บทที่ 92 ไป!
“จระเข้กลืนฟ้าบุกมาถึงนี่แล้ว?”
“ให้ตายเถอะ! มันชอบสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหลังจากลงน้ำแล้วความเร็วก็จะเพิ่มขึ้น!”
“รีบหนีไปซะ! สัตว์ปีศาจตัวนี้แข็งแกร่งกว่าเถาวัลย์ใบมีดถ้าโดนมันโจมตีเข้าเราเละเป็นโจ๊กแน่!”
ทุกคนตื่นตระหนกใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว และรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวังจระเข้กลืนฟ้าตัวนี้ดุร้ายและทรงพลังอย่างยิ่ง แค่กระตุกหางนิดเดียวก็อาจทำให้กำแพงภูเขาพังทลายได้พวกเขาไม่อาจต่อกรกับมันได้
“โฮก--!”
จระเข้กลืนฟ้าหยัดยืนด้วยขาทั้งสี่ข้างบดขยี้สัตว์ปีศาจอย่างดุเดือดเสียงคำรามของมันดังก้องสะท้อนไปมาระหว่างกำแพงภูเขาทั้งสองด้านแค่เสียงคำรามของมันก็ทำให้เกิดระลอกคลื่นกระจายออกไปบนผิวน้ำอย่างรุนแรง
มันจ้องมองทุกคนด้วยแววตาที่ดุร้ายแสดงท่าทีหิวโหย ลิ้นขนาดสิบหมี่แลบเลียฟันแหลมคมสีเหลืองเข้มที่เรียงเป็นแถวกวาดกว้านทุกอย่างจากด้านหลังแล้วเริ่มการสังหารหมู่
“ทุกคน วิ่งเร็ว! สัตว์ปีศาจตัวนี้เร็วมาก! ถ้ามันตามทันก็จบเห่แน่!”ซ่งอี้โบกดาบให้เรืองแสงอีกครั้ง พลังปราณอันแข็งแกร่งก็ฟันออกไปที่จระเข้กลืนฟ้า
มีเสียงกระทบกันเล็กน้อยแสงดาบพาดผ่านท้องฟ้า กระทบกับเกล็ดที่ด้านหลังของจระเข้กลืนฟ้าจนเกิดประกายไฟพุ่งออกมา
แน่นอนว่าสัตว์ปีศาจตัวนี้แข็งแกร่งและทรงพลังมากเพียงอาศัยแสงดาบพลังปราณไม่กี่ครั้งยังไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับมันได้เลยแต่กลับไปกระตุ้นความโกรธแทน มันอ้าปากอันกว้างใหญ่กัดฝูงสัตว์ปีศาจนับไม่ถ้วนชิ้นเนื้อปลิวว่อน เลือดสาดกระเซ็นราวกับสายฝน
“โฮก--!!"
มันมองขึ้นฟ้าแล้วคำราม ขยับขาทั้งสี่ข้างกระทบกับคลื่นน้ำราวกับกระแสน้ำป่าไหลหลาก กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างความเร็วของมันเร็วขึ้นมาก และกำลังไล่ตามทุกคนทัน
“นี่คือ... นี่คือสัตว์ปีศาจที่แม้แต่หลางซื่อคนนั้นก็ฆ่าไม่ได้หรือ?” ฉู่อวิ๋นมองดูสัตว์ขนาดมหึมาที่ไล่ตามมาจากด้านหลังด้วยพลังอันดุร้ายและรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจระเข้กลืนฟ้าตัวนี้มองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ายากจะรับมือ
สามารถฆ่าหลางซื่อได้อย่างง่ายดายพลังการต่อสู้ของจระเข้กลืนฟ้าตัวนี้เทียบเท่ากับซ่งอี้อย่างแน่นอนและอาจปรามเขาได้อีกด้วย
ด้วยความเร็วที่มันเคลื่อนที่ในน้ำภายในไม่กี่วินาที มันก็พุ่งเข้าไปกัดทุกคน!
“หรือว่า... แม้แต่ทวนกระแสน้ำไปก็ต้องตายสถานเดียวหรือ?!” ฉู่อวิ๋นกัดฟัน รู้สึกไม่พอใจ จระเข้กลืนฟ้าตัวนี้แข็งแกร่งเกินไปแม้ว่าทุกคนจะรวมพลังกันแต่ก็ไม่อาจหยุดมันได้!
ในเวลาเดียวกัน ทุกคนที่เห็นปากที่อ้ากว้างนั่นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆรังสีความอันตรายปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ปกปิดแสงแห่งพระจันทร์ ทุกคนสิ้นหวังแววตามีแต่ความสับสน
สู้ไม่ได้ หนีไม่พ้นคล้ายตกอยู่ในทางตัน
“ให้ตายเถอะ--!!!"
เสียงตะโกนของซ่งอี้ดังออกมาจากแม่น้ำแคบๆและสะท้อนต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด
ทันใดนั้นดวงตาของซ่งอี้ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเขากัดฟัน โบกดาบยักษ์ด้วยสีหน้าแน่วแน่และตะโกนบอกทุกคน"ถ้าเริ่มสู้กับจระเข้กลืนฟ้าแล้ว แม้จะเป็นข้า... ก็ยังรับมือยาก!ข้าจะอยู่ที่นี่เอง!"
“พวกเจ้า...ออกไปจากที่นี่ซะ!!!”
“ไป!!”
“ไป……”
คำพูดสุดท้ายสะท้อนก้องไม่สิ้นสุดในเส้นทางคับแคบเหมือนกับการตีกลองตีระฆัง และตีหัวของทุกคนอย่างแรง
ยามนี้ซ่งอี้อยู่ท้ายขบวนหยุดเดินและหันกลับมายืนอย่างสงบแม้ว่าร่างกายของเขาจะเล็กมากเมื่อเทียบกับจระเข้กลืนฟ้าแต่แรงผลักดันที่เขาปะทุออกมาก็คล้ายจะพุ่งเสียดฟ้าเช่นกัน!
ในตอนนี้ ทุกคนสับสน โศกเศร้าและโกรธแค้น นัยน์ตาหม่นหมอง
ไป? ซ่งอี้คนนี้จะรับมือจระเข้กลืนฟ้าด้วยตัวคนเดียวแล้วปล่อยให้พวกเขาหนีไปหรือ?!
หลังจากตอบสนองสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พวกเขาตกใจมาก ซ่งอี้ผู้นำของกลุ่มมังกรเหล็กกำลังจะเสียสละตัวเองเพื่อแลกกับโอกาสในการหลบหนีของทุกคน!
“ไม่! พี่ใหญ่ ข้าไม่ไป! ข้าจะอยู่ที่นี่ จะตาย...ก็ตายด้วยกัน!” สือเหล่ยที่เดิมเป็นคนอารมณ์ดีแต่ตอนนี้ดวงตาของกลับรื้นไปด้วยน้ำตา เขาลุกขึ้นยืน อยากจะหันกลับไปช่วย
“หัวหน้า! อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ!!!”เฟิงเยี่ยนเองก็พยายามจัดการสัตว์ปีศาจที่พุ่งเข้ามาข้างหน้าอย่างเต็มที่พลางหันกลับมาและตะโกนเสียงดัง
“ฮือ... เป็นไปได้อย่างไร?... เปลี่ยนเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?!” ดวงตาคู่งามของมู่หรงซินคลอไปด้วยน้ำตา จมูกของนางร้อนผ่าวนางเป็นนักรบหญิงที่อ่อนแอที่สุดที่นี่ ไร้ซึ่งพลัง ไร้ซึ่งหนทางในการรับมือ
ยามนี้ เช่นเดียวกับคนอื่นๆดวงตาของฉู่อวิ๋นแดงก่ำ เขากำหมัดแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ
พาลให้นึกถึงตอนที่เขาหนีออกจากเมืองไป๋หยางครั้งนั้น ชายชราผู้เที่ยงธรรมทั้งสามคน ผู้เฒ่าเหยา ผู้เฒ่าเฟิง และผู้เฒ่ากุ่ยขวางทางถ่วงเวลาไว้ให้เขา
เขาเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจมาตลอด
ไม่คิดว่า ตอนนี้ซ่งอี้เองก็ตัดสินใจแบบเดียวกันทำให้ฉู่อวิ๋นเจ็บปวดในใจอย่างมาก นัยน์ตาของเขาพร่ามัวจนมองเห็นม่านน้ำตาในอากาศ
ในโลกแห่งพลังยุทธ์ผู้อ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งเสมอ ช่างโหดร้ายยิ่งนักทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง และด้วยเหตุนี้ หัวใจที่กล้าหาญถึงได้เหี่ยวเฉา
ตอนนี้ฉู่อวิ๋นเห็นคนประเภทนี้ในผู้เฒ่าทั้งสามคนและหัวหน้านักรบรับจ้างนี่เป็นสิ่งที่หายากอย่างยิ่ง ล้ำค่าเกินคณาราวกับประกายไฟในมหาสมุทรอันโดดเดี่ยวที่ส่องสว่างใต้หล้าอยู่เสมอ
มู่หรงเจี๋ยเป็นมนุษย์ที่ยังคงมีเหตุผลและไม่มีทางฆ่าคนโดยไม่คิดอะไรแต่จระเข้กลืนฟ้านี้เป็นสัตว์ปีศาจ! มันดุร้าย รุนแรง และกระหายเลือดเกินจะหยั่งมันจะไม่มีวันเมตตาซ่งอี้เด็ดขาด!
“โฮก——!!”
เสียงดังที่น่าตกใจทำลายความคิดของฉู่อวิ๋นเขาเห็นจระเข้กลืนฟ้าที่อยู่ข้างหลังมีดวงตาสีแดงเลือด แลดูน่าตกใจมากมันอ้าปากอันกว้างใหญ่และกำลังจะกัดซ่งอี้ที่ยืนนิ่งอยู่บนน้ำ!
“ตึง ตึง!"
จระเข้กลืนฟ้ากระโจนเข้าหาอย่างดุเดือดกัดแม่น้ำด้วยปากอันมหึมาคลื่นน้ำกระจายออกและกระแทกเข้าหากำแพงภูเขาทั้งสองข้างทันทีเสียงกระทบของคลื่นลูกยักษ์ดังสนั่นน้ำในแม่น้ำกระเซ็นใส่เสื้อผ้าของทุกคนราวพายุฝนฟ้าคะนอง
เมื่อเห็นสิ่งนี้หัวใจของทุกคนก็เต้นระรัวด้วยความกลัวยามเมื่อสัตว์ปีศาจตัวนี้โจมตีช่างน่ากลัวจริงๆ!
โชคดีที่การโจมตีครั้งนี้ของมันไม่โดนซ่งอี้เขายืดตัวส่งตัวเองขึ้นไปบนอากาศได้อย่างหวุดหวิด ยกดาบมังกรเหล็กขึ้นสูงและต้องการใช้ทักษะดาบต่อสู้กับจระเข้กลืนฟ้า
“เจ้าสัตว์ร้าย! รับดาบของข้าไปกิน!”
“ควั่บ!”
ทันใดนั้นแสงดาบที่แวววาวก็รวมตัวกันราวกับแผ่นแสงสีทองตัดแยกท้องฟ้า ทรงพลังและดุร้ายและกำลังจะฟาดฟันลงมา!
“โฮก! โครม”
แต่ในยามนี้จระเข้กลืนฟ้าเองก็จ้องมองมาด้วยสายตาขี้เล่น จากนั้นก็สะบัดหางของมันในแนวนอนสาดน้ำโจมตีใส่ซ่งอี้จนกระเด็นออกไปไกล!
หางมหึมาดูหนักอึ้งแต่ก็รวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจร่างของซ่งอี้ถูกฟาดกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงภูเขาด้านหนึ่ง ก้อนหินนับไม่ถ้วนถล่มลงมาใส่เหล่ามนุษย์ที่ยืนอยู่กลางแม่น้ำ
“อึก..."ซ่งอี้รู้สึกชาไปทั้งตัว กระอักเลือดออกมา ณ ตรงนั้น
เมื่อกี้เขาล้มเหลวในการใช้ทักษะดาบพลังปราณจึงสะท้อนกลับเข้าสู่เส้นเลือดวิญญาณ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวและขณะเดียวกัน เขาก็ถูกจระเข้กลืนฟ้าโจมตีอย่างบ้าคลั่งจนกระแทกเข้ากับภูเขาแม้ร่างกายจะมีพลังยุทธ์ขั้นมหาสมุทรคอยช่วย แต่ก็ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี
“โฮก--"
จระเข้กลืนฟ้าฉายแววตาดุร้ายราวกับว่ามันสนุกไม่รู้จบหางยักษ์ของมันฟาดซ่งอี้จนอัดกับกำแพงภูเขาอีกครั้งอย่างเต็มกำลัง การปะทะนี้ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นก้อนหินปลิวกระจาย ทำให้เขากระอักเลือดจนเปื้อนไปทั่วตัว
“พี่ใหญ่!!!” สือเหล่ยตะโกนเสียงเศร้า ไม่ว่าใครก็หยุดไม่อยู่เขาปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์เกราะคู่ออกมา ร่างกายเปล่งประกายไปด้วยกระแสแสงก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าเพื่อสู้ตายกับจระเข้กลืนฟ้า
“แค่ก... แค่กแค่ก... เจ้า... อย่าเข้ามา!”ซ่งอี้แม้จะถูกหางยักษ์ของจระเข้กลืนฟ้าสกัดไว้ แต่เขายังคงตะโกนอย่างสุดกำลังพยายามหยุดสือเหล่ยจากการกระทำโง่ๆ
นักรบระดับห้าขั้นมหาสมุทรยังถูกจระเข้กลืนฟ้าตรึงเอาไว้ถ้าสือเหล่ยพุ่งเขาไปก็เท่ากับส่งเขาไปตาย
“พี่ใหญ่! ฮือฮือ...” แต่สือเหล่ยค่อนข้างดื้อรั้นแม้จะได้ยินเสียงตะโกนของซ่งอี้แล้วแต่เขาก็ยังมุ่งไปข้างหน้าหมายจะสังหารสัตว์ปีศาจด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งโดยไม่สนสิ่งใด
ทุกคนก้มหน้าลงหลั่งน้ำตาแต่ก่อนที่พวกเขาจะมีเวลาเศร้าใจ ฝูงสัตว์ปีศาจก็โจมตีเข้ามาจากทั้งสองฝั่งบนท้องฟ้ายามค่ำคืนก็มีนกบินอยู่รอบๆ ลำน้ำแคบๆพวกมันบินโฉบไปมาหาพวกเขาและส่งเสียงร้องไม่รู้จบ
พวกเขาอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้วสัตว์ปีศาจเองก็โจมตีเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันเยอะเสียจนเสียงคำรามราวกับคลื่นซัดเข้าฝั่งทำให้แก้วหูของผู้คนเจ็บแปลบขึ้นมาในเวลานี้พวกเขาแทบจะมองไม่เห็นทางน้ำอย่างชัดเจน
“ให้ตาย! ให้ตายเถอะ!!!!” ฉู่อวิ๋นกัดริมฝีปากกลิ่นคาวเลือดทำให้หัวของเขามีนไปหมด เขาเหวี่ยงกระบี่ชื่อยวนไปโดยสัญชาตญาณกระบี่กระแสดาราส่องสว่างสังหารสัตว์ปีศาจที่เข้ามาใกล้
ในเวลาเดียวกัน นักรบคนอื่นๆก็ลงมือทั้งน้ำตา แต่พวกเขากลับไม่สามารถฝืนตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าได้
ไม่นาน จำนวนสัตว์ปีศาจก็เพิ่มขึ้นพวกมันรวมตัวกัน ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับผีร้าย น่าสะพรึงเป็นที่สุดแม่น้ำทั้งสายคล้ายเป็นหุบเหวแห่งนรก สีดำสนิทปกคลุมไปทั่วพื้นที่
ซ่งอี้ถูกจระเข้กลืนฟ้าฟาดอีกครั้งจนเสียงดังโครมร่างของเขาจมลึกลงไปในกำแพงภูเขา กระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ทว่าเมื่อมองเห็นทุกคนที่ยังคงไม่วิ่งหนีดวงตาของเขาก็แดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกมา “เวรเอ้ย! ให้ตายเถอะ!!! ถ้าพวกเจ้าไม่ไปข้าจะฆ่าพวกเจ้าซะ! รีบไป! รีบไปสิ!!!"
“ข้าไม่ไป... ข้าไม่ไป!” สือเหล่ยตะโกนทั้งน้ำตา ส่ายหน้าพัลวันร้องไห้โฮราวเด็กแรกเกิด
“ไหนว่าจะไม่ขาดใครไปอย่างไรเล่า? หัวหน้าซ่ง... ท่าน... ท่านกลับกลอก!” ฉู่อวิ๋นตะโกนเสียงแหบแห้งสังหารสัตว์ปีศาจไปอีกหลายตัว เลือดพุ่งกระฉูดกระเซ็นใส่
“ข้า...แค่กแค่ก...ข้าซ่งอี้ มีหรือจะตายง่ายๆ? พวกเจ้าดูแคลนข้าเกินไปแล้ว! รีบไป!!!”
ทันใดนั้นดวงตาของซ่งอี้ก็เบิกกว้างขึ้น พลังปราณทั้งร่างของเขาระเบิดออกราวกับจะเผาผลาญมันเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ด้วยเสียงดังตึงเขาสกัดกั้นหางขนาดยักษ์ของจระเข้กลืนฟ้าด้วยดาบมังกรเหล็ก!ดวงตาของสัตว์ปีศาจเบิกกว้างและมันก็โกรธมาก
ทันใดนั้นซ่งอี้ก็เหมือนราชสีห์พิโรธ เขาทุบกำแพงภูเขาแล้วพุ่งเข้าใส่ทันทีดาบมังกรเหล็กเปล่งประกาย เปล่งรังสีอันทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและปะทะกับจระเข้กลืนฟ้า!
“ตึง!”
เมื่อหางและดาบปะทะกันคลื่นอากาศก็ระเบิดทันที พัดพาสัตว์ปีศาจและมนุษย์อีกสิบคนจนพลัดตกลงไปในแม่น้ำ
“พี่ใหญ่!!"
“หัวหน้าซ่ง!!"
ทุกคนตื่นตระหนก น้ำตาไหลอาบแก้มพวกเขารู้ว่าซ่งอี้ยังมีทางรอดกลับมาได้แต่ตราบใดที่เขายังคงรับมือจระเข้กลืนฟ้าอยู่ มันก็จะกลายเป็นทางตันแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาได้
“ไป… ไปกันเถอะ!!” ในเวลานี้ มีเพียงเฟิงเยี่ยนเท่านั้นที่นิ่งที่สุดแม้ว่าเขาเองทั้งเศร้าทั้งโกรธ แต่ในฐานะนักรบที่เป็นรองจากซ่งอี้เขาต้องสืบทอดเจตนารมณ์ของซ่งอี้และเป็นผู้นำทุกคนหลบหนี!
ทันใดนั้นมือของเฟิงเยี่ยนก็เปี่ยมไปด้วยพลัง หลังจากฆ่าสัตว์ปีศาจทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าแล้วเขาก็รีบกระโดดไปด้านหลังขบวนแล้วผลักทุกคนไปในทิศทางเดียวกัน!
“ตึง!”
ทันใดนั้นทุกคนก็ถูกรัศมีของขั้นมหาสมุทรผลักกระเด็นไปหลายก้าว
ในเวลาเดียวกันสัตว์ปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนก็โจมตีมาจากด้านหลัง พลังอันดุร้ายของพวกมันปรากฏแก่สายตาของทุกคนในทันทีซ่งอี้และจระเข้กลืนฟ้าก็ไม่ปรากฏให้เห็นอีกต่อไป
“อ๊ะ!! พี่ใหญ่...พี่ใหญ่!!”
“ไอ้สัตว์ปีศาจเวร...ไอ้จระเข้กลืนฟ้าเวรเอ้ย!”
“ไอ้สารเลว...สารเลว!!!”
ทุกคนเศร้าใจอย่างยิ่งหัวใจของพวกเขาเจ็บปวดเกินจะทานทน เสียงตะโกนดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ตอนนี้สัตว์ปีศาจกำลังหลั่งไหลมาในลำธารอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพวกเขาทำได้เพียงวิ่งทวนกระแสน้ำต่อไปเท่านั้น ไม่อาจหันหลังได้