" น้องสาววันนี้พวกเราจะไปไหนกันดี "
ซ่งซิงเหลียนมองพี่ชาย ที่มีอาการดีขึ้นมากกว่าหลายวันก่อน หลังจากที่วิ่งหนีผีบรรพบุรุษที่ทะเลสาปป่าราบนั้น 2 พี่ชายก็นอนซม 2 วันเต็มๆ เธอขำขันกับผู้ใหญ่ในครอบครัว ที่ไม่ตำหนิติเตียนต่อว่าเธอเลยแม้แต่น้อยกลับกันพวกเขายังสนับสนุนเธอให้ สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้พี่ชายทั้งสองอีกครั้ง และเธอก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเสมอคือการบอกกระซิบว่า เอียนหยาหลานนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นตนหนึ่งที่พวกเขาควรจะวิ่งป่าราบเหมือนกับที่ทะเลสาบแห่งนั้น
เพียงประโยคนั้นประโยคเดียว ไม่ใช่เพียงแต่เด็กชายทั้งสองแต่ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่รวมถึงอาสามและอาสะใภ้ ต่างก็สลบข้ามวันข้ามคืนเหมือนกัน กว่าจะทำใจได้แม้จะยังเกร็งๆอยู่บ้างเมื่อพบกับเอียนหยาหลาน แต่เมื่อพวกเขาสังเกตชัดๆแล้ว เอียนหยาหลานไม่เหมือนกับภูตผีเลยแม้แต่น้อยกลับกันเขาบอกว่าพวกผีไม่มีเงา แต่เอียนหยาลานนั้นกลับมีเงา หลังจางๆนี่มันขัดกับหลักการธรรมชาติฟ้าดินจะลงโทษไหมเนี่ย
จะลงโทษยังไงก็แล้วแต่เถอะ พวกเขาไม่เชื่อว่าฟ้าดินจะสามารถลงโทษซ่งซิงเหลียนได้จริงๆ ก็ในเมื่อขนาดฟ้าผ่าอย่างรุนแรงขนาดนั้น ก็ยังทำอันตรายเด็กหญิงคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
" วันนี้ฉันจะพาพี่ชายไปผจญภัยในภูเขาค่ะ "
" ผจญภัยในภูเขา "
ความตื่นเต้นที่ชายชัดผ่านแววตาของเด็กชายทั้งสองทำเอาซ่งซิงเหลียนรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ กับการตัดสินใจที่จะพาพี่ชายไปเที่ยวในหุบเขา ด้วยวิธีพิเศษ แบบฉบับของเธอ รับรองว่าพี่ชายทั้งสองจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมแน่ๆ
" ฉันบอก ลุงใหญ่กับาสามแล้วล่ะ พวกพี่ไปเตรียมของเถอะ เปลี่ยนชุดกันลมเพิ่มความอบอุ่นอีกหน่อย อย่าลืมเสบียง กับ กระติกน้ำร้อน เก็บอุณหภูมิล่ะ " ส่วนเธอนั้น มีมิติถุงหอมเก็บของไว้อยู่แล้วไม่ต้องเตรียมอะไรเลย
" โอ้ๆได้ๆๆพวกพี่จะไปเตรียมตัวเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้แหละ " ด้วยความตื่นเต้นของสองเด็กชายเสียงลั่นคฤหาสน์กลางบ้านนา พวกเขาตื่นเต้นจริงๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเข้าไปในหุบเขาเลย นี่คือการผจญภัยของเด็กชนบท ที่เด็กในเมืองไม่สามารถสัมผัสได้เลย เขามีเรื่องเล่าให้กับพวกเพื่อนๆในเมืองแล้วล่ะ
" เสี่ยวเฟยเสี่ยวฝาน ออกจากบ้านกันเถอะ เจ้าสามอยู่ไหน "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ พร้อมแล้วขอรับท่านอาจารย์ "
มองเจ้าไก่และเจ้านกที่มีขนเต็มตัวสวยงามสะท้อนวาววับ พวกมันไม่ยอมสวมเสื้อกั๊กแล้ว เพราะกลัวโชว์ขนได้ไม่เต็มที่ เอียนหยาหลานนั้นสวมเสื้อผ้า กันหนาว ธรรมดาๆให้ดูเป็นมนุษย์ แต่หน้าตาไม่เหมือนมนุษย์แล้วตอนนี้ เพราะออร่าของภูติเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความหน้าดึงดูด ทำเอาสาวๆในหมู่บ้านหลายคนถึงกับหน้าม่านด้วยความอายขวยเขิน
" พวกเราจะเข้าหุบเขากันพาพวกพี่ชายไปเที่ยว แล้วก็ไปหาสมุนไพรที่ขาดหาย มาปรุงยาให้อาสาม "
" โอ้พวกเขาเข้าใจแล้ว " ช่วงหลายวันมานี้ หลังจากการถูกลงโทษ ที่น่าหวาดกลัวของท่านอาจารย์ พวกมันก็เก็บตัวเงียบฝึกฝนตนเองอย่างเคร่งครัด ก็ไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าท่านอาจารย์ ทั้งการเข้าฌานฝึกสมาธิบำเพ็ญจิต หรือแม้การเรียนอักขระ จากตำราที่ซ่งซิงเหลียนเขียนพวกมันก็เรียนรู้คืบหน้าไปว่า มีความมั่นใจหลายส่วนเพิ่มขึ้นว่าจะสามารถโชว์ศักยภาพเต็มที่ ไม่ให้เสียชื่ออีกแล้ว
เรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อครั้งก่อนทำเอาพวกมันไม่กล้าออกจากบ้านหลายวัน แม้กระทั่งป้าหงส์ ก็ยังอดแซวไม่ได้ ตามมาเม้าท์มอยไม่หยุดหย่อน
" อาสามอีกหน่อยก็จะเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้วนะคะฉันสัญญาเลย "
" อาจะเชื่อเธออีกหน่อยก็ได้ " เขามีความเชื่อว่าซ่งซิงเหลียน จะช่วยรักษาเขาได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสมุนไพรและยาที่เขาได้รับต่างก็เป็นของดี ที่ทำให้สุขภาพเขาดีขึ้น แม้ว่าตัวเองจะพยายามแกะสูตรยาแล้วก็ตาม
แต่มันก็ไม่สามารถหาตัวยาที่ขาดหายนั้นได้ เหมือนว่าจะเป็นวิธีการปรุงเฉพาะมากกว่านี่คือคำตอบของร้านยา แผนโบราณชื่อดังในเมืองหลวงที่ให้แก่เขา
กว่าชั่วโมงที่ใช้วิชาตัวเบาขั้นพื้นฐานหิ้วพี่ชายทั้งสองเข้ากลางป่า แรกๆทั้งสองเด็กชายก็ดูตื่นเต้นดี เพราะจู่ๆเหมือนตัวเองสามารถลอยได้เหมือ ผู้ฝึกวิทยายุทธ ในหนังกำลังภายในที่ตัวเองเห็นแต่หลังจาก 10 นาทีผ่านไปซ่งซิงเหลียนเพิ่มความเร็วขึ้น ทำเอาทั้งสองเด็กชายหน้าซีด เหมือนว่าจะถูก กระทบกระเทือนกระเพาะอาหารจนต้องร้องขอให้ปล่อยตัวเองเดินดีกว่าถูกทรมานอย่างนี้
" กุ๊กๆๆ มันช้านะถ้าจะเดิน " เสี่ยวเฟยไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เพราะตั้งแต่วันสามารถ เลื่อนขั้นอยู่ในขั้นสร้างรากฐานวิชาตัวเบาความรวดเร็วของมันก็ทัดเทียมกับเจ้าเสี่ยวฝานที่เป็นนกแล้วมันจึงไม่ค่อยชื่นชอบการเดินมากเท่าไหร่ การใช้วิชาตัวเบารู้สึกว่าสบายกว่ามาก
" ฉันไม่ได้มีวิชาเหมือนพวกเธอนะ " เสี่ยวซานโต้กลับไม่ยินยอม เขายอมเดินดีกว่าที่จะต้องถูกหิ้วคอลอยตัวกว่าสายลม กระทบปากที่ทำเอาแทบจะอ้วกอาหารเช้าออกมา แรกๆก็สนุกดีอยู่หรอก แต่หลังๆน้องสาวตัวแสบ เพิ่มความเร็วจนเขาหายใจแทบไม่ทัน
" เอาล่ะเอาล่ะเดินๆ ฉันจะพาพวกพี่ ผจญภัยในป่าสักคืนก็แล้วกัน "
ได้ยินซ่งซิงเหลียนกล่าว ทั้งสองเด็กชายก็ถึงกับเขาทรุดลงกับพื้น พวกเขาคิดว่าจะพามาท่องเที่ยวผจญภัย นิดๆหน่อยๆ แล้วพากลับช่วงเย็นไม่ได้คิดว่าเธอจะพาพวกเขามาค้างคืนแบบนี้แถมตอนออกจากบ้าน ทั้งครอบครัวก็ไม่ได้คัดค้านอะไร แสดงว่าทุกคนรู้เห็นเป็นใจในการทรมานเขาพวกเขาทั้งสองแล้ว
" และแล้วแล้วพวกเราจะนอนที่ไหนกันล่ะ "
" คงไม่ใช่ว่านอนใต้ต้นไม้พื้นหิมะหรอกนะ " พวกเขาเป็นเด็กผู้ชายก็จริง แต่การที่จะให้มาทรมานแบบนอนกลางดินกินกลางทรายแบบนี้พวกเขาไม่เคยเลยจริงๆ นี่พวกเขาหาเรื่องใส่ตัวใช่ไหม
" พวกพี่คิดอะไรอย่างนั้นฉันมีที่พักนะ อยู่ทางนั้น " ชี้ไปทิศทางที่มีบ้านไม้สไตล์โมเดิร์นอยู่ เป็นบ้านที่ดูอบอุ่น สะอาดสะอ้าน ถึงแม้จะเป็นเพียง 1 ห้องนอนและ 1 ห้องน้ำพร้อมกับครัวเล็กๆในตัวก็เถอะแต่การนอนในที่แห่งนั้น ปลอดภัยและสะดวกสบาย เหมือนมาตากอากาศกลางเขานั่นแหละ
ทำไมพวกเขาเพิ่งจะเห็นล่ะ ก็นั่งพักอยู่ตรงนี้ตั้งนาน
" รับรองว่าปลอดภัยหายห่วงขอรับที่นี่วางค่ายกลเอาไว้ "
มิน่าล่ะ ทั้งครอบครัวถึงได้วางใจให้พาพวกเขาทั้งสองออกผจญภัย ต้องยกนิ้วโป้งความดีความชอบ ความเฉลียวฉลาดให้กับน้องสาวคนนี้จริงๆ ไม่ว่า เด็กหญิงตัวน้อยจะอยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถทำอันตรายเธอได้แม้แต่ปลายเล็บ แม้แต่ผีก็ทำอะไรอันตรายเธอไม่ได้ นับประสาอะไรกับพวกคนที่ไว้ใจไม่ได้พวกนั้นในสังคมใหญ่
" ฉันมาเข้าป่าครั้งนี้ก็เพราะต้องการสมุนไพร ชนิดหนึ่ง ที่มีเฉพาะในช่วงหน้าหนาวและหิมะตกแบบนี้ พี่เสี่ยวรั่ว พี่อยากจะให้อาสามหายเร็วๆใช่ไหมล่ะ "
" สมุนไพรของพ่อ น้องจะปรุงยารักษาพ่อหรือ ทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรก " เขามีหรือจะกล้าบ่นออกมาสักคำ
" ก็ไม่ได้อยากบอกหรอกทีแรกเพราะฉันไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆไหม แต่เอียนหยาหลานกับเจ้า 2 ตัวนั้น ไปสืบข่าวมาแล้ว มันมีจริงด้วย แถมมันก็ยังมีน้อยซะขนาดนั้นฉันรอเวลาไม่ได้แล้ว แถมอาการของอาสามที่ดูเผินๆเหมือนจะดีขึ้นแต่ถ้าหากผ่านฤดูหนาวนี้ไปไม่รักษาให้หายขาดแล้วมันจะเรื้อรังรักษายากยิ่งกว่าเดิมน่ะสิ "
เห็นสีหน้าจริงจังของน้องสาว ผู้มีวิชาอาคมตัวน้อยแล้ว เสี่ยวรั่วและเสี่ยวซาน ก็ทิ้งความเหนื่อยล้าและอยากจะบ่นทันที พวกเขาต้องสู้เมื่อมีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดขนาดนี้ พวกเขาจะรออยู่ทำไม และอีกอย่างพวกเขาเชื่อมั่นในฝีมือของซ่งซิงเหลียนจริงๆ
ขนาดหมอ ที่ว่าเก่งๆในเมืองหลวงและต่างประเทศยังไม่สามารถทำให้พ่อของเขาดีขึ้น แต่เมื่อได้ลองกินยาบำรุงสุขภาพของซ่งชิงเหลียนในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จากการที่ต้องนั่งรถเข็นไม่สามารถยืนได้ แต่ตอนนี้ผ่านไปเพียงแค่ปีเดียวพ่อของเขาก็สามารถยืนขึ้นได้และเดินได้เกือบจะปกติแม้จะต้องใช้ไม้เท้าพยุงก็ตามแสดงเห็นว่า ฝีมือของน้องสาวเขาดีกว่าหมอพวกนั้นเป็นไหนๆ
" แล้วเราจะไปหาตอนนี้เลยไหม "
" ไปเถอะพวกเรารีบไปเถอะ "
ความกระตือรือร้นของสองพี่ชายที่มีความกตัญญู อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เธอต้องต้องมองพี่ชายตัวแสบทั้งสองใหม่ซะแล้ว คิดว่าเป็นแค่เด็กชายที่ชอบการผจญภัยและสนุกสนานอย่างเดียวไม่คิดว่าทั้งสอง จะมีความกตัญญูขนาดนี้ไม่เสียชาติเกิดที่เป็นคนตระกูลซ่งเลยจริงๆ
" ไม่รีบไม่รีบต้องรอ เวลาก่อน "
รอเวลา
คงไม่ใช่ว่าจะพาพวกเขาออกผจญภัยกลางดึกแบบคืนนั้นหรอกนะ