"เจ้าคงสงสัยว่าข้าพาเจ้ามาที่นี่ทำไมใช่มั้ย?"ชายชราเห็นเทียนฉินทำท่าทางแบบนั้นก็เอ่ยถามออกมา
"เป็นศิษย์เองที่โง่เขลานัก!"เทียนฉินเอ่ยกลับมา
"ป้ายหยกที่เจ้าได้มาจากอาวุโสกุ่ยนั้น มีรางวัลพิเศษอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือเจ้าสามารถเลือกของที่อยู่ด้านบน ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยา อุปกรณ์หลอมสร้างหรือเคล็ดวิชาต่างๆได้หนึ่งอย่างโดยไม่ต้องเสียคะแนน"ชายชราเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"ได้ทุกอย่างเลยอย่างนั้นรึ?"เทียนฉินถามออกมาอย่างลืมตัว
"ใช่แล้ว! เจ้าจงขึ้นไปเลือกดูเถิดข้าจะคุยกับอาวุโสที่อยู่เฝ้าที่นี่ให้เอง"ชายชราเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง
"ศิษย์ขอบคุณอาวุโสมากที่ช่วยเหลือ!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น
ชายชรายิ้มรับก่อนจะเดินไปที่โต๊ะของอาวุโสที่ดูแลเรื่องการแลกเปลี่ยน เทียนฉินเห็นดังนั้นจึงก้าวเดินขึ้นไปด้านบนทันที
เมื่อมาถึงชั้นสองเทียนฉินเริ่มสำรวจดูตามชั้นวางของ มีเม็ดยาชนิดต่างๆที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ววางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เขาไม่ได้สนใจที่จะเพิ่มพลังตนเองตอนนี้ เพราะหลงยู่หมิงได้กล่าวเตือนเขาไว้แล้วว่า การที่บรรลุระดับพลังอย่างเร่งรีบนั้นจะส่งผลกระทบกับรากฐานการฝึกฝนของตนเองได้
เขาต้องค่อยๆเคี่ยวกรำฝึกฝนให้จนถึงขีดจำกัดของระดับชั้นนั้นๆก่อน แล้วค่อยหาทางทะลวงข้ามขั้นไป ซึ่งเทียนฉินก็เข้าใจดีและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เพราะตั้งแต่ที่เขาเริ่มฝึกฝนมาไม่เคยมีใครคอยชี้แนะเขาเลย จนเทียนฉินเคารพนับถือหลงยู่หมิงเสมือนอาจารย์ของเขาคนหนึ่ง
ต่างจากเสี่ยวถ่งที่เป็นเพียงแค่ระบบที่ช่วยให้เขาได้เรียนรู้เคล็ดวิชาต่างๆเพียงเท่านั้น เนื่องจากระบบเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกแค่เรื่องภายนอก แต่การฝึกฝนที่แท้จริงล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้นถึงจะทำให้ระดับพลังก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง
"แลกเม็ดยาหลอมรวมปราณไปให้ตาเฒ่าหม่าสักเม็ดดีกว่า!"เทียนฉินตอนนี้เขาไม่ได้ห่วงเรื่องคะแนนสักเท่าไรแล้ว จึงนึกถึงสิ่งที่จะแลกให้ตาเฒ่าหม่าขึ้นมา
หลังจากหยิบเม็ดยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วเทียนฉินก็เดินไปยังชั้นสามต่อทันที เมื่อมาถึงที่ชั้นสามเทียนฉินเลือกดูอุปกรณ์อย่างตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาหยิบชิ้นนั้นชิ้นนี้ขึ้นมาดูอย่างสนุกสนาน จนสุดท้ายเขาจึงได้ยันต์เคลื่อนย้ายมาแผ่นหนึ่ง
ยันต์เคลื่อนย้ายนี้นี้เขาเคยเห็นซ่งหวิ๋นจื่อใช้มาแล้วตอนอยู่ในแดนลับหลอมรวม ซึ่งทำให้เทียนฉินมีความต้องการอยากได้มาครอบครองไว้อย่างมาก เพราะในวันข้างหน้าหากเกิดอันตรายถึงชีวิต ถ้ามียันต์เคลื่อนย้ายนี้อยู่ ก็เท่ากับว่าตนเองมีอีกหนึ่งชีวิตเลยทีเดียว
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเทียนฉินจึงลงมายังชั้นล่างเพื่อเลือกเคล็ดวิชากระบี่ให้ตาเฒ่าหม่าไว้ใช้อีกอย่างหนึ่ง เคล็ดวิชาที่เขาเลือกเรียกว่ากระบี่อัสดง ซึ่งเทียนฉินคาดว่าน่าจะเหมาะกับตาเฒ่าหม่าแล้ว
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเทียนฉินก็เดินมาที่จุดแลกเปลี่ยนซึ่งมีชายชราสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่
"โอ้ว! เจ้าได้สิ่งที่เจ้าต้องการแล้วรึ?"ชายชราที่พาเทียนฉินมาเอ่ยถามอย่างสนใจ
"นี่คือสิ่งที่ศิษย์ต้องการจะแลกเปลี่ยน!"
เทียนฉินยื่นยันต์เคลื่อนย้ายส่งให้ชายชราทั้งสอง
"เจ้าเลือกยันต์เคลื่อนย้ายหรอกหรือนี่!"
ชายชราเอ่ยถามออกมาอย่างแปลกใจ เขาคิดว่าเทียนฉินจะเลือกพวกเม็ดยาเลื่อนระดับหรือว่าอุปกรณ์ช่วยเสริมเสียอีก
"ใช่แล้วอาวุโส!"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
"แล้วสิ่งของที่อยู่ในมือเจ้าเล่า?"ชายชราอีกคนสังเกตุเห็นว่าเทียนฉินถือของบางอย่างไว้ก็เอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"สองสิ่งนี้ศิษย์ต้องการแลกไปให้กับพ่อบ้านได้ไว้ฝึกฝน!"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับไปตามตรง
"ถ้าอย่างนั้นส่งป้ายหยกของเจ้ามาเพื่อจะได้หักคะแนนในส่วนนี้ไป"ชราชราคนนั้นเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ชายชราคนแรกก็พาเทียนฉินเดินออกจากหอกิจกรรมทันที
"เอ่อ! ศิษย์ขอถามหน่อยได้รึเปล่าว่าอาวุโสจะพาศิษย์ไปที่ไหนกัน?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างใคร่รู้
"เอาหน่า! ไว้เจ้าไปถึงที่นั่นเมื่อไหร่ข้าจะบอกเจ้าอีกที"ชายชราเอ่ยออกมาอย่างกำกวม
ชายชราพาเทียนฉินเดินลัดเลาะมาทางด้านหลังนิกายจนถึงภูเขาลูกหนึ่ง จากนั้นเดินลึกจนไปถึงส่วนบนของภูเขา เส้นทางแคบๆที่คดเคี้ยวไปมาในตอนนี้ด้านบนกลับกลายเป็นพื้นที่โล่งแห้งแล้ง อยู่ใจกลางภูเขา
ตรงกลางพื้นที่โล่งนั้นมีหอคอยเก่าแก่โบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงแดดและสายลม แผ่กลิ่นอายให้ได้สัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์ของตัวหอคอย เทียนฉินลองใช้กระแสจิตสัมผัสตรวจสอบ แต่ก็ไม่สามารถส่งกระแสจิตเข้าไปสัมผัสด้านในได้ แสดงว่าหอคอยแห่งนี้มีเขตแดนป้องกันจิตสัมผัสอยู่อย่างแน่แท้
ถัดจากหอคอยแห่งนี้ไปทางด้านหลังมีภูเขาอีกลูกหนึ่ง ด้านบนมีอาคารเก่าแก่หลังใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งอาคารหลังนี้เองคือสถานที่พักของประมุขนิกายเพลิงอัคคี
เพียงไม่นานก็มีชายชราผมขาวโพลนสองคนเดินออกมาจากมุมที่แตกต่างกัน เทียนฉินรับรู้ได้ทันทีเมื่อถูกกระจิตหลายสองแทรกซึมผ่านเข้ามาในตัวเขา ว่าคงได้ถูกชายชราสองคนนี้ตรวจสอบพลังของเขาเข้าแล้ว
"ตาเฒ่าต้ง! เด็กคนนี้คือผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้อย่างนั้นรึ?"
ชายชราคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างสนใจ
"ใช่แล้วอาวุโสฝาง!"อาวุโสต้งเอ่ยตอบกลับไป
"ศิษย์เทียนฉินคารวะอาวุโสทั้งสอง"เทียนฉินที่เห็นชายชราสองคนมองมาทางเขาก็แสดงความเคารพออกมาอย่างรวดเร็ว
"นี่เจ้าคงต้องการเข้ามาฝึกฝนที่หอคอยปฐมอัคคีอย่างนั้นใช่มั้ย?"อาวุโสฝางเอ่ยถามอีกครั้ง
"หอคอยปฐมอัคคี?"
"หืม! นี่ตาเฒ่าต้งเจ้ายังไม่ได้บอกแก่เขาเรื่องหอคอยปฐมอัคคีอย่างนั้นหรือ?"
อาวุโสฝางเห็นท่าทางของเทียนฉินที่ยืนงงอยู่ก็หันมาถามอาวุโสต้งอย่างสงสัย
"ฮ่าๆ! เป็นข้าเองที่เลอะเลือนไป!"อาวุโสต้งหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้สึกผิด
"เจ้านี่นะ!"อาวุโสฝางตำหนิอาวุโสต้งก่อนหันกลับมาอธิบายให้เทียนฉินได้เข้าใจเกี่ยวกับหอคอยปฐมอัคคี
หอคอยปฐมอัคคีนี้ถูกค้นพบโดยผู้ก่อตั้งนิกายเพลิงอัคคี และก็เพราะว่ามีหอคอยนี้อยู่นี่เองจึงได้ถือกำเนิดนิกายเพลิงอัคคีขึ้นมาได้
ซึ่งการเข้ามาฝึกฝนในหอคอยปฐมอัคคีนี้ได้ จะต้องได้รับอนุญาตจากประมุขของนิกายเพียงเท่านั้น เพราะว่าการใช้งานหอคอยในแต่ละครั้งจะต้องใช้ผลึกวิญญาณเป็นจำนวนมากในการหล่อเลี้ยงสัตว์อสูรและสภาพแวดล้อมที่อยู่ภายในไม่ให้สูญสลาย
หอคอยปฐมอัคคีมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดเก้าชั้น ในแต่ละชั้นจะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้ที่จะเข้าไปด้านในได้ฝึกฝน ทั้งพลังกาย พลังจิต และพลังปราณ ซึ่งนี่คือรางวัลที่ประมุขนิกายได้มอบให้แก่ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการประลองทุกครั้ง
ส่วนผู้ที่เข้าไปจะสามารถฝึกฝนได้ถึงชั้นที่เท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนผู้นั้นเอง
"ศิษย์ขอบังอาจถามได้มั้ยว่าชิงต้าเหนียวได้ขึ้นไปถึงชั้นที่เท่าไหร่?"
หลังจากที่ได้ฟังอาวุโสฝางบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับหอคอยปฐมอัคคีแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยปากถามออกไปทันที
"ชิงต้าเหนียวรึ?"อาวุโสฝางอุทานออกมา
"เอ่อ! ชิงต้าเหนียวคือผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในครั้งที่แล้ว!"อาวุโสต้งเอ่ยบอกออกมาหลังจากที่เห็นว่าอาวุโสฝางจำไม่ได้
"อ๋อ! เด็กหนุ่มคนนั้นเองรึ?"
"ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ไว้อย่างหนึ่ง นอกจากท่านประมุขนิกายแล้ว ศิษย์ทุกคนที่มีโอกาสได้เข้ามาในหอคอยนี้ล้วนติดอยู่ที่ชั้นหกเพียงเท่านั้น และยังไม่เคยมีใครผ่านไปได้สักคน!"
"ไม่เว้นแม้แต่เด็กหนุ่มที่ชื่อชิงต้าเหนียวนั้นด้วย!"อาวุโสฝางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"แล้วมีระยะเวลาจำกัดในการเข้าไปอยู่ด้านในหรือเปล่าขอรับ?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง
"หึๆ! เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้หรอก!"
"หากเจ้าไม่สามารถผ่านด่านเพื่อไปชั้นต่อไปได้เจ้าก็จะถูกส่งตัวออกมาในทันที!"
อาวุโสฝางตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
"ศิษย์เข้าใจดีแล้ว!"เทียนฉินตอบรับกลับมาหลังจากที่เข้าใจเกี่ยวกับหอคอยปฐมอัคคีดีแล้ว
"ตอนนี้เจ้าพร้อมที่จะเข้าไปในหอคอยปฐมอัคคีนี้แล้วหรือยัง?"อาวุโสฝางถามเทียนฉินทันทีที่เห็นว่าเขาเข้าใจดีแล้ว
"ศิษย์พร้อมแล้วผู้อาวุโส"เทียนฉินตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
"ถ้าเช่นนั้นเรามาเปิดประตูหอคอยกันเถอะ!"อาวุโสฝางหันไปทางอาวุโสอีกท่านหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้าง
จากนั้นไม่นานทั้งสองได้เดินไปทางหอคอยปฐมเพลิงนั้นก่อนจะวางฝ่ามือลงไปทาบไว้ที่ประตู เมื่อฝ่ามือทั้งสองได้สัมผัสกับประตูของหอคอย กลุ่มก้อนพลังงานบางอย่างก็กระเพื่อมออกมาเป็นระลอกคลื่น แสงสีขาวส่องไสวแวววาวระยิบระยับ ก่อนจะม้วนกลับผ่านประตูเข้าไปภายในหอคอย
"ประตูหอคอยได้เปิดแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเข้าไปด้านในเสียที"
"จำเอาไว้! ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนมันจะไม่เป็นผลดีกับตัวเจ้าเอง!"อาวุโสฝางเอ่ยบอกมากับเสียงเหนื่อยหอบเล็กน้อย
"ศิษย์จะจำคำสั่งสอนของผู้อาวุโสให้ขึ้นใจ"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม
"ดี! ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เข้าไปเถอะ!"
จบตอนที่ 73