ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 107 ภารกิจที่สิบสี่

    ตอนที่107 ภารกิจที่สิบสี่


    รุ่งเช้าเสิ่นอี้ตื่นก่อนโซเฟียเขานอนตะแคงจ้องมองใบหน้างามของหญิงสาวชาวตะวันตกด้วยความพึงพอใจ เนื่องด้วยเธอสามารถตอบสนองความต้องการทางเพศจากตนได้ทุกท่วงท่าและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีซึ่งทำให้เขาอยากรั้งเธอไว้อยู่ข้างกายเพื่อร่วมหลับนอนกับเธออีก


    “จ้องมองฉันอย่างนี้หลงรักฉันเข้าแล้วหรือคะ” โซเฟียถามขึ้นมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่


    เธอลืมตาขึ้นมาพร้อมยิ้มมุมปากอย่างมีความสุขโดยไม่คาดคิดว่าการตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์กับเสิ่นอี้จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกเร่าร้อนที่โหยหามานานได้พลางรู้สึกดีที่เลือกตัดสินใจพลีกายให้ชายหนุ่ม


    “นั่นสินะเช้านี้คุณมีตารางสอนไหม”


    เสิ่นอี้ยิ้มมุมปากอย่างมีความหมายพลางสอบถามเธอด้วยความอยากรู้เพราะต้องการกินเธออีกรอบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นเมื่อได้สบตาสาวงามตรงหน้า


    “มีสอนบ่ายค่ะ”โซเฟียยิ้มน้อย ๆ อย่างพึงพอใจเพราะสามารถคาดเดาความคิดของชายหนุ่มได้


    เสิ่นอี้ไม่ว่ากล่าวอะไรอีกเขาก้มหน้าลงจุมพิตเธออีกครั้ง พร้อมนอนทาบทับร่างกายเธอเพื่อเริ่มต้นบทเพลงใหม่สำหร้บเช้านี้อีกครา


    สองหนุ่มสาวใช้เวลาปรนเปรอความสุขให้แก่กันสักพักหนึ่งกระทั่งแต่ละคนบรรลุจุดสุดยอดอย่างสุขสม

    แล้วพากันไปอาบน้ำด้วยกันอย่างสดชื่น


    โซเฟียจูบลาเสิ่นอี้อยู่หน้าประตูพักใหญ่อย่างไม่เต็มใจทว่าเธอจำเป็นที่จะต้องไปเตรียมเนื้อหาการสอนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่ได้รับมอบหมายจากทางสถาบันโดยสัญญาที่จะกลับมานอนค้างกับเสิ่นอี้อีกในตอนเย็นวันนี้หรือเย็นพรุ่งนี้


    เสิ่นอี้ส่งแฟนสาวคนล่าสุดอยู่หน้าประตูเสร็จเรียบร้อยเขาเตรียมอุปกรณ์อย่างแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มต้นพิมพ์วิทยานิพนธ์ด้วยตัวเองเพราะอยากอ่านทบทวนเนื้อหาเพื่อทำความเข้าใจไปด้วยโดยมีเนื้อหาบางส่วนที่อินทรีดำช่วยสรุปให้


    ขณะเขากำลังวางมือลงบนแป้มพิมพ์ของแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์พลันมีเสียงอันราบเรียบคุ้นหูดังขึ้นมาอย่างไม่มีสัญญาณแจ้งล่วงหน้ามาก่อนว่า


    “ระบบมอบภารกิจที่สิบสี่ให้แก่โอนเนอร์จงรีบไปช่วยทีมนักบินอวกาศของจีนที่สถานีอวกาศเทียนกง มีเวลาทำภารกิจทั้งหมดสองวันหากโอนเนอร์สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ระบบจะมอบรางวัลให้โอนเนอร์เสี่ยงโชคได้หนึ่งครั้งและการเดินทางไปทำภารกิจครั้งนี้ ระบบจะมอบยานโดยสารฟาสต์ทูให้ใช้เดินทางในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าขอให้โอนเนอร์โชคดี”


    “ฮะ! อะไรนะ?!อีกหนึ่งชั่วโมง!”


    เสิ่นอี้ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืนพลางอุทานเสียงดังด้วยความตื่นตกใจทันทีเขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับภารกิจในเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ กระนั้นเขารีบคิดวางแผนเดินทางในทันทีพร้อมสื่อสารกับอินทรีดำให้กลับมาหาตนยังคอนโดมิเนียมในทันใด


    “ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมเอาอะไรไปบ้างละเนี่ย โอ้! ต้องใส่ชุดอเนกประสงค์ก่อนเผื่อหลุดออกไปอยู่นอกอวกาศโดยไม่ตั้งใจ”


    ชายหนุ่มรู้สึกหัวหมุนในทันทีเขาต้องแยกร่างในการสื่อสารกับอินทรีดำเพื่อให้มันช่วยงานอย่างอื่น ส่วนงานเล็กน้อยที่ไม่ต้องอาศัยการประมวลผลอันซับซ้อนเขาจำเป็นต้องทำเองเพราะบางอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่สามารถให้ผู้ช่วยทำแทนได้


    เสิ่นอี้ตรวจสอบสิ่งของในกล่องล่องหนของระบบโกลาหลพลันพบเห็นยานโดยสารฟาสต์ทูจอดรอสงบนิ่งอยู่ภายใน พร้อมตัวเลขเวลาเริ่มต้นภารกิจที่สิบสี่ซึ่งนับถอยหลังลงเรื่อยๆ เขาตระหนักได้ทันทีว่าต้องเร่งมือในการเตรียมตัวให้เสร็จเรียบร้อย


    สุดท้ายชายหนุ่มโทรแจ้งแฟนสาวคนใหม่เพราะตนจะไม่อยู่คอนโดมิเนียมหลายวันเพื่อไม่ให้เธอเป็นกังวลหรือมาหาตนแล้วไม่พบได้กระนั้นเขากลับรู้สึกแปลกใจต่อคำตอบที่ได้รับจากเธอเป็นอย่างยิ่งว่า


    “ไม่เป็นไรค่ะคุณมีงานก็ไปทำให้เรียบร้อย ฉันจะเอาเสื้อผ้าของใช้ไปนอนที่คอนโดคุณเองหรือว่าจะหวงไว้ให้ใครหรือเปล่า”


    โซเฟียกล่าวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแสดงความสงสัยโดยตรงเพราะไม่ชื่นชอบการโกหกลับหลัง


    “เปล่าผมไม่มีใครที่นี่ แค่ผมไม่อยู่เพราะต้องไปทำงานหลายวันก็เลยกลัวว่าคุณจะเหงาถ้าต้องอยู่คนเดียว”


    เสิ่นอี้รีบกล่าวปฏิเสธอย่างรวดเร็วเพราะความเป็นจริงเขาพักอยู่อาศัยเพียงลำพังในคอนโดมิเนียมพลางรู้สึกแปลกใจที่โซเฟียต้องการมาพักอาศัยอยู่กับตน ทว่าเขาไม่เป็นกังลเท่าใดนักเนื่องด้วยไม่มีความลับซ่อนไว้ในที่พักแต่อย่างใด


    “โอเคงั้นฉันจะอยู่รอคุณที่คอนโดละกัน บายค่ะ” โซเฟียตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายใจ


    เธอรีบวางสายทันทีเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจพลางรู้สึกดีที่จะได้อยู่ใกล้ชิดและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในบางเวลา

    เสิ่นอี้ไม่มีเวลาสนใจความรู้สึกของโซเฟียอีกเขารีบสั่งการให้อินทรีดำเรียกรถรับจ้างไปส่งยังสถานที่ลับตาคนเพื่อนำยานโดยสารออกมาจากระบบก่อนที่จะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า


    ..........


    รถรับจ้างของแพลตฟอร์มหนึ่งมาส่งเสิ่นอี้ยังสุสานเมาท์ออร์เบิร์นในเมืองเคมบริดจ์โดยชายหนุ่มตั้งใจเลือกที่นี่ตามคำแนะนำของอินทรีดำ เนื่องด้วยอยู่ไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมมากนักและเป็นสถานที่ปลอดสายตาคนในเวลาช่วงบ่ายพอดี


    เขารีบลงจากรถหลังชำระค่าโดยสารเสร็จเรียบร้อยแล้ววิ่งตรงไปยังสถานที่เปลี่ยวเพื่อนำยานโดยสารออกมา ซึ่งอินทรีดำบินวนรออยู่พร้อมส่งเสียงแจ้งเตือนเขาเป็นระยะเนื่องด้วยระยะเวลาเริ่มปฏิบัติภารกิจกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วโดยต้องรีบขึ้นยานเพื่อออกไปให้เร็วที่สุด


    เสิ่นอี้รับรู้ได้ทันทีว่าระบบไม่ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ตนด้วยการนำตัวผ่านเทเลพอร์ตเหมือนเดิมทว่าต้องให้เขาใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้มาทั้งหมดจากระบบเพื่อช่วยเหลือตัวเอง


    “พร้อมยังอินทรีดำ.....ไป!”


    ชายหนุ่มโบกมือนำยานโดยสารฟาสต์ทูรูปร่างคล้ายจานบินของมนุษย์ต่างดาวที่มีผู้คนบนโลกเคยพบเห็นเขาเรียกให้ผู้ช่วยเข้าไปในยานเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปด้วยกัน


    “มาแล้วเจ้านาย”ฉับพลันอินทรีดำบินพุ่งเข้าประตูยานโดยสารไปพร้อมกับเจ้านายอย่างรวดเร็ว


    เสิ่นอี้เข้านั่งประจำที่ผู้บัญชาการหลักของยานโดยสารพร้อมสั่งการให้ยานเคลื่อนตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้าในเวลาอันรวดเร็วซึ่งความเร็วในการเคลื่อนที่ของยานเหนือกว่าจรวดหรือยานโดยสารทั้งหลายของโลกนี้มากนัก


    อย่างไรก็ตามการปรากฏยานรูปร่างคล้ายกับยานอวกาศของต่างดาวได้มีคนพบเห็นโดยบังเอิญ ซึ่งเป็นสัปเหร่อประจำสุสานแห่งนี้


    ชายชราผู้ดูแลสุสานเดินตรวจตราพื้นที่สุสานโดยรอบก่อนปิดประตูห้ามคนเข้ามาภายในอีก ทว่าเขามองเห็นวัตถุขนาดใหญ่ทรงยาวรีลอยตัวขึ้นจากพื้นที่สุสานด้านในแล้วหายลับไปในท้องฟ้าอย่างรวดเร็วจนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพไม่ทันพลางพึมพำด้วยความตื่นเต้นยินดีว่า


    “พระเจ้า! นั่นจานบินมนุษย์ต่างดาวใช่ไหม ฉันจะมีโชคดีใช่ไหมเนี่ยแต่เสียดายจังเลยที่ถ่ายรูปไม่ทัน ไม่งั้นจะเอาไปอวดเพื่อนเสียหน่อย”


    ชายชราเดินจากไปโดยยังติดใจอยู่จนหันหลังกลับไปมองทิศทางเคยเห็นจานบินอีกรอบอย่างไม่แน่ใจเขาชักเริ่มไม่แน่ใจว่าตนตาฝาดหรือเห็นภาพจริงกันแน่


    ..........


    เสิ่นอี้และอินทรีดำเดินทางไปถึงสถานีอวกาศเทียนกงซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างสถานีอวกาศอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก ด้วยระยะทางระหว่างสามร้อยสี่สิบถึงสี่ร้อยห้าสิบกิโลเมตรเหนือพื้นผิวโลกเขาใช้เวลาเดินทางไปถึงเพียงสิบ

    นาที


    พลันมีสัญญาณแจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติจากยานฟาสต์ทูดังขึ้นซึ่งทำให้เสิ่นอี้รับรู้เหตุร้ายของสถานีอวกาศเทียนกงที่กำลังเผชิญอยู่ในทันทีว่า


    “ฉุกเฉิน! เหตุฉุกเฉิน!อีกสามสิบนาทีข้างหน้า! เปลวสุริยะจะปะทุออกมาเล็กน้อยแต่ความรุนแรงส่งผลกระทบมาถึงสถานีอวกาศเทียนกงและยานฟาสต์ทู”


    ทันใดนั้นอินทรีดำสื่อสารกับเสิ่นอี้ทันทีเมื่อเสียงแจ้งเตือนของยานฟาสต์ทูเงียบลงแล้วว่า


    “เจ้านายสถานีอวกาศเทียนกงสื่อสารมา พวกเขาอยากรู้ว่าเราเป็นมิตรหรือศัตรู”


    อินทรีดำสามารถถอดรหัสสื่อสารด้วยภาษาต่างๆ ได้ง่ายดาย ซึ่งมันสามารถวิเคราะห์และสรุปให้เจ้านายฟังเมื่อถอดรหัส

    ได้ครบถ้วนแล้วโดยรอฟังคำสั่งจากเจ้านายในการปฏิบัติต่อสถานีอวกาศอยู่


    “เข้าใจแล้วฉันจะจัดการเอง” เสิ่นอี้ตอบกลับอินทรีดำด้วยความเข้าใจ


    ชายหนุ่มสั่งการยานฟาสต์ทูเปิดรับการสื่อสารจากทางสถานีอวกาศเทียนกงในทันทีเพราะต้องการแจ้งเตือนภัยกับนักบินเขาไม่แน่ใจว่าในสถานีอวกาศมีอุปกรณ์ทันสมัยซึ่งสามารถตรวจจับความผิดปกติจากพายุสุริยะได้หรือไม่ว่า


    “เปิดใช้งานระบบสื่อสารจากภายนอกเต็มระบบส่งข้อความออกไป บอกว่าเราเป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรู ตอนนี้กำลังจะเกิดเปลวสุริยะในอีกสามสิบนาทีพลังทำลายของมันจะเดินทางมาถึงที่นี่ ให้พวกเขาหาทางหลบซ่อนตัวในที่ปลอดภัยหยุดการก่อสร้างไว้ชั่วคราว เร็วเข้า!”


    เสิ่นอี้ตะโกนในข้อความสุดท้ายด้วยความห่วงใยต่อบรรดานักบินอวกาศเชื้อชาติเดียวกันอย่างรวดเร็ว