เมื่อสัญญาณเตือนภัยดัง แคนที่เห็นดังนั้นก็รีบบอกเยี่ยหลง ' เยี่ยหลงรีบเปิดใช้เวทล่องหนที่เอนชานท์ในยันต์และเก็บคัมภีร์สวรรค์เข้าไปในแหวนมิติเร็ว '
เยี่ยหลงตอบรับ " ครับ ครับ ครับ " จากนั้นก็เก็บคัมภีร์สวรรค์และรีบเร่งเปิดใช้เวทมนต์ล่องหายตัวในยันต์ในทันที
พอคนเปิดใช้เสร็จ ในเวลาเดียวก็มีคนสามคนเข้ามายังจุดที่เยี่ยหลงอยู่
เมื่อคนทั้งสามเข้ามายังจุดที่เก็บคัมภีร์ และพบว่าคัมภีร์สวรรค์หายไป แต่ไม่เจอคนเอาไป พวกคนทั้งสามก็ทำการมองไปรอบๆ
ในระหว่างที่คนทั้งสามกำลังมองหาขโมย ทางด้าน
เยี่ยหลงที่เป็นขโมย ก็ค่อยๆย่องออกจากห้องลับไปอย่างเงียบๆ
แต่ยังไม่ทันได้ข้ามพ้นเขตรอยต่อระหว่างห้องลับกับห้องโถง
ชายคนตรงกลางที่เข้ามาหาขโมยในห้องลับ ก็รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ด้านหลัง
คนจึงทำการใช้เวท " เวทฝุ่นผงสีชาดติดตาม " พ่นฝุ่นผงใส่ไปยังบริเวณเขตรอยต่อระหว่างห้องโถงและห้องลับ
ทันทีที่คนพ่นฝุ่นผงไปเสร็จ ฝุ่นผงก็เกาะติดตัวขโมยหรือคือเยี่ยหลงที่หายตัวอยู่
เมื่อตำแหน่งของขโมยหรือเยี่ยหลงถูกเปิดเผยแล้ว ชายตรงกลางก็กล่าว " มันอยู่ตรงนั้น มันหายตัวอยู่ "
ในฉับพลันที่ชายคนตรงกลางกล่าวมาแบบนั้น เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้า พุ่งตัวหนีด้วยเวทแอคเซลในทันที
ชายตรงกลางที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวบอกกับพวกตน
" ตามมันไปเร็ว "
พอคนกล่าวบอกเสร็จ คนก็พุ่งตัวตามขโมยไปเป็นคนแรก
เยี่ยหลงที่เป็นขโมย ทำการพุ่งตัววิ่งหนีออกจากเมืองสายลมเหนือเมฆและเข้าป่าไป โดยมีพวกคนที่ต้องการของที่ตนขโมยไปตามหลังมาเอาคืน
เยี่ยหลงหนีมาถึงเวลาหนึ่งชั่วยาม เมื่อคนก็ไม่ได้ยินเสียงใครตามมาแล้ว คนจึงนั่งพัก
คนนั่งพักได้ห้านาที คนจึงทำการถามกับเข็มทิศ " จงนำทางข้าไปหาคัมภีร์สวรรค์ที่ยังไม่ถูกค้นพบโดยข้าม้วนต่อไป ที่ใกล้ที่สุด "
พอเยี่ยหลงบอกเสร็จ เข็มทิศก็ทำการชี้ไปทางที่ต้องไปต่อแก่เยี่ยหลงในทันที
เมื่อเยี่ยหลงได้ทางแล้ว คนก็ไม่รีรอช้ารีบออกเดินทางในทันควัน
เวลาช่วงใกล้เที่ยงวันที่ สิบเก้า ตุลา ณ หมู่บ้านใกล้ๆเมืองสายลมเหนือเมฆ
เยี่ยหลงที่เดินทางมาถึงหมู่บ้าน แบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน คนก็มองหาโรงเตี๊ยมเป็นสิ่งแรก
แต่สิ่งที่คนเจอคือ ผู้คนกำลังรวมตัวกันจัดทำพิธีอะไรบ้างอยู่
เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็สนใจอยู่สี่ส่วนว่ามันคือ พิธีอะไร แต่ด้วยความง่วง คนจึงสลัดทิ้งความสนใจและมุ่งเข้าโรงเตี๊ยมไป
พอคนได้ห้องพักแล้ว คนก็รีบนอนในทันที
เช้าวันที่ ยี่สิบ ตุลา เยี่ยหลงที่ตื่นขึ้นมา ก็มานั่งกินข้าวอยู่ชั้นสองใกล้หน้าต่างของโรงเตี๊ยมและมองดูด้านล่าง มองดูขบวนผู้คนที่กำลังเต้นรำเดินทางดั่งบวงสรวงอะไรอยู่
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์มาอยู่ใกล้ๆเยี่ยหลง เยี่ยหลงจึงถามเสี่ยวเอ้อร์ขึ้น " เสี่ยวเอ้อร์ ขบวนเต้นรำของชาวบ้านคือพิธีอะไรฤา "
เสี่ยวเอ้อร์ตอบ " นั่นน่ะหรอ นั่นคือพิธีบวงสรวงเทพแห่งแสง เพื่อขอให้แสงแดดส่องลงมาถึงพืชพันธุ์ที่เพาะปลูกน่ะขอรับ "
" แล้วขบวนเดินทางจะเดินทางไปสุดที่ตรงไหนฤา " เยี่ยหลงถาม
เสี่ยวเอ้อร์ตอบ " ถ้ำบนภูเขาน่ะ "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังนั้นก็ตอบรับ " งั้นเองหรอ " จากนั้นก็นำเข็มทิศขึ้นมาดู และชะโงกหัวมองไปยังบนภูเขา
เยี่ยหลงคิด ' เข็มทิศชี้ไปยังบนภูเขา แสดงว่าเราคัมภีร์สวรรค์อาจอยู่ในนั้นก็เป็นได้ งั้นเรารอให้พิธีเสร็จก่อนดีกว่าแล้วค่อยขึ้นไปเอา '
พอเยี่ยหลงคิดเสร็จ จู่ๆในทันใดนั้น ก็มีชายสามคนมานั่งยังโต๊ะที่อยู่ห่างจากโต๊ะของเยี่ยหลงประมาณสามโต๊ะ
เยี่ยหลงที่หันไปเห็นชายสามคนที่มานั่งยังโต๊ะใกล้ตนนั้น คนที่จำหน้าได้ว่ามันคือสามคนที่ไล่ตามตน ตอนไปขโมยคัมภีร์สวรรค์ในบ้านในเมืองสายลมเหนือเมฆ
คนที่เห็นดังนั้น ก็ถึงกับสำลักน้ำชาที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่พวกคนทั้งสาม จะหันมาสังเกตมาเห็นเยี่ยหลง ว่าเยี่ยหลงพ่นน้ำชาออกมาทำไม คนก็ทำการลุกขึ้นและเดินออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งสู่ถ้ำบนภูเขาก่อนที่ขบวนบวงสรวงจะเดินทางไปถึง
หนึ่งในชายที่ตามล่าเยี่ยหลงกล่าวบอกกับพวกตนขึ้น " มันต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แหละ เพราะสัญญาณติดตาม มันระบุเอาไว้อย่างงี้ "
ชายอีกคนกล่าว " งั้นก็ลองเปิดเวทตรวจเวทติดตามดู ว่าตอนนี้มันอยู่ไหน "
ชายคนแรกที่กล่าว เมื่อได้ยินคำบอกมาดังนั้น คนก็ทำการใช้เวทตรวจสอบเวทติดตาม เพื่อดูว่าขโมยตอนนี้อยู่จุดไหน
ชายคนที่ใช้เวทตรวจสอบกล่าว " มันกำลังมุ่งไปทางทิศเหนือ "
" ทางทิศเหนือของหมู่บ้านนี้ ก็เป็นภูเขา และที่ที่น่าจะหลบได้ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นในถ้ำบนภูเขา ที่ที่ชาวบ้านทำพิธีบวงสรวงและนำของบวงสรวงไปวางเอาไว้ " ชายคนที่สามกล่าว
" งั้นพวกเราก็รีบตามมันไปกันดีกว่า เพราะหากชาวขึ้นไปถึงข้างบน พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน ชาวบ้านถึงจะออกจากถ้ำมา หรือต่อให้เราแฝงตัวไปกับชาวบ้านขึ้นไปข้างบน แต่พวกเราก็ไม่สามารถระบุตัวของขโมยได้อย่างแน่นอนเป็นแน่อยู่ดี และอีกอย่างมันที่มีเวทหรือทักษะวิญญาณ ในการพรางตัว คงจะหนีออกมาจากพิธี โดยไม่ป่วนพิธีของชาวบ้านได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร " ชายคนที่สองที่กล่าวทำการกล่าว
ชายคนแรกที่กล่าวทำการกล่าว " งั้นเราไปกันเลยดีกว่า "
อีกสองคนพยักหน้าตอบรับและทำการลุกขึ้น จากนั้นพวกคนก็พากันมุ่งไปสู่ยังถ้ำด้านบนภูเขา
สิบห้านาทีที่เยี่ยหลงใช้เวทแอคเซลมุ่งสู่ถ้ำด้านบนภูเขา ในที่สุดคนก็มาถึง
เมื่อคนมาถึงและปิดเวทแอคเซลแล้ว คนก็พบกับเครื่องเซ่นบวงสรวงมากมายที่ถูกวางเซ่นไหว้ไว้จนเน่าอยู่บนพื้น
เยี่ยหลงไม่สนใจของพวกนั้น คนทำการเดินเข้าไปด้านในจนสุด
พอคนเข้ามาจนสุด คนที่มองไปกำแพงเบื้องหน้า คนก็พบกับอักขระมากมายบนนั้น
เยี่ยหลงที่คิดว่าหากลองคลำๆดูบนกำแพง กำแพงอาจจะแยกออกเปิดเป็นห้องลับก็ได้ คนจึงลองคลำๆดู
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็บอกแก่เยี่ยหลงขึ้น ' ไอ้เยี่ยหลงไม่ต้องคลำๆแล้ว นี่ไม่ใช่กลไกเปิดห้องลับ '
เยี่ยหลงถามกลับ " แล้วมันคืออะไรหรอครับ เพราะผมรู้สึกได้ว่า คัมภีร์สวรรค์ ต้องเกี่ยวข้องกับมันแน่ๆ "
ฟีนิกซ์บอก ' นี่คือ กลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งที่ถูกผนึกเอาไว้ '
" ผนึกเอาไว้หรอครับ งั้นก็แสดงว่าสิ่งที่ผมสงสัยว่า คัมภีร์สวรรค์ อาจจะอยู่ในมิตินั้น ก็จริงน่ะสิครับ "
เยี่ยหลงกล่าว
ฟีนิกซ์บอก ' ก็เป็นไปได้ '
" งั้นถ้าเราต้องการคัมภีร์สวรรค์ เราก็ต้องเข้าไปยังมิตินั้นน่ะสิครับ แต่ก่อนที่เราจะได้เข้าไป เราก็ต้องปลดผนึกมันเสียก่อน แล้วผมจะปลดผนึกยังไงล่ะครับ เพราะผมไม่รู้วิธี " เยี่ยหลงกล่าว
' ไอ้เยี่ยหลง ให้รู้ด้วยว่ามึงมากับใคร กูฟีนิกซ์นักแก้พัซเซิลนะเว้ย เดี๋ยวเรื่องจัดการผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งกูจัดการเอง ' ฟีนิกซ์กล่าว
พอฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ ดวงวิญญาณของฟีนิกซ์ก็ออกมาจากร่างของเยี่ยหลง และทำการเริ่มปลดผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่งในทันที
ในระหว่างที่ฟีนิกซ์กำลังปลดผนึกและเปิดกลไกเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่ง
แคนที่รู้สึกถึงคนสามคนก็บอกกล่าวกับเยี่ยหลง ' ไอ้เยี่ยหลงมีคนมา '
เยี่ยหลงที่ได้รับคำบอก ก็ทำการมองไปยังหน้าทางเข้าเพื่อดูว่าใครมา ผลปรากฏเป็นว่า คือ ชายสามคนที่ตามล่าตนนั่นเอง
เมื่อชายทั้งสามเห็นเยี่ยหลงและดวงวิญญาณของฟีนิกซ์
ชายคนที่อยู่ทางขวา ก็เริ่มกล่าวกับเยี่ยหลง " เป็นเจ้าใช่มั้ยที่ขโมย ของของพวกเราไป ส่งคืนมา "
เยี่ยหลงบอก " ท่านพูดถึงอะไร ข้าไม่เข้าใจ "
ชายคนตรงกลางทำการเปิดเวทตรวจสอบเวทติดตาม พอตรวจเสร็จ คนก็กล่าวบอกแก่พวกตน " ของอยู่ในแหวนมิติของมัน "
ชายทางขวาที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " จะส่งมาดีๆหรือจะให้ข้าชิงมา "
เยี่ยหลงกล่าวถามแคน ' คุณแคนครับ สรุปผมต้องสู้กับพวกมันใช่มั้ยครับ '
แคนตอบ ' ก็คงเป็นงั้นแหละ '
เยี่ยหลงถาม ' คุณแคนพอจะตรวจสอบได้มั้ยครับว่าระดับพลังวิญญาณและระดับพลังเวทของมันอยู่ขั้นใด '
แคนบอก ' ทั้งสามอยู่ระดับเดียวกัน คือ ระดับพลังวิญญาณขั้นมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง และ ระดับพลังเวท คือ สี่สิบ '
' ระดับพลังวิญญาณขั้นมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง และ ระดับพลังเวท สี่สิบ ผมที่อยู่ขั้นอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม ระดับพลังเวท สามสิบห้า ก็น่าจะพอจะสู้ต้านได้สักพักหนึ่งสั้นๆ เอาวะสู้ก็สู้ ' เยี่ยหลงกล่าวกับแคนและตัวเอง
' เดี๋ยวๆ ไอ้เยี่ยหลงมึงเข้าใจผิดแล้ว ' แคนกล่าว
เยี่ยหลงถาม ' เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ '
' ก็เรื่องที่มึงจะอยู่ในระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นสามในการต่อสู้ยังไงล่ะ ' แคนกล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว ' ไม่นะ อย่าบอกนะว่า '
' ใช่มึงเดาไม่ผิดหรอก มึงต้องใส่กำไลสะกดพลัง และปรับพลังให้อยู่ขั้นวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง ' แคนบอก
เยี่ยหลงที่ได้ยินแบบนั้น ก็ร้อง " ฮื้อ " ออกมา จากนั้นก็เบือนหน้าหนีคนทั้งสามและกล่าวกับตัวเองแบบเบาๆว่า " ตายแน่กู "
ชายตรงกลางกล่าวถาม " จะส่งมามั้ย "
เยี่ยหลงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ทำการเรียกกำไลสะกดพลังออกมาใส่และปรับระดับให้ตนอยู่ระดับวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง จากนั้นคนจึงกล่าว " เห็นทีคงไม่ได้ ถ้าอยากได้ ก็เข้ามาเอาเอง "