เซียนอมตะหวนคืน

    บทที่ 52 : เจตจำนงของราชันย์เทวะ

    เจตจำนงของราชันย์เทวะ
    ถึงหวังเฉินจะรู้ว่าสามคนนี้ไม่ได้มาดี แต่เขาก็ต้องการรู้เหตุผล จึงได้ถามออกมา
    แต่ถึงจะถามเหตุผลออกไป เขาก็มีความตั้งใจที่จะฆ่าหนึ่งในสามคนนี้อยู่แล้ว นั่นก็คือเจี้ยนหู่ เมื่อครู่ชายคนนี้คิดที่จะฆ่าเขา ถ้าเกิดว่าเขาเป็นคนธรรมดา ป่านนี้สายลมเส้นเมื่อครู่ที่เขาบีบทำลายไป คงจะทำร้ายร่างกายของเขาจนสาหัส
    ไม่แน่ว่าอาจจะถึงแก่ความตายในที่สุด หากว่าไม่มีคนมาช่วยพาไปส่งโรงพยาบาล
    ในเวลานี้ ดวงตาของพวกเจี้ยนหู่สามคนเบิกกว้าวกับภาพที่ได้เห็น แค่เพียงก้าวเดียว ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ตกใจ
    “เจ้า...เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์?!” เฉินต้วนหมิงรู้สึกลำคอของตัวเองแห้งผาก เขาพูดออกมาอย่างยากลำบากอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้น น้ำเสียงของเขายังสั่นเครือเป็นอย่างมาก
    เขาจะคาดคิดได้อย่างไรว่าชายหนุ่มอายุน่าจะอยู่ในช่วงยี่สิบต้นๆ เป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์แล้ว
    ด้วยการที่มาถึงระดับนี้ได้ เพียงพอกับคำว่าอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง นี่มันเหนือสามัญสำนึกเกินไป
    “ไม่...ไม่มีทาง! เจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์ไปได้อย่างไร?” เจี้ยนหู่ราวกับเพิ่งตื่นจากอาการตกใจ เขาตะโกนออกมาเสียงสั่น
    ด้านเจี้ยนเติ้งไม่มีใดอื่น นอกจากกำหมัดแน่น เขาไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหวังเฉินยืนอยู่บนอากาศโดยที่ไม่ใช้ดาบบิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงก้าวเดียวของเขาก็หายตัวมาปรากฏยังจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน
    “ลุงหู่ ฆ่ามัน!” เจี้ยนเติ้งพลันคำราม เปลวไฟแห่งความอิจฉาได้ลุกโชนขึ้นมาภายในใจของเขา
    บอกตามตรงว่าเขาอิจฉาอย่างถึงที่สุด หากว่าหวังเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์จริง
    เจี้ยนหู่ที่ได้ยินเสียงคำรามของเจี้ยนเติ้งที่เป็นดั่งคำสั่ง เขาก็ไม่ลังเลที่จะลงมือ ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจ แต่ว่าก็มีความอิจฉาเช่นเดียวกัน เขาฝึกฝนอยู่ร้อยกว่าปี กว่าที่จะมาถึงระดับเหนือสวรรค์ แต่อีกฝ่ายกลับมาถึงได้ด้วยอายุยี่สิบต้นๆ นี่มันจะเกินหน้าเกินตาเขาไปแล้ว
    ฝ่ามือของเจี้ยนหู่โบกสะบัด นำพามาด้วยเงาร่างของกระบี่ขนาดใหญ่ คลื่นแห่งความน่าหวาดกลัวกระจายออกมา มวลอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวปั่นป่วนอย่างรุนแรง
    “ตายซะ!” เจี้ยนหู่แผดเสียง ส่งเงาร่างกระบี่ขนาดใหญ่อันน่ากลัวพุ่งเข้าหาหวังเฉิน เขาได้ใช้ออกมาด้วยพลังทั้งหมดในการลงมือครั้งนี้ เขากลัวว่าหวังเฉินจะไม่ตาย หากว่าไม่ใช้ออกมาด้วยพลังทั้งหมด เพราะจะอย่างไรหวังเฉินก็เป็นผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์คนหนึ่ง
    มองเงาร่างของกระบี่ขนาดใหญ่ที่พุ่งกรีดผ่านอากาศเข้ามาหาด้วยความเร็ว หวังเฉินไม่มีความรู้สึก เพียงกระพริบตาอย่างเฉื่อยชา
    และการกระพริบตาอย่างเฉื่อยชาของเขานี้เอง ทำให้เงาร่างกระบี่ขนาดใหญ่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยสลายหายไปในอากาศ
    “อะไรกัน?!” เจี้ยนหู่ตกตะลึงจนตาเบิกกว้าง พร้อมกันนั้น ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง ความไม่อยากจะเชื่อกระจายทั่วใบหน้าของเขา ไม่เพียงแค่เขาที่เป็นแบบนี้ เจี้ยนเติ้งกับเฉินต้วนหมิงก็ไม่มีข้อยกเว้น
    หวังเฉินไม่สนใจความตกตะลึงของคนทั้งสาม พลันยื่นมือออกไป จากนั้นค่อยๆ รวบมือเข้า ทันใดนั้น ร่างกายของเจี้ยนหู่เริ่มถูกบีบอัดอย่างรุนแรง
    “อ้ากกก!” เสียงร้องโหยหวนแห่งความเจ็บปวดดังก้อง ร่างกายของเจี้ยนหู่ถูกบีบอัดจนเป็นก้อนเนื้อกลมๆ ก่อนที่จะแตกระเบิดออก ตายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา!
    เมื่อลงมือฆ่าเจี้ยนหู่แล้ว สายตาของหวังเฉินก็หันมามองเฉินต้วนหมิง ซึ่งมันทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
    “ระ...ราชันย์เทวะ!” ริมฝีปากของเขาเปิดขึ้น มีน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างมากถูกส่งออกมา เมื่อเห็นหวังเฉินฆ่าเจี้ยนหู่ได้อย่างง่ายดาย ถ้าเขายังไม่รู้ว่าหวังเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะ เขาก็คงจะโง่เกินไป
    โดยไม่ลังเล เขาพลันหมุนตัวกลับ ทะยานร่างหนีไปด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถใช้ออกได้ในทันที หวังเฉินที่ฆ่าเจี้ยนหู่ไปแล้ว ไม่มีทางที่จะไว้ชีวิตเขาแน่
    เมื่อเป็นอย่างนี้ เขาจึงเลือกที่จะหนีอย่างไม่ลังเล ความหวาดกลัวในตอนนี้กระจายทั่วหัวใจของเขา เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาทั่วร่าง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจคิดทำความเข้าใจได้ว่า ราชันย์เทวะอายุน้อยเช่นนี้ปรากฏตัวออกมาได้ยังไง
    หรือว่าความจริงจะมีอายุมากกว่าที่เห็น แต่อยู่ในรูปลักษณ์ของชายหนุ่มเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะเป็นยังไงก็ช่างแล้วในตอนนี้ เนื่องจากสิ่งที่เขาควรทำมากที่สุดก็คือหนีรอดไปให้ได้
    หวังเฉินที่มองเห็นเฉินต้วนหมิงหนีไป เขาเพียงขยับมือเล็กน้อยเท่านั้น ร่างกายของเฉินต้วนหมิงก็แตกระเบิดออกกลายเป็นละอองเลือด
    “อะ...” เจี้ยนเติ้งที่ยืนอยู่บนกระบี่หยกเปิดปาก มีเสียงหลุดออกมาจากปากของเขาคำหนึ่ง ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดขาวด้วยความหวาดกลัว เขาคิดไม่ถึงว่าหวังเฉินจะฆ่าเจี้ยนหู่ได้อย่างง่ายดาย และในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็ฆ่าเฉินต้วนหมิงได้อย่างง่ายดายอีก
    เมื่อเป็นอย่างนี้ จะไม่ให้เขารู้สึกหวาดกลัวได้ยังไง?
    “ยะ...อย่าฆ่าข้า! พ่อของข้าเองก็เป็นราชันย์เทวะ ถ้าเจ้าฆ่าข้า เจ้าไม่ได้ตายดีแน่ ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”
    แม้ว่าจะมีความหวาดกลัวอยู่ท่วมท้น ทว่าเมื่อนึกถึงว่าพ่อของตัวเองอย่างเทพกระบี่เจี้ยนติงเทียน เป็นราชันย์เทวะผู้แข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในสิบผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศจีน ความหวาดกลัวก็ลดน้อยลง พ่นถ้อยคำขู่ออกมา
    “พ่อเจ้าเป็นราชันย์เทวะ?” หวังเฉินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มเย็น “น่าสนใจเล็กน้อย มาดูกันว่าข้าฆ่าเจ้าแล้ว มันจะมาฆ่าข้าได้หรือไม่?”
    พูดจบ หวังเฉินก็ยกมือขึ้นตบอากาศออกไปครั้งหนึ่ง ฉับพลันนั้น คลื่นพลังปราณเทวะไร้รูปร่างก็พุ่งตรงไปยังร่างของเจี้ยนเติ้ง
    เจี้ยนเติงที่คำรามออกมาบอกให้เจี้ยนหู่ฆ่าเขา เขาย่อมไม่มีความคิดปราณีใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อหมายมั่นปรารถนาชีวิตของผู้อื่น ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเช่นกัน
    “มะ...ไม่!” เจี้ยนเติ้งแหกปากร้อง กลัวจนฉี่ไหลออกมา
    แต่ก่อนที่พลังปราณเทวะของหวังเฉินจะกระทบถูกร่างกายของเจี้ยนเติ้ง ก็มีพลังปราณเทวะพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา มาหักล้างพลังปราณเทวะของหวังเฉิน
    ตูม!
    การหักล้างของพลังปราณเทวะ ส่งผลให้มวลอากาศแตกระเบิดออก แม้ไม่รุนแรงมาก แต่ก็น่ากลัวไม่น้อยเลย
    กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หวังเฉินต้องหรี่ตาลง เขาพลันมองเห็นร่างที่เลือนรางร่างหนึ่ง เป็นชายวัยกลางคน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกริบราวกระบี่ ทั่วร่างตลบอบอวนด้วยกลิ่นอายกระบี่อันแรงกล้า
    “เจตจำนงของผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะ”
    หวังเฉินย่อมรู้จัก ดูท่าว่าราชันย์เทวะผู้เป็นพ่อของเจี้ยนเติ้งได้ใส่เจตจำนงของเขาไว้ในร่างกายของเจี้ยนเติ้ง เพื่อปกป้องเจี้ยนเติ้ง
    เจตจำนงนี้จะปรากฏออกมาเมื่อเจ้าของร่างตกอยู่ในอันตรายมากจนถึงชีวิตเท่านั้น
    “คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจตจำนงของผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะขั้นปลายคนหนึ่ง!” หวังเฉินพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเขาค่อนข้างที่จะบางเบา
    จบบทที่ 52

    คล้ายกับเรื่องเซียนอมตะหวนคืน ที่คุณอ่าน