เฟยหลงต้องรีบกลับมาคุ้มครอง ประชาชน เพราะฝูงแมลงที่เข้าไปกลืนิญญา ของชาวเมืองเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยานพิฆาตไม่สามารถทำลายล้างได้หมด แม้กระทั้ง จอมยุทธ์หนุ่มสาวทั้ง ห้า พร้อมหุ่นยนต์สัตว์เทพ จะเข้าป้องกันอย่างไร ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง ได้ ประชาชนเริ่มกลายพันธุ์ กลายเป็ปีศาจปีกเขียว ไล่กัดกินคน
ไปทั่วเมือง ประชากรนับล้าน บัดนี้ กว่าครึ่ง ได้กลายเป็ปีศาจปีกเขียว บินไปมาไปทั่วเมือง ประชาชนต่างล้มตายกันเกลื่อนกลาด เฟยหลงฆ่าแมลงเหล่านี้เท่าไรก็ไม่มีวันหมดสิ้น เลยถาม ศิลานักปราชญ์ว่า
“ อาจารย์ท่านเป็ผู้รอบรู้ทุกสรรพสิ่ง เราจะจัดการกับแมลงปีศาจ เหล่านี้ได้อย่างไร?”
“ มันเป็แมลงกลืนกินิญญา มันมาจากโลกแห่งความมืด สิ่งที่มันกลัวคือแสงสว่าง บิดาของเทพเ้าเซโล คือ ท่านเ้าอพอลโลเทพแห่งดวงอาฑิตย์ พวกมันสร้างเมฆดำปกคลุมไปทั่วหล้า เ้าก็ใชพลังเทพเซโล ทำลายความมืดมิด แสงแห่งดวงอาฑิตย์จะสามารถกำจัดพวกมันได้”
เฟยหลงได้ยินเช่นนั้น ก็นั่งสมาธิ แล้วปล่อยพลังของเทพเ้าเซโล ออกมาทีละนิด จนร่างของเฟยหลงค่อยๆ มีแสงทอง ส่องประกาย คล้ายแสงจากดวงอาฑิตย์ ร่างของเฟยหลง ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างช้าๆ แสงที่ส่องออกมา พอกระทบปีศาจปีกเขียว ก็กลายเป็ขี้เถ้าไปจนหมดไม่มีเหลือ ยอดยุทธ์ทั้งห้า ต่างมองเฟยหลงด้วยความสนใจ รวมทั้งประชาชนที่เหลือรอด ต่างก้มลงคุกเข่าไปกับพื้น ส่งเสียงร้องออกไปพร้อมๆ กัน
“ ขอบคุณท่านเทพแห่งฟ้า ขอบคุณท่านเทพแห่งฟ้า” เสียงดังก้องไปทั่วเมืองหลวง ทันใดนั้น ก็มีพลังแสงพุ่งเข้าใส่ เฟยหลง ตูม !! ร่างกระเด็นตกจากท้องฟ้า
ทุกคนหันไปมอง พบว่า มีเรือเหาะสีทองลอยมา มีจักรพรรดิ ฮองเฮา และ รัชทายาท ยืนอยู่ด้านข้าง และมี ราชครูเฝิงจ้านนั่งอยู่บนบัลลังก์ตรงกลาง เป็คนปล่อยพลังแสงจ้าวจักรวาล ขั้น 11 ออกมา
“ ต้วนไห่ ต้วนเฉิน ฮองเฮา ฆ่าพวกมันให้หมด” ราชครูเฝิงจ้านสั่ง คนสำคัญของทวีปได้ เฟยหลงมีเกราะป้องกันปัดฝุ่นตามร่างกายออกไป แล้วก็มองอย่างสงสัย แต่ทันใดนั้น ทั้งสามคนกลับมีพลังจ้าวจักรวาลขั้น 10
พร้อมมีพลังปีศาจปีกเขียวอีก จักรพรรดิต้วนเฉินเข้าโจมตี หนุ่มสาวชุดเกราะแดงทั้งห้า
ฮองเฮาเข้าจัดการเฟยหลง ส่วน ต้วนไห่เข้าจัดการกับรัชทายาท
“ เหมียวน้อย เ้าไปจัดการต้วนไห่” เฟยหลงสั่งการเหมียวน้อยทันที
คราวนี้ จักรพรรดิต้วนเฉิน ะเิพลังออกมากลายเป็ปีศาจ ปีกเขียว สี่ปีก บุกเข้าจัดการกับหนุ่มสาวเกราะแดงทั้ง ห้า ส่วนฮองเฮากลายเป็ ปีศาจ หกปีก พุ่งเข้าโจมตีเฟยหลง ซึ่งจะปล่อยพลังแสงอาฑิตย์ออกมา แต่ว่าน่าแปลก มันกลับไม่เป็อะไร
เฟยหลงจึงโดนกรงเล็บกระแทกหน้าอก กระเด็นไป แต่โชคดีมันไม่สามารถแทงทะลุเกราะัได้ ครายนี้หน้าตาของฮองเฮาเปลี่ยนเป็ปีศาจ อ้าปากกว้าง พุ่งเข้ามาหมายจะงับหัว ของเฟยหลง แต่ว่า เฟยหลง ชักทวนเจ็ดพิฆาตออกมา แล้วแทงยัดปากปีศาจปีกเขียว หกปีก ฉึกๆ แล้วปล่อยพลังเปลวไฟสีน้ำเงินออกไป พรึบ !! ร่างของมันกลายเป็ขี้เถ้า สลายไป ส่วนต้วนไห่ ก็ไม่รอด เหมียวน้อยตัดหัว แล้วเจอะเิเพลิงเผาผลาญ กลายเป็ขี้เถ้าไปอีกคน เฟยหลงมองจักรพรรดิต้วนเฉิน ต่อสู้กับ เด็กหนุ่มสาวทั้งห้า ที่สวมเกราะแดง แล้วสั่งให้ เหมียวน้อยไปช่วย แล้วหันไปจ้องหน้า ราชครูเฝิงจ้าน
“ บอกข้ามา ใครเป็คนเอาหัวใจของข้าไป” เฟยหลงเอ่ยอย่างใจเย็น
“ พูดบ้าอะไร เอาตัวแกให้รอดก่อนเถอะ คิดหรือว่า ฝีมืออย่างเ้าจะจัดการข้าได้ เพ้อฝันเกินไปแล้ว” ราชครูเฝิงจ้านลุกขึ้นยืน พบว่าเฟยหลงหมุนตัวควงสว่านแทงด้วยหอก ปล่อย เข็มสังหาร ออกไป ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ และะเิเพลิง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ทั้งหมดไม่สามารถฝ่าม่านป้องกันจ้าวจักรวาล ขั้น 11 ได้ ราชครูเฝิงต่อยหมัดเหล็กออกมาตูม !!! พลังจ้าวจักรวาล ผสมกับ แขนเหล็กไหลไทเทเนียม พุ่งกระแทกใส่ทวนของเฟยหลง จนหลุดลอย แล้วกระแทกใส่ร่างของ เฟยหลง จนลอยลิ่วไปไกลลิบ กระอักเืออกมา แล้วจากนั้นยังวาร์ปเข้ามา บีบคอเฟยหลงเอาไว้
“ ไอ้หนู เ้ามีดีแค่นี้คิดจะจัดการข้าแล้วรึ?”
“ฮึ่ม แกรู้จักข้าน้อยเกินไปแล้ว” เฟยหลงปล่อยพลังเปลวไฟสีน้ำเงิน จนแขนเหล็กไหลไทเทเนียม ละลาย กลายเป็ของเหลว ราชครูถึงกับตัดแขนเหล็กทิ้ง แล้วถอยออกมาอย่างรวดเร็ว
“ ไม่เลว มีของดีแบบนี้ ถึงไม่กลัวข้า แต่ว่า ข้ายังไม่แสดงพลังที่แท้จริงออกไปเลยนะ ตายไปเสีย” ราชครูปล่อยพลังจ้าวจักรวาลขั้นที่ 11 ออกไป ทำให้เฟยหลงถึงกับคุกเข่า ไปกับพื้น แต่พอเรียกพลังเทพเ้าเซโลออกมา ก็คลายความกดดันไปได้ แต่ก็ช้าไปแล้ว ถูกฝ่ามือซ้ายของราชครูกระแทกลอยลิ่วไปไกล
แล้วมันยังวาร์ป ไปดักด้านหลัง หมายกระแทกกลับมาอีก เฟยหลงตบหยกพลังจ้าวแห่งดวงดายออกมา แล้วหันกลับไปเผชิญหน้า กับ ราชครูเฝิงจ้าน
แล้วใช้ฝ่ามือซ้ายปะทะออกไป ตูม !!! อ๊ากกกกกกก !!! แขนซ้ายราชครูขาดสะบั้นกระจุยเหลือแต่ไหล่ ร่างลอยกระเด็นออกไป แต่ไม่ทันได้ตกพื้น ก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาล กลับเข้ามาหาเฟยหลงอีก ร่างราชครูเฝิงจ้าน ถูกตรึงด้วยพลังจ้าวแห่งดวงดาวเอาไว้กลางอากาศขยับตัวไม่ได้
“ แก.. ทำได้อย่างไร พลังนี้มาจาก...ไหน?”
“ ตอบคำถามข้ามา ใครเป็คนเอาหัวใจของข้าไป”
“ หัวใจบ้าอะไร ข้าไม่รู้เื่”
“ งั้นหรือ ข้าจะเข้าไปในสมองของเ้าเอง”
เฟยหลงมีพลังระดับนี้แล้ว สามารถเข้าไปตรวจสอบสมองของ ราชครูได้ พอตรวจสอบไปสักพัก เฟยหลงก็ปล่อยพลังออกไปเข้าที่หัวของราชครู จนร่างของมันย่อยสลายกลายเป็ฝุ่นไป สุดท้ายเฟยหลงต้องถอนหายใจออกมา
“ ที่แท้ เ้านายของมัน ก็ลบล้างความทรงจำไปจากราชครูเฝิงจ้านไปจนหมดแล้ว ช่างร้ายกาจจริงๆ” เฟยหลงมองไปยังจักพรรดิต้วนเฉิน ที่กำลังต่อสู้กันอยู่กับ พวกหนุ่มสาวชุดเกราะแดง แล้ว เหมียวน้อย ในที่สุดเหมียวน้อยก็ตัดหัวจักรพรรดิ แล้วทั้งห้าคน ก็ใช้กระจกสีแดง ส่องแสงใส่จักรพรรดิต้วนเฉิง จนร่างถูกเผสกลายเป็ขี้เถ้า สลายหายไป
แมวเหมียวพุ่งร่างกลับมายืนบนไหล่เฟยหลงเหมือนเดิม ห้าหนุ่มสาว กับ ห้าหุ่นยนต์เทพ มาด้านหน้าของเฟยหลง
“ น้องชาย ฝีมือเ้าไม่ธรรมดาจริง เ้าเป็ใคร มาจากสำนักใด”
“ ข้า เจียงเฟยหลง ตอนนี้ ข้าไม่มีสำนักแล้ว”
“ พลังของเ้าแค่ จ้าวจักรวาลระดับ 3 แต่เ้าสามารถจัดการกับ จ้าวจักรวาลขั้นที่11 ได้อย่างไร?” หญิงสาวเอ่ยด้วยความสนใจ
“ นั่นเป็ป้ายพลังของจอมยุทธ์ท่านหนึ่งได้มอบให้ไว้ ใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งก็หมดแล้ว”
“ ข้าชือ จ้าวอี้เป็พี่ใหญ่ นี่คือ ไป๋หู่ น้องรอง อากุ่ย น้องสาม ลู่ชวน น้องสี่ และ เสี่ยวหง น้องห้า พวกเรามาจากสำนักเทพฤทธิ์ จากดาวกางเขน ครั้งนี้ท่านปราชญ์หยั่งรู้ส่งข่าวบอกอาจารย์ของเรา ส่งพวกเราให้มาช่วยคนที่ทวีปเหนือ นึกไม่ถึงว่าจะจัดการได้ยากเย็นเช่นนี้ ดีที่ได้เ้าจัดการ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงรับมือลำบากแน่”
“อย่าได้ใส่ใจเลย”
เฟยหลงเอ่ยจบก็หันตัวกลับไป หารัชทายาทต้วนฉุน ที่บัดนี้ เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างเข้ามาแสดงความเคารพ แล้วมอบตำแหน่งจักรพรรดิทวีปเหนือให้ เฟยหลงเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้มไม่เอ่ยอะไร ได้แต่มองไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าต่อไปเขาจะไปไหนดี เบาะแสในการตามหา คนร้ายก็หายไปแล้ว ในขณะที่เฟยหลงกำลังสับสนกับชีวิตอยู่นั้น
รัชทายาทต้วนฉุน ก็เข้ามาหาเฟยหลง แล้วบอกว่า
“ ขอบคุณพี่เฟยหลง ข้าอยากให้ท่านอยู่กับข้าที่นี่ ข้าจะแต่งตั้งให้ท่านเป็เ้าเมือง ท่านเลือกเมืองที่อยากอยู่ได้เลย”
“ อย่าเลย ข้าไม่ชินกับ การอยู่นิ่งๆ ข้ามีเื่ต้องสะสางอีก เอาไว้ข้าสะสางธุระแล้วข้าจะกลับมาหาเ้า”
“ พี่เฟยหลง ข้าอยากให้ท่านช่วยสร้างหุ่นยนต์ผู้พิทักษ์ให้ข้าหนึ่งตัว ได้ไหม”
“ ได้ซิ ข้าคิดแพงนะ”
“ ไม่มีปัญหา ตอนนี้ ข้ามีปัญญาที่จะจ่ายแล้ว”
เฟยหลงตกลงว่า จะอยู่สร้างหุ่นยนต์ ให้กับ ต้วนฉุนไว้สองตัว เพราะว่า เป็ถึงระดับจักรพรรดิแล้ว ตัวเดียวคงไม่พอ
ส่วนทางด้านพวกของจ้าวอี้ก็ยังไม่ไปไหน อยู่ร่วมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ แล้วเฟยหลงก็สร้างหุ่นยนต์ผู้พิทักษ์ให้กับ จักรพรรดิต้วนฉุนไว้สองตัว จักรพรรดิมอบค่าตอบแทนให้เขา ตัวละ 100 ล้านเหรียญทอง เฟยหลงก็รับเอาไว้ เพราะเขารู้ดีว่า อาจารย์ของเขายังต้องกินอาหารเป็อย่างมาก
ในงานเลี้ยงอำลาพวกของจ้าวอี้ ก็ชวนเฟยหลงไปที่สำนักเทพฤทธิ์ ของพวกเขา
แต่ว่าเฟยหลง บอกว่า
“ ข้าเองต้องกลับไปหาท่านปู่กับท่านย่า ที่ดาวกางเขน ถ้าเช่นนั้น พวกเราเดินทางไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าจะบอกให้ท่านอาจารย์ของข้า ช่วยรับเ้าเป็ศิษย์”
“ ขอบคุณ พี่จ้าวอี้ แต่ว่าข้าเองต้องกลับไปหาท่านปู่ก่อน อาจไปสำนักของท่านไม่ได้”
“ ไม่เป็ไร กลับไปดาวกางเขนค่อยว่ากัน”
หลังจากออกจากดวงดาวด้วยยานบินอวกาศเที่ยวพิเศษ เฟยหลงก็มาถึงดาวกางเขนเป็ครั้งแรก รู้สึกได้ทันทีว่า ที่มีมีพลังงานธรรมชาติหนาแน่น ขนาดของดวงดาวนั้น ใหญ่โตมากกว่า ดาวที่เขาจากมานับ สิบเท่า
จ้าวอี้เห็นเฟยหลงกวาดตามมองไปรอบๆ สถานที่ ก็บอกว่า
“ ดาวกางเขนมี แบ่งออกเป็ 8 รัฐ แต่ละรัฐ มีอีก 50 เมือง ที่นี่เป็ดาวหลัก มีเมืองหลวงเรียกว่า เดอะครอส ซิตี้ สำนักเทพฤทธิ์ ของเราอยู่ที่ใจกลางของเมือง หากว่า เ้าอยากเข้าเป็ศิษย์ของสำนักเทพฤทธิ์ นำตราหยกนี้ไปหาข้าที่สำนักได้เลย”
เฟยหลงรับหยกมาถือเอาไว้ แล้วกล่าวขอบคุณ แล้วเดินทางผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายไปที่ รัฐอีสเทิร์น หนึ่งใน 8 รัฐ ของดาวกางเขน เพราะว่า เขามาหาท่านปู่ กับ ท่านย่า ซึ่งก่อนพ่อเขาจะตายสั่งให้เขากลับมาอยู่ที่ตระกูลเจียง
เฟยหลงได้ที่อยู่ จากแหวนของ พ่อที่ทิ้งเอาไว้ให้ ซึ่งมีป้ายหยกประจำตัวของเฟยหลง และ ของท่านพ่ออยู่สองอัน
เป็ตัวแทนของท่านพ่อเจียงเฉิน พอมาถึง สถานีขนส่ง รัฐ อีสเทิร์น เฟยหลงแจ้งสถานที่ให้กับรถรับจ้าง เพื่อให้พาไปที่ ตระกูลเจียง คนขับรถพูดกับยานยนต์โดยสาร ตำแหน่งของบ้านตระกูลเจียงก็ปรากฏในจอภาพ ยานโดยสาร ก็พาเฟยหลง มุ่งสู่ตระกูลเจียงทันที
เฟยหลงมาถึงบ้านตระกูลเจียง ก็มองด้วยความตื่นตะลึง เพราะว่า นี่มันไม่น่าเรียกว่าบ้านแล้ว น่าจะเป็คฤหาสน์เสีย มากกว่า เพราะว่า ตัวคฤหาสน์นั้นตั้งเด่นอยู่ด้านหน้าเนินดินที่ยกสูง ด้านหลังเป็ูเาใหญ่เป็แบคกราวด์ มีกำแพงใหญ่ล้อมรอบ ตัวบ้านหลายหลังมีขนาดใหญ่ สร้างด้วยศิลา คล้ายพวกปราสาทโบราณแต่รูปทรงเป็แบบสี่เหลี่ยมสมัยใหม่ คล้ายตึกมากกว่า เฟยหลงจ่ายค่าโดยสารไป 100 เหรียญทอง แล้วเดินเข้าไปด้านหน้า ประตูใหญ่ทางเข้า พบว่า มี รปภ. ยืนเฝ้ายามอยู่สองคน จึงเดินเข้าไปหาทันที
“ ข้าชื่อ เจียงเฟยหลง มาขอพบ ท่านหัวหน้าตระกูล นี่คือ ป้ายประจำตัวของข้า”
รปภ. ทั้งสองคนมองป้ายหยกรูปั ซึ่งมีคำว่า เจียงเฟยหลงเขียนเอาไว้ ก็มองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
“ โปรดรอสักครู่” รปภ. นำป้ายไปชูที่กล้องมอนิเตอร์ที่ป้อม เหมือนกำลังสื่อสารกับคนใน คฤหาสน์ จากนั้นก็กลับมาหา เฟยหลง ด้วยความนอบน้อม
“ คุณชายรอง เชิญทางนี้ขอรับ”
รปภ. ให้เฟยหลงนั่งรถไฟฟ้า แล้ว เข้าไปใน คฤหาสน์ส่วนกลางที่หลังใหญ่ที่สุด
ซี่งมองจากประตูเข้าไปก็ ดูยิ่งใหญ่ตระการตาไม่เบา เฟยหลงมองแล้ว อดคิดถึงท่านพ่อไม่หาย ความจริงท่านพ่อ สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบาย ไม่จำเป็ต้องไปลำบากเพื่อเขาก็ได้
พอมาถึงหน้าคฤหาสน์ ก็มีชายวัยกลางคน แนะนำตัวว่า คือ พ่อบ้านของตระกูลเจียง ชื่อ ซางเย่ เข้ามาต้อนรับพาเข้าไปในห้องโถงหน้าภายในบ้าน
ด้านในมีชายชรานั่งตรงกลางเป็ประธาน คู่กับ หญิงชรา ทั้งคู่ อายุประมาณ 65 ปี
และด้านข้าง มีชายหญิง วัย สี่สิบไม่เกินห้า สิบ อีก เกือบสิบคน และมีเด็กรุ่นเดียวกับ เฟยหลงอีก เกือบสิบคน เหมือนกับว่าเป็ญาติของตน มากันหมด อยากเห็นหน้า เฟยหลง
“ นี่คือท่านหัวหน้าตระกูล กับ ฮูหยิน คุณชายรอง ท่านจำได้หรือไม่” พ่อบ้านซางแย่เอ่ยแนะนำ
“ เฟยหลง คารวะท่านปู่ ท่านย่า”
“ เฟยหลง เ้าโตเป็หนุ่มแล้ว มาหาย่าใกล้ๆ ซิ แล้ว พ่อของเ้าไปไหนล่ะ ทำไมไม่กลับมาด้วย” ท่านย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี
“ นั่นซิ เข้ามาใกล้ๆ ปู่หน่อยซิ นี่ทำไมเ้าฝึกพลังจ้าวจักรวาลได้ ถึง ขั้นที่ 3 ได้ยังไง” ท่านปู่เอ่ยอย่างแปลกใจ
“ ท่านพ่อตายแล้ว นี่คือเถ้ากระดูกของท่านพ่อ ข้ามาวันนี้ ก็เพื่อนำเถ้ากระดูกของท่าน มาฝังไว้ที่ สุสานตระกูลขอรับ” สิ้นคำตอบของ เฟยหลง ทุกคนมีสีหน้าแตกตื่นใยิ่งนัก ไม่คิดว่า จะได้รับคำตอบที่หน้าเศร้าใจอย่างนี้ ท่านย่าถึงลุกขึ้นร้องไห้ ปล่อยโฮ ออกมา ท่านปู่และทุกคน ก็เร่งสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น
เฟยหลงค่อยๆ เล่าเื่ทั้งหมดให้ทุกคนฟัง อย่างช้าๆ ท่านปู่ ถึงกับกำหมัดแน่นเมื่อรู้ว่า มีคนที่ร้ายกาจกว่า พ่อของเขา แต่แล้วก็คิดได้ว่า คนร้ายสามารถทำได้ขนาดนี้ หากแสดงความแค้นออกมา จะทำให้เฟยหลง คิดมาก เลยเอ่ยปลอบใจขึ้นว่า
“ เื่ของคนร้าย ปู่จะสงคนไปสืบหาเอง เ้าอย่าได้กังวลใจเื่นี้อีก ต่อไปนี้เ้าก็อยู่ที่นี่ ปู่จะหาสถานที่เรียนให้เ้า ไม่ต้องเร่ร่อนไปไหนอีก”
เฟยหลงรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด หรือนี่ คือความรู้สึกถึงความรักในครอบครัวที่เขาใฝ่หามานาน ขนาดเข้าไม่มีหัวใจ ยังสามารถรับรู้ ถึงความห่วงใยของ ท่านปู่กับท่านย่าได้ เฟยหลงได้ทำความเคารพกับ ลุงใหญ่ และ ท่านอาอีก สองคนและได้รู้จักกับ พี่น้องอีกหลายสิบคน มีทั้งที่ยินดีและไม่ยินดี เฟยหลงไม่ได้ใส่ใจนัก
จนพ่อบ้านได้พาเฟยหลงมาพักที่บ้านพักรับรองหลังหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากตึกใหญ่มากนัก
“ พ่อบ้านซาง เมื่อก่อน ท่านพ่อกับท่านแม่พักอยู่ที่ใด”
พ่อบ้านซางหลบตาไม่กล้าจ้องหน้า แล้วเอ่ยออกไปเบาๆ ว่า
“ บ้านของนายท่านรอง ถูก นายท่านสามยึดไปแล้ว”........