บรืนนนน
เสียงรถยุโรปแล่นเข้ามาภายในรั้วของบ้านชั้นเดียวแถวชานเมืองของต่างจังหวัด บ้านหลังขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ รายล้อมไปด้วยคันนาสุดลูกหูลูกตา มองไปฉากหลังบ้านก็พบูเาเขียวขจีลูกใหญ่ ภายในรั้วบ้านเองก็มีพืชพันธุ์น้อยใหญ่ปลูกเรียงรายกันไป บรรยากาศร่มรื่นและสงบเสียจนกระต่ายอดยิ้มไม่ได้ สาวเมืองกรุงั้แ่กำเนิดอย่างเธอ พอได้กลับมาที่นี่ทีไรก็รู้สึกถูกเติมเต็มทุกครั้งเสมอ
แตกต่างจากกระแตน้องสาววัย 20 ที่ห่างกันเพียง 3 ปี รายนั้นั้แ่ขึ้นรถก็หลับปุ๋ย ใส่เฮดโฟนเปิดเพลงร็อกฟังอย่างไม่สนใจวิวทิวทัศน์เลย กานต์คุณแม่ยังสาวมองสองสาวผ่านกระจกหลังก็ได้ยิ้มเอ็นดูในความต่างแต่ลงตัวของทั้งคู่
“พี่ดำาาาาาา” เสียงกานต์สาวใหญ่ะโเรียกเ้าของบ้านอยู่หน้าประตู กระต่ายจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เตรียมไหว้ลุงดำตามประสาพี่สาวคนโต แตกต่างกับกระแตที่หาวเสียจนจะเห็นลิ้นไก่
“เออๆ ได้ยินแล้ว จะะโให้คนในหมู่บ้านออกมาเลยรึไง” รอเพียงไม่นานเสียงทุ้มก็ลอยนำเ้าตัวมาแต่ไกล ลุงดำในผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวขยี้หัวอย่างหงุดหงิดออกมาต้อนรับสามแม่ลูกด้วยท่าทางไม่ค่อยจะเป็มิตร
“แหมพี่ดำก็พูดเกินไป บ้านพี่อยู่ไกลผู้ไกลคนตั้งเยอะ ใครจะไปได้ยินกันล่ะจ๊ะ” กานต์หัวเราะร่วนตอบกลับพี่เขย เธอไม่ติดใจเอาความอะไรหรอก เพราะรู้ถึงนิสัยของพี่เขยตัวเองดี
“พวกมึงนี่ก็จริงๆ เลย ไม่รู้จะแห่กันมาบ้านกูทำไมปีละสองสามครั้ง”
“เด็กๆ เขาอยากมาน่ะ โดยเฉพาะยัยแต ร้องจะมาให้ได้เลย เพิ่งจะปิดเทอมน่ะจ้ะ คงจะฝากพี่ดำไว้จนกว่าจะเปิดเทอมแล้วกันนะพี่”
“เอาของเข้าไปเก็บข้างในนะจ๊ะลุง” กระแตไม่รอคำตอบ ร่างน้อยก็หอบกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปในบ้านทันที
“เออๆ เอาแต่ใจกันให้หมดทุกคน มาๆ พวกมึงก็เข้ามากันให้หมด”
“กระแตตต มาไหว้ป้าศรีก่อนลูก” เสียงผู้เป็แม่ะโบอกลูกสาว กระแตที่กำลังจัดของให้เข้าที่เดินออกมาจากห้องอย่างอ้อยอิ่ง เธอทำการไหว้ป้าแท้ๆ ของตัวเองก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องดังเดิม
“ยัยเด็กคนนี้นี่เหลือเกินจริงๆ” กานต์บ่นอุบ เธอส่ายหัวให้กับความอินดี้ของลูกสาวคนเล็ก
“อย่าไปว่าเด็กมันเลย ศรีก็ตายไปนานแล้ว ั้แ่ไอ้พวกนี้ยังตัวเท่าเมี่ยง มันจะไม่ใส่ใจก็ไม่แปลกหรอก” ลุงดำตอบนิ่งๆ กระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย ถึงเธอจะค่อนข้างมีวุฒิภาวะ แต่ก็ยอมรับว่าพอคนตายคือคนที่แทบจำหน้าไม่ได้มันก็ค่อนข้างทำใจให้อินด้วยยาก
ลุงดำนั้นเป็พี่เขยของกานต์ หรือพูดง่ายๆ ว่าพี่สาวแท้ๆ ของสามีเธอมีสามีคือพี่ดำ แต่น่าเศร้าที่แต่งกันได้ไม่นานพี่ศรีและพี่ดำก็ประสบอุบัติเหตุ พี่ดำรอดมาได้แต่พี่ศรีเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นพี่ดำก็ครองโสดมาตลอดและพาตัวเองมาอยู่บ้านไร่บ้านนาั้แ่ยังหนุ่ม ทำให้กานต์และสามีอาสามาเยี่ยมพี่เขยบ่อยๆ เพื่อไม่ให้พี่เขยที่เป็คนหัวเดียวกระเทียมลีบต้องรู้สึกเหงาไปเฉยๆ
“ทำอะไรอยู่จ๊ะลุง” หลังจากทานข้าวกันเสร็จ กระต่ายก็ออกมาเดินเล่นที่บ่อปลาขนาดย่อมๆ ของบ้าน ตากลมมองไปยังลุงดำที่ยืนจังก้าอยู่อีกฝั่ง ระยะไม่ไกลถึงขนาดต้องะโคุยกัน
“ดูปลาน่ะ ดูสิอันนี้ปลานิล กูเพิ่งเอามาลงใหม่” ลุงดำนั่งยองลงเพื่อดูปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ว่ายไปมา กระต่ายเองก็มองตามลุงดำไป แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าผ้าขาวม้าของลุงดำมันไม่สามารถปิดบังสิ่งที่อยู่ภายใต้ผ้าได้อีกต่อไป
ญะ ใหญ่มาก… กระต่ายเผลอพูดในใจ เธอไม่ใช่สาวน้อยไม่ประสีประสาหรอกนะ มีบ้างที่แอบมองหุ่นล่ำๆ กำแดดของลุงเขย ยิ่งได้มาเจอของดีของลุงเขยเธอยิ่งรู้สึกกำหนัด
“กระต่ายยยย กลับกันเถอะลูก เดี๋ยวจะมืดค่ำ” เสียงกานต์ะโเรียกมาจากในบ้าน กระต่ายรีบหันหลังเดินไปมาผู้เป็แม่ทันที โดยที่มีลุงดำเดินตามหลังมา
“ฉันกลับแล้วนะพี่ เดี๋ยวอีก 3 เดือน ฉันจะมารับกระแตกลับ ฝากพี่ดูหลานด้วยนะพี่” กานต์พูดเหมือนเดิมทุกครั้ง ก็ั้แ่กระแตกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัย สาวน้อยก็เริ่มชอบการมาอาศัยอยู่กับลุงดำที่บ้านสวนแห่งนี้ คงเป็เพราะกระแตเป็คนติสท์ๆ หน่อยล่ะมั้งถึงได้ชอบที่นี่
“เออๆ กูดูแลอยู่แล้วไม่ต้องห่วง พวกมึงรีบไปเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงบ้านมืดค่ำอันตราย”
กานต์ยิ้มรับคำพี่เขย เธอและลูกสาวคนโตขึ้นรถก่อนที่จะขับออกไป กระต่ายที่นั่งข้างคนขับมองผ่านกระจกมองข้างเข้าไปภายในตัวบ้าน ภาพที่เห็น คือน้องสาวของเธอถอดเสื้ออวดทรงโตกำลังกอดรัดลุงดำอยู่… กระต่ายขยี้ตาก่อนจะมองอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่รถเคลื่อนตัวออกมาไกลแล้ว บางทีเธออาจจะแค่ตาฝาดล่ะมั้ง…