ตอนที่ 4 พบเจอ
ตอนที่ 4
“กลับมาแล้วครับ”
ภาวัชจอดรถบริเวณถนน หน้าแปลงดอกเบญจมาศ แล้วรีบวิ่งไปหาพ่อของเขาที่กำลังคุยกับคนงานอยู่ในแปลง
“ทำไมไปนานนักล่ะลูก พ่อกับลุงแสนรอจนจะค่ำอยู่แล้ว รู้แบบนี้พ่อให้ลุงแสนไปซื้อของเองดีกว่า”ดนัยต่อว่าลูกชายของเขาเล็กน้อย แต่พูดยังไม่ทันจะจบเขาก็แสดงสีหน้าใ เมื่อจ้องมองไปยังลูกชายของเขา
“เฮ้ย!! แล้วทำไมเนื้อตัวสกปรกมอมแมมแบบนั้น ไปทำอะไรมาภาวัช”ดนัยเอ่ยถาม หลังจากเห็นสภาพลูกชายเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกเหงื่อจนมองทะลุเห็นผิวกายด้านในของภาวัช ติดฝุ่นดินสกปรกไปทั่วตัว
“รถยางแตกครับพ่อ เปลี่ยนยางรถ สภาพถึงเป็แบบนี้ เลยกลับมาช้าครับ”
“อ้าว! แล้วลูกเจ็บตัวตรงไหนหรือเปล่า” ดนัยถามไถ่ลูกชายต่อด้วยความห่วงใย
“ไม่เลยครับพ่อ มีคนมาช่วยเปลี่ยนยางด้วย โชคดีในความโชคร้ายครับ”
“งั้นผม เข้าบ้านไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ภาวัชพูดจบก็ยื่นอุปกรณ์ช่างที่พ่อเขาวานให้ไปซื้อให้กับลุงแสนคนดูแลไร่ที่ยืนอยู่ข้างๆดนัย ก่อนจะเดินไปขึ้นรถขับเลยไปที่บ้านพัก ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลมากนักจากแปลงดอกเบญจมาศ
“กลับมาแล้วจ้า” เสียงเนติญาดังขึ้น
“หม่ามี๊มาแล้ว” อิงดาวนั่งกินขนมอยู่บนม้าหินหน้าบ้านรีบสะกิดไอดินที่นั่งอยู่ด้วยกันแล้วพากันวิ่งมากอดแม่ของพวกเขา
“หม่ามี๊ขาๆ หนูมีเื่จะเล่า” อิงดาวพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางตื่นเต้นตามประสาเด็ก
“อะไรคะหนูดาวลูก ดูจะเป็เื่ดีๆนะเนี่ย” เนติญายิ้ม
“วันนี้ช่วยคนด้วยค่ะ”
“ใช่ครับหม่ามี๊ ช่วยคนๆ” ไอดินรีบช่วยน้องสาวฝาแฝดของเขาเล่าเื่
“หืม..ช่วยใครยังไงคะ” เนติญาถามลูกต่อด้วยน้ำเสียงสงสัยแววตาเธอจ้องมองเด็กน้อยทั้งสองคนด้วยความอบอุ่น
“คุณอารถเสียข้างทางค่ะ หนูดาวเอาน้ำไปให้คุณอาด้วยค่ะ”
“ใช่ครับๆ ดินเอาน้ำไปให้ลุงต้น ลุงต้นช่วยคุณอาซ่อมรถครับ” เด็กน้อยทั้งสองพูดประสานกันไปมาเพื่อรีบเล่าเื่ให้แม่ของพวกเขาฟัง
“คุณอาไหนคะลูก พวกหนูรู้จักเหรอคะ” เนติญาถามลูกๆของเธอต่อ
“ไม่ครับหม่ามี๊ ตอนแรกไม่รู้จัก ตอนนี้รู้จักแล้วครับ”
“ใช่ค่ะๆ คุณอาภาวัช” อิงดาวรีบแย่งไอดินตอบชื่อคุณอาคนนั้นที่เธอได้เจอให้แม่ของเธอฟัง
เมื่อได้ยินชื่อนั้นเนติญา นิ่งอึ้งไปชั่วขณะนึง แต่เธอก็ฉุกคิดขึ้นว่าคงเป็แค่คนที่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้น
“หม่ามี๊ๆ พวกเราเก่งมั้ยคะ” อิงดาวเขย่าแขนแม่ของเธอเพราะเนติญานิ่งไปเมื่อฟังเธอพูดจบ
“เก่งมั้ยครับหม่ามี๊ เก่งมั้ย” ไอดินถามต่อ
“หนูดินหนูดาว ลูกของแม่ เก่งที่สุดในโลกเล้ยยย!!” เนติญารีบตอบเด็กน้อยทั้งสองเธอยิ้มกว้าง มือสองข้างลูบศีรษะของพวกเขาเบาๆ
“ครับแม่” ภาวัชกดรับสายโทรเข้าจากแม่ของเขา
“เป็ยังไงบ้างลูก ไร่ดอกไม้ของคุณพ่อสวยมั้ย ลูกเพิ่งไปเห็นกับตาครั้งแรกเลยนี่นา”กิ่งกานต์เอ่ยถามลูกชายของเธอ
“สวยมากครับ อากาศก็ดีมากๆด้วย” ภาวัชตอบกลับ พร้อมทั้งทอดสายตามองไปยังแปลงดอกเบญมาศหลากสีที่เรียงรายกันอยู่ตรงหน้าของเขา
“แล้วนี่คุณชายของแม่ มีแผนจะเข้าบริษัทเมื่อไหร่เอ่ย” กิ่งกานต์ตั้งคำถามลูกชายเธอ
“แม่อ่ะ..ผมเพิ่งกลับมาไม่กี่วันเอง ก็จะให้ผมทำงานซะแล้ว”ภาวัชทำน้ำเสียงงอแงปนออดอ้อนใส่กิ่งกานต์
“ฮ่าๆๆๆๆ แม่ก็ถามไปงั้นแหละ ไม่ได้บังคับลูกเสียหน่อย”
“แต่ว่า..ถ้าลูกยังไม่รีบกลับกรุงเทพ จะอยู่เที่ยวเล่นที่ไร่ต่ออีกหลายวันหากมีเวลาว่างๆ ก็แวะเข้าไปดูออฟฟิศสาขาที่นั่นหน่อยก็ดีนะภาวัช”
“ทีมสถาปนิกจากกรุงเทพของแม่ เพิ่งขึ้นไปคุมงานที่นั่น เผื่อมีอะไรที่ลูกพอจะช่วยพวกเค้าได้บ้าง”กิ่งกานต์กล่าวคำแนะนำให้ลูกชายของเธอ
“รับทราบครับ!! คุณกิ่งกานต์” ภาวัชแกล้งตอบกิ่งกานต์ด้วยน้ำเสียงขึงขัง
“จ้า..เ้าลูกชาย งั้นแม่วางสายก่อน ว่างๆแม่ค่อยโทรไปใหม่”
อีกสองวันต่อมา…
ณ ออฟฟิศสาขาเชียงใหม่ บริษัท ทริปเปิ้ลทรี ดีไซน์
“พี่เนย์ๆ มาดูแบบร่างที่แก้ให้นัทหน่อยครับ ว่าโอเครึยัง” นัทลูกทีมของเนติญา เรียกให้เธอเดินมาดูงานในคอมพิวเตอร์ของเขา
“ทุกคน!! เข้ามาดูพร้อมๆกันเลย มีอะไรต้องแก้ไขหรือมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมพี่จะได้พูดครั้งเดียว” เนติญาะโเรียกลูกทีมคนอื่นๆ ให้ลุกขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองมารวมกันด้านหลังโต๊ะทำงานของนัท
ในขณะที่ทุกคนในทีมของเนติญาและตัวเธอเองกำลังวุ่นวายกับงานในออฟฟิศที่ต้องเร่งรีบแข่งขันกับเวลาทำให้ไม่มีใครสังเกตุเห็น ว่ามีสายตาคู่นึงที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ จากนอกประตูกระจกด้านหน้าออฟฟิศ
ภาวัชกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าของเขา
‘ใช่แน่ๆ นั่นเธอจริงๆ เนติญา’ ภาวัชคิดอยู่ในใจ
ในความในั้นเขารีบเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายชื่อบริษัท ที่ติดอยู่้าประตูกระจก ว่าใช่บริษัทของครอบครัวเขาแน่นอนหรือไม่
ยังไม่ทันจะเข้าไปในออฟฟิศเขารีบผละมือออกจากมือจับประตู แล้วเดินมาหลบอยู่ตรงมุมอาคารบริษัท รีบต่อสายโทรศัพท์หากิ่งกานต์
“ว่าไงลูก ภาวัช” กิ่งกานต์รับสายลูกชายของเขาอย่างรวดเร็ว
“แม่ครับ วันนี้ผมว่าจะแวะเข้าไปที่ออฟฟิศสาขาครับ” เขาพูดในขณะที่ตัวเขานั้นยืนอยู่ที่อาคารบริษัทแล้ว
“งั้นก็ดีสิลูก เดี๋ยวแม่โทรบอกหัวหน้าทีมสถาปนิกให้นะ”
“เอ่อ..แม่ครับแม่! ผมว่าไม่ต้องดีกว่าครับ”ภาวัชรีบพูดตัดบทแม่ของเขาอย่างรวดเร็ว
“อ้าว! ทำไมล่ะภาวัช” กิ่งกานต์ถามด้วยความสงสัย
“ตอนนี้แม่แค่บอกชื่อสถาปนิกในทีมนี้ ให้ผมฟังหน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้สิลูก”
“หัวหน้าทีมหนึ่ง เนติญา คนนี้ถือว่าเป็บุคคลสำคัญของบริษัทเราเลยแหละเค้าอายุมากกว่าลูกหลายปีนะ ตอนเจอ ลูกก็เรียกเค้าว่า พี่เนย์ แล้วกัน ที่เหลือก็ลูกน้องในทีมของเนย์อีก5 คน ผู้ชาย 3 คน นัท คม บอย ผู้หญิงอีก2 คน นิ่ม กับบัว” กิ่งกานต์ค่อยๆบอกชื่อทุกคนให้ภาวัชฟัง
“ว่าแต่…ทำไมต้องถามตอนนี้ ลูกเข้าไปแล้วค่อยทำความรู้จักกับทุกๆคนด้วยตัวเองเองก็ได้นี่นา”กิ่งกานต์ถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจกับท่าทีของลูกชาย
“แม่..แล้วปกติทุกคนรู้จักผมมั้ย” ภาวัชถามกิ่งกานต์ต่อ
“รู้จักหมายถึงยังไงภาวัช… ทุกคนก็รู้แค่ว่าแม่มีลูกชายเรียนอยู่ที่อังกฤษ แต่ก็ไม่มีใครเคยเจอลูกหนิ”
“ตัวแม่เองก็ไม่เคยเอาเื่ที่บ้านไปพูดเวลาทำงานอยู่แล้ว ทำไมเหรอภาวัช”กิ่งกานต์ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม
“ผมว่า… เอาแบบนี้ดีกว่าครับแม่ แม่อย่าให้ผมเข้าไปในบริษัทด้วยฐานะลูกชายท่านประธานเลย”
“ผมไม่อยากทำให้ทุกคนอึดอัด อีกอย่างผมก็ยังอายุน้อยกว่าพนักงานหลายๆคน ผมจะได้เรียนรู้งานและทำความรู้จักทุกคนแบบจริงๆไงแม่คนอื่นจะได้ไม่ต้องมาเกรงใจผมกัน แม่ว่า..แบบนี้ดีมั้ยครับ”
เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่นนั้นกิ่งกานต์ก็ครุ่นคิดไปประเดี๋ยวนึงก่อนจะตอบกลับลูกชายของเธอ
“อืม…งั้นแม่แล้วแต่ลูกก็ได้ จะให้แม่ทำยังไงลูกก็บอกแม่มานะ”
“ขอบคุณครับแม่”