War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 66

    เมื่อสัญญาณเตือนภัยดัง แคนที่เห็นดังนั้นก็รีบบอกเยี่ยหลง ' เยี่ยหลงรีบเปิดใช้เวทล่องหนที่เอนชานท์ในยันต์และเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าไปในแหวนมิติเร็ว '


    เยี่ยหลงตอบรับ " ครับ ครับ ครับ " จากนั้นก็เก็บคัมภีร์สวรรค์และรีบเร่งเปิดใช้เวทมนต์ล่องหายตัวในยันต์ในทันที


    พอคนเปิดใช้เสร็จ ในเวลาเดียวก็มีคนสามคนเข้ามายังจุดที่เยี่ยหลงอยู่


    เมื่อคนทั้งสามเข้ามายังจุดที่เก็บคัมภีร์ และพบว่าคัมภีร์สวรรค์หายไป แต่ไม่เจอคนเอาไป พวกคนทั้งสามก็ทำการมองไปรอบๆ


    ในระหว่างที่คนทั้งสามกำลังมองหาขโมย ทางด้าน

    เยี่ยหลงที่เป็นขโมย ก็ค่อยๆย่องออกจากห้องลับไปอย่างเงียบๆ


    แต่ยังไม่ทันได้ข้ามพ้นเขตรอยต่อระหว่างห้องลับกับห้องโถง 


    ชายคนตรงกลางที่เข้ามาหาขโมยในห้องลับ ก็รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ด้านหลัง


    คนจึงทำการใช้เวท " เวทฝุ่นผงสีชาดติดตาม " พ่นฝุ่นผงใส่ไปยังบริเวณเขตรอยต่อระหว่างห้องโถงและห้องลับ


    ทันทีที่คนพ่นฝุ่นผงไปเสร็จ ฝุ่นผงก็เกาะติดตัวขโมยหรือคือเยี่ยหลงที่หายตัวอยู่


    เมื่อตำแหน่งของขโมยหรือเยี่ยหลงถูกเปิดเผยแล้ว ชายตรงกลางก็กล่าว " มันอยู่ตรงนั้น มันหายตัวอยู่ "


    ในฉับพลันที่ชายคนตรงกลางกล่าวมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้า พุ่งตัวหนีด้วยเวทแอคเซลในทันที


    ชายตรงกลางที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวบอกกับพวกตน 

    " ตามมันไปเร็ว "


    พอคนกล่าวบอกเสร็จ คนก็พุ่งตัวตามขโมยไปเป็นคนแรก


    เยี่ยหลงที่เป็นขโมย ทำการพุ่งตัววิ่งหนีออกจากเมืองสายลมเหนือเมฆและเข้าป่าไป โดยมีพวกคนที่ต้องการของที่ตนขโมยไปตามหลังมาเอาคืน


    เยี่ยหลงหนีมาถึงเวลาหนึ่งชั่วยาม เมื่อคนก็ไม่ได้ยินเสียงใครตามมาแล้ว คนจึงนั่งพัก


    คนนั่งพักได้ห้านาที คนจึงทำการถามกับเข็มทิศ " จงนำทางข้าไปหาคัมภีร์สวรรค์ที่ยังไม่ถูกค้นพบโดยข้าม้วนต่อไป ที่ใกล้ที่สุด "


    พอเยี่ยหลงบอกเสร็จ เข็มทิศก็ทำการชี้ไปทางที่ต้องไปต่อแก่เยี่ยหลงในทันที


    เมื่อเยี่ยหลงได้ทางแล้ว คนก็ไม่รีรอช้ารีบออกเดินทางในทันควัน


    เวลาช่วงใกล้เที่ยงวันที่ สิบเก้า ตุลา ณ หมู่บ้านใกล้ๆเมืองสายลมเหนือเมฆ


    เยี่ยหลงที่เดินทางมาถึงหมู่บ้าน แบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน คนก็มองหาโรงเตี๊ยมเป็นสิ่งแรก


    แต่สิ่งที่คนเจอคือ ผู้คนกำลังรวมตัวกันจัดทำพิธีอะไรบ้างอยู่ 


    เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็สนใจอยู่สี่ส่วนว่ามันคือ พิธีอะไร แต่ด้วยความง่วง คนจึงสลัดทิ้งความสนใจและมุ่งเข้าโรงเตี๊ยมไป


    พอคนได้ห้องพักแล้ว คนก็รีบนอนในทันที


    เช้าวันที่ ยี่สิบ ตุลา เยี่ยหลงที่ตื่นขึ้นมา ก็มานั่งกินข้าวอยู่ชั้นสองใกล้หน้าต่างของโรงเตี๊ยมและมองดูด้านล่าง มองดูขบวนผู้คนที่กำลังเต้นรำเดินทางดั่งบวงสรวงอะไรอยู่


    เมื่อเสี่ยวเอ้อร์มาอยู่ใกล้ๆเยี่ยหลง เยี่ยหลงจึงถามเสี่ยวเอ้อร์ขึ้น " เสี่ยวเอ้อร์ ขบวนเต้นรำของชาวบ้านคือพิธีอะไรฤา "


    เสี่ยวเอ้อร์ตอบ " นั่นน่ะหรอ นั่นคือพิธีบวงสรวงเทพแห่งแสง เพื่อขอให้แสงแดดส่องลงมาถึงพืชพันธุ์ที่เพาะปลูกน่ะขอรับ "


    " แล้วขบวนเดินทางจะเดินทางไปสุดที่ตรงไหนฤา " เยี่ยหลงถาม


    เสี่ยวเอ้อร์ตอบ " ถ้ำบนภูเขาน่ะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังนั้นก็ตอบรับ " งั้นเองหรอ " จากนั้นก็นำเข็มทิศขึ้นมาดู และชะโงกหัวมองไปยังบนภูเขา


    เยี่ยหลงคิด ' เข็มทิศชี้ไปยังบนภูเขา แสดงว่าเราคัมภีร์สวรรค์อาจอยู่ในนั้นก็เป็นได้ งั้นเรารอให้พิธีเสร็จก่อนดีกว่าแล้วค่อยขึ้นไปเอา '


    พอเยี่ยหลงคิดเสร็จ จู่ๆในทันใดนั้น ก็มีชายสามคนมานั่งยังโต๊ะที่อยู่ห่างจากโต๊ะของเยี่ยหลงประมาณสามโต๊ะ


    เยี่ยหลงที่หันไปเห็นชายสามคนที่มานั่งยังโต๊ะใกล้ตนนั้น คนที่จำหน้าได้ว่ามันคือสามคนที่ไล่ตามตน ตอนไปขโมยคัมภีร์สวรรค์ในบ้านในเมืองสายลมเหนือเมฆ


    คนที่เห็นดังนั้น ก็ถึงกับสำลักน้ำชาที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาอย่างรวดเร็ว


    แต่ก่อนที่พวกคนทั้งสาม จะหันมาสังเกตมาเห็นเยี่ยหลง ว่าเยี่ยหลงพ่นน้ำชาออกมาทำไม คนก็ทำการลุกขึ้นและเดินออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งสู่ถ้ำบนภูเขาก่อนที่ขบวนบวงสรวงจะเดินทางไปถึง


    หนึ่งในชายที่ตามล่าเยี่ยหลงกล่าวบอกกับพวกตนขึ้น " มันต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แหละ เพราะสัญญาณติดตาม มันระบุเอาไว้อย่างงี้ "


    ชายอีกคนกล่าว " งั้นก็ลองเปิดเวทตรวจเวทติดตามดู ว่าตอนนี้มันอยู่ไหน "


    ชายคนแรกที่กล่าว เมื่อได้ยินคำบอกมาดังนั้น คนก็ทำการใช้เวทตรวจสอบเวทติดตาม เพื่อดูว่าขโมยตอนนี้อยู่จุดไหน


    ชายคนที่ใช้เวทตรวจสอบกล่าว " มันกำลังมุ่งไปทางทิศเหนือ "


    " ทางทิศเหนือของหมู่บ้านนี้ ก็เป็นภูเขา และที่ที่น่าจะหลบได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นในถ้ำบนภูเขา ที่ที่ชาวบ้านทำพิธีบวงสรวงและนำของบวงสรวงไปวางเอาไว้ " ชายคนที่สามกล่าว


    " งั้นพวกเราก็รีบตามมันไปกันดีกว่า เพราะหากชาวขึ้นไปถึงข้างบน พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน ชาวบ้านถึงจะออกจากถ้ำมา หรือต่อให้เราแฝงตัวไปกับชาวบ้านขึ้นไปข้างบน แต่พวกเราก็ไม่สามารถระบุตัวของขโมยได้อย่างแน่นอนเป็นแน่อยู่ดี และอีกอย่างมันที่มีเวทหรือทักษะวิญญาณ ในการพรางตัว คงจะหนีออกมาจากพิธี โดยไม่ป่วนพิธีของชาวบ้านได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร " ชายคนที่สองที่กล่าวทำการกล่าว


    ชายคนแรกที่กล่าวทำการกล่าว " งั้นเราไปกันเลยดีกว่า "


    อีกสองคนพยักหน้าตอบรับและทำการลุกขึ้น จากนั้นพวกคนก็พากันมุ่งไปสู่ยังถ้ำด้านบนภูเขา


    สิบห้านาทีที่เยี่ยหลงใช้เวทแอคเซลมุ่งสู่ถ้ำด้านบนภูเขา ในที่สุดคนก็มาถึง


    เมื่อคนมาถึงและปิดเวทแอคเซลแล้ว คนก็พบกับเครื่องเซ่นบวงสรวงมากมายที่ถูกวางเซ่นไหว้ไว้จนเน่าอยู่บนพื้น


    เยี่ยหลงไม่สนใจของพวกนั้น คนทำการเดินเข้าไปด้านในจนสุด


    พอคนเข้ามาจนสุด คนที่มองไปกำแพงเบื้องหน้า คนก็พบกับอักขระมากมายบนนั้น


    เยี่ยหลงที่คิดว่าหากลองคลำๆดูบนกำแพง กำแพงอาจจะแยกออกเปิดเป็นห้องลับก็ได้ คนจึงลองคลำๆดู


    ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็บอกแก่เยี่ยหลงขึ้น ' ไอ้เยี่ยหลงไม่ต้องคลำๆแล้ว นี่ไม่ใช่กลไกเปิดห้องลับ '


    เยี่ยหลงถามกลับ " แล้วมันคืออะไรหรอครับ เพราะผมรู้สึกได้ว่า คัมภีร์สวรรค์ ต้องเกี่ยวข้องกับมันแน่ๆ "


    ฟีนิกซ์บอก ' นี่คือ กลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งที่ถูกผนึกเอาไว้ '


    " ผนึกเอาไว้หรอครับ งั้นก็แสดงว่าสิ่งที่ผมสงสัยว่า คัมภีร์สวรรค์ อาจจะอยู่ในมิตินั้น ก็จริงน่ะสิครับ " 

    เยี่ยหลงกล่าว


    ฟีนิกซ์บอก ' ก็เป็นไปได้ '


    " งั้นถ้าเราต้องการคัมภีร์สวรรค์ เราก็ต้องเข้าไปยังมิตินั้นน่ะสิครับ แต่ก่อนที่เราจะได้เข้าไป เราก็ต้องปลดผนึกมันเสียก่อน แล้วผมจะปลดผนึกยังไงล่ะครับ เพราะผมไม่รู้วิธี " เยี่ยหลงกล่าว


    ' ไอ้เยี่ยหลง ให้รู้ด้วยว่ามึงมากับใคร กูฟีนิกซ์นักแก้พัซเซิลนะเว้ย เดี๋ยวเรื่องจัดการผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งกูจัดการเอง ' ฟีนิกซ์กล่าว


    พอฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ ดวงวิญญาณของฟีนิกซ์ก็ออกมาจากร่างของเยี่ยหลง และทำการเริ่มปลดผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งในทันที


    ในระหว่างที่ฟีนิกซ์กำลังปลดผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่ง


    แคนที่รู้สึกถึงคนสามคนก็บอกกล่าวกับเยี่ยหลง ' ไอ้เยี่ยหลงมีคนมา '


    เยี่ยหลงที่ได้รับคำบอก ก็ทำการมองไปยังหน้าทางเข้าเพื่อดูว่าใครมา ผลปรากฏเป็นว่า คือ ชายสามคนที่ตามล่าตนนั่นเอง


    เมื่อชายทั้งสามเห็นเยี่ยหลงและดวงวิญญาณของฟีนิกซ์


    ชายคนที่อยู่ทางขวา ก็เริ่มกล่าวกับเยี่ยหลง " เป็นเจ้าใช่มั้ยที่ขโมย ของของพวกเราไป ส่งคืนมา "


    เยี่ยหลงบอก " ท่านพูดถึงอะไร ข้าไม่เข้าใจ "


    ชายคนตรงกลางทำการเปิดเวทตรวจสอบเวทติดตาม พอตรวจเสร็จ คนก็กล่าวบอกแก่พวกตน " ของอยู่ในแหวนมิติของมัน "


    ชายทางขวาที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " จะส่งมาดีๆหรือจะให้ข้าชิงมา "


    เยี่ยหลงกล่าวถามแคน ' คุณแคนครับ สรุปผมต้องสู้กับพวกมันใช่มั้ยครับ '


    แคนตอบ ' ก็คงเป็นงั้นแหละ '


    เยี่ยหลงถาม ' คุณแคนพอจะตรวจสอบได้มั้ยครับว่าระดับพลังวิญญาณและระดับพลังเวทของมันอยู่ขั้นใด '


    แคนบอก ' ทั้งสามอยู่ระดับเดียวกัน คือ ระดับพลังวิญญาณขั้นมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง และ ระดับพลังเวท คือ สี่สิบ '


    ' ระดับพลังวิญญาณขั้นมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง และ ระดับพลังเวท สี่สิบ ผมที่อยู่ขั้นอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม ระดับพลังเวท สามสิบห้า ก็น่าจะพอจะสู้ต้านได้สักพักหนึ่งสั้นๆ เอาวะสู้ก็สู้ ' เยี่ยหลงกล่าวกับแคนและตัวเอง


    ' เดี๋ยวๆ ไอ้เยี่ยหลงมึงเข้าใจผิดแล้ว ' แคนกล่าว


    เยี่ยหลงถาม ' เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ '


    ' ก็เรื่องที่มึงจะอยู่ในระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นสามในการต่อสู้ยังไงล่ะ ' แคนกล่าว


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว ' ไม่นะ อย่าบอกนะว่า '


    ' ใช่มึงเดาไม่ผิดหรอก มึงต้องใส่กำไลสะกดพลัง และปรับพลังให้อยู่ขั้นวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง ' แคนบอก


    เยี่ยหลงที่ได้ยินแบบนั้น ก็ร้อง " ฮื้อ " ออกมา จากนั้นก็เบือนหน้าหนีคนทั้งสามและกล่าวกับตัวเองแบบเบาๆว่า " ตายแน่กู "


    ชายตรงกลางกล่าวถาม " จะส่งมามั้ย "


    เยี่ยหลงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ทำการเรียกกำไลสะกดพลังออกมาใส่และปรับระดับให้ตนอยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง จากนั้นคนจึงกล่าว " เห็นทีคงไม่ได้ ถ้าอยากได้ ก็เข้ามาเอาเอง "

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน