ตอนที่ 63 คลื่นซอมบี้โจมตีเขตดัลลัส
แกนนอนไม่ได้โง่ เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตนเองเหมือนจะตกอยู่ในกับดักของใครบางคนแต่ที่น่าโมโหกว่านั้นคือการที่ศัตรูมีข้อมูลมากกว่าเขาเกินไป
ยังพอมีเวลาอยู่...แกนนอนมองค่ายที่เริ่มเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นซอมบี้
“สั่งการลงไปผู้เล่นที่เข้ามาแล้วห้ามกลับออกไปเปิดให้ใช้งานได้แค่เข้าห้ามกลับออก ส่งพวกนักผจญภัยไปที่แนวหน้า” ลอร์ดแกนนอนจัดการล็อกดาวเครื่องส่ง
นักผจญภัยที่ไปที่ดันเจี้ยนไม่ใช่ทั้งหมดที่ค่ายควบคุมไว้พวกที่ไปมันคือกิลด์ดาบแดงที่ร่วมมือกันและนักผจญภัยมือใหม่บางพวกที่ส่งไปเป็นเหมือนตัวเสริมเพื่อเอาทหารเข้าไปให้ได้มากขึ้นเท่านั้น
ขณะที่ส่วนใหญ่ยังทำงานหาทรัพยากรให้กับค่ายอยู่พวกนั้นเข้า ๆ ออก ๆ เครื่องส่งได้
พอแกนนอนปิดห้ามใช้เครื่องส่งออกไปจากหอคอยก็ทำให้มีนักผจญภัยมากถึง30 คนที่กำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอโดนทหารพาไปที่แนวหน้าของค่ายที่คลื่นซอมบี้กำลังเข้ามาพวกเขาก็พากันหน้าซีด
“พระเจ้าคลื่นซอมบี้ ทำไมมากขนาดนั้น”
“หมายความว่ายังไงให้เราเป็นแนวหน้าเหรอ”
“ลอร์ดแกนนอนบัดซบ มันต้องการฆ่าพวกเรา”
“ไม่ ฉันไม่อยากตายแบบนี้”
ผู้เล่นอยากจะต่อต้าน แต่ว่าลอร์ดแกนนอนก็เดินเข้ามาพร้อมกับทหารติดอาวุธปืนครบมือพวกนักผจญภัยมือใหม่เหล่านี้ต่างก็มีค่าความแข็งแกร่งอยู่แค่ 15-25 เท่านั้นหมายความว่าบางคนก็ยังไม่ถึงขั้นต้นด้วยซ้ำ
“บอกไว้ก่อน พวกแกจะไปก็ได้ แต่ว่าถ้าไปตอนนี้พวกแกคิดว่ามันปลอดภัยกว่าอยู่ในค่ายอย่างนั้นเหรอแหกตาดูซอมบี้ด้านนอกให้ดี มีใครในพวกแกที่คิดว่าสามารถหนีรอดซอมบี้พวกนั้นได้บ้าง”ลอร์ดแกนนอนพูดอย่างไม่ไว้หน้า
ทำเอานักผจญภัยหน้าซีดและคิดไปตาม ๆกัน
ใช่แล้ว หนีตอนนี้เหรอ? ทางรอดเดียวคือไปที่เครื่องส่งออกไปจากหอคอยโลกาวินาศแต่ลอร์ดแกนนอนไม่ยอมแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะปิดล็อกไม่ให้ใช่เครื่องส่งเหรอ
ส่วนหนีออกไป ที่ค่ายมีกำแพงสูงของโรงงานมีทหารมีอาวุธพร้อม มีที่ไหนที่ปลอดภัยกว่านี้
ไม่มี...
“เข้าใจแล้วสินะ” ลอร์ดแกนนอนเห็นว่าพวกนักผจญภัยเข้าใจแล้วก็หันหลังเดินออกมาจากแนวหน้าทิ้งพวกนั้นไว้เตรียมสู้
‘รับมือไปอีกขั้นไม่รู้ว่าลูก้ากับทหารมันจะกลับมาทันไหม ถ้าไม่ทันจริง ๆ ก็ใช้พวกนักผจญภัยนั้นไปก่อนรวมกับทหารที่เหลือราว ๆ 100 นายในค่ายน่าจะเพียงพอ หวังว่านะ’
‘ต้องออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่’
แกนนอนไม่ได้โง่และรู้ว่าตนเองโดนใครสักคนวางแผนเล่นงานตั้งแต่เรื่องดันเจี้ยนแล้ว พวกที่ไปดันเจี้ยนขาดการติดต่อไปนานแล้ว คงตายมากกว่ารอด
ส่วนที่ว่ามันรู้แผนได้ยังไง
นักผจญภัยทรยศ...นั่นคือทางเดียว
นักผจญภัยที่อยู่ในค่ายนี้ถูกบังคับหาทรัพยากรและขูดรีดทั้งการกินดื่มการนอน การใช้เครื่องส่งและจ่ายภาษีให้กับค่าย
เพราะแบบนั้นแกนนอนจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านักผจญภัยเหล่านั้นโกรธแค้นเขาแต่นี่คือโลกที่พลังอำนาจคือทุกอย่าง
“ไม่รู้ว่าเป็นไอ้ลูกหมาตัวไหนที่ร่วมมือกับลอร์ดภายนอกแต่ว่าไม่ต้องสนใจ จบเรื่องนี้ก็กำจัดทิ้งให้หมด ส่วนข้อจำกัดของหอคอยออกจากชั้นแรกไปแล้วจะกลัวอะไร”
“ส่วนจะเป็นค่ายไหนที่เล่นงานกูกันแน่ค่ายโลหิตโดนทำลายไปแล้ว มันไม่มีปัญญาแน่นอน ค่ายอสูรหรือจะเป็นค่ายดีแลนสองค่ายนี้คือผู้ต้องสงสัย” ลอร์ดแกนนอนคิดไม่ตกว่าเป็นค่ายไหน
แต่มุ่งเป้าไปที่สองค่ายระดับ 3ที่เหลืออยู่ค่ายอสูรนั้นแข็งแกร่งเป็นพวกบ้าพลังและสู้ไม่กลัวตายแต่ว่าในด้านการวางแผนและมีหัวคิดค่อนข้างช้า ส่วนค่ายดีแลนที่ร่วมมือด้วยลอร์ดแกนนอนคิดว่าโอกาศเป็นไปได้สูง
ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลประโยชน์
ถ้าค่ายดีแลนวางแผนตลบหลังและนี่คือแผนของพวกมัน
“ไม่ว่าใครก็ต้องกำจัดให้หมดตอนแรกคิดว่าแผนนี้สำเร็จแล้วไม่จำเป็นต้องยึดทั้งเขต แต่ไม่เป็นไรตอนนี้กูจะทำลายมันทั้งเขตแล้วค่อยไปชั้นสอง” ลอร์ดแกนนอนเปลี่ยนแผน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอำมหิต
เดินเข้าไปที่เครื่องส่งและออกไปจากหอคอยโลกาวินาศ
โลกในหอคอยข้อมูลเป็นสิ่งที่มีค่าและหายากยิ่งข้อมูลจากที่อื่นหรือไม่ก็เขตรอบ ๆ ยิ่งยาก การเกิดคลื่นซอมบี้ขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่กับแค่ค่ายของพวกเขา
ตอนเดินมาแกนนอนตรวจสอบแล้วจากทหารที่กระจายตามค่ายและจุดต่างๆ พบว่ามีฝูงซอมบี้กำลังอาละวาดไปทั้งเขตดัลลัส
ดังนั้นถ้าไปด้านนอกจะต้องมีข้อมูลอะไรจากทั้งลอร์ดหรือผู้เล่นในเขตบ้างไม่ก็ในเขตใกล้เคียงเพราะคนที่วางแผนเล่นงานเขานั้นรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
...
กัสมาถึงที่ห้องที่ตั้งของตราประทับดินแดนค่ายมิดไนท์ในมือมีตราประทับดินแดนของค่ายทั้ง 10 แห่งที่พึ่งไปแย่งชิงมา
ตราประทับดินแดนจากค่ายระดับ 1 จำนวน7 ชิ้นและค่ายระดับ 2 อีก 3 ชิ้น
กัสหลอมมันในทันทีและรวมเข้าไปกับตราประทับดินแดนของค่ายทำให้ตราประทับดินแดนของค่ายดูดซับอำนาจแห่งลอร์ดเข้าไป
ตราประทับดินแดนจากค่ายระดับ 1 ให้อำนาจแห่งลอร์ดแค่1 หน่วยเท่านั้นมันน้อยมาก เพราะมันระดับต่ำกว่าเขา มีแค่ระดับ 2 ที่เยอะ แต่ว่าจำนวนอำนาจแห่งลอร์ดก็ไม่ได้เยอะเท่ากับของค่ายวอลเตอร์ไอรอนที่เป็นค่ายระดับชั้นนำของค่ายระดับ2 ค่ายพวกนี้เป็นแค่ค่ายปลายแถวไม่ก็ค่ายที่พึ่งจะยกระดับขึ้นมาเท่านั้น
โดยรวมแล้วอำนาจแห่งลอร์ดที่เพิ่มเข้ามานี้ได้มา57 หน่วยเท่านั้น
[ลอร์ดไนท์]
[ตราประทับดินแดนทองบวก]
[อำนาจแห่งลอร์ด 168]
[ดินแดนที่ครอบครอง : ค่ายมิดไนท์]
...
[ระดับ : พลังพื้นฐาน ขั้นสูง]
[ความแข็งแกร่ง : 218 หน่วย (ค่าความแข็งแกร่งพื้นฐานอยู่ที่50 หน่วย)]
[ความต้องการอาหารพื้นฐาน : 10 หน่วย]
[พรสวรรค์ : สุสานกษัตริย์(ลึกลับ)]
[ทักษะ : หมัดทหารเหล็ก(เชี่ยวชาญ),เก้าท่าดาบพื้นฐาน(ชำนาญ),หอกสามก้าวพื้นฐาน(ชำนาญ)]
ถ้ารวมกับพลังของตราประทับดินแดนทำให้กัสมีค่าความแข็งแกร่งทะลุ218 แล้วโดยค่าความแข็งแกร่งพื้นฐานร่างกายเขาอยู่ที่ 50 หน่วยเท่านั้น
กัสจึงมีระดับพลังภายในดินแดนอยู่ที่ ระดับพื้นฐานพลังขั้นสูงแต่ถ้าอยู่นอกดินแดนเขาจะมีความแข็งแกร่งแค่ค่าพื้นฐานเท่านั้น
กัสฝึกฝนทุกวันและไม่หยุดพัก เขาแทบจะฝึกหนักกว่าพวกนักผจญภัยและยังมีรูปแบบการฝึกฝนที่ชัดเจนอย่างวิชาหมัดเหล็กทำให้ค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“วิชาหมัดเหล็กยังใช้ได้จนกว่าพลังส่วนบุคคลเราจะเกินระดับพื้นฐานไปส่วนทักษะต่อสู้อื่น ๆ ก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน”
กัสวางแผนไว้ว่าก่อนเข้าค่ายทหารทักษะพื้นฐานที่มีจะต้องดันระดับของทักษะไปให้ถึงระดับสมบูรณ์ให้ได้แบบนั้นเขาจึงจะมีโอกาสเอาชีวิตรอดในสนามรบมากขึ้น
ในใจเริ่มคาดหวังอำนาจแห่งลอร์ดในตราประทับที่กำลังเดินทางมาถึงอยู่ไม่น้อย
...
คลื่นซอมบี้สร้างความโกลาหลให้กับเขตดัลลัสทั้งเขตเป็นเหมือนกับการซ้ำเติมค่ายที่ผ่านสงครามมาด้วย ค่ายระดับ 1 หลายแห่งถูกทำลายลงในช่วงเวลานี้
ตามมาด้วยค่ายระดับกลางและค่ายระดับสูง
ภายในคืนเดียวค่ายกว่า 400แห่งในเขตดัลลัสหายไปเหลือแค่ 50 แห่งเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการทำลายล้างของค่ายแกนนอนแต่ในจำนวนค่ายที่โดนทำลายภายหลังเป็นค่ายที่ร่วมมือกับค่ายแกนนอน
แผนเดิมของคนพวกนี้คือย่อยดินแดนที่ยึดมาได้แต่โลกของซอมบี้ไม่ให้โอกาศ สูญเสียกำลังรบในสงครามกับค่ายไม่พอ ยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนคลื่นซอมบี้กวาดล้างอีก
จุดจบก็ชัดเจนเหล่าลอร์ดพากันหนีตายออกจากหอคอยโลกาวินาศปิดเส้นทางในหอคอยโลกาวินาศ แต่ก็แลกมากับการรักษาชีวิตไว้ได้แต่มีแค่ลอร์ดที่หนีรอด ผู้รอดชีวิตในค่ายหนีไม่ได้โดนซอมบี้ล้อมสุดท้ายก็กลายเป็นมื้อค่ำของพวกมันจนกระดูกก็ไม่เหลือสักชิ้น
ค่ายถูกซอมบี้ยึดครองไปแล้ว รอวันที่ลอร์ดกลับมาไม่ก็ตราประทับดินแดนและอำนาจแห่งลอร์ดสลายหายไป
กัสยืนดูฝูงซอมบี้ที่บุกเข้ามาเรื่อยๆ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นแค่ค่ายระดับ 2 แต่ว่าเขาก็มีทหารมืด 1000 นายแน่นอนว่าส่วนใหญ่กลับมาไม่ทัน
ลิชติดอยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กิโลเมตรส่วนแอรีสตอนนี้ติดต่อกลับมาที่ค่ายแล้ว แต่ติดอยู่ที่นอกแนวป่าที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้กำลังหาทางกลับมาที่ค่าย
กัสจึงเหลือกำลังทหารรับมือกับคลื่นซอมบี้ประมาณแปดร้อยกว่านายยังดีที่ว่ามีกำลังเสริมมาจากทางผู้รอดชีวิตในค่ายที่พากันจับอาวุธเตรียมสู้ด้วย
“คลื่นซอมบี้ต่างจากด่านทดสอบตรงที่ว่าพวกมันโจมตีไม่เลือกเป้าหมายโจมตีจากทุกทิศทาง ไม่มีผู้นำ แต่กลับโจมตีเป็นระลอกและไม่หยุด”
กัสตรวจสอบพื้นที่รอบค่ายจากมุมสูงของอาคาร
วันนี้คือเช้าวันที่สองของการเกิดคลื่นซอมบี้ทหารมืดตายไปเกือบ 100 นายเป็นทหารมืดหน้าใหม่ที่ฝึกฝนไม่ทัน พอเข้าร่วมสู้ก็มีกำลังพอๆ กับซอมบี้ในฝูงเหล่านั้น
สุดท้ายจึงโดนรุมฆ่าตาย แต่กัสก็สามารถเติมจำนวนที่หายไปนี้ได้อย่างรวดเร็ว
“แม้ว่านี่จะเป็นความโชคร้ายของเขตดัลลัสแต่ก็เป็นโอกาสในการเก็บเกี่ยวและฝึกฝนทหารระดับสูงด้วย”
คลื่นซอมบี้นำมาซึ่งแก่นพลังงานทหารมืดที่สู้ไม่หยุดย่อยแก่นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าความแข็งแกร่งพัฒนาขึ้นไม่หยุด
ถ้าผ่านคลื่นซอมบี้ครั้งนี้ไปได้กัสคาดการณ์ว่าคงมีทหารมืดขั้นกลางและขั้นสูงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
เคล้ง! ๆ ๆ ๆ
ตอนนั้นจู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะท่อเหล็กเตือนภัยที่กัสเคยสั่งให้เอาไปติดตามจุดต่างๆ ดังขึ้นมา และกำชับว่าตรงไหนมีซอมบี้โจมตีให้รีบเคาะส่งสัญญาณเตือน
ที่ใช้ท่อเหล็กแทนพวกเสียงสัญญาณเตือนหรือระฆังเตือนอย่างแรกมันดังในวงพื้นที่จำกัด ไม่ดึงดูดซอมบี้เข้ามามากเกินไป
อย่างที่สองการดึงซอมบี้เข้ามาแค่จุดหนึ่งเป็นการลดการกระจายตัวของฝูงซอมบี้ที่เข้ามาโจมตีจึงรวมกำลังกำจัดได้ง่ายกว่า
แต่เสียงเตือนครั้งนี้แปลกมากเพราะมันกลับดังไม่ยอมหยุดกัสเองรีบยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูและเห็นว่าซอมบี้ที่เข้ามาโจมตีในวันนี้มีความผิดปกติเกิดขึ้น
ทหารมืดขั้นกลางคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานทันที
“นายท่านฝูงซอมบี้มีความผิดปกติเหมือนกับว่ามีตัวที่กำลังควบคุมอยู่”
กัสหรี่ตาลงก่อนจะนึกถึงซอมบี้ประเภทหนึ่งขึ้นมา
“ซอมบี้จอมบงการ”