ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 33 : บุกถล่ม หมาป่าโลหิต

    บางคนกำลังตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างที่สุด ส่วนบางคนก็กำลังตื่นตระหนก คนเหล่านี้ออกมาเพื่อแสวงหาความตื่นเต้นหฤหรรษ์สำเริงสำราญให้ตนเองอยู่แล้ว การได้เห็นภาพฉากการต่อสู้ดุเดือดเลือดสาด ยิ่งทำให้คนจำพวกนี้หัวใจเต้นแรงโดยไม่อาจระงับ พวกมันรีบหาทำเลเหมาะๆ จุดหลบซ่อนที่ปลอดภัย จากนั้นก็มองขึ้นไปยังชั้นสอง เห็นชายฉกรรจ์อาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งกำลังปิดล้อมชายหนุ่มวัยรุ่นที่มีเพียงแค่กำปั้นลุ่นๆ คนหนึ่งเอาไว้


    ถ้ามองจากภาพรวมอาจจะคิดว่า เด็กหนุ่มผู้อ่อนแอกำลังถูกปิดล้อมจากชายร่างใหญ่วัยฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งอยู่ ส่วนสาเหตุก็ไม่พ้นเรื่องการชิงรักหักสวาทของชายหนุ่มหญิงสาว แต่สภาพการณ์ที่แท้จริงกับคนละเรื่อง เด็กหนุ่มกำลังประเคนทั้งหมัดทั้งบาทาให้กับคู่ซ้อมอย่างพวกมัน ส่งผลให้เวลานี้พวกมันแต่ละคนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง บางคนร่างพาดอยู่กับราวระเบียง บางคนกระเด็นตกลงมาจากชั้น 2 บางคนม่อยกระรอกนอนสลบเหมือดอยู่บนพื้น สภาพของพวกมันไม่ต่างจากกระสอบทรายให้เด็กหนุ่มถลุงเล่นอยู่ฝ่ายเดียวยังไงยังงั้น


    หลังจากนั้นสถานการณ์อันโกลาหลในชั้นหนึ่ง ก็กลับกลายเป็นเรื่องปกติไปซะอย่างนั้น คนที่อยู่ด้านหลังกำลังส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน ถึงแม้กองเชียร์อย่างพวกมันจะไม่รู้ว่าคนๆเดียวจะสามารถเอาชนะคนจำนวนมากได้หรือไม่ แต่ด้วยเพลงหมัดเพลงมวยทักษะต่อสู้อันเหนือล้ำที่เขาแสดงออกมา ทำให้พวกมันต่างส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจเฉิงหยู่กันอย่างเมามัน! ในเวลาเดียวกันความกลัวที่เคยมีก่อนหน้านี้ได้เหือดหายไปจนสิ้น ตรงกันข้ามจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางภาพฉากราตรีนี้เต็มไปด้วยความคึกคักมากกว่าปกติ ผู้คนต่างส่งเสียงไชโยโห่ร้อง วี๊ดวิ้วผิวปาก ดังกึกก้องตลอดทั้งคืน


    ในเวลานั้นเอง แก๊งหมาป่าโลหิตได้รวมตัวกันอยู่บริเวณด้านนอกของชั้นหนึ่ง หลังจากรวมพลกันครบองค์ประชุมพวกมันก็รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เมื่อเห็นดังนั้นเฉิงหยู่จึงกระชากชายคนหนึ่งออกมาแล้วเตะจนมันกลิ้งลงบันได ด้วยน้ำหนักตัวที่โถมลงมาจากด้านบนให้พวกแก๊งหมาป่าที่กำลังขึ้นมา ร่นถอยหลังตกจากบันไดมานอนกองแอ้งแม้งรวมกันอยู่ด้านล่าง


    ถึงแม้ว่า เฉิงหยู่ คิดจะฆ่าไอ้พวกเศษเดนนี้ทิ้งไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ว่าเขาก็ไม่ใช่เป็นคนใจคอเหี้ยมโหดอำมหิตถึงขนาดนั้น การที่ผู้ฝึกตนอย่างเขาต้องมาต่อสู้กับคนธรรมดาอย่างนี้ ก็ถือว่าพวกมันบาดเจ็บสะบักสะบอมมากพออยู่แล้ว ส่วนคนที่เขาต้องการจะฆ่าจริงๆ ก็คือพวกสมาชิกระดับสูงของแก๊งหมาป่าโลหิตเท่านั้น


    ถึงจะรู้ว่าลูกกระจ๊อกพวกนี้จะไม่ใช่คนดี แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าคนอย่างพวกมันจนหมดโลกนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นโลกเซียนหรือว่าโลกมนุษย์


    ผู้มาใหม่ที่ตามมาสมทบ เห็นว่าสมาชิกร่วมแก๊งพรรคพวกของตนเองถูกเล่นงานจนนอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดท่าแบบนี้ ก็มองไปที่เฉิงหยู่อย่างหวาดกลัว มันรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเกินไป สามารถจัดการกับคนหลายสิบจนหมดสภาพเพียงตัวคนเดียว แม้แค่เสื้อผ้าพวกมันยังไม่สามารถแตะต้องได้เลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ไม่มีใครกล้าโชว์เหนือพุ่งเข้าไปหาเขาเพียงลำพัง พวกมันต่างดุนดันไปมาเกี่ยงให้อีกคนขึ้นไป ในเวลานี้พวกมันค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นไปหาเฉิงหยู่อย่างช้า ด้วยอารมณ์กล้าๆกลัวๆ


    ณ ห้องสังเกตการณ์ชั้นที่ 3 เมื่อได้รับข่าวคราวฉินชางไห่ได้พา หลินยวีฮั่น และคนอื่นๆ มาที่ห้องสังเกตการณ์ เมื่ออยู่ภายในห้องๆนี้จะสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเฉิงหยู่ ภาพหน้าจอมอนิเตอร์ได้แสดงให้เห็นว่าตอนนี้กลุ่มอันธพาลได้นอนกองแอ้งแม้งอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ บางคนแสดงท่าทีขยาดกลัวเกินกว่าที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้า ฉินชางไห่ทั้งกังวลทั้งโมโห เพราะไม่คิดว่าเจ้าเด็กหน้าล่ะอ่อนจะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ ขนาดมันเรียกกองหนุนมาช่วยเหลือแก๊งหมาป่ามาแล้วแท้ๆ กลับยังโดนจัดการสภาพไม่ต่างกัน สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นกฌคือทั้งหมดถูกจัดการด้วยฝีมือของเฉิงหยูเพียงคนเดียว


    หลังจากต่อสู้กันมาได้ระยะหนึ่ง คนของตัวเองนั้นก็ล้มหายตายจากไปมากกว่าครึ่ง แต่เจ้าหนุ่มเฉิงหยูกลับไม่บุบสลายหรือไร้รอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อยนิด ไม่มีใครสามารถแตะต้องประชิดตัวเขาได้เลย นี่มันชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว!


    จะมีอะไรน่าขายหน้าไปกว่านี้อีกไหม? ถึงแก๊งหมาป่าโลหิตจะไม่ใช่แก็งที่ใหญ่ที่สุดในหยุนไห่ก็ตาม แต่ก็เป็นครั้งที่ใหญ่พอตัวมีสมาชิก 500 - 600 คนเลยทีเดียว จากจำนวนคนก็การันตีให้เห็นๆอยู่แล้วว่าไม่ใช่แก๊งกระจอกงอกง่อย แต่กลับถูกเด็กหนุ่มน่าละอ่อนเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ ช่างน่าอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ถ้าข่าวแพร่กระจายออกไปแก๊งหมาป่าโลหิตจะยังมีที่ยืนอยู่ในหยุนไห่ได้เช่นไร


    “เรียกทุกคนข้างนอกมาให้หมด! แล้วให้ทุกคนที่อยู่ชั้น 3 เอาปืนลงไปด้วย ฉันไม่เชื่อว่าไอ้หนุ่มนี่มันยังจะอึดอยู่ได้ ฉันมาถึงแล้ว...เจ้าหนุ่มนั่นมันจะต้องตาย ”


    “พี่ใหญ่ จะให้ผมออกไปจัดการมันไหม!? ” หมาป่าคลั่งเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น มันไม่เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อสักครู่ผ่านกล้องวงจรปิด มันเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่านฝีมือดีกันยากจะต้านรับ ส่งผลให้เวลานี้มันรู้สึกคันไม้คันมืออย่างที่สุด แทบอดใจไม่ไหวที่จะกระโดดเข้าไปร่วมวงต่อสู้ มันอยากจะรู้นักว่าฝ่ายตรงข้ามจะมี 3 เศียร 6 กรหรือมีฤทธิ์มีเดชมากสักแค่ไหนกันเชียว?


    “ไม่ต้อง! ให้พวกเด็กๆจัดการเถอะ ฝีมือของเด็กนี่ไม่ใช่ย่อยๆ เราสู้มันไม่ได้หรอก แต่ฉันก็ไม่เชื่อว่าไอ้เด็กนี่มันจะเก่งถึงขนาดหลบลูกกระสุนได้ เรานั่งดูมันถูกเชือดอยู่ที่นี่แหละ อย่าลืมว่าเรายังมีไม้ตายอยู่อีก ” ฉินชางไห่พูดเปล่ามันไม่ชี้นิ้วไปทางหลินยวี่ฮั่น ผู้ซึ่งเป็นไม้ตายของมัน


    หลินยวี่ฮั่นได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกัน แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลังเลิกเรียนของเย็นวันนี้อยู่ๆคนกลุ่มดังกล่าวมาจับตัวเธอเอามาขังไว้ที่นี่ มันจับเธอมาขังไว้เฉยๆ ในห้องๆหนึ่ง ไม่มีใครทำร้ายหรือพูดอะไรกับเธอเลย


    แล้วเมื่อสักครู่ก็มีคนพาตัวพามาที่นี่ หลินยวี่ฮั่นหวาดกลัวจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ดูเหมือนจะมีลูกพี่ใหญ่ควบคุมอยู่ภายในห้องสังเกตการณ์นี้ เธอไม่รู้ว่าพวกมันกำลังทำอะไร พวกเขาเพียงแค่มองเธอเฉยๆโดยไม่ทำอะไร


    หลินยวี่ฮั่นเห็นว่าพวกมันจ้องมองจอมอนิเตอร์เขม็ง เธอก็เลยต้องมองไปที่จอด้วย แต่แล้วข้างบนนั้นทำให้เธอตื่นเต้นสุดๆ ภาพที่ฉายบนจอมอนิเตอร์คือภาพของ เฉิงหยู่ กำลังต่อสู้กับคนจำนวนมาก ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเฉิงหยู่จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร


    ทันใดนั้นเธอก็ต้องตกตะลึง แม้ว่าเธอจะเคยเห็นฝีมือการต่อสู้ของเฉิงหยู่มาบ้างแล้ว แต่เธอก็คิดว่าไอ้คนพวกนั้นเป็นแค่ลูกกระจ๊อกชั้นปลายแถว แต่พอเห็นว่าคนกลุ่มนี้มีอาวุธครบมือ ในเมืองของพวกมันกลับท่อเหล็กราวกับว่าต้องการเอาเขาให้ตาย ภาพนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกกังวลใจมากทีเดียว


    แต่สุดท้ายทุกอย่างก็พลิกล็อค ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่เธอคิดหรือหลงกังวล เฉิงหยู่สามารถเอาชนะไอ้โคตรนักเลงกระจอกได้อย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก เขาอัดพวกมันซะน่วมนอนกองสลบเหมือดอยู่บนพื้นอย่างไม่เป็นท่า ถึงแม้จะตกตะลึงกับฝีมือความสามารถ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจอย่างที่สุด สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นแล้วสงสัยว่าเพราะอะไรคนพวกนี้ถึงต้องจับตัวเธอมา แล้วทำไมเฉิงหยู่ถึงรู้ว่าเธอถูกจับมาไว้ที่นี่


    แต่คำถามเหล่านี้ก็ได้คำตอบด้วยเวลาเพียงไม่นาน หลังจากได้ยินคำพูดของฉินชางไห่ ก็ทำให้เธอมาถึงบางอ้อเข้าใจเข้าใจทุกอย่าง สรุปย่อๆพวกมันคือคนจากแก๊งหมาป่าโลหิต แล้วเจียงหมิงก็คือคนที่พาแก๊งหมาป่าโลหิตมา เมื่อไตร่ตรองอย่างรอบคอบเธอก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวทีละเปราะ


    เมื่อวิเคราะห์ประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด เธอจึงรู้ว่าเหตุผลที่ทำให้เฉิงหยู่ต้องตกอยู่ในอันตรายก็เพราะมาช่วยเหลือเธอ ยิ่งได้ยินว่าฉินชางไห่สั่งให้ลูกน้องพกปืนไปด้วย หมายเข่นฆ่าเอาชีวิต เฉิงหยู่ให้ตาย สีหน้าของหลินยวี่ฮั่นก็ซีดเผือด หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างกายสั่นสะท้าน


    ต่อให้เฉิงหยู่จะเก่งกาจมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าต้องมาสู้กับปืนใครจะไปสู้ได้ เขาจะต้องตายเพราะมาช่วยเธอแท้ๆ แล้วเธอจะมีหน้าไปบอกกับครอบครัวเขายังไง


    “การที่ไอ้หนุ่มคนนี้ใจกล้าบ้าบิ่นบุกมาที่นี่คนเดียว ก็เพราะมันห่วงยัยเด็กนี่ ถ้าเรายังจัดการมันไม่ได้จริงๆ เราจะใช้ยัยเด็กนี่บีบมัน ยังไงมันก็ต้องตาย ” ฉินชางไห่กล่าวพลางสายตาก็เหลือบมองไปทางหลินยวี่ฮั่น มันยิ้มอย่างชั่วร้าย ขณะที่เธอกำลังร่ำไห้ด้วยความเสียใจ


    “แหม่ๆๆ ...พี่ใหญ่∼ ดูๆไปสาวน้อยคนนี้ก็หน้าตาสวยไม่เลวทีเดียว อะแฮ่มๆ พี่เก่งกว่าไอ้พวกที่อยู่ข้างล่างนั้นเยอะนะ ไม่ทราบว่าน้องสนใจมาเป็นเมียพี่หรือเปล่าจ๊ะ? พี่น่ะ...ชอบเด็กนักเรียนไร้เดียงสาอย่างน้องที่สุดเลยนะจ๊ะ ” หมาป่าคลั่งยิ้มกรุ้มกริ่มพูดจาลวนลาม


    “ฮ่าๆ รอจัดการเจ้าหนุ่มนั่นให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน ถึงเวลานั้นแกจะเอาไปยัยเด็กนี่ทำเมียก็เรื่องของแก ” ฉินชางไห่พูดไปหัวเราะไป สำหรับพวกมันเฉิงหยู่ต้องตายแน่ๆอยู่แล้ว


    หลินยวี่ฮั่นยิ่งได้ยินคำพูดของทั้งสองก็เกิดกลัวหนักเข้าไปใหญ่ เธอไม่คิดว่ามันจะไม่ยอมลามือแบบนี้ ทั้งๆที่พวกมันฆ่าเฉิงหยู่ไปแล้วแท้ๆ เธอตัดสินใจว่าต่อให้ต้องตายก็จะไม่ยอมให้พวกมันได้สมหวัง


    พอเฉิงหยู่เห็นว่าพวกมันไม่มีกล้าบุกเข้ามาแล้ว เขาก็เลิกสนใจพวกมันแล้วมุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นที่สามทันที ส่วนด้านบนคนกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกันอยู่ชั้นที่ 3 ในมือถือจับอาวุธปืนกันทุกคน เฉิงหยู่รู้ว่าในมือของพวกมันคือปืนเพราะข้อมูลอยู่ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมอยู่ก่อน นี่คือหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ผู้คนในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนบำเพ็ญตนอย่างหนักเป็นเวลาหลายร้อยปี เพียงแค่มีอาวุธชนิดนี้ก็เสมือนดั่งติดปีกบินแล้ว


    อย่างไรก็ตามเขายังไม่ทดสอบอนุภาพของมันจริงๆเลย เวลานี้พวกมันเห็นว่าเฉิงหยู่กำลังมุ่งหน้าสู่ชั้นที่ 3 พวกมันจึงตั้งท่าเตรียมพร้อมยิง ทันทีที่มันเห็นเฉิงหยู่ก็เริ่มเปิดฉากยิง “ปัง ปัง ปัง” เสียงปืนดังก้องสนั่นบนชั้น 2


    พอฝูงชนด้านล่างได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้น ต่างก็พากันตื่นตระหนกหวาดกลัว เสียงนี้บ่งบอกว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่ากระสุนไม่มีตา หากสุ่มสี่สุ่มห้าไม่รู้เรื่องรู้ราวเผลอๆไข้โป้งอาจจะถามหาตัวเองเอาง่ายๆ ด้วยเหตุนี้กองเชียร์จำเป็นจึงส่งเสียงกรีดร้องตะโกนวิ่งหนีตายออกมาจากไนต์คลับ แต่อย่างไรก็ตามทุกที่ที่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ย่อมมีคนไม่กลัวตายปรากฏอยู่เช่นกัน คนกลุ่มนี้ยังคงพยายามหาที่เหมาะๆ เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไป การต่อสู้ดังกล่าวมันสมจริงเสียยิ่งกว่าละครแล้วพวกมันจะพลาดเหตุการณ์มันส์ๆ อย่างนี้ไปได้อย่างไร แถมยังมีเบียร์ฟรี กับแกล้มฟรีบนโต๊ะให้กิน มันต้องอย่างนี้แหละเรียกว่าโรงหนัง 3 มิติที่แท้จริง! ความสนุกเรียกได้ว่าระดับวีไอพี!


    แม้ว่าเฉิงหยู่จะไม่รู้ประสิทธิภาพของมัน แต่เขาก็ไม่ได้โง่มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วพี่เขาจะสู้กับอาวุธนี้แบบตัวเปล่าๆ เฉิงหยู่ จึงปลดปล่อยปราณจิตแผ่ปกคลุมพื้นที่ เพื่อตรวจสอบดูทุกการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ผนวกกับความเร็วการเคลื่อนที่ๆ รวดเร็วมากของเขา อย่าทำให้เขาสามารถหลบหลีกลูกกระสุนและเข้าโจมตีพวกมันได้


    ถึงแม้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับอาวุธยุคปัจจุบัน แต่ความต่างชั้นของแต่ละคนนานมากโขจนไม่อาจจะวัดได้ อาวุธประเภทนี้อาจมีประโยชน์สำหรับคนธรรมดา แต่เขาเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรจะมาหวาดกลัวกลับอาวุธปืนขี้ปะติ๋วนี้ได้ยังไง หากมานั่งหวาดกลัวกับอาวุธพวกนี้ คงเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี


    เฉิงหยู่หลบหลีกลูกกระสุนด้วยการเคลื่อนไหวแบบซิกแซก แล้ววิ่งเข้าชาร์ตพวกมันอย่างรวดเร็ว เมื่อประชิดตัวเข้าระยะเขาก็ซัดฝ่ามือใส่พวกมันทันที ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อทันใดนั้น “อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!” อาวุธปืนที่เคยถูกจับอยู่ในเมืองได้ร่วงตกลงสู่พื้น ผสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวนต่อเนื่อง สภาพของพวกมันแต่ละคนแข้งแขนขาหักไปตามๆกัน เลือดไหลอาบเป็นทางการหยดลงสู่พื้น เวลานี้บนพื้นนั้นถูกอาบชะโลมไปด้วยเลือดสีแดงฉานของพวกเหล่านั้น


    ส่วนคนที่ยังอยู่ได้รีบเก็บปืนขึ้นมาจากพื้น หลังจากนั้นก็รีบถอยฉากวิ่งขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ไป


    “ปัง!” ฉินชางไห่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ตบมือลงบนโต๊ะฉาดใหญ่ ร่างกายสั่นสะท้านไม่อาจรู้ได้ว่ามันกำลังโกรธหรือกำลังหวาดกลัวกันแน่ มันรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาๆ จะจัดการลงได้ด้วยปืน


    “มา มากับอั๊วเดี๋ยวนี้!” มันตะโกนดังลั่นห้อง แล้วพาตัวเธอออกมา


    “หยุดเดี๋ยวนี้!” เฉิงหยูกำลังบุกทะลวงขึ้นสู่ชั้น 3 หลังจากจัดการกับพวกที่มีปืนทั้งหมด ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากชั้น 3


    เมื่อมองขึ้นไป เฉิงหยู่ ได้เห็นชายวัยกลางคนและชายร่างใหญ่เดินออกมาจากห้องๆหนึ่ง หนึ่งคนในนั้นกำลังจ่อปืนมาที่หัวของหลินยวี่ฮั่น


    หลินยวี่ฮั่นถูกปิดปากเอาไว้ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสอง เมื่อเห็นอย่างนั้นเฉิงหยู่ก็เจ็บใจถึงขีดสุด พร้อมกับส่งสายตาบอกเธอว่าให้เชื่อใจเขา จากนั้นก็เบนสายตาจ้องมองไปบนร่างของชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด “ แกคือลูกพี่ใหญ่ของแก๊งหมาป่าโลหิตสินะ?”


    “เออ... แล้วจะทำไม! เด็กเหลือขออย่างแกมันสมควรตาย! แกทำให้คนของฉันบาดเจ็บมากมาย แต่ฉันคงต้องชื่นชมและยอมรับในฝีมือของแก แกนี่มันเก่งจริงๆเลยว่ะ ฉันรู้...ว่าแกเป็นห่วงในเด็กคนนี้ใช่ไหมล่ะ ” ฉินชางไห่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


    “แกคิดว่าฉันไม่มีทางอื่นแล้วสินะ เห็นทีคงต้องฆ่าแกทิ้งสถานเดียวซะแล้ว ? ”


    “ถ้าอย่างนั้น...แกก็ต้องไปวันนี้เหมือนกัน ฉันจะไม่ปล่อยแกให้มีชีวิตกลับไปเด็ดขาด! ”


    “ฮ่าๆ แกรู้อะไรไหม? ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากฆ่าแกเลย ฉันเคยเตือนแกนะว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก แต่พวกแกก็โง่ดักดานยังตามเกาะแกะตอแยฉันไม่เลิกไม่รา แกคิดว่ามีคนเยอะกว่า มีปืนอยู่ในมือแล้วจะเก่งกับใครก็ได้หรือไง?”


    “หึ! แล้วจะทำไม ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ฉันทำได้ ฉันแค่พยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกอาจหลบกระสุนได้ ฉันถึงได้เตรียมแผนสำรองไว้ยังไงล่ะ ขอดูหน่อยสิว่า คนเหนือมนุษย์อย่างแกจะช่วยให้ยัยนี่รอดพ้นจากคมกระสุนได้หรือเปล่า?” ฉินชางไห่พูดแล้วก็เล็งปากกระบอกปืนไปที่ หลินยวี่ฮั่น


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ ที่คุณอ่าน