วีรบุรุษอหังการ

    39 ชนเผ่าถานจู่

            เอี้ยนเฟยซาควบม้ามาทางทิศตะวันออกเกือบห้าสิบลี้  จนมาถึงทะเลสาบสีเงินที่อยู่กลางทุ่งหญ้า มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นประปรายล้อมรอบทะเลสาบเอาไว้ เขาเลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางเหนือจนมาถึงทุ่งหญ้าสีน้ำเงิน  มันเป็นท้องทุ่งที่มีต้นหญ้าพิเศษ  ต้นของมันสูงระดับเข่า  ใบยาวรีสีน้ำเงิน  ขึ้นติดกันหนาแน่นกินพื้นที่หลายสิบไร่  ดอกสีน้ำเงินสลับขาวออกเพียงต้นละหนึ่งดอกเท่านั้น  ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทุ่งหญ้า


            เขาลงจากหลังม้าแล้วลงมือเด็ดใบหญ้าเหล่านี้ใส่กระเป๋าผ้าที่บรรจุสมุนไพร  จากนั้นก็เก็บดอกของมันใส่กระบอกไม้ไผ่อันเล็กที่ยังไม่มีอะไรอยู่ในนั้นนี่เป็นสมุนไพรหายากที่สุดชนิดหนึ่ง หมอเทวะบอกกล่าวเอาไว้เช่นนี้ มันมีสรรพคุณรักษาโรคหลากหลาย ใบของมันเป็นยาเสริมธาตุหยินหยาง ส่วนดอกนั้นเอามาบดผสมกับสุราใช้แก้พิษสัตว์ร้ายทุกชนิด  หากกินสดจะช่วยเพิ่มกำลังวังชา  ทำให้ร่างกายตื่นตัว  มีความกระปรี้กระเปร่า  ราคาของมันแพงหูฉี่เมื่อนำไปขายให้ร้านขายยาในแดนมนุษย์  เมื่อเจอขุมสมบัติเช่นนี้ มีหรือที่เอี้ยนเฟยซาจะไม่ตักตวงสักรอบหนึ่ง โชงหมิงเองก็เหมือนจะรู้สรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้  มันก้มหน้าก้มตาลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใจเจ้าของที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการเก็บสมุนไพรใส่กระเป๋า


            เมื่อเก็บสมุนไพรได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว  เอี้ยนเฟยซาก็ควบม้าผ่านทุ่งหญ้า  จนมาถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง  หลังเนินเขาจึงเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน  มีกระโจมนับพันตั้งกลางทุ่งหญ้า  แม่น้ำเล็ก ๆสายหนึ่งไหลผ่ากลางชุมชนแห่งนี้ มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นริมน้ำ  ให้ความร่มรื่นแก่สัตว์เลี้ยงที่ถูกผูกไว้กับต้นไม้  เมื่อเขาควบม้าเข้าไปใกล้กระโจมก็มีบุรุษใบหน้าเหี้ยมหาญสองคนออกมารับหน้า  ทั้งสองเดินออกมาพร้อมกับดาบโค้งในมือ ส่วนคนอื่นที่พบเห็นเขาก็ยืนจ้องมองด้วยความสงสัย  ชายหนุ่มมั่นใจว่าที่นี่คงจะมีแขกไม่บ่อยนัก  มิฉะนั้นแล้วผู้คนในเผ่าคงไม่บังเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้ 


            “เทพอาชาคุ้มครอง  ท่านมาจากที่ใด  ใช่มีธุระสำคัญกับพวกเราหรือไม่”


            “ข้าเรียกว่าเอี้ยนเฟยซา  นำสารจากเทพสตรีเดียวดายจวงซูเม่ยมาถ่ายทอดให้กับถานหลันเซ่อ  ผู้นำของพวกท่าน”


            พอได้ยินชื่อจวงซูเม่ย  ทั้งหมดล้วนแสดงท่าทีที่เป็นมิตรกว่าเดิม  คนถือดาบโค้งที่เดินออกมาคนแรก  จูงม้าของชายหนุ่มเข้าไปในชุมชน  เอี้ยนเฟยซาบนหลังม้าสอดส่องสายตามองดูผู้คนและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากกระโจมแล้วยังมีคอกสัตว์ที่มีแพะแกะตัวแม่และลูกน้อยอยู่ด้วย  ผู้คนส่วนใหญ่กำลังสาละวนกับการให้อาหารสัตว์เลี้ยง  ไม่ได้สนใจแขกผู้มาเยือนแต่อย่างใด


            “หลายวันมานี้คนและสัตว์เลี้ยงของพวกเราสูญหายไปเป็นจำนวนมาก ท่านมาที่นี่ใช่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่?”


            “ใช่แล้ว  ข้าและเทพสตรีเดียวดายจวงซูเม่ยเผอิญพบเจอตัวการใหญ่เข้าพอดี  เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน  ผู้คน และสัตว์เลี้ยงของพวกท่าน เราจึงได้เดินทางมายังที่นี่เพื่อหารือกับหัวหน้าเผ่าของท่าน”


            “แม้แต่วีรสตรีแห่งทุ่งหญ้ายังไม่อาจคลี่คลาย?”


            เอี้ยนเฟยซาเพิ่งรู้ว่าชนเผ่าถานจู่เรียกขานจวงซูเม่ยว่าวีรสตรีแห่งทุ่งหญ้า  แสดงให้เห็นถึงความเคารพที่คนเหล่านี้มีต่อเทพสตรีผู้งดงาม  จึงว่า


            “พวกเรามีแค่สองคน  ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้  ฝ่ายกองโจรมีจำนวนหลายพันคน หากเกิดการต่อสู้เกรงว่าจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อคนและสัตว์เลี้ยงของพวกท่าน”


            ทั้งสองผงกศีรษะเป็นเชิงเข้าใจ  ในสถานการณ์เช่นนี้  สมควรแล้วที่จะหาผู้ช่วย  ร้อยมือพันตีนย่อมดีกว่าสี่มือสี่ตีน  พวกเขามาหยุดลงตรงหน้ากระโจมใหญ่ที่ประดับประดาด้วยกะโหลกสัตว์ใหญ่หลายสิบอันเหนือซุ้มประตู คนที่สนทนากับเอี้ยนเฟยซามาตลอดทางเปิดกระโจมแล้วเข้าไปด้านใน  ครู่หนึ่งก็เดินออกมา  กล่าวว่า


            “ท่านหัวหน้าเชื้อเชิญให้ท่านเข้าไปด้านใน”


            เอี้ยนเฟยซารีบลงจากหลังม้า  เดินเข้ากระโจมไปด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย  เขาไม่ทราบว่าสมควรวางตัวเช่นไร  ยามอยู่เบื้องหน้าหัวหน้าเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้ กลัวว่าการกระทำของตนเองจะไปละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติของผู้อื่น  จนนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง ที่ปรากฏแก่สายตาของเขาเป็นบุรุษสูงวัยผู้หนึ่ง  หนวดเคราขาวโพลนอยู่ในสภาพรกรุงรัง เส้นผมบนศีรษะเก้าในสิบส่วนกลายเป็นสีขาวไปแล้วเช่นกัน  ใบหน้าดำคล้ำดุดัน  แววตาลึกล้ำเป็นประกาย  แสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง  คนผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าเผ่าถานจู่ถานหลันเซ่อเมื่อมันเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาถึงกลางกระโจมก็หัวร่อ ฮา ฮาลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินเข้ามาสวมกอดเขาอย่างแนบแน่นคราหนึ่ง แนบแน่นแบบที่คนถูกสวมกอดแทบจะหายใจไม่ออก 


            “ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนถานจู่  วีรสตรีแห่งทุ่งหญ้ามีเรื่องราวใดถึงส่งเจ้ามาถึงที่นี่  เราคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างแน่นอน”


            “กองโจรที่ออกปล้นแย่งชิงคนและสัตว์เลี้ยงของพวกท่านไปเป็นคนของพรรคมาร”


            “พรรคมาร?”


            ถานหลันเซ่อหน้าถอดสี  คนกลับกลายเป็นเงียบงัน  ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดกังวล  หากจะพูดถึงกลุ่มคนที่พวกมันหวาดกลัวที่สุดย่อมต้องเป็นพรรคมาร ครั้นกระโน้นที่ทุ่งหญ้าลุกเป็นไฟก็เนื่องจากการเข้ามาในทุ่งหญ้าของชาวยุทธ์ที่หลบหนีจากการไล่ล่าและพรรคมารผู้ชั่วร้าย  พวกมันรวมตัวกันกลายเป็นกองโจรที่กองกำลังของชนเผ่าไม่อาจต่อกรด้วยได้  โชคดีที่ครานั้นปรากฏเทพสตรีผู้หนึ่งมาช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเทพสตรีเดียวดายจวงซูเม่ยนั่นเอง  หากครั้งนี้แม้แต่วีรสตรีแห่งทุ่งหญ้ายังต้องขอความช่วยเหลือ ความร้ายกาจของกองโจรมารกลุ่มนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน


            ในกระโจมกลายเป็นเงียบสงัด  จนกระทั่งลมเย็นพัดผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง  ถานหลันเซ่อคล้ายได้สติกลับมา  มองหน้าชายหนุ่มด้วยความละอายใจ  กล่าวว่า


            “เจ้าเห็นว่าพวกเราควรทำเช่นไร?”


            “เรียกประชุมห้าชนเผ่า  จัดตั้งกองกำลังผสมขึ้นมา  แล้วไปทวงคืนสิ่งของคืนมา”


            “ประชุมห้าชนเผ่า?  กองกำลังผสม? โอ  นั่นเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวนัก มันต้องใช้เวลาสามวันจึงจะสามารถส่งสารถึงผู้นำกองกำลังอื่น หากจะก่อตั้งกองกำลังผสมอาจจะต้องใช้เวลาถึงสิบห้าวัน  นั่นจะทันเวลาได้อย่างไร  ถึงตอนนั้นกองโจรมารคงจากไปไกลแล้ว”


            “ผู้ที่เฝ้าติดตามกองโจรมารเป็นวีรสตรีแห่งทุ่งหญ้าของพวกท่าน นางคงหาวิธีก่อกวนการเดินทางของคาราวานโจรได้  หรือว่าท่านเคลือบแคลงในความสามารถของนาง”


            ถานหลันเซ่อส่ายหัวไปมา มีแต่มันเท่านั้นที่รู้ฤทธิ์เดชของวีรสตรีแห่งทุ่งหญ้าดีกว่าใคร  ที่มันตกใจจนหน้าถอดสีก็เนื่องจากจดจำความโหดเหี้ยมของคนที่มาจากพรรคมารได้ดี  แต่ในฐานะผู้นำของเผ่าถานจู่  ตนเองไม่สมควรที่จะแสดงอาการเช่นนี้ต่อหน้าคนนอก  จึงกล่าวด้วยความละอายใจว่า


            “อย่าเห็นว่าเราเป็นคนขี้ขลาดตาขาว  แต่เรื่องนี้ต้องมาปรึกษากันทั้งห้าชนเผ่า  ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่ล้วนรักสงบ หากศัตรูไม่มาถึงหน้ากระโจมก็มักจะไม่ยินยอมทำศึก  บางชนเผ่ามักถือคติการเจรจาส่งส่วยเพื่อสงบศึกเป็นหลัก โอ สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การลงมติจากผู้นำทั้งห้า  ดังนั้น....”


            ตอนนั้นมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอก  ครู่เดียวเท่านั้นก็ปรากฏร่างบุรุษสูงใหญ่ผู้หนึ่งพรวดพราดเข้ามาในกระโจม  คนผู้นี้ใบหน้าเหี้ยมหาญดุดัน  สายตาคมกล้าแวววาว  ผมดำยาวหยิกงอ เปลือยร่างท่อนบนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นเป็นมัด  พอเข้ามาถึงกลางกระโจมก็พูดเสียงดังว่า


            “หัวหน้าถาน  ท่านไฉนไม่รักษาคำพูด  ไหนบอกว่าจะให้โสมหิมะแก่เราสามหัว  ทำไมถึงส่งมาแค่สองหัวเท่านั้น  ส่งผลให้อาการเจ็บป่วยของบุตรชายเราทรุดลงกว่าเดิม”


            “เราบอกท่านแล้วว่าโสมหนึ่งหัวแลกกับม้าหนุ่มหนึ่งร้อยตัว  ท่านกลับส่งม้ามาแค่สองร้อยตัว  ทำให้เราส่งโสมไปให้ท่านได้แค่สองหัว  นี่มันก็ยุติธรรมแล้วไม่ใช่เหรอ?  ตามกฎแห่งทุ่งหญ้า  การแลกเปลี่ยนต้องยึดถือตามข้อตกลงครั้งแรกเสมอ  แล้วทำไมถึงได้กล่าวหาเราว่าตระบัดสัตย์อีก”


            “เราไม่อาจส่งม้าไปให้ท่านมากมายถึงเพียงนั้นได้  จึงได้ส่งแพะจำนวนสองร้อยตัวมาแทน  เหตุไฉนท่านถึงไม่ยอมรับแพะเหล่านั้นไป”


            ถานหลันเซ่อหัวร่อออกมา  จ้องตากับผู้มาเยือนแล้วกล่าวว่า


            “โหลวช่างลี่เอ๋ย  เจ้าเป็นถึงผู้นำของเผ่าโหลวจู่  กลับลืมเลือนกฎแห่งทุ่งหญ้าไปได้  ข้อตกลงเป็นม้าหนึ่งร้อยตัว  แพะสองร้อยตัวไม่อาจทดแทนกันได้  ข้าไม่ได้เรียกร้องแพะจากท่าน  เป็นท่านเองที่ส่งมา  ดังนั้นข้าจึงสามารถปฏิเสธได้”


            “ท่าน...ท่าน...ไม่ว่ายังไงท่านต้องมอบโสมหิมะอีกหนึ่งหัวมาให้เราในวันนี้  บุตรชายของเราอาการทรุดหนัก  อาจจะไม่มีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้  จำเป็นต้องได้ดื่มน้ำโสมหิมะโดยเร็วที่สุด”


            ถานหลันเซ่อส่งเสียงดังเฮอะคราหนึ่ง  ก็นั่งลงจิบชาโดยไม่สนใจผู้มาเยือนอีก เมื่อโหลวช่างลี่ที่กำลังหน้าแดงหน้าดำด้วยความโกรธและร้อนใจเห็นเช่นนั้น  ก็เดินหันหลังไปยืนอยู่ตรงประตูกระโจมเพื่อสงบสติอารมณ์  แม้ว่ามันจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนหนึ่ง  แต่ก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีอำนาจในพื้นที่ของคนอื่น จึงทำได้เพียงแค่สงบสติอารมณ์ของตนเองเพื่อทำการต่อรองอีกครั้ง


            เอี้ยนเฟยซาตาเป็นประกายเมื่อค้นพบหนทางบางอย่าง  จึงเดินเข้าไปแล้วนั่งลงข้างถานหลันเซ่อ  กระซิบที่หูของมันหลายประโยค  จากนั้นทั้งสองก็กระซิบกระซาบกันครู่หนึ่ง  โหลวช่างลี่ที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วก็หันกลับมา  เมื่อเห็นทั้งสองแอบพูดคุยกัน  จึงกระชากเสียงว่า


            “คนผู้นี้เป็นใคร?  ไฉนถึงมาอยู่ในกระโจมของท่าน  และยังแอบกล่าววาจาลับหลังเรา”


            เอี้ยนเฟยซาลุกขึ้นยืน หันหน้าไปก้มหัวคารวะหัวหน้าเผ่าโหลวจู่คราหนึ่ง  จากนั้นก็เดินไปยืนแอบอยู่ด้านข้าง  ถานหลันเซ่อก็ลุกขึ้นมา  เดินมาถึงเบื้องหน้าของโหลวช่างลี่  กล่าวว่า


            “เราอาจจะมีวิธีรักษาบุตรชายของท่าน แต่นั่นก็ต้องแลกกับการยืนข้างเราในการประชุมห้าชนเผ่าที่จะจัดขึ้นในเร็ววันนี้  ท่านยินยอมหรือไม่?”


            “การประชุมห้าชนเผ่า?  ท่านจะเรียกประชุมไปเพื่ออะไร”


            “เพื่อเปิดศึกกับกองโจรที่มาปล้นชิงผู้คนและสัตว์เลี้ยงของเราไป”


            โหลวช่างลี่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มันจำเป็นต้องคิดให้มากก่อนจะตกลงรับข้อเสนอ  ในฐานะผู้นำชนเผ่าหนึ่ง  จำเป็นที่จะต้องเลือกหนทางที่ชนเผ่าตนเองได้ประโยชน์สูงสุด  แต่โชคดีที่คนผู้นี้ชื่นชอบการรบอยู่แล้ว  เมื่อมีข้ออ้างว่าทำเพื่อกำจัดโจรปล้นชิง  จึงตัดสินใจผงกศีรษะตอบรับข้อเสนอของหัวหน้าเผ่าถานจู่


            ถานหลันเซ่อหัวร่อฮา ฮา โบกมือเรียกเอี้ยนเฟยซาให้เข้ามาหา กล่าวกับโหลวช่างลี่ว่า


            “คนผู้นี้เป็นลูกศิษย์ของหมอเทวะ  เขาจะเป็นคนรักษาบุตรชายของเจ้า  ตอนนี้ก็นำทางไปยังกระโจมของเจ้าได้แล้ว”


            เมื่อได้ยินเช่นนั้น  ใบหน้าของโหลวช่างลี่กลายเป็นยินดีปรีดา รีบเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มเดินตามไปยังกระโจมของตนเอง  เมื่อออกนอกพื้นที่อยู่อาศัยก็พากันขึ้นม้าเดินทาง ทั้งสองควบม้าอย่างเชื่องช้าเพราะพูดคุยกันตลอดทางเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของบุตรชายหัวหน้าเผ่า  เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ  จึงมาถึงกระโจมชั่วคราวของชนเผ่าโหลวจู่ที่อยู่ห่างออกมาเกือบหนึ่งลี้  ด้วยกฎของทุ่งหญ้า  แขกไม่ได้รับเชิญต้องตั้งกระโจมห่างออกไปเช่นนี้  ไม่สามารถเข้าไปตั้งกระโจมในพื้นที่อยู่อาศัยของเผ่าอื่นได้  ในกรณีของเอี้ยนเฟยซานั้น  เนื่องจากเป็นคนต่างถิ่นและมาเพียงคนเดียว  จึงไม่ได้ถือว่าเป็นการทำผิดกฎแต่อย่างใด


            เอี้ยนเฟยซาถูกเชื้อเชิญเข้าไปในกระโจมหลังใหญ่ที่สุด  ในกระโจมมีเด็กชายคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนผ้าห่มขนสัตว์  ใบหน้าของมันซีดขาวไร้สีเลือด  ริมฝีปากม่วงคล้ำ  รอบกายถูกรุมล้อมไปด้วยสตรีงดงามถึงสามคน  แต่ละคนล้วนงามโดดเด่น  มีเอกษลักษณ์ความงามเป็นของตนเอง  ชายหนุ่มนั่งลงข้างกายคนป่วย  ใช้นิ้วแตะศีรษะครู่หนึ่ง  จากนั้นก็จับชีพจร สุดท้ายใช้ฝ่ามือลูบไล้บริเวณต้นคอของเด็กพักหนึ่ง  จึงลุกขึ้นยืนแล้วหันไปพูดกับโหลวช่างลี่ว่า


            “บุตรชายของท่านเป็นโรคหยางพร่องหยินล้น  เราจะจัดยาต้มให้ท่านสามชุด  ต้มวันละหนึ่งชุด  สามารถดื่มได้ตลอดเวลา  เมื่อทานครบสามชุดก็จะหายดี”


            พูดจบก็ไม่รอดูอาการดีอกดีใจของโหลวช่างลี่และพวก  เขาเดินออกจากกระโจมไปยังม้าของตนเอง  ปลดกระเป๋าสมุนไพรลงมา  คัดเลือกสมุนที่ใช้รักษามาสามชนิด  แบ่งเป็นสามชุดเท่า ๆ กัน จากนั้นก็ให้หญิงงามที่เดินตามมาเอายาทั้งสามชุดไป  จากนั้นก็หันกลับมากำชับโหลวช่างลี่ถึงวิธีการต้มยา  เวลาในการต้มยา  และวิธีการดื่มยา

     

            “อย่างแรกท่านควรต้มด้วยไฟระดับปานกลางเป็นเวลาสองเค่อ  ให้จิบดื่มได้ตลอดเวลาทั้งวัน ยาชุดนี้จะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ  ซึ่งนั่นไม่ได้ส่งผลร้ายอันใด”


            โหลวช่างลี่ผงกศีรษะตอบรับด้วยความยินดี  เอี้ยนเฟยซาเห็นว่าตนเองยังมีเรื่องที่ต้องปรึกษากับถานหลันเซ่ออีกหลายเรื่อง จึงทำการขอตัวและขี่ม้ากลับไปยังที่อยู่อาศัยของชนเผ่าถานจู่


    คล้ายกับเรื่องวีรบุรุษอหังการ ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812