กำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์

    ตอนที่ 97

    ตอนที่ 97

            หลังจากมีข่าวว่าได้พบคนผู้หนึ่งซึ่งหลงเหลือในดินแดนซากวิหารโบราณที่ยังคงติดค้างอยู่ในนั้นเพียงลำพังข่าวนั้นก็ดัง ครึกโครมไปทั่วทั้งสำนักพวกเขาต่างก็อยากจะได้พบใบหน้าคนผู้นั้นว่าเขาคือใครกันใช่คนที่สังหารคนด้วยความเลือดเย็นเหรอไม่

            “ข้าอยากรู้นักใช่คนที่พวกเราเจอเหรอไม่ หากเป็นคนผู้นั้นข้าจะสมน้ำหน้าขอให้มันตายอยู่ในคุกไม่ต้องออกมาพบแสงเดือนแสงตะวันเลย”

            “ข้าก็เหมือนกันหากเป็นคนผู้นั้นข้าขอสาปแช่งมันให้มันทุกข์ทรมานอยู่ในนั้น”

            พวกคนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นต่างก็พูดในแนวเดียวกันและคนที่ได้ถูกกระทำให้รับบาดเจ็บเหรอทุกข์ทรมานใจจากการสิ้นสหายในครั้งนั้นต่างมีความเคียดแค้นต่างสาปแช่งไปต่าง ๆ นานา

            ทางด้านม่วนเต๋อหลังจากถูกรักษาตัวไปอยู่หลายวันอาการก็เริ่มดีขึ้นจึงเดินออกมาสูดบรรยากาศข้างนอก  เขาได้ยินศิษย์น้องเล่าเรื่องที่พวกอาวุโสทั้ง 8 จับคนได้ผู้หนึ่งแล้วตอนนี้คนผู้นั้นก็ถูกขังอยู่ในคุกชั้นได้ดินไปแล้ว 

            “ว่าแต่คนผู้นั้นที่ถูกจับตัวขังไว้มีนามว่าอะไร” ม่วนเต๋อเอ่ยกล่าวถามขึ้นเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนผู้นี้เป็นใครมาจากไหนเหตุใดถึงได้เก่งนักทั้งที่อายุยังน้อยแต่มีความสามารถทำให้สำนักปั่นป่วนได้ย่อมไม่ธรรมดา

            “ข้าได้ยินท่านอาจารย์บอกว่าคนที่ถูกจับตัวนั้นชื่อว่า เอ่อ..ชื่อว่า ไป๋เหอ” 

            ชายหนุ่มนึกคิดชื่ออยู่นานกว่าจะคิดออก แต่เมื่อเขากล่าวออกไปสีหน้าศิษย์พี่ม่วนเต๋อกลับตกใจ

            “เจ้าว่าอะไรนะ!!  คนที่ถูกจับขังคุกอยู่ใต้ดินชื่อ ไป๋เหอเหรอ"

            ม่วนเต๋อราวกับนึกขึ้นได้ว่าคนที่ได้ร่วมต่อสู้กับเขาและเขาเคยช่วยเหลือให้หนีไปนั้นได้บอกชื่อเขาครั้งหนึ่งเขายังจำได้ดีกับคำพูดนั้น

            “ศิษย์พี่เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอเหตุใดทำหน้าเช่นนั้น ท่านควรจะดีใจไม่ใช่เหรอคนที่โหดเหี้ยมเช่นนั้นถูกจับมาได้” ศิษย์น้องร่วมสำนักไม่เข้าใจถึงสาเหตุการแสดงสีหน้าตกใจเช่นนั้นจึงมองดูด้วยความสับสน

            “ไม่ได้ข้าจะต้องไปพบอาจารย์เป็นการด่วน” 

            ม่วนเต๋อรีบออกไปพบอาจารย์ของเขาอย่างรวดเร็วเขาต้องการอยากพบคนผู้นั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ผิดคนหากเป็นชายคนนั้นเขาจะได้เป็นพยานกันตัวออกมา   

            ทางตำหนักวิมานเมฆนั้นหลังจากที่หลินจ้าวเหยานั่งสมาธิอยู่ในตำหนัก ถึง 7 วัน นางก็ลืมตาตื่นขึ้นช้า ๆ แล้วเดินออกนอกตำหนักทอดสายตามองออกไปไกลราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนที่จะได้ยินเสียงที่นางคุ้นเคยเป็นประจำ

            “ท่านอาจารย์”

            “ว่าอย่างไร” นางหันไปตามน้ำเสียงที่เรียกนางก็ได้เห็นศิษย์ไป๋อวี้เดินเข้ามา

            “ตอนที่ท่านเข้าสมาธิอยู่นั้นทางผู้อาวุโสทั้ง 8 ได้ให้คนมาแจ้งว่าได้จับตัวคนผู้หนึ่งไว้ได้ เป็นคนที่อยู่ในซากวิหารและได้สอบถามจนรู้ว่าคนผู้นี้เป็นคนตระกูลเฉินมีนามว่า ไป๋เหอ”

            หลังจากได้ฟังชื่อคุ้นหูนี้หญิงสาวถึงกับหูผึ่งเพราะชื่อนี้นางคุ้นหูดีว่าเคยได้ยินจากซากวิหารโบราณจนเมื่อนางคิดได้ว่าเขาคือคนที่นางช่วยเหลือไว้ในตอนนั้นตัวนางก็รีบหายจากตรงหน้าของศิษย์มุ่งหน้าไปที่อาวุโสทั้ง 8 ชอบนั่งเล่นกันอยู่ประจำ

    เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 8 ในตอนนี้กำลังนั่งเล่นหมากล้อมหรือบางคนก็กำลังนั่งสนทนากันอยู่นั้น คลื่นความเร็วที่พวกเขาสัมผัสต่างก็ได้มองไปอีกด้านนั้นพร้อมเพรียงกันพวกเขาถึงกับลุกขึ้นยืนเดินมาต้อนรับเมื่อเห็นผู้มาเยือน

            “คารวะท่านอาวุโสหลินจ้าวเหยา”

            “คารวะท่านอาวุโสทั้ง 8” 

            หญิงสาวค้อมตัวคารวะคนทั้ง 8 เช่นกันแม้นางจะมีพลังตบะสูงส่งกว่าคนทั้ง 8 แต่นางก็ให้ความเคารพพวกเขาไม่ต่างกันกับที่พวกเขาให้ความเคารพนางเช่นกันด้วยตำแหน่งต่างเป็นอาจารย์เช่นกันไม่ได้แบ่งแยกชั้นพลัง

            “เหตุที่ท่านมาที่นี่และสีหน้าที่ท่านแสดงออกนั้นดูเหมือนว่าจะมีเรื่องกังวลไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ” 

    ซวงเจี้ยงเอ่ยกล่าวขึ้นเมื่อได้มองเห็นใบหน้านั้นและอาวุโสทั้ง 7 ก็ไม่ต่างกัน

            “เรื่องที่พวกท่านจับตัวคนผู้หนึ่งได้นั้นข้าเพียงอยากมาเห็นว่าท่านจับใครมาได้กัน” น้ำเสียงของนางเอ่ยกล่าวเรียบนิ่งจ้องมองเหล่าผู้อาวุโสทั้ง 8 ด้วยสีหน้าของความกังวลนางสัมผัสได้ในแววตาพวกเขา

            “เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่อยู่ในซากวิหารและพวกข้าก็แปลกใจอย่างมากเหตุใดเด็กหนุ่มผู้นี้ถึงมีชั้นพลังที่ต่ำต้อยไม่เหมือนกับยอดฝีมือที่สามารถฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมได้” เหวินซือกล่าวขึ้นมาบ้างตัวเขาเองก็สงสัยตัวบุคคลนี้แต่ก็ไม่ได้สืบข่าวต่อ

             “แล้วพวกท่านคิดว่าจับตัวคนที่บงการถูกแล้วเหรอ”

    คำถามของนางนั้นทำให้อาวุโสทั้ง 8 เกิดชะงักฉุกคิดขึ้นว่าพวกเขาเหมือนจะไม่ได้สอบสวนให้รอบคอบกว่านี้

    ต่างคนก็ต่างนิ่งเงียบเมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจับตัวคนถูกเหรอไม่ พวกเขาลืมเรื่องเด็กหนุ่มผู้นี้โดยสิ้นหากผู้อาวุโสหลินจ้าวเหยาไม่เอ่ยกล่าวอีกครั้งพวกเขาก็คงหลงลืมไปแล้ว  พอได้ยินเช่นนั้นเหล่าอาวุโสทั้ง 8 ก็พลันนึกถึงเด็กหนุ่มที่โดนพวกเขาจับตัวมาอย่างง่ายดายมันไม่น่าจะใช่แล้ว

            อาวุโสทั้ง 8 พาอาวุโสหลินจ้าวเหยาไปดูคนที่พวกเขาจับได้เด็กหนุ่มผู้นี้ถูกจับขังคุกอยู่ในที่แห่งนี้ไปแล้ว 7 วัน 

    หลังจากเปิดประตูคุกได้หญิงสาวเมื่อเห็นคนผู้นั้นจิตใจนางก็เกิดนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซากวิหารทันที

            “ปล่อยตัวเขาเดี๋ยวนี้เขาไม่ใช่ผู้บงการคนนั้น”

            เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ ผู้อาวุโสที่ดูแลคุมอยู่ในคุก 3 คนที่ร่ายคาถากำกับก็เปิดประตูนี้ทันทีพวกเขาต่างหน้าซีดเผือดเพราะหลังจากที่ได้เอาคนผู้นี้มาขังคุกพวกเขาก็ปล่อยให้อดข้าวอดน้ำมาตลอดโดยไม่ได้สนใจเลย

            หลังจากหลินจ้าวเหยาได้เห็นคนที่ถูกเอาออกมามีสภาพใบหน้าดูอิดโรยหญิงสาวก็เกิดใจนึกสงสารจะพาลโกรธผู้อาวุโสทั้ง 8 ตรงๆก็ไม่ได้ได้แต่แอบตำหนิผู้อาวุโสทั้ง 8 ในใจที่ไม่ยอมตรวจสอบให้ดีเสียก่อนจะนำมาขังคุกไว้เช่นนี้ แถมเขายังคงเป็นมนุษย์ที่จะต้องดำรงชีวิตด้วยอาหารยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะใช้โอสถในการดำรงชีวิตจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอหลังจากไม่ได้รับอาหารเข้าไป  ก่อนที่นางจะยัดอะไรบางอย่างเข้าไปในปากของเขามันเป็นโอสถชนิดหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติดังเดิม

            เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 8 หลังจากได้มองเห็นสภาพคนที่ตนจับมาขังแล้วรู้สึกหน้าเสียยิ่งนักที่ไม่ยอมตรวจสอบให้แน่ชัดมันทำให้คนบริสุทธิ์ผู้หนึ่งต้องมารับเคราะห์กรรม  หากคนผู้นี้ตายไปพวกเขาก็คงจะรู้สึกผิดยิ่งนัก

            ไป๋เหอนั้นหลังจากออกจากคุกได้ตัวเขาเองถูกพาไปยังตำหนักธาตุพิเศษเพื่อพักผ่อนอยู่ที่นั่นจนกว่าจะหายดี 

            ทางด้านม่วนเต๋อหลังจากมาพบกับอาจารย์และก็ได้รู้ว่าถูกอาวุโสหลินจ้าวเหยาพาไปดูแลตัวเขาเองก็คลายความกังวลใจและได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่ได้สู้กับชายลึกลับให้อาวุโสทั้ง 8 ฟัง  พวกเขาคิดว่าหากเด็กหนุ่มผู้นั้นหายดีแล้วพวกเขาก็จะไปขอโทษทันที

    สหายทั้ง 5 คนเมื่อได้รู้ว่าคนที่ถูกจับขังคุกนั้นเป็นไป๋เหอพวกเขาก็กังวลใจอย่างมากแล้วพอได้รู้ว่าถูกปล่อยตัวแล้วพวกเขากลับดีใจอย่างมากคิดว่าจะต้องพากันไปหาไป๋เหอแต่พอบอกว่าไป๋เหอถูกพาไปรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักวิมานเมฆก็ไม่กล้าไปรบกวนเพราะเป็นสถานที่ที่คนนอกไม่ควรเข้าได้แต่รอให้ไป๋เหอออกมาหาพวกเขาเอง

            ทางด้านชายลึกลับที่ถูกขังไว้ในคุกเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มได้ถูกปล่อยตัวออกไปแล้วก็ยิ้มมุมปากน้อยๆ และคิดถึงคำพูดที่ตนเองได้คุยกับเด็กหนุ่มนั้นไว้และคิดว่าเจ้าเด็กนั่นคงไม่คิดทรยศเขา