสติแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
“ไม่ต้องหันไปมองไม่ต้องให้ความสนใจ พรายน้ำพวกนั้นทำอันตรายคุณไม่ได้หรอก”น้ำเสียงอันราบเรียบและสีหน้าสงบนิ่งของโทนี่ที่ล่องลอยอยู่ด้านข้างของเธอทำให้เธอพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองและพยายามคิดว่าพรายน้ำเ่าั้ทำอันตรายเธอไม่ได้อย่างที่เขาบอกดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจความหวาดกลัวของเธอได้ดีเขายื่นมือที่ไม่ค่อยจะโปร่งใสเท่าเมื่อตอนกลางวันของเขามาเกาะกุมมือของเธอเอาไว้เพื่อปลอบใจแม้ว่าััที่ฝ่ามือของเขาจะเย็นเฉียบแต่ความอบอุ่นบางอย่างกลับแล่นเข้าสู่หัวใจของเธอ
“เอ่อขอโทษนะคะ คุณธีกับน้องจันทร์เคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมคะแถมยังเคยสนิทกันมากด้วยจนถึงขั้นที่คุณธีรู้ว่าน้องจันทร์แพ้ปู”เมื่อวิภาวรรณถามเช่นนี้จันทร์เ้าจึงได้ละทิ้งความสนใจจากโทนี่และหลุดพ้นจากความหวาดกลัวที่พรายน้ำกำลังพยายามสำแดงฤทธิ์เพื่อข่มขู่เธอได้สำเร็จ
“...” แต่จันทร์เ้ากลับไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของวิภาวรรณว่าอย่างไรดีเพราะเมื่อเช้านี้ธีราวัฒน์พึ่งจะข่มขู่เธอไปว่าห้ามพูดเื่ที่เธอและเขาเคยคบหากันให้คนอื่นรู้
“ชาคริตคือเพื่อนสนิทของผมน้องในสายรหัสของเขาอย่างจันทร์เ้าผมย่อมจะต้องเคยรู้จักมาก่อนอยู่แล้วผมกับจันทร์เ้าเคยไปกินข้าวด้วยกันอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันจนถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าสนิทสนมกันเป็การส่วนตัว”คำพูดของธีราวัฒน์ทำให้ทั้งวิภาวรรณและธารมิกาต่างก็พยักหน้าเป็ทำนองว่าเข้าใจแล้วอย่างพร้อมเพรียงกันแต่คนที่เคยถูกเขา่ชิงจูบแรกของตนเองไปอย่างจันทร์เ้าได้แต่แอบกำหมัดแน่นอยู่ในใจ
‘จ้าไม่สนิทสนมกันเป็การส่วนตัวเลยสักนิด ฮึ่ม...’ แต่แน่นอนว่าเธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาพอดีกับที่อาหารถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดีเธอจึงให้ความสนใจกับอาหารที่วางอยู่ตรงหน้ามากกว่ากลิ่นอาหารอันหอมหวนสามารถชำระล้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่โจมตีเธอเมื่อครู่นี้ได้สำเร็จ
แม้ว่าเธอจะแพ้ปูแต่อาหารอย่างอื่นเธอไม่ได้แพ้ดังนั้นเธอจึงลงมือกินอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่แน่นอนว่าเธอย่อมจะต้องตักอาหารที่เธอสั่งมาอย่างปูผัดพริกเหลืองขึ้นมากินพอเป็พิธีโดยพยายามหลีกเลี่ยงเนื้อปูให้มากที่สุด แม้ว่าจะเป็เช่นนั้นแต่อาการคันตามิัก็ปรากฏขึ้นมาบนิัของเธอทำให้เธอละทิ้งความสนใจดวงิญญาที่อยู่รอบข้างไม่ว่าจะเป็พรายน้ำและดวงิญญาที่มีรูปลักษณ์สูงเสียดฟ้าที่อยู่ตรงเจดีย์ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำก็ไม่อาจจะดึงดูดความสนใจของเธอได้อีกแล้ว