หลายวันผ่านไปนับั้แ่เยว่ซินนำเงินก้อนแรกกลับมาสู่ครอบครัว บรรยากาศภายในกระท่อมไม้ซอมซ่อหลังน้อยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบเหงาและสิ้นหวังที่เคยปกคลุมอยู่ราวกับหมอกหนาได้จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยไออุ่นแห่งความหวังและเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ไม่เคยได้ยินมานานหลายปี
บนโต๊ะอาหารไม่ได้มีเพียงข้าวต้มที่เจือจางจนแทบจะเป็น้ำอีกต่อไป แต่มีข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจนนุ่มฟูส่งกลิ่นหอมกรุ่น พร้อมด้วยกับข้าวที่มีเนื้อสัตว์และผักสดใหม่วางอยู่เคียงข้าง อาซานดูมีน้ำมีนวลขึ้น แก้มที่เคยตอบซูบซีดบัดนี้กลับมาเปล่งปลั่งอมชมพู เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยดังขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ได้กินเนื้อตุ๋นชิ้นโปรด
ส่วนเยว่หลาน หลังจากได้ทานยาบำรุงคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อาการไอเรื้อรังของนางก็ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแอ แต่ก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการไอจนนอนไม่หลับเหมือนเช่นเคย นางเริ่มมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้ามากขึ้น สามารถลุกขึ้นมาทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ หรือนั่งเย็บปะเสื้อผ้าเก่าๆ ให้ลูกๆ ได้อีกครั้ง แสงแห่งชีวิตได้กลับคืนสู่ดวงตาของนางอีกครั้งหนึ่ง
เยว่ซินมองภาพเหล่านี้ด้วยหัวใจที่พองโต นี่คือสิ่งที่เธอ้า คือผลลัพธ์ที่เป็รูปธรรมจากวาสนาที่เธอได้รับมา ทว่าภายใต้ความสุขและความโล่งใจนั้น ความกังวลระลอกใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
เงินสองเหรียญเงินนั้นดูเหมือนจะมากมาย แต่เมื่อต้องใช้จ่ายไปกับข้าวสารคุณภาพดี เนื้อสัตว์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาบำรุงราคาแพงของท่านแม่ มันก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าเงินก้อนนี้มีวันหมด และคำโกหกเื่ "แอ่งดินลับแล" ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรคุณภาพสูงนั้นใช้ได้แค่ครั้งเดียว หากเธอเอาหญ้าจันทราคุณภาพดีเยี่ยมไปขายให้ลุงเฉินอีกครั้ง ความสงสัยจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เธอ้า แหล่งรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนกว่านี้
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในตอนเช้าเธอยังคงเข้าป่าเก็บสมุนไพรเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เก็บเพื่อนำไปขายทั้งหมด แต่เพื่อเป็ฉากบังหน้า ส่วนในตอนบ่าย เธอจะแอบปลีกตัวไปยังถ้ำลับหลังม่านน้ำตกที่เธอค้นพบ ที่นั่นคือโลกส่วนตัว คือสถานที่ที่เธอจะสามารถเป็ตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง
ภายในถ้ำที่เงียบสงบ เยว่ซินนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ เธอหลับตาลงและเริ่มทำสมาธิ ดูดซับพลังิญญาจากธรรมชาติเข้ามาเสริมสร้างรากฐานพลังระดับต้นขั้นที่ห้าของเธอให้มั่นคงยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่เธอโคจรพลัง เธอจะรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
แต่วันนี้ เป้าหมายของเธอแตกต่างออกไป
หลังจากทำสมาธิจนรู้สึกว่าพลังิญญาเต็มเปี่ยมดีแล้ว เธอก็ลืมตาขึ้น ในมือของเธอมีเมล็ดผลไม้ป่าธรรมดาๆ ที่เธอเก็บติดมือมาสองสามเมล็ด
เธอนึกย้อนไปถึงวันที่เธอใช้พลังิญญาของเธอยกระดับคุณภาพของหญ้าจันทราในตะกร้า "ในเมื่อข้าสามารถ 'เสริมพลัง' ให้พืชที่โตแล้วได้ แล้วถ้าเป็ 'การปลูก' ั้แ่เริ่มต้นล่ะ?"
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เยว่ซินเดินไปที่มุมหนึ่งของถ้ำซึ่งมีดินร่วนสะสมอยู่ เธอใช้นิ้วขุดหลุมเล็กๆ แล้วฝังเมล็ดผลไม้ป่าลงไปหนึ่งเมล็ด จากนั้นเธอก็รวบรวมพลังิญญาธาตุไม้ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นไว้ที่ปลายนิ้ว แสงสีเขียวมรกตอ่อนๆ ส่องสว่างขึ้นมาราวกับหิ่งห้อย เธอค่อยๆ จรดนิ้วลงบนพื้นดินเหนือเมล็ดที่ฝังไว้ แล้วส่งผ่านพลังิญญาเข้าไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น!
พื้นดินตรงนั้นสั่นะเืเล็กน้อย ก่อนที่ยอดอ่อนสีเขียวจะแทงทะลุดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วในอัตราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า! ยอดอ่อนนั้นเติบโตสูงขึ้น แตกใบ กลายเป็ลำต้นเล็กๆ ที่แข็งแรง และยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ต้นไม้พุ่มขนาดย่อมในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที)!
เธอมองผลงานตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นี่มันเกินกว่าที่เธอคาดไว้มาก พลังระดับต้นขั้นที่ห้าไม่ควรจะทำเื่แบบนี้ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ หรือว่า พลังิญญาที่เธอได้รับมาจากผลไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่ใช่แค่ปริมาณที่มากกว่าคนอื่น แต่คุณภาพของมันก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง? ราวกับว่าพลังของเธอมีความสามารถในการ "มอบชีวิต" ให้พืชได้โดยตรง
ยังไม่ทันที่เยว่ซินจะหายใ ดอกไม้สีขาวเล็กๆ ก็ผลิบานออกมาจากกิ่งก้านของมัน ก่อนจะร่วงโรยไปอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยผลไม้สีแดงสดขนาดเท่าหัวแม่มือ
เยว่ซินจ้องมองผลไม้ตรงหน้านิ่งงัน เธอเอื้อมมือไปเด็ดมันขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจนัก ผิวของมันเรียบเนียนและส่องประกายจางๆ เธอััได้ถึงพลังิญญาที่อัดแน่นอยู่ภายใน ซึ่งมากกว่าผลไม้ป่าธรรมดาทั่วไปหลายเท่า
เธอค่อยๆ กัดมันเข้าไป
รสชาติหวานฉ่ำและสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก พร้อมกับกระแสพลังงานอุ่นๆ ที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอ แม้จะเทียบไม่ได้เลยกับผลไม้จิติญญาร้อยปี แต่สรรพคุณของมันก็ยังคงยอดเยี่ยมกว่าผลไม้ธรรมดาหลายเท่านัก
"สำเร็จ " เธอกระซิบกับตัวเอง ดวงตาของเธอทอประกายเจิดจ้า "นี่แหละ! นี่คือหนทางของข้า!"
เธอไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายในป่าลึก ไม่ต้องคอยโกหกเื่โชคช่วยอีกต่อไป เธอสามารถ "สร้าง" ทรัพยากรขึ้นมาได้ด้วยมือของเธอเอง! เธอจะเป็ นักบ่มเพาะพฤกษา!
แวบแรก เธอคิดถึงสวนเล็กๆ หลังกระท่อมของเธอ มันคงจะสะดวกสบายไม่น้อยถ้าเธอสามารถปลูกพืชิญญาเหล่านี้ไว้ใกล้ๆ ตัวได้ แต่แล้วความคิดนั้นก็ถูกปัดทิ้งไปในทันที
เป็ไปไม่ได้ เธอบอกกับตัวเองอย่างหนักแน่น มันอันตรายเกินไป
เยว่ซินหลับตานึกภาพตาม หากเธอเริ่มพรวนดินและปลูกพืชที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนหลังบ้าน สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือความสงสัยของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบ้านของป้าหวังที่อยู่ไม่ไกลนัก และต่อให้เธอสามารถทำรั้วสูงๆ มาบังตาได้ แต่ก็มีสองสิ่งที่เธอไม่สามารถปกปิดได้อย่างแน่นอน
อย่างแรกคือ ปรากฏการณ์ที่ผิดธรรมชาติ พืชที่เธอใช้พลังิญญาบ่มเพาะนั้นเติบโตเร็วจนน่ากลัว บางทีอาจจะส่องประกายเรืองรองในยามค่ำคืน หรือส่งกลิ่นหอมของพลังิญญาฟุ้งกระจายไปทั่ว แค่รั้วไม้มันจะไปซ่อนเื่มหัศจรรย์พันลึกแบบนี้ได้อย่างไร?
อย่างที่สองและอันตรายที่สุดคือ การรั่วไหลของพลังิญญา พืชิญญาที่เติบโตเต็มที่จะแผ่พลังิญญาออกมาตลอดเวลา การมีสวนพืชิญญาอยู่หลังบ้านก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างประภาคารพลังิญญาที่ส่องสว่างจ้า ผู้บำเพ็ญเพียรในหมู่บ้านทุกคนจะััได้ถึงความผิดปกตินี้ทันที และเมื่อข่าวแพร่ออกไป มันจะดึงดูดทั้งผู้ที่แข็งแกร่งกว่า โจร หรือแม้กระทั่งสัตว์อสูรที่เฉลียวฉลาดเข้ามาหาเื่เดือดร้อนถึงตัวครอบครัวของเธอแน่
กระท่อมซอมซ่อและรั้วไม้ผุๆ จะไปป้องกันอะไรได้? ไม่เลย ถ้ำลับแห่งนี้คือคำตอบเดียว มันคือสถานที่เดียวที่ปลอดภัยพอจะใช้เป็ฐานที่มั่นในการสร้างอนาคตของเธอได้
เป้าหมายใหม่ของเธอชัดเจนแล้ว เธอจะเป็นักบ่มเพาะพฤกษา แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เธอ้าเมล็ดพันธุ์ที่ดีและมีความรู้ที่ถูกต้อง
เธอรู้ดีว่าในหมู่บ้านเมฆาขจีไม่มีของแบบนั้นขายแน่นอน เธอต้องเดินทางไปยัง "เมืองชิงเฟิง" ซึ่งเป็เมืองที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้และอยู่ห่างออกไปครึ่งวันเดินทาง
เยว่ซินใช้เวลาสองสามวันในการเตรียมตัว เธอเก็บหญ้าจันทราคุณภาพปานกลาง (ที่เธอจงใจยกระดับคุณภาพขึ้นมา) ไปขายให้ลุงเฉินอีกสองสามครั้งเพื่อรวบรวมเงินทุนให้ได้มากพอ ก่อนจะบอกกับแม่ว่าเธอจะลองเอาสมุนไพรไปขายที่เมืองดู เผื่อว่าจะได้ราคาดีกว่านี้ แม้เยว่หลานจะเป็ห่วง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองไม่ได้อยู่ไกลนักและเป็เส้นทางที่ปลอดภัย นางจึงอนุญาต
การเดินทางออกจากหมู่บ้านเป็ครั้งแรกในชีวิตทำให้เยว่ซินทั้งตื่นเต้นและประหม่า โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และคึกคักกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก เมื่อเธอเดินทางมาถึงเมืองชิงเฟิง เธอก็ต้องตื่นตาตื่นใจไปกับบ้านเรือนที่ก่อด้วยอิฐ กำแพงเมืองที่สูงใหญ่ และผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาซึ่งมีผู้บำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งกว่าคนในหมู่บ้านปะปนอยู่มากมาย
เธอขายสมุนไพรของเธอได้ในราคาที่สูงกว่าที่ลุงเฉินให้เล็กน้อย จากนั้นเธอก็เริ่มเดินสำรวจตลาดเพื่อตามหาสิ่งที่เธอ้า
ในที่สุด เธอก็เจอร้านเล็กๆ เก่าๆ ที่ตั้งอยู่ในตรอกแคบๆ ร้านหนึ่ง บนป้ายไม้เหนือประตูเขียนไว้ว่า "ร้านร้อยเมล็ดพันธุ์"
ภายในร้านนั้นเต็มไปด้วยไหดินเผาและถุงผ้าเล็กๆ ที่บรรจุเมล็ดพันธุ์นานาชนิดวางเรียงรายอยู่จนตาลาย เ้าของร้านเป็ชายชราผมขาวที่กำลังนั่งหลับสัปหงกอยู่หลังเคาน์เตอร์
เยว่ซินเดินดูอย่างเงียบๆ เธอใช้เงินส่วนใหญ่ที่หามาได้ซื้อ "เมล็ดกะหล่ำปลีิญญา" และ "เมล็ดหัวไชเท้าหยก" ซึ่งเป็พืชิญญาระดับต่ำที่สุดและมีราคาถูกที่สุดในร้าน นอกจากนี้เธอยังได้ซื้อเมล็ด "หญ้าดาวตก" ซึ่งเป็สมุนไพริญญาระดับต่ำอีกหนึ่งชนิดมาด้วย
ขณะที่กำลังจะจ่ายเงิน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแผงขายของเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านขายเมล็ดพันธุ์ บนแผงนั้นมีม้วนตำราเก่าๆ วางขายอยู่สองสามม้วน เธอลองเดินเข้าไปดู
"มีอะไรให้ช่วยไหมแม่หนู?" พ่อค้าทักขึ้น
"ตำราพวกนี้คืออะไรหรือเ้าคะ?"
"อ้อ! พวกนี้คือม้วนคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นพื้นฐาน ราคาถูกๆ ทั้งนั้นแหละ" พ่อค้าตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
เยว่ซินไล่สายตาดูชื่อบนม้วนตำราต่างๆ "หมัดวายุ", "เพลงดาบอัคคี" ล้วนแต่เป็ทักษะต่อสู้ทั้งสิ้น จนกระทั่งเธอมาหยุดอยู่ที่ม้วนสุดท้าย มันเป็ม้วนที่ดูเก่าและเรียบง่ายที่สุด บนนั้นเขียนไว้ว่า "ธาตุไม้: ศิลปะแห่งการบ่มเพาะ"
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาคลี่ดูเล็กน้อย เนื้อหาข้างในไม่ได้กล่าวถึงการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย แต่เป็เื่ของวิธีการใช้พลังิญญาธาตุไม้เพื่อสื่อสารกับพืช, วิธีการส่งผ่านพลังงานเพื่อเร่งการเติบโต, และวิธีการรักษาโรคให้พืชิญญา
นี่มัน ตำราที่์ส่งมาให้เธอชัดๆ!
"ม้วนนี้ราคาเท่าไหร่เ้าคะ?"
"ห้าสิบอีแปะ"
เยว่ซินจ่ายเงินซื้อมันมาโดยไม่ลังเล นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้
เมื่อกลับมาถึงถ้ำลับ เยว่ซินก็เริ่มต้นแผนการของเธอทันที
เธอใช้เวลาทั้งบ่ายในการเตรียมแปลงดินเล็กๆ ในถ้ำ ขนดินที่อุดมสมบูรณ์จากริมลำธารในป่าเข้ามาผสม จากนั้นเธอก็เริ่มศึกษา "ศิลปะแห่งการบ่มเพาะ" ที่เพิ่งซื้อมาอย่างตั้งใจ
ตำรานั้นได้เปิดโลกใบใหม่ให้กับเธอ มันสอนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ แต่มีประสิทธิภาพมหาศาล เช่น การโคจรพลังิญญาเป็เกลียวเพื่อกระตุ้นราก, การใช้พลังที่อ่อนโยนเพื่อเคลือบใบป้องกันแมลง, และการััถึง "ความ้า" ของพืชแต่ละชนิด
เยว่ซินลงมือเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ิญญาที่ซื้อมาทันที เธอใช้เทคนิคที่เรียนรู้มาจากตำรา ผสานเข้ากับพลังิญญาระดับต้นขั้นที่ห้าที่บริสุทธิ์และเข้มข้นของเธอ
ผลลัพธ์ที่ได้นั้น น่าอัศจรรย์ใจยิ่งกว่าครั้งก่อน
เพียงแค่สามวัน
เมล็ดกะหล่ำปลีิญญาก็เติบโตจนกลายเป็กะหล่ำปลีหัวใหญ่เท่าศีรษะเด็ก ใบของมันซ้อนกันแน่นและมีสีเขียวสดใสส่องประกายราวกับหยกเนื้อดี ส่วนหัวไชเท้าหยกก็งอกงามจนมีขนาดใหญ่กว่าแขนของเธอ เปลือกของมันขาวสะอาดและมีพลังิญญาไหลเวียนอยู่จางๆ
สวนผักิญญาลับของเธอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม!
คืนนั้น เยว่ซินนั่งมองผลผลิตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ ในใจของเธอไม่ได้มีความฝันที่จะเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า ไม่ได้ปรารถนาที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน
ความฝันของเธอในตอนนี้ เรียบง่ายกว่านั้นมาก
เธอฝันถึงบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม ฝันถึงโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยข้าวสวยร้อนๆ เนื้อตุ๋นหอมๆ และผักิญญาที่เธอปลูกเอง ฝันถึงวันที่แม่ของเธอหายป่วยโดยสมบูรณ์และกลับมายิ้มได้อย่างสดใสอีกครั้ง ฝันถึงวันที่อาซานได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและมีความสุข
เธอฝันถึงชีวิตที่สงบสุข ชีวิตที่อิ่มท้องและปลอดภัย ชีวิตแบบ "ปลาเค็ม" ที่ไม่ต้องดิ้นรนหรือต่อสู้กับใคร
และตอนนี้ ด้วยสวนผักิญญาแห่งนี้ ความฝันนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปแล้ว