ตอนที่40 ข้อเสนอของกัส
ข้อเสนอของกัสทำเอาเบนจามินต้องคิดหนักเพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาจะได้แค่สามสิบเปอร์เซ็นต์และยังเสียสิทธิ์ในการเลือกก่อนหนึ่งอย่างไปด้วย
แต่พอมาคิดถึงสถานการณ์ตอนนี้แล้วทางเลือกของเบนจามินก็มีไม่มาก
ข้อแรกกัสรู้เรื่องค่ายทหารกลางป่า ถ้าไม่ร่วมมือกัสก็สามารถไปหานักผจญภัยคนอื่นได้
ข้อสองตัวเลือกในค่ายระดับ 2พวกเขาไม่มีที่เหมาะสมไปกว่ากัสแล้ว เพราะกัสพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถกำจัดค่ายวอลเตอร์ไอรอนไปได้อย่างง่ายดาย
ถ้าคิดดูแล้วคงแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาค่ายระดับ2 และอาจจะเทียบกับค่ายระดับสามได้ด้วยซ้ำ
สุดท้ายแล้วทุนของกิลด์เหลือไม่มากนัก
กัสเองก็รู้ในจุดนี้กิลด์กรรไกรดำที่จริงก็ไม่ได้ไร้ตัวตนในโลกภายนอกชีวิตก่อนกัสถูกบังคับให้บุกไปที่นี่เหมือนกัน มีผู้เล่นนักผจญภัยหลายคนที่โดนแบบเดียวกัน
พวกเขาจึงมีการค้นหาและศึกษาข้อมูลของศัตรูกิลด์กรรไกรดำมีตัวตนด้านนอกพวกเขายังมีเว็ปไซต์ของตัวเองที่ประกาศรับสมัครสมาชิกด้วยอันที่จริงแล้วกิลด์อื่น ๆ ก็ทำเหมือนกัน
เพราะในยุคนี้ผู้เล่นนักผจญภัยที่โดดเด่นก็ไม่ต่างจากดารามีชื่อเสียง เงินและอิทธิพลได้จากสิ่งเหล่านี้
แต่ว่าสิ่งที่กิลด์กรรไกรดำเป็นอยู่ตอนนี้คือพวกมือใหม่ในหอคอยชั้นแรกที่ดิ้นรนอยู่ระดับต่ำสุด ไม่ต่างจากกัสหรือผู้เล่นคนอื่นๆ
หอคอยชั้นแรกแม้จะดูดีในสายตาคนธรรมดาแต่สำหรับผู้เล่นมืออาชีพด้วยกันที่นี่ก็เหมือนกับหมู่บ้านเริ่มต้นเท่านั้น
ดังนั้นการดิ้นรนสุดท้ายของกิลด์กรรไกรดำก็คือการใช้เงินลงทุนไปกับการร่วมมือกับค่ายวอลเตอร์ไอรอนจนเกือบหมดถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เบนจามินที่มีชื่อเสียงเป็นนักฆ่าซอมบี้จะยอมก้มหัวมาที่นี่เหรอ
“ตกลง” เบนจามินกล่าวเสียงเข้ม
...
เบนจามินกลับมาเล่าข้อตกลงที่ทำไว้ให้กับเลียมและมาโครฟังทั้งสองพอได้ยินก็เกิดความไม่พอใจในทันที
“มันจะมากไปแล้ว ลอร์ดไนท์นั้นคิดจะขูดรีดพวกเราหรือยังไง70/30 เชี่ยเห็นเราเป็นอะไรกัน” เลียมลุกขึ้นถีบโต๊ะไม้ที่ใช้นั่งจนแหลกเป็นชิ้น ๆ
มาโครกลับใจเย็นกว่า “คุณตกลงอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ มันคือข้อเสนอที่ดีอันที่จริงถ้าเราไปหาค่ายระดับ 3 ก็คงโดนกดยิ่งกว่านี้”
“เราไม่ต้องพึ่งพวกนั้นหรอกพลังของเราก็แทบจะอยู่ในขั้นสูงของระดับพลังพื้นฐาน บุกเข้าไปด้วยตัวเองเลย” เลียมพูดเสียงดัง
“คิดว่าค่ายทหารกลางป่าอยู่มานานขนาดนี้ได้ยังไงโดยยังไม่ถูกแตะต้องหรือต่อให้พวกเราบุกเข้าไปได้เคลียร์มันสำเร็จ แล้วหลังจากนั้นล่ะ โดนล้อมโดยค่ายลอร์ดจำนวนมากพวกเราอาจจะไม่ได้อะไรเลย แถมยังเป็นการตัดชุดเจ้าสาวให้คนอื่นอีกอย่างนั้นเหรอ”เบนจามินเหลือบไปมองเลียม
ดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่าไม่ธรรมดาไม่อย่างนั้นก็คงไม่เป็นที่สนใจไปทั้งเขตแบบนี้และอีกอย่างคือดันเจี้ยนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กับเขตถ้าไม่ร่วมมือกับค่ายที่แข็งแกร่งต่อให้จะเคลียร์ได้สำเร็จ แต่ก็โดนทหารจากค่ายอื่นมาดักโจมตีปล้นไปจนหมดอยู่ดี
นักผจญภัยจึงรู้ดีว่า ถ้าต้องการเคลียร์ดันเจี้ยนที่อยู่ใกล้เขตหรือต่อสู้กับพวกค่ายต่างๆ พวกเขาจะต้องร่วมมือกับค่ายใดค่ายหนึ่ง เพื่อคุ้มครองพวกเขาด้วย
เลียมเงียบไปก่อนจะกลับมานั่งลงเพราะรู้ว่าตัวเองหุนหันพลันแล่นเกินไป
“น่าเสียดายที่เขตดัลลัสไกลกว่าจะติดต่อกับลอร์ดในเขตอื่นๆ ได้ แถมการเดินทางมายังไม่คุ้มค่า ยกเว้นจะเป็นลอร์ดที่มีอำนาจควบคุมทั้งเขต”
ลอร์ดที่แข็งแกร่งจนมีอำนาจควบคุมทั้งเขตก็มักจะไม่ค่อยสนใจผลประโยชน์ที่อยู่ห่างไกลเกินกว่าที่จะคุ้มในความเสี่ยงลอร์ดเหล่านี้มักจะเตรียมตัว สะสมทรัพยากรและขึ้นไปยังหอคอยชั้นต่อไปซะมากกว่า
แถมถ้าข้ามมาที่เขตนี้คิดว่าลอร์ดของค่ายระดับ3 ในเขตนี้จะไม่ลงมือต่อต้านอย่างนั้นเหรอ นั้นเป็นไปไม่ได้เลย
ภายในเขตพวกเขาอาจจะต่อสู้กันเองแต่ถ้ามีศัตรูจากภายนอก ลอร์ดจะร่วมมือกันจัดการ ยิ่งทำให้มันไม่คุ้มค่าที่จะดึงดูดความสนใจลอร์ดจากเขตอื่นมา
สุดท้ายข้อมูลก็ยังเป็นแค่ข้อมูล ไม่มีอะไรที่แน่ชัดสักอย่างเช่นว่ามีผนึกต้นกำเนิดจริงไหม ด้านในมีอาวุธยุทโธปกรณ์มากแค่ไหน อันตรายคืออะไร
นั่นทำให้พวกเขาสรุปได้ว่าต้องร่วมมือกับลอร์ดไนท์และคืนนี้เป็นคืนแรกที่พวกเขาเข้ามานอนพักที่ค่ายมิดไนท์
“คิดว่าทหารในค่ายพวกนี้มันแปลก ๆ รึเปล่า”
“พวกเขาคงผ่านอะไรมากันเยอะ ด้านหลังค่ายแล้วก็ตึกทางด้านซ้ายก็มีพวกผู้รอดชีวิตอยู่”
“พวกนั้นระมัดระวังเรามาก”
“ก็ไม่แปลก”
“ทหารพวกนั้นอย่างกับเป็นผู้มีพลังกันหมด”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง”
เลียมเลือกจะปฏิเสธความคิดนี้และทุกคนก็เห็นด้วย
“ไม่ว่ายังไงค่ายนี้ก็แข็งแกร่งกว่าที่เราเห็นกันแน่นอนถือว่าเราได้กำไร” เบนจามินกล่าว
มาโครพยักหน้าเห็นด้วย
โคร๊กกกก
ตอนนั้นก็มีเสียงท้องร้องขึ้นมามาจากท้องของเลียมทำให้ทุกคนนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย พวกเขารีบเดินทางคิดว่าจะไปพักที่ค่ายวอลเตอร์ไอรอนแต่ปรากฏว่าเจอแต่ซาก พอตามร่องรอยและการขนส่งมาก็เจอกับค่ายมิดไนท์แห่งนี้และเจรจากับกัส
จนตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
ขณะที่คิดว่าจะเอาเสบียงออกมากินก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพอเปิดประตูก็เห็นทหารมืดที่สวมใส่หมวกกันน็อกยืนรออยู่ด้านหน้าห้อง
“มีอะไร” เลียมกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเพราะเขารู้สึกไม่ชอบพวกนี้เลย
ทหารมืดกลับไม่พูดแค่ยื่นคำเชิญให้และเดินจากไปทันทีที่เลียมยื่นมือไปรับ
เลียมรับมาเสร็จก็ปิดประตูและยื่นให้กับเบนจามินกับมาโครได้ดูทั้งสองพอดูก็ลุกขึ้นในทันที
“พวกนายจะไปไหน” เลียมถาม
“เขาเชิญเราไปกินข้าว ไม่ไปหรือยังไงหรือจะกินเนื้อแห้งพวกนี้” มาโครชี้ไปที่เนื้อแห้งที่ถูกเอาออกมาจากห่อรอพวกเขากิน
แต่ตอนนี้สายตาของทุกคนกลับไม่อยากจะมองมันมากนักแรก ๆ กินก็อร่อยดี แต่กินทุกวันก็ไม่ไหว เหมือนกับเคี้ยวยางไม่มีผิดจนตอนนี้เริ่มรู้สึกปวดฟันขึ้นมาแล้ว
เบนจามินและมาโครปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในเมื่อร่วมมือกันแล้วก็เป็นพันธมิตรกันยังไงการเชิญไปกินอาหารก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
“เวรเอ๊ย เดียวพ่อจะกินให้ยับเลย” เลียมรู้สึกว่าต้องระบายความอัดอั้นตันใจซะหน่อยด้วยกันกินอาหารของลอร์ดไนท์นั้นให้เกลี้ยงเลย
แม้จะเป็นค่ายระดับ 2 แค่ทั้งสามคนก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักจนกระทั้งพวกเขาเข้าไปยังห้องอาหารด้วยการนำทางของทหารมืด
ห้องอาหารนี้คือห้องอาหารที่โรงอาหารของโรงเรียนแต่ว่ามันเป็นห้องอาหารที่แยกออกมาไว้สำหรับรับแขกเฉพาะของทางโรงเรียนห้องไม่ใหญ่เหมือนกับห้องอาหารของนักเรียนที่จะเป็นพื้นที่โล่งกว้าง
แต่ที่นี่ก็เป็นห้องขนาดยาวที่เชื่อมต่อกับครัวทางประตูด้านหลังสุดมีโต๊ะอาหารตัวใหญ่ยาวคิดว่า ผอ.ของโรงเรียนนี้เป็นพวกมีรสนิยมหรูหราพอสมควร
ด้านในสะอาดสะอ้านจนคนทั้งสามรู้สึกว่าตัวของพวกเขาสกปรกอยู่ไม่น้อยแต่จะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้ ใครที่เดินทางในแดนร้างแล้วมีเวลามาอาบน้ำบ้างกัน
แต่ว่าบนโต๊ะพวกเขากลับไม่พบกับอาหารและยิ่งเจ้าภาพยิ่งไม่พบเลย
“เชิญเรามากินแต่อาหารสักจานก็ไม่มี” เลียมเหน็บแหนม
ตอนนั้นก็มีคนเดินเข้ามาตอนแรกคิดว่าเป็นลอร์ดไนท์ แต่กลับพบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าเย็นชาอย่างมาก
“สวัสดี ฉันอาเรียมาที่นี่ตามคำสั่งของนายท่านเพื่อพาพวกคุณเพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้”อาเรียใช้เสียงที่ไพเราะของเธอทำให้ทั้งสามรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
ก่อนจะยอมนั่งลงและอาหารก็มาเสริมพวกเขาจึงได้เห็นถึงความมั่งคั่งของค่ายแห่งนี้ว่าเป็นยังไง
...
วันต่อมาพวกเขาถูกส่งออกไปพร้อมกับกองกำลังทหารมืดที่นำโดยออสก้าอมีเลียและทหารที่ปรึกษาอีกนายหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเปิดเผยใบหน้าภายใต้ฮู้ดนั้นเลย
ทหารที่ปรึกษาขั้นกลาง หนึ่งในทหารที่ติดตามออสก้าออกไปปฎิบัติภารกิจตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาความแข็งแกร่งตามหลังเพียงลิชเท่านั้น
ทหารมืด 5 หน่วยและรวมทั้งทหารองครักษ์ภายใต้การติดตามของอมีเลียด้วยอีกส่วนหนึ่งรวมแล้วคณะเดินทางในครั้งนี้มีเกือบ 70 คน
แต่ละคนต่างก็แบกสัมภาระอาหารของตัวเองมาพอให้อยู่ได้สักสองถึงสามวันแต่ที่หนักสุดเห็นจะเป็นอาวุธและชุดเกราะพวกเขาจัดเต็มกันอย่างมาก
การไม่เอาทหารมืดมามากกว่านี้คือสิ่งที่กัสตัดสินใจด้วยตัวเองเพราะภารกิจครั้งนี้ปริมาณไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ข้อมูลและความแข็งแกร่งส่วนบุคคล
ทหารมืดระดับหัวหน้าหน่วยต่างก็มีพลังขั้นกลางกันแล้วและในหน่วยก็มีค่าความแข็งแกร่งใกล้เคียง30 หน่วย เรียกว่าแข็งแกร่งอย่างมาก
พอรวมกับอาวุธที่ครบมือ สวมใส่เกราะ T1 ทุกนาย พวกเขาก็พร้อมจะต่อสู้กับพวกทหารค่ายอื่น ๆ แบบหนึ่งต่อห้า หรืออาจจะหนึ่งต่อสิบได้เลยถ้าวางแผนการกลยุทธ์อย่างดี
หลังเดินทางผ่านป่าภายใต้การนำทางของออสก้าและทหารสอดแนมที่ชำนาญในพื้นที่พวกเขาก็เข้ามาในป่าลึกนี้ได้เกือบ20 กิโลเมตรแล้ว
ทว่าพวกเขากลับใช้เวลานานพอสมควรแน่นอนว่าการเดินทางในป่านั้นย่อมไม่เหมือนกับเดินทางในเขตเมือง มันทั้งอันตรายและมักมีสิ่งที่ไม่รู้จักโผล่มาเสมอ
“ทหารพวกนี้แทบไม่พูดกันเลย” มาโครสังเกตมาสักพักแล้ว
“อย่าไปสนใจพวกเขามากเลยตอนนี้เราอยู่ที่ไหนแล้ว” เบนจามินเริ่มตรวจสอบแผนที่ในมือของตัวเอง
“อีกสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้วล่ะ”
แต่แล้วตอนนั้นออสก้าซึ่งเป็นผู้นำได้เดินไปยังมุมหนึ่งที่อยู่หลังต้นไม้มันดึงดูดความสนใจของทั้งสามคนในทันทีพอพวกเขาเดินไปตรวจสอบดูก็เจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดเหมือนกัน