บทที่ 19 เป็ไงบ้าง สุนัขลากแคร่เลื่อนหิมะของผม?
สิ้นเสียงพูด แถบข้อความจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอถ่ายทอดสด
- สุ่มแจกรางวัล สุ่ม...
- คุณพ่ออวี๋ ให้ฉันเถอะ ฉันพูดภาษาโลลิได้
- ปรมาจารย์อวี๋ ขายมันให้ฉันเถอะ ฉันจะซื้อมันเอง!
- เฮ้ เ้าเล่ห์เกินไปแล้ว สุ่มแจกไม่ดีกว่าเหรอ? ทุกคนจะได้มีโอกาส
- คุณอวี๋ ส่งเขากวางคู่นี้ให้ฉันเถอะ ฮิฮิฮิ!
“เป็ไปไม่ได้ที่จะขาย อย่าแม้แต่จะคิด” ฮั่วอวี๋เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “แม้ว่าผมจะไม่ได้ฆ่ากวางเรนเดียร์ตัวนี้ แต่มันก็เป็สัตว์คุ้มครอง การขายสัตว์คุ้มครองถือเป็เื่ผิดกฎหมาย”
"แต่" ใบหน้าของชายหนุ่มพลันปรากฏรอยยิ้มขึ้น "ตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับระเบียบการจัดการผู้พิทักษ์น้ำแข็ง หากผู้พิทักษ์น้ำแข็งคนใดพบซากสัตว์ที่ตายแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องส่งตัวอย่างในส่วนของสัตว์ที่มีมูลค่าทางการวิจัยเท่านั้น สำหรับสัตว์ที่ไม่มีมูลค่าทางการวิจัยอื่น ๆ นั้น สามารถจัดการได้ตามใจ"
“ผมกำลังคิดอยู่ว่าควรจะตอบแทนความรักของเหล่าผู้ชมยังไง และตอนนี้ ผมก็มีของรางวัลแล้ว"
“ผมจะมอบเขากวางคู่นี้ให้กับผู้โชคดีโดยการสุ่ม อย่างที่ทุกคนน่าจะทราบ เวลาที่จะได้รับของรางวัลนั้นไม่แน่นอน บางทีอาจใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่ง เพราะอย่างไรเสีย มันก็ไม่มีบริการจัดส่งด่วนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ”
ผู้คนภายในห้องถ่ายทอดสดส่งเสียงเชียร์ทันที
แม้ทุกคนจะรู้ดีว่ามีผู้ชมอยู่มากกว่า 200,000 คนภายในห้องถ่ายทอดสด และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับ
แต่พวกเขาก็ไม่สนใจ สิ่งสำคัญคือความรู้สึกของการมีส่วนร่วม
อีกทั้งยังมีผู้ชมบางคนที่ไม่ได้ขัดสนเื่เงินและตัดสินใจว่า จะซื้อเขากวางคู่นี้ด้วยเงินของพวกเขาอย่างลับ ๆ เมื่อผู้โชคดีปรากฏตัวขึ้น
เขากวางเรนเดียร์ไม่ใช่ของหายาก แต่พวกมันก็ไม่สามารถประเมินค่าได้เช่นกัน
กวางเรนเดียร์คือกวางที่มีจำนวนมากที่สุด ตามผลสำรวจเมื่อปี ค.ศ. 1986 ระบุว่ามีกวางเรนเดียร์อยู่ทั้งสิ้น 3.9 ล้านตัวบนโลก ดังนั้นเขากวางจึงไม่ได้มีราคาแพงมากนัก
"เราจะพูดเื่การสุ่มรางวัลในภายหลัง" ฮั่วอวี๋ตบหนังกวางเบา ๆ "มาจัดการเ้านี่กันก่อนเถอะ"
“ก่อนอื่น เราจะถลกหนังกวางตัวนี้ขึ้นไปถึงหลังหูของมัน จากนั้นจึงตัดออก"
ฮั่วอวี๋ดึงหนังกวางอย่างแรง ในเมื่ออุปสรรคบริเวณขาทั้งสี่ถูกกำจัดไปแล้ว กระบวนการที่เหลือทั้งหมดจึงราบรื่นมาก
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หนังกวางคุณภาพดีและสมบูรณ์แบบก็ถูกถลกออก
“ดูสิ ผมได้หนังกวางชิ้นใหญ่เลย" ชายหนุ่มมองหนังกวางในมือและเอ่ยกับกล้องด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นภายในหู
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าทักษะ [ถลกหนัง] ของโฮสต์บรรลุถึงระดับเริ่มต้นแล้ว ทักษะ [ถลกหนัง] เปิดใช้งาน!]
วินาทีนั้น ทักษะและความรู้มากมายเกี่ยวกับการถลกหนังได้ปรากฏขึ้นในหัวของฮั่วอวี๋
ดวงตาของผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มเปล่งประกาย เขาเปิดแผงคุณลักษณะส่วนบุคคลและดูทักษะของตนทันที
[ทักษะส่วนตัว : ยิงธนู (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) ดนตรี (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) หมากรุก (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) ศิลปะ (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) การเขียนพู่กัน (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) การใช้อาวุธร้อน (ระดับผู้เชี่ยวชาญ) ภูมิศาสตร์ (ระดับเริ่มต้น) การปฐมพยาบาล (ระดับเริ่มต้น) การต่อสู้ (ระดับเริ่มต้น) การถลกหนัง (ระดับเริ่มต้น)]
ปรากฏว่าหลังจากทักษะที่ใช้บรรลุระดับมาตรฐานของระบบ ระบบก็จะทำการพัฒนาทักษะดังกล่าวและวัดระดับทักษะนั้น
เวลานี้ ฮั่วอวี๋รู้สึกว่าหากถลกหนังกวางตัวนี้อีกรอบ เขาจะมีความเชี่ยวชาญมากกว่าเดิมสองเท่า
หลังจากตรวจสอบความรู้ของตน ชายหนุ่มก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าทักษะที่เขาเชี่ยวชาญก่อนหน้านี้ต่างก็พัฒนาขึ้นในระดับที่แตกต่างกันไป
ยกตัวอย่างเช่น ทักษะการปฐมพยาบาล ก่อนหน้านี้ เขาเชี่ยวชาญเพียงวิธีการรักษาอาการาเ็เบื้องต้นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีวิธีปฐมพยาบาลสำหรับโรคเฉียบพลันทั้งหมดภายในหัว
เมื่อเห็นว่าหนังกวางที่อยู่ในมือผู้พิทักษ์น้ำแข็งสมบูรณ์มาก ผู้คนภายในห้องถ่ายทอดสดก็เริ่มพูดคุยกันว่าชายหนุ่มจะทำอะไรกับหนังกวางดังกล่าว
"สิ่งที่ผมจะทำคือสิ่งที่นักล่าชาวไซบีเรียคุ้นเคย" ฮั่วอวี๋มองแถบข้อความและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "พวกเขามักจะใช้หนังกวางและโครงไม้ทำแคร่เลื่อนหิมะ"
"จากนั้นพวกเขาจะใช้แคร่ที่ว่านี้นำเนื้อและกระดูกของเหยื่อที่พวกเขาสังหารกลับไป"
“แน่นอน ยังมีชาวพื้นเมืองอีกมากที่ใช้หนังกวางทำแคร่เลื่อนหิมะขนาดใหญ่ แต่นั่นจำเป็ต้องผ่านกระบวนการที่พิถีพิถัน ซึ่งเป็เื่ยากที่ผมในตอนนี้จะทำได้"
“นอกจากนี้ หนังกวางเองก็เป็ตัวเลือกที่ดีสำหรับการทำเสื้อคลุมหรือเครื่องนอน"
เมื่อได้ยินว่าฮั่วอวี๋กำลังจะทำแคร่เลื่อนหิมะ เหล่าผู้คนภายในห้องถ่ายทอดสดก็เริ่มแสดงความคิดเห็น
- เดี๋ยวก่อน เ้าของห้อง ต่อให้คุณจะทำแคร่เลื่อนหิมะแต่คุณไม่มีสุนัขนะ
- เ้าของห้อง อย่าคิดว่าเราไม่รู้ โดยปกติแล้ว ต้องใช้สุนัขลากแคร่เลื่อนหิมะถึงสี่หรือหกตัวแหน่ะ"
- เอ่อ เ้าของห้องมีหมาป่า... จะใช้มันลาก?
- หืม ใช้หมาป่าลากแคร่เลื่อนหิมะ หมายถึงอะไร?
จำนวนผู้ชมภายในห้องถ่ายทอดสดพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ชมเก่าที่อยู่บนแถบข้อความมีอยู่น้อยนิด และผู้ชมใหม่หลายคนก็ยังไม่รู้จักเสี่ยวอวี๋
ฮั่วอวี๋ยิ้มและเอ่ยกับกล้อง
“ไม่ต้องกังวล แคร่เลื่อนหิมะที่ทำจากหนังกวางมีขนาดเล็กมาก และแคร่เลื่อนหิมะขนาดเล็กก็มักจะใช้มนุษย์ลาก"
“นอกจากนี้ ใครบอกกันว่าผมไม่มีสุนัข? เดี๋ยวผมจะพาพวกคุณไปดูสุนัขลากแคร่เลื่อนหิมะของผม!"
หลังจากนั้น ผู้พิทักษ์หนุ่มก็หยุดคุยกับเหล่าผู้ชมและทำงานตรงหน้าต่อ
แม้ว่าเขาจะอยากทำแคร่เลื่อนหิมะ แต่ก็ยังต้องใช้ไม้เป็วัสดุ
สถานีหน้าด่าน 249 นั้นเต็มไปด้วยธารน้ำแข็งและไม่มีไม้อยู่เลย ดังนั้นเื่แคร่เลื่อนหิมะคงต้องเลื่อนออกไปก่อน
กวางเรนเดียร์ตรงหน้าเขาเป็กวางตัวผู้ที่โตเต็มวัย ตามปกติ กวางตัวเมียอาจมีน้ำหนักได้มากกว่า 150 กิโลกรัม ในขณะที่กวางตัวผู้นั้นมีน้ำหนักได้ราว ๆ 90 กิโลกรัมเท่านั้น
กวางตัวนี้โดนกัดเละเทะโดยสัตว์ชนิดอื่น เนื้อบางส่วนจึงหายไป แต่มันก็ยังมีน้ำหนักมากถึง 80 กิโลกรัม
ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ ฮั่วอวี๋ไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันด้วยตัวเองได้
เขาทำได้เพียงวางกวางทั้งตัวลงบนหนังที่ถลกเมื่อครู่ จากนั้นก็ห่อมันและลากกลับไปยังสถานีหน้าด่าน
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็เอ่ยกับกล้องขณะที่เบื้องหน้าเขาคือหนังกวาง “เอาละ เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผมจะพาทุกคนไปดูสถานีหน้าด่านหลังจากที่ผมซ่อมแซม"
หลังการอัปเกรดเล็ก ๆ ของระบบเมื่อวานนี้ สถานีหน้าด่านก็ดูเหมือนใหม่ เหล่าผู้ชมเก่า ๆ เห็นถึงความแตกต่างได้ทันที ฮั่วอวี๋ไม่ได้ปิดบังและเอ่ยออกไปตามตรงเื่การซ่อมแซมสถานี
และเพราะการลากกวางตัวใหญ่เป็ไปอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มจึงเดินกลับไปยังสถานีหน้าด่าน 249 ช้า ๆ
เขาผลักประตูรั้วไม้เข้าไปและวางซากกวางไว้ด้านนอกเป็การชั่วคราว จากนั้นก็เลาะกระดูกก่อนจะนำไปเก็บ
เมื่อเปิดประตู ลมอุ่น ๆ ภายในอาคารก็พัดมาปะทะเข้าที่ใบหน้า
อาจเป็เพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เสี่ยวอวี๋ซึ่งนอนหลับอยู่ในห้องบนชั้นสองจึงกระดิกหูทันที
ขณะที่ฮั่วอวี๋เดินขึ้นไป้า เขาก็เอ่ยกับกล้อง "ตอนนี้ผมจะพาพวกคุณไปดูสุนัขลากแคร่เลื่อนหิมะ!"
เมื่อเปิดประตูห้องนอน เสี่ยวอวี๋ที่นอนอยู่ภายในบ้านสุนัขก็รีบวิ่งออกมาด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่หนึ่งคนหนึ่งหมาป่าคลุกคลีอยู่ด้วยกันเป็เวลาสองสามวัน เ้าตัวเล็กก็เริ่มขี้อ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มหัวเราะและอุ้มมันขึ้นมา จากนั้นจึงจ่อลูกหมาป่าไปที่กล้องและถามอย่างภาคภูมิใจ “เป็ไงบ้าง สุนัขลากแคร่เลื่อนหิมะของผม?"