อวิ๋นซีนำผักที่เก็บใส่กะละมังแล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาหั่นและสับให้เรียบร้อย เหลือเพียงมะเขือเทศที่ปาดตรงส่วนควั่นออกทีละลูกแล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกให้หมด เมื่อล้างจนสะอาดก็เรียงใส่ถาดแล้วตักมะเขือม่วงที่สับหยาบๆใส่ลงไปในมะเขือเทศแต่ละลูกให้เท่าๆกัน จากนั้นใส่แตงกวาหั่นเต๋า ไข่ไก่หนึ่งฟองต่อมะเขือเทศหนึ่งลูก โรยเกลือและเครื่องเทศเล็กน้อย และคนทุกอย่างให้เข้ากัน และใส่เนื้อหมูรมควันหั่นเรียงวางทับ้า และใช้ส่วนควั่นที่ปาดออกปิดเป็ฝา
เท่านี้ก็ได้สะตูมะเขือเทศแล้ว เฮ่ เสียดายที่มะเขือเทศลูกเล็กไปหน่อย แต่ไม่เป็ไรถือว่าพอได้แหล่ะน่า อวิ๋นซีไม่ค่อยเข้าครัวทำกับข้าวเพราะปกติเธอถนัดกินมากกว่า อีกอย่างฝีมือการครัวของมารดาอย่างฮุ่ยเหนียงก็ดีมากอยู่แล้ว แค่ชี้แนะนิดๆหน่อยๆก็ได้แล้ว
“ท่านพี่ท่านทำอะไรอยู่หรือ?” ลู่เซิงที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเห็นอวิ๋นซีเดินไปเดินมาในครัวก็สงสัยจนต้องมาเกาะประตูถาม
“ข้าทำของอร่อย มานี่เ้าไปช่วยก่อไฟเตาอบข้างนอกนั่นหน่อยสิ” อวิ๋นซีบุ้ยปากไปที่ใต้ต้นพุทราข้างนอกที่พวกเขาก่อเตาอบกันไว้
“ได้ขอรับ” ว่าแล้วขาสั้นๆทั้งสองข้างของลู่เซิงก็วิ่งไปเก็บฟืนเพื่อก่อไฟรอพี่สาว
“ช้าๆหน่อยข้าไม่ได้รีบขนาดนั้น”อวิ๋นซีมองน้องชายแล้วหัวเราะเอ็นดู แล้วเดินถือถาดใส่มะเขือเทศที่จะอบเดินตามน้องชายออกไป
ลู่เซิงก่อไฟได้อย่างรวดเร็วเมื่ออุ่นเตาอบให้ร้อนจนพอใจอวิ๋นซีก็ดันถาดที่ใส่มะเขือเทศเข้าไปแล้วใช้ฝาหม้อที่ขโมยมาจากในครัวปิดไว้ชั่วคราว
หวังว่าฝาหม้อนี้จะไม่ดำจนขัดไม่ออกนะไม่งั้นท่านแม่ได้หักคอข้าแน่ อวิ๋นซีที่จ้องเตาอบอย่างกังวลก็เริ่มย่นย่นคออกเพราะยื่นไปใกล้เตาเกินไปจนรู้สึกร้อน ทำให้หน้าตาของนางตอนนี้เหมือนลูกหมูตัวหนึ่ง ลู่เซิงที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะจนท้องแข็ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านพี่ทำไมท่านทำหน้าหมูแบบนั้นล่ะ” เขาพูดพลางชี้ไปที่หน้าพี่สาว
อวิ๋นซีนิ่งไปแล้วเมื่อรู้สึกตัวก็เอามือลูบหน้าให้คลายออกเป็ปกติ “เ้าว่าใครหน้าหมู ยังมีหน้ามาหัวเราะข้า คอยดูว่าอาหารอร่อยในเตานี้ จะมีของเ้าหรือไม่ ”
“ท่านพี่ข้าแค่ล้อเล่น ท่านจะหน้าหมูได้อย่างไร หมูที่ไหนจะสวยเท่าท่าน” ลู่เซิงดึงชายกระโปรงพี่สาวออดอ้อน
“หึ !!” อวิ๋นซีสะบัดหน้าหนีเขา
เอ่ะทำไมฟังเหมือนคล้ายว่านางเป็หมูที่สวย?
แต่ยังไงก็ยังดีที่สวยอยู่
เมื่ออาหารในเตาเริ่มส่งกลิ่นหอม ลู่เซิงก็เริ่มท้องร้อง “ท่านพี่นี่ต้องรอีกนานไหมข้าว่ามันน่าจะสุกแล้ว”
อวิ๋นซีเหล่ตามองน้องชายที่นั่งยองๆอยู่ข้างๆ ทำไมเมื่อก่อนไม่ได้คิดว่าน้องชายตัวน้อยๆของเธอเป็ ‘เ้าจะกละ’ กันนะ จะว่าไปเ้าเด็กนี่ก็ดูเริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นกว่าแต่ก่อนมากอยู่ ข้าวปลาอาหารก็มีเท่าเดิมทุกมื้อเพิ่มแค่เนื้อเข้ามาไม่มากแต่เ้าเด็กนี่ดูดีขึ้นไม่น้อยเลย
อวิ๋นซีลืมไปว่า เวลากินข้าวหากอาหารไม่อร่อยนางก็ไม่ค่อยอยากอาหารทำให้กับข้าวที่เหลือตกไปอยู่ในท้องของน้องชายจนหมด
หากนางรู้คงได้แต่ะโ มิน่าล่ะ มิน่าล่ะ มิน่าละแน่ๆ
เมื่อคำนวนเวลาที่นำมะเขือเทศเข้าไปอบ อวิ๋นซีก็พยักหน้าให้น้องชายแล้วใช้ผ้าพันมือจับฝาหม้อที่ปิดเตาอบออก แล้วใช้ท่อนไม้ดึงถาดออกมา
“โอ้ กำลังได้ที่เลยล่ะ หาผ้ามาหน่อย ถาดนี่ร้อนมากเลย” อวิ๋นซีบอกน้องชาย
“ได้ ข้าจะไปเอาผ้าขี้ริ้วในครัวก่อน” ลู่เซิงวิ่งหายเ้ขาไปในครัวแล้ววิ่งออกมายื่นผ้าขี้ริ้วให้อวิ๋นซี
นางรับหน้าถือถือถาดเข้าไปที่โต๊ะกินข้าวในห้องโถง แล้วไปหาลู่เซียวและฮุ่ยเหนียงที่อยู่หลังบ้านมากินข้าวเที่ยงด้วยกัน
วันนี้เป็ครั้งแรกที่อวิ๋นซีลงมือด้วยตนเองทั้งหมดทุกขั้นตอน ทุกครั้งล้วนชี้แนะให้ฮุ่ยเหนียงเป็คนลงมือ วันนี้ทั้งครอบครัวจึงเฝ้ารออาหารเที่ยงอย่างใจจดจ่อ
“อะแฮ่มอาหารมื้อนี้เป็มื้อพิเศษที่ข้าอวิ๋นซีแม่ครัวใหญ่ลงมือด้วยตัวเอง รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ของหวานอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” ฮรี่ๆไม่อร่อยได้ยังไง นี่ได้สูตรมาจากซีรีย์เื่โปรดเลยนะ แถมยังเคยกินมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว
“นับเป็เกียรติแล้วที่ได้ชิมฝีมือท่านแม่ครัวใหญ่” ลู่เซิงประสานมือคำนับมาให้อวิ๋นซี
ฮุ่ยเหนียงและลู่เซียวต่างหัวเราะขำขันการการกระทำของลูกๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้ครอบครัวจะเริ่มมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขกันมากขึ้นด้วย
อาหารมื้อเที่ยงผ่านไปอย่างราบรื่น อวิ๋นซียิ้มให้กับผลตอบรับของอาหารมื้อนี้ เป็ไปตามคาดทุกคนเมื่อได้ชิมคำแรกก็บอกว่าอร่อยรสเลิศ และได้รับรางวัลเป็นิ้วหัวแม่มือสามนิ้วจาก พ่อ แม่ และน้องชาย
หลังจากจัดการจานชามบนโต๊ะโดยลู่เซิงแล้ว ทุกคนก็มานั่งกันพร้อมหน้าเช่นเดิม ลู่เซียวเทก้อนเงินในถุงที่ไปขายขนมมาได้วันนี้ลงบนโต๊ะเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเงินมากกว่าเดิมเพราะปริมาณขนมที่นำไปขายที่มากขึ้น แต่ออกจะเยอะไปหน่อยหรือไม่
“ขนมปลาสี่ร้อยชิ้นวันนี้ขายหมดเหมือนเดิม จริงๆเราต้องได้เงินสองตำลึงกับอีกสิบสี่เหรียญแต่ว่า… มีเถ้าแก่โรงเตี๊ยมท่านหนึ่งมาซื้อแล้วเขาถูกใจขนมปลานี้มากก็เลยให้เงินมากกว่าราคาขนม แล้วมีข้อเสนอว่าอยากได้สูตรไป”
อวิ๋นซีมองบิดา แล้วเอ่ยถาม “แล้วท่านพ่อตอบไปว่าอย่างไรเ้าคะ”
“ท่านพี่หรือว่า ท่านขายไปแล้ว?” ฮุ่ยเหนียงหน้าถอดสี สามีของนางเป็คนจิตใจดี แต่ออกจะซื่อไปหน่อย นี่ไม่ใช่ว่าโดนหลอกให้ขายสูตรขนมด้วยเงินไม่กี่เหรียญหรอกนะ
ลู่เซิงที่อัดอั้นตอบแทนบิดาอย่างอดไม่ไหว “ท่านพ่อไม่ได้ขายให้เขาหรอก แถมตอบกลับไปอย่างโมโหว่า .. ”
ลู่เซิงเหลียวมองผู้เป็บิดาอย่างอดขำ
“สูตรขนมนี้เป็ลูกสาวข้าที่คิดขึ้นมาแทบตาย หึ .. ข้าจะกลับไปถามนางก่อน !!!” ลู่เซิงเลียนแบบท่าทีบิดา
“……”อวิ๋นซี
“……” ฮุ่ยเหนียง
“……..” ลู่เซียว ไอ้เด็กนี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว
“(≧▽≦)”ลู่เซิง
ฮ่าฮ่าฮ่าท่านพ่อของนางก็เริ่มรู้จักปฏิเสธคนด้วย อันที่จริงนางก็ไม่ใช่ว่าอยากจะเก็บสูตรไว้กับตัวหรอก การทำขนมทุกวันมันเหนื่อยน่ะ นางไม่ค่อยชอบชีวิตแบบนี้ แต่ตอนนี้ยังทำแบบนั้นไม่ได้
ลำบากวันนี้เพื่อจะได้สบายในวันหน้า … อย่างนั้นหรือ
“ข้าไม่ได้หวงสูตรหรอกนะเ้าคะ ถ้าท่านจะขายออกไป แต่ว่าต้องดูว่าราคาที่ขายไปคุ้มค่าหรือไม่”
“ใช่ๆพ่อก็คิดอย่างนั้น เงินไม่กี่เหรียญจะเอามาแลกความลำบากตั้งมากมายของลูกสาวข้าได้อย่างไร”
“อวิ๋นซีเ้าคิดจะขายสูตรขนมนี่จริงหรือ?”
“ท่านแม่ เราจะทำขนมออกไปขายไม่ได้ตลอดหรอกเ้าค่ะ พอฤดูเก็บเกี่ยวท่านพ่อก็ต้องไปที่ไร่นา ท่านแม่ก็คงจะยุ่ง ลู่เซิงก็ต้องดูแลหมู ไก่ในคอกนั่นอีก ข้าคนเดียวทำขนมเสร็จแล้วออกไปขายเองหรือ ??”
อวิ๋นซีคิดแล้วก็ส่ายหัว นางไม่มีความแข็งแกร่งขนาดนั้น อยากได้เงินมันก็ใช่อยู่ แต่ต้องมีทางที่ดีกว่านี้หน่อยค่อยๆคิดไปแล้วกัน
“ท่านพี่หากเราขายสูตรขนมปลาไปแล้วเราจะขายขนมอะไรต่อล่ะ” ลู่เซิงเริ่มกังวลกับกิจการครอบครัว
“ยังหรอก รอดูไปก่อนเถอะ” อวิ๋นซีเริ่มมาสนใจก้อนเงินที่กองอยู่บนโต๊ะ แล้วจัดแจงแบ่งเงินออกเป็กองๆแล้วดันไปข้างหน้าของแต่ละคน
ท่านพ่อสามสิบเหรียญ
ลู่เซิงสิบเหรียญ
ท่านแม่สามสิบเหรียญ
ของนางเองสามสิบเหรียญ
“นี่คือเงินค่าแรงของทุกคนในหลายวันที่ผ่านมา อาจจะไม่ได้เยอะเพราะว่าหักเงินค่าซ่อมบ้านออกไปหลายตำลึงแล้ว หากต่อไปกิจการดีกว่านี้ทุกคนก็จะได้ส่วนแบ่งมากเ้าค่ะ” อวิ๋นซีอธิบาย หากบอกว่าภายในครอบครัวเื่เงินไม่ต้องละเอียดขนาดนั้น แต่อวิ๋นซีคิดว่ายิ่งเป็คนในครอบครัวยิ่งละเอียดอ่อน นี่เป็เงินที่หามาด้วยกันจะอย่างไรก็ควรได้ส่วนแบ่งเพื่อเก็บไว้ใช้ส่วนตัวบ้าง
ตอนแรกทุกคนไม่อยากรับไว้ เพราะอย่างไรนี่ก็พวกเขาเต็มใจออกแรง แต่พออวิ๋นซีบอกว่านางก็จะไม่เก็บเงินเอาไว้เช่นกัน แต่ละคนจึงเก็บก้อนเงินตรงหน้าเอาไว้ด้วยสีหน้ายินดี
“ส่วนนี่เป็เงินกองกลางของบ้านไว้ใช้จ่ายค่าในบ้านให้มารดาเก็บไว้เ้าค่ะ ” อวิ๋นซีเก็บก้อนเงินลงถุงแล้วยื่นให้ฮุ่ยเหนียง
“อื้อม แม่จะเก็บไว้อย่างดี” ฮุ่ยเหนียงพยักหน้าแล้วเก็บเงินไว้กับตัว เงินที่มีอยู่ก่อนและเงินที่เพิ่มไปครั้งนี้เหมือนจะเกือบ 3 ตำลึงแล้วนะ นางดีใจจนแทบจะร้องไห้
“พรุ่งนี้ข้ากับลู่เซิงจะเข้าไปในตำบลสักหน่อยเ้าค่ะ ข้าวสาร เครื่องปรุงเหลือน้อยแล้วท่านพ่อกับท่านแม่อยากไปด้วยหรือไม่?”
“พวกเ้าไปเถอะ งานที่บ้านยังมีอยู่ ข้ากับแม่เ้าจะอยู่จัดการซะหน่อย ” ว่าแล้วก็หันมองภรรยาพร้อมขยิบตาให้สองที (♡ ‿ ♡)
โอ้ ท่านพ่อท่านมีแผนหรือ? ( // ·· // )