“ไปก่อนนะลุง”
“ไปดีมาดีนะเลียม”
สัปดาห์ผ่านไป ในที่สุดก็ถึงวันที่ผมรอคอย นั่นคือ “คาบวิชาการควบคุมมอนสเตอร์อีสเตอร์” หรือก็คือ วิชาที่จะสอนเราใช้ไมน์ในการต่อสู้
(นี่เลียม ตื่นเต้นจังเลย)
“ใช่ ถ้าได้เรียนวิชานี้ พวกเราจะต้องเก่งขึ้นแน่”
(เก่งขึ้นๆ)
‘ฮัตโตริ’ คือไมน์ของผมเอง ตัวมีรูปร่างเป็เต่าสีเขียว ขนาดพอที่จะใส่ในเป้สะพายหลังได้สบายๆ กำลังดิ้นไปมาอย่างสนุกสนาน
“แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่า…เราต้องฟังบรรยายจากอาจารย์ชิโนบุกันก่อน”
(-)
“วันนี้เราจะเริ่มต้นด้วย ความรู้พื้นฐานของไมน์ก่อนนะทุกคน”
“““““เอ๋!!!!!!!!!!!!!!”””””
นักเรียนหลายคนเตรียมความพร้อมที่จะแสดงพลังของตัวเองอย่างกระตือรือร้น แต่กลับต้องผิดหวัง เพราะต้องมานั่งล้อมวงกันในสนามฟุตบอลเพื่อฟังบรรยายก่อนเรียน และ! ใช่…ผมคือหนึ่งในนั้น
“ถึงจะทำเสียงแบบนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะหนีพ้นหรอกนะ” อาจารย์ชิโนบุพูดเป็เชิงว่าเป็เื่ที่จำเป็จริงๆ
“““““ครับบบ!!!/ค่าาาา!!!”””””
“งั้นก็เริ่มจากความเป็มาก่อนแล้วกัน”
“อาจารย์!! พวกเรารู้เื่พวกนั้นอยู่แล้วล่ะค่ะ ว่าเกิดแสงสุริยะส่องผ่านโลก จนรังสีอะไรสักอย่างสาดส่องตัวพวกเรา กระทั่งเกิดเงาของจิตใจและกลายเป็ไข่มอนสเตอร์ ในวันที่ 1 เมษายน ปี XX18 หรือวันอีสเตอร์ของเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เหตุการณ์ในวันนั้นถูกเรียกว่า ‘คืนที่ดวงอาทิตย์ร่วงหล่น’ และ ไข่ที่ออกมาก็ถูกเรียกว่าไข่อีสเตอร์ แต่พอปล่อยไว้สักพัก ไข่ก็ฟักเป็มอนเตอร์ประหลาด ก็เลยถูกตั้งชื่อว่า ‘มอนสเตอร์อีสเตอร์’ ชื่อย่อในตอนนั้นถูกเรียกว่า ‘มี’ (ME) แต่มันฟังดูไม่เพราะ คนทั่วไปก็เลยเรียกว่า ‘ไมน์’ แทน”
“แหม…” อาจารย์ชิโนบุยิ้มแห้ง ให้กับฮิมาวาริที่อธิบายสั้น ๆ และได้ใจความ
อย่างที่ฮิมาวาริพูด เื่นี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนอยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น และยังจำมันได้ดี
“แต่เธอยังพลาดเื่บางอย่างอยู่นะ ไม่ใช่แค่ไข่ของจิตใจออกมาในวันนั้น อีกทั้งยังมี…โลกอีกใบออกมาด้วย แถมยังมีเื่ที่ว่าทำไมถึงมีแค่มนุษย์ที่มีไมน์ แต่สัตว์ทั่วไปถึงไม่มี อะไรเป็หลักการในการคัดเลือกล่ะ? เื่นี้ยังคงเป็ปริศนาที่พวกเราต้องหาคำตอบอยู่นะ”
ใช่แล้ว มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่มีไมน์ ถ้าจะบอกว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่มีความคิด สติปัญญา และความรู้สึก แล้วสัตว์จำพวกโลมาที่ว่ากันว่าฉลาดมากๆ ละ? และก็สิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่างโลกของเราอีก มันเป็ปริศนาจริงๆ นั่นแหละ
“เอาละ! ในเมื่อพวกเธอน่าจะเข้าใจบทเรียนเริ่มต้นแล้ว อาจารย์ก็ขอข้ามเื่ประวัติไปก่อนแล้วกัน แต่!!!…ก็ยังต้องออกข้อสอบอยู่นะ”
“““““เอ๋!!!!!!!!!!!!!!”””””
“เอาละๆ เงียบๆ หน่อย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไมน์ก็คือ ไมน์มีร่างที่แบ่งประเภททั่วไปอยู่สามร่าง แบบนี้!!!!”
อาจารย์ชิโนบุชูสิ่งที่เหมือนคฑาเวทมนตร์ ซึ่งคล้ายกับคฑาของสาวน้อยเวทมนตร์อะไรสักอย่างที่ฉาย่โกลเด้นไทม์ แต่…ไม่ใช่มอนสเตอร์ไม่ใช่เหรอ?
“นี่คือ ‘ฮิโนะ’ ไมน์ของอาจารย์เอง!!!!” อาจารย์ชิโนบุแนะนำคฑาสาวน้อยเวทมนตร์อย่างภาคภูมิใจ
“ไม่ใช่ว่ามันหมดวัยของอาจารย์แล้วเหรอคะ ที่จะเล่นของแบบนี้น่ะ” ยัยฮิมาวาริตบมุขทำร้ายจิตใจของอาจารย์ชิโนบุอย่างแรง
“มันเื่ของอาจารย์หลอกน่า”
“อาจารย์ครับ” ผมยกมือขึ้นถาม “ทำไมไมน์ของอาจารย์ ถึงไม่ใช่มอนสเตอร์ละครับ”
“หึหึหึ!! มันก็ต้องแน่อยู่แล้ว เพราะอาจารย์เป็ผู้ใหญ่ยังไงล่ะ!!”
“““““โห่!!!!!!!!!!!!!!””””” เสียงโห่ร้องของนักเรียนดังขึ้น เพราะไมน์ของอาจารย์มันไม่เข้ากับวัยของอาจารย์เลยสักนิด
“นี่พวกเธอ!!! เห็นไม่พูดก็เอาใหญ่เชียวนะ!!”
“แล้ว…” ผมก็ยังอยากได้คำตอบอยู่ดี
“ยังไงดีล่ะ…อาจเป็เพราะ ผู้ใหญ่อย่างเราวิ่งตามความฝันน้อยลง แต่้าเครื่องมือที่ช่วยให้ดำเนินชีวิตให้ง่ายขึ้นมากกว่า…ละมั๊ง!”
“นั่นเป็คำตอบเหรอครับ”
“มันอาจจะเป็คำตอบจากความรู้สึกของอาจารย์เองต่างหาก”
“…” ทุกคนในห้องต่างเงียบและคิด อะไรทำให้อาจารย์จมอยู่ในความคิดและแสดงสายตาแบบปลาตายออกมา
“ช่างเื่นั้นเถอะน่า…นี่คือไมน์ของอาจารย์ ‘ฮิโนะ’ ในรูปแบบที่หนึ่งนอร์มอลโมท หรือรูปแบบปกตินั่นเองงงงง!!!”
‘เปลี่ยนอารมณ์ได้ง่ายชะมัด!’ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิดในใจ
“รูปแบบปกติ จะมีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าลูกบาสเกตบอล ไม่สามารถแสดงพลังทำลายต่อสิ่งอื่นๆ ได้ คนที่สามารถจับต้องหรือััได้มีแค่คนที่เป็เ้าของเท่านั้น”
ในระหว่างที่นั่งฟังอาจารย์อยู่ ทุกคนก็เริ่มอุ้มไมน์ออกมาดูประกอบไปด้วย บ้างก็ลองจับไมน์ของเพื่อน บ้างก็เล่นกับไมน์ของตัวเอง ส่วนผมก็ให้ฮัตโตริเกาะอยู่บนหัวผมเฉยๆ
“แต่สำหรับฮิโนะของอาจารย์แล้ว ในร่างนี้สามารถแปลงร่างเป็อะไรก็ได้ อย่างเช่น แปลงลบกระดาน ชอร์ค หรือแม้กระทั่ง พัดฮาริเซน (พัดตบมุก) ถึงแม้จะสร้างความเสียหายให้ใครไม่ได้ แต่ก็ทำให้ใได้เหมือนกัน”
เปรี๊ยะๆ !!! คฑาเวทมนตร์ของอาจารย์เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็พัดฮาริเซน พร้อมทั้งลองตีมือดูแล้วเกิดเสียงดังขึ้นมาจริงๆ
“และจงดูให้ดี!!! นี่คือร่างต่อไป!!!”
ทุกคนเงียบลงและมองไปทางอาจารย์ในทันใด
“พลังๆ ข้าขอพลังอีก!! ย๊ากกกก!!” อาจารย์เริ่มร้องเหมือนพระเอกการตูนกำลังภายในอะไรสักอย่าง อย่างบ้าคลั่ง ประกายแสงสาดที่เกิดจากไมน์ของอาจารย์ส่องไปทั่วทั้งห้อง และรูปร่างค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกระทั่ง…
ตูม!!!!
เกิดะเิออกมา….
“และนี่คือ ‘มอนสเตอร์โมท’ หรือ ‘ร่างอสูร’ ของอาจารย์เอง แฮก!ๆ”
ภาพที่อยู่ตรงหน้า คืออาจารย์ชิโนบุแบกบาซูก้าอยู่ในสภาพอิดโรย ไม่ใช่ว่าเหนื่อยเพราะะโออกมาหรอกเหรอ?
“และ…และ…ร่างนี้ก็เหมือนกัน เพราะอาจารย์อยากได้เครื่องมือที่ทำให้เื่อะไรๆ มันดูง่ายขึ้น ขนาดร่างอสูรก็ยังเป็เครื่องมือเลย แต่ถ้าเป็พวกเธอ อาจจะได้สัตว์อสูรจริงๆ ก็ได้ แฮกๆ!!” อาจารย์พูดต่อและเริ่มประบลมหายใจไปพลาง
ทำเอาผมนึกย้อนไปในตอนที่ผมยังคงอยู่บ้านเดิม ผมจะถูกรังแกจากพวกพี่ชายที่มีไมน์ร่างอสูร ใช่แล้ว “อสูรร้ายของเด็ก” มันเป็เื่ที่แยกมาก หากไม่ควบคุมพลังดีๆ
“ด้วยพลังของฮิโนะ ทำให้อาจารย์สามารถสร้างอาวุธที่ยิงได้ไม่จำกัด และไม่เลือกประเภทด้วย เช่น ถ้าครูอยากได้รถถัง ก็สามารถสร้างได้เช่นกัน แต่…เฉพาะวันที่มีแรงมากกว่านี้นะ”
นี่คือพลังของอาจารย์สินะ….
"และร่างสุดท้าย อาจารย์อยากให้ทุกคนมองดูกันให้ดีๆ เพราะ..
เพราะมันต้องแข็งแกร่ง…(เด็กชายคนหนึ่งกำลังคิดและลุ้นตัวโก่ง)
เพราะมันต้องทรงพลังมากแน่ๆ…(เด็กชายคนหนึ่งกำลังคิดอย่างตื่นเต้น)
เพราะมันน่าเกียจหรือเปล่านะ?…(เด็กสาวคนหนึ่งกำลังคิดเป็ห่วงไมน์ของอาจารย์)
“เพราะว่า…มันจะออกแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น!!!”
สิ้นเสียงอาจารย์ บาซูก้าก็เปล่งแสงขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อนหน้า เพราะตัวอาจารย์ก็เปล่งแสงเช่นกัน เกิดฝุ่นควันฟุ้งกระจัดกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ ทำเอาพวกผมต้องเอามือปิดจมูกปิดหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
พอสุดท้ายฝุ่นได้หายไป เกิดเป็หมอกสีดำทะมึนออกมาแทนทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็่กลางวัน แต่หมอกพวกนั้นก็ยังสามารถบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ได้ เมื่อคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม พวกผมก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
ทุกคนจ้องมองนักรบโบราณที่สวมเกราะทั้งตัวที่ยืนอยู่ในม่านหมอกสีดำ ถือง้าวขนาดใหญ่ และด้านหลังยังมีอาวุธอีกหลายสิบอัน ไม่ว่าจะเป็หอก ทวน พลอง ดาบใหญ่ และดาบซามุไรลอยอยู่และพร้อมใช้งานตลอดเวลา กลิ่นไอนักรบที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ หลายคนถึงกับปากสั่น ส่วนตัวผมนั้นความสยดสยองยังคงทำให้สันหลังเย็นเชียบ
เพร้ง!!!!
แต่ทว่า ทุกอย่างก็ดูแตกร้าว ไม่ว่าหมองสีกำที่กำลังลอยอยู่ทั่วไป หรือร่างกายนักรบใหญ่ตรงนั้น กลับไปเป็ประกายแสงและหายไป เหลือไว้แต่อาจารย์ที่เป็ลมอย่างหมดแรง
“เอาละ…ทุกคน…พักสิบนาทีแล้วกัน”
เสียงอาจารย์ที่นอนหมดแรงตรงนั้นกำลังพยายามพูดพักแถว ก่อนจะหลับลงไปจริงๆ
“““““ไหวไหมเนีย…อาจารย์””””” เสียงของทุกคนดังพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย