ตอนที่ 189 นิราศฮวนกวน
เหมือนเด็กน้อยที่หาผู้ปกครองไม่เจอ และหากที่เมืองนี้มี ‘ลูกค้าสัมพันธ์’ เฉกเช่นห้างใหญ่ๆ ในสมัยปัจจุบันก็คงจะดีไม่น้อย “ขงเบ้ง ! ช่วยพวกเราด้วย”เซี่ยงเหลียง-เซี่ยงป๋อ เมื่อพบเจอจูกัดเหลียงและจูกัดชิง ซึ่งกำลังเตร็ดเตร่ในตลาดแห่งหนึ่ง พวกเขาจึงเข้าไปขอความช่วยเหลือในทันที…เมื่อได้รับการร้องขอ จูกัดเหลียงจึงจับยามสามตาให้โดยไม่หวงวิชา..ชิ้ง ..ชิ้ง ..ชิ้ง“ท่านอ๋อง ปลอดภัยดีพวกท่านไม่ต้องกังกล”…เฮ้อ จากนั้นตักน้ำขึ้นมา แล้วโยนใบไม้เล็กลงไป ?เพียงครู่เดียวใบไม้นั้นก็ขยับชี้ทิศทางไปทางทิศตะวันออกอย่างน่าประหลาด.. “พี่ชิง ..พวกเราไปหาพี่เขยกันเถอะ”จูกัดชิง แม้ชินชากับคำเรียกนัั้นอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินยามใดหัวใจกลับพองโตและใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไม่ต่างกับเด็กสาววัย 16 นั้นก็กลับกลายเป็นแดงระเรื่อแล้วเดินตามน้องชายไปอย่างว่าง่าย………………………. กริ๊ก .. >> [รองเท้าคลื่นลม +3] กริ๊ก .. >> [ทวนโลหิต+3] กริ๊ก .. >> [กระบี่โลหิต+3] รวดเดียวจบ !!!บัดนี้ [หินอุกกาบาต lv2] ป่นปลิวไปแล้วแต่ [ค้อนสายฟ้า] ยังมีพลังสีทองเหลืออยู่ส่วนหนึ่ง ..เพียงแต่ว่ายังไม่เพียงพอที่จะตี +4 ได้ ###########################พลังงานไม่เพียงพอ คำแนะนำผู้สืบทอดฯควรนำไปอัพเกรดอุปกรณ์ระดับ 1 - 2############################ ระบบผู้ปกป้องโลกธาตุแบบ standalone แจ้งเตือนพร้อมคำแนะนำดีๆซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทั้ง 4 คนเข้ามาในจวน. พวกเขาเพียงเอ่ยนาม ‘เฮยอ๋อง’ ผู้รับใช้ของเจ้าเมืองม่อหลายก็นำทางพวกเขาเข้ามาภายในคฤหาสน์ใหญ่โตหลังนี้ ….สองพี่น้องคุกเข่าลงไป ?“ท่านอ๋อง พวกข้าทั้งสองคนมีความผิดที่มิได้อารักขาให้ดี..นายท่านโปรดลงทัณฑ์”ดำรงค์สีหน้าเฉยชาจนไม่ทราบว่ามีความรู้สึกใด ? พลันกล่าววาจาเพียงสั้นๆว่า.. “เซี่ยงเหลียงนำดาบน้ำแข็งประจำตระกูลออกมา ส่วนเซี่ยงป๋อนำโล่ห์ศิลาประจำตระกูลส่งให้กับข้า” เฮือก!!!..พวกเขากำลังถูกปลดฟ้าผ่า น้ำตาทั้งสองไหลริน แต่มือทั้งคู่ยังประคองอุปกรณ์ประจำตัวออกไปด้วยอาการที่สั่นเทาอย่างน่าสงสาร……..กริ๊ก .. >> [ดาบน้ำแข็ง +1] กริ๊ก .. >> [โล่ห์ศิลา +1] จากนั้นส่งคืนกลับไป..- พลังนี่มัน !!! - เซี่ยงเหลียง-เซี่ยงป๋อรับมายังงงๆอยู่เลย ‘เจ้าชีวิต' ของเขาเพ่งดูค้อนสีทองในมือซักครู่แล้วกล่าวต่ออีกครั้ง “ทั้งคู่ ส่งหมวกประจำตระกูลมาด้วย”….…..เมื่อเสร็จธุระแล้ว ดำรงค์ย้ำเตือน ‘ม่อหลาย’ เรื่องความปลอดภัยของเมืองฮวนกวน“หากมีข่าวทัพทางเหนือยกลงมา ..เจ้าควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่นี่” เมืองท่าแห่งนี้ มีเรือสินค้า-เรือโดยสารเป็นจำนวนมาก ก็เชื่อได้ว่าพวกเขาควรจะหลบหนีกันได้ครบทุกคน จากนั้นบังคับ [เจ้าแดง] มุ่งหน้าตะวันออก เป้าหมายคือราชอาณาจักรเกียดเซก ..ที่หลบภัยแห่งยุคสมัยสามก๊ก ******************* ----------------------ราชธานีฮูโต๋---------------------- ฝ่ายเทียหยกและกุยแก หลังจากกลับจากภารกิจส่งเสบียงให้หัวเมีองที่ขึ้นตรงอยู่กับมหาอุปราช เมื่อได้ทราบข่าวว่าโจโฉแต่งตั้งให้เล่าปี่เป็นแม่ทัพแล้วยกทัพ 5 หมื่นไปดังนั้น ก็ตกใจจึงรีบไปหาโจโฉถึงเรือนหลวงฯ แล้วรีบสอบถามในทันที โจโฉจึงแจ้งไปว่า บัดนี้อ้วนสุดจะยกไปเข้าด้วยกับอ้วนเสี้ยว เราจึงให้เล่าปี่เป็นแม่ทัพคุมทหารไปสกัดตีอ้วนสุดทางไปเมืองกิจิ๋ว เทียหยกเมื่อได้ฟังก็มีความกังวลจึงอธิบายเมื่อครั้งเล่าปี่หนีลิโป้จากเมืองชีจิ๋วมาหาท่าน ข้าพเจ้าเห็นว่าเล่าปี่จะเป็นเสี้ยนหนามไปภายหน้า ข้าพเจ้าได้ว่าให้มหาอุปราชฆ่าเล่าปี่เสีย แต่ท่านมิได้ทำตามแล้วก็ให้เล่าปี่ไปเป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว จนได้กลับไปอยู่เมืองเสียวพ่าย แล้วเล่าปี่แตกลิโป้มาพึ่งอิก ซึ่งท่านไว้ใจให้เล่าปี่เป็นแม่ทัพไปครั้งนี้ อุปมาเหมือนปล่อยเสือเข้าป่า แลปล่อยจระเข้ลงในแม่น้ำ สืบไปเมื่อภายหน้าเล่าปี่ก็จะมีกำลังขึ้น เห็นท่านจะปราบปรามได้นั้นขัดสนแล้ว กุยแกจึงกล่าวเสริม ซึ่งท่านมิได้ฆ่าเล่าปี่เสีย เอาไว้ใช้สอยนั้นก็ควรอยู่ แต่บัดนี้แต่งตั้งให้เล่าปี่เป็นแม่ทัพไปนั้นไม่ชอบ อันโบราณกล่าวไว้ว่าถ้าผู้ใดเป็นแม่ทัพถืออาญาสิทธิ์ครั้งหนึ่ง ก็มีน้ำใจกว้างขวางคิดการกำเริบได้ถึงพันครั้ง ข้าพเจ้าเห็นว่าเล่าปี่เมื่อมีกำลังขึ้นก็จะเอาใจออกห่างท่าน ภายหน้าไปท่านจะได้ความเดือดร้อนเพราะเล่าปี่เป็นมั่นคงให้ท่านเร่งคิดจงคิดควรดู ไม่ได้การเสียแล้ว !!!โจโฉเมื่อได้ฟังเทียหยกกับกุยแกว่าดังนั้นก็คิดได้ จึงให้ 'เคาทู' คุมทหารม้าไปหาเล่าปี่สั่งให้ยกกองทัพกลับมา …..……. กุบๆๆๆๆ …….. เคาทูเดินทางทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็ติดตามมาทัน..….. “ซึ่งเสียงอื้ออึงมานั้นชะรอยโจโฉจะให้กองทัพมาตามจะให้เรากลับไปฮูโต๋เป็นมั่นคง ”เล่าปี่จึงหยุดทัพ เมื่อผู้มาเป็นยอดฝีมืออย่างนี้ กวนอู-เตียวหุยจึงคุมทหารถืออาวุธยืนอยู่เป็นสองข้าง เพื่อคอยระวังป้องกันอันตราย ฝ่ายเคาทูเมื่อเห็นทหารเล่าปี่เตรียมตัวอยู่อย่างรัดกุม ..ก็ด้วยถือดีในพลังยุทธของตนจึงลงจากหลังม้าแล้วเดินไปกลางหมู่ทหารแต่เพียงผู้เดียวอย่างไม่กลัวเกรง ..แล้วจึงกล่าว บัดนี้มหาอุปราชให้ข้าพเจ้ามาเชิญท่านยกกองทัพกลับเข้าเมืองฮูโต๋ ..จะได้สั่งความแก่ท่านอีก เล่าปี่เตรียมคำเจรจาไว้แล้วจึงกล่าวอย่างราบรื่นว่าเมื่อมหาอุปราชพาเราเข้าไปเฝ้ากราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ ‘ให้เป็นแม่ทัพยกไปสกัดตีอ้วนสุด’ พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็ทรงโปรดให้ตามที่ขอ ซึ่งเราก็ได้กราบทูลถวายบังคมลาแล้ว ทั้งมหาอุปราชก็จัดแจงทหารให้เราแล้วสั่งข้อราชการแก่เราทุกประการแล้ว ..เราจึงยกกองทัพมาตามรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ บัดนี้มหาอุปราชจะให้เรียกเรากลับไป ครั้นเราจะกลับไปก็จะผิดรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ ท่านจงเอาเนื้อความทั้งนี้ไปแจ้งแก่มหาอุปราชก่อนเถิด ถ้าเมื่อใดเราทำสงครามสำเร็จแล้วจึงจะยกกองทัพกลับเข้าไปกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ แลแจ้งข้อราชการแก่มหาอุปราชด้วยตัวเอง เฮอะ !!เคาทูผู้เป็นยอดฝีมือ ย่อมไม่อาจเทียบสติปัญญากับยอดคนผู้ได้แม้แต่น้อย ‘เมื่อโจโฉใช้เราออกมานั้นจะได้สั่งว่า ถ้าเล่าปี่มิกลับไปให้เราหักหาญจับเอาตัวเล่าปี่เข้าไปให้ได้ก็หาไม่ ? ซึ่งเล่าปี่ว่าทั้งนี้ก็ชอบตามข้อรับสั่งอยู่ จำเราจะกลับเข้าไปแจ้งเนื้อความแก่โจโฉ ถ้าโจโฉจะให้ทำประการใดเราจึงจะรีบมาทำตามต่อภายหลัง’…………..……. กุบๆๆๆๆๆๆ… ชัดละ !!!เมื่อเคาทูได้รายงานตามที่เล่าปี่แจ้งทุกประการ โจโฉและกุนซือทั้งสองก็กลับกลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที ซึ่งท่านให้ไปหาเล่าปี่แลเล่าปี่มิมานั้น ..ท่านเห็นประจักษ์เหมือนคำข้าพเจ้าว่าแล้วหรือ ? โจโฉย่อมรู้ดีแก่ใจ แต่เมื่อพลาดไปแล้วจะให้เขาทำเช่นใดได้อีก ? เราได้ออกปากให้เล่าปี่ไปแล้ว ถ้าจะดึงดันให้กลับมาก็จะกลายเป็นเราเจรจาผิดคำพูด ถึงมาตรว่าเล่าปี่จะมีใจกำเริบคิดร้ายต่อเรา ..เราก็จะกลัวอะไรกับฝีมือเล่าปี่เพียงนี้ ? ซึ่งเราก็ได้แต่งให้ 'จูเหลง' กับ 'ล่อเจียว' คอยกำกับไปด้วย หากแม้นเล่าปี่คิดเอาใจออกห่างด้วยเราจริง ก็เห็นว่าจูเหลง-ล่อเจียวจะให้มีหนังสือลับมาแจ้งเนื้อความแก่เราเป็นมั่นคง ปากก็ว่าแต่ขาก็สั่น ..มหาอุปราชพลาดท่ายับเยิน ภาคตะวันออกที่เพิ่งเคลียร์ได้เสร็จสรรพเรียบร้อยอยู่นานนับปี บัดนี้อาจจะเกิดจลาจลขึ้นอีกแล้ว ? ‘กรรมใดหนอ จึงทำให้กู ถูกหลอกอยู่ร่ำไป’ 'โจโฉผู้ไม่ยอมไม่โลกทรยศ' กลับถูกทรยศหักหลังครั้งแล้วครั้งเล่า … อันคนฉลาด มักซ่อนอยู่ในรูปลักษณ์ของคนโง่ อันคนแข็งแกร่งที่สุด มักซ่อนไว้ในความอ่อนโยนอันคนที่คิดอ่านลึกซึ้งที่สุด มักซ่อนคมไว้ในฝัก ..และเมื่อชักออกมาจ้วงแทง จึงได้เห็นความอำมหิตของเขา..