บทที่15 การต่อสู้และการหลอกลวง พาร์ท3
“ฮ่าฮ่าาา!!!!.. ฮาฮ่าฮ่าาาา!!! “
“??!!??“
จู่ๆโทบี้ก็หัวเราะออกมา!!
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเพื่อการหลอกลวงโทบี้นั้นคอยสังเกตสีหน้าของแจ็คตลอดเวลาอยู่แล้ว และเมื่อเขาทำลายเกราะกำบังของตน เขาได้สังเกตเห็นว่าสีหน้าของแจ็คนั้นตกตะลึงอย่างมาก
เมื่อคิดถึงสิ่งที่ิอาคอนคอยสอนเขามา เขาจึงเข้าใจและมีความมั่นใจกับแนวทางที่ตนเลือกอย่างแท้จริง
สำหรับโทบี้นั้นแม้จะเชื่อว่าอาคอนพูดถูกและเขาเลือกที่จะทำตามแต่ในลึกๆแล้วเขาก็ยังคงต่อต้านวิธีการนี้
แม้ว่าเขาจะกังวลกับวิธีการขโมยและหลอกลวงแต่ดูเหมือนว่าความกังวลนั้นจะไม่ใช่จากศีลธรรมในตัวเขา อย่างน้อยก็จนถึงเมื่อครู่ ความกังวลของเขาน่าจะมาจากผลลัพธ์มากกว่า
แต่เมื่อเขาเห็นผลลัพธ์ที่ได้ นั่นมากพอที่จะคลายกังวลจนเขาถึงกับหัวเราะออกมา
‘นี่สินะสิ่งที่ชายคนนั้นต้องการให้ข้าเห็น นี่คือเหตุผลที่เขาทิ้งข้าไว้ที่นี่ เพื่อขจัดความสงสัยทั้งหมดที่ข้ามี’
วิธีการต่อสู้ที่อาคอนสอน ขโมยเพื่อหาข้อมูล ใช้สิ่งที่ขโมยมาเพื่อใช้เป็นพลังของตัวเอง เปลี่ยนคุณสมบัติมันด้วยรูนเพื่อให้ฝั่งตรงข้ามประหลาดใจ ใช้ความประหลาดใจนั้นเป็นสิ่งลวงตาที่ลวงหลอกศัตรูและข่มความสามารถจริงของศัตรูไว้ จากนั้นจึงใช้อาวุธที่มาพร้อมกับคำลวงที่ซุ่มซ่อนปิดฉากทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าให้โทบี้เห็น
เพราะความประหลาดใจครั้งล่าสุดเหนือความคาดหมายของโทบี้โดยสิ้นเชิง นั่นทำให้โทบี้ได้ตระหนักว่ากลยุทธ์ดังกล่าวได้ผลขนาดไหน
สิ่งที่แจ็คประหลาดใจนั้นเข้าใจได้ เกราะที่อยู่ดีๆก็แกร่งขึ้นจนการโจมตีพร้อมกันของจักรกลหลายตัวก็ไม่สามรถทะลวงผ่าน จู่ๆก็ถูกเด็กชายคนหนึ่งโจมตีจนแหลกกระจุย พลังที่ทำเช่นนั้นได้คงจะน่าประหลาดใจไม่น้อย
เพียงแต่ว่าโทบี้ไม่เคยคาดการณ์การตกใจครั้งนี้ของแจ็คไว้เลย และเขาเข้าใจความหมายของการตกใจครั้งนี้ดีว่ามันจะส่งผลต่อสถานการณ์ในสมรภูมิต่อจากนี้อย่างไรนั่นจึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
การประหลาดใจครั้งแรกและการหลอกหลวงอื่นๆ ที่แจ็คได้รับนั้นเกิดจากอาคอนส่วนหนึ่งนั่นทำให้โทบี้ไม่ได้ตระหนักถึงผลลัพธ์ที่ตนเองสามารถสร้างได้
มันไม่เหมือนกันในครั้งนี้ โทบี้สร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาเองด้วยทักษะการจารึกรูนของตน และทักษะการหลอกลวงของตน มันทำให้เขารู้สึกถึงความสำเร็จและมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
‘ตอนนี้ฉันถึงรู้ว่าควรทำอะไร… ไม่ใช่การหลอกลวงเพื่อแค่ถอยหนีแบบนั้น..ฉันทำได้มากกว่านั้น’
โทบี้ไม่ได้ตัดสินใจที่จะสลักส่วนสุดท้ายของรูนแสงที่ยังไม่เสร็จตามแผนเดิม แผนเขาเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่เห็นปฏิกิริยาของแจ็ค
ในตอนนี้เขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับแจ็คแทน เขาเปิดเผยหน้าตาของตัวเองให้แจ็คเห็นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่แจ็ค คนที่เป็นนักเรียนระดับต้นๆจะสังเกตเห็นคนที่คะแนนหวิดตกออกทุกภาคการศึกษาเช่นเขา
ไม่กังวลว่าแจ็คจะจำหน้าเขาได้เพราะต่อให้จำได้ตัวตนก่อนหน้ากับตัวตนที่แจ็คคิดว่าเขาเป็นในตอนนี้ก็แทบจะเป็นคนละคนกันเลยในตอนนี้การที่มีคนอื่นรู้ว่าเขาเข้ามาในนี้มีผลดีมากกว่าผลเสียด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ที่กลัวก็เพราะกังวลว่าจะต้องถูกไล่ออกจากวิทยาลัยนักล่าซึ่งนั่นจะส่งผลต่ออนาคตของเขา แต่ตอนนี้ด้วยตัวตนที่แจ็คเข้าใจว่าเขาเป็น และหากว่านั่นคือสิ่งที่ทุกคนจะเข้าใจว่าเขาเป็น อนาคตของเขาก็แสนจะสดใสแม้ว่าจะถูกไล่ออกจากวิทยาลัยก็ตามมันจึงไม่มีเหตุผลที่เขาต้องซ่อนใบหน้าแล้วในตอนนี้
โทบี้ถือดาบของตนและพยายามวิ่งเข้าหาแจ็คแทน และแน่นอนว่าจากการประเมินของแจ็คในตอนแรกเกี่ยวกับความสามารถในระยะประชิดของโทบี้รวมถึงจากสิ่งที่ได้เห็นเมื่อครู่ทำให้แจ็คในตอนนี้ เชื่ออย่างสนิทใจว่าไม่ควรสู้ระยะประชิดกับโทบี้ดังนั้นจึงดำเนินยุทวิธีแบบระยะไกลเต็มตัว
แจ็คเริ่มถอยหนีและปืนยิงขีปนาวุธเวทย์ของจักรกลก็ทำงานทันทีเพื่อรักษาระยะห่างจากโทบี้หลังจากนั้นจึงให้จักรกลระยะประชิดอีกสองตัวคอยโจมตีในระยะประชิด
เมื่อการโจมตีระยะไกลถูกส่งมาที่โทบี้แน่นอนว่าโทบี้ต้องหลบมันโดยถอยออกมา หากเป็นสถานการณ์ปกติคงจะยากกว่านี้มากที่โทบี้จะหลบการโจมตีแต่เนื่องจากการโจมตีดังกล่าวไม่ใช่การโจมตีที่หวังผล แต่เป็นการโจมตีเพื่อสร้างระยะห่างเท่านั้น ทำให้โทบี้สามารถถอยหลบการโจมตีได้อย่างไม่ยากเย็น
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีระยะใกล้ของจักรกลสองตัว เขาก็เพียงแค่หลบหลีกและพยายามปัดป้องบางการโจมตีเพียงเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นการถอยหนีและพยายามจัดตัวเองกับจักรกลโจมตีระยะใกล้ และวิถีโจมตีระยะไกลของอีกฝ่ายให้อยู่ในแนวเดียวกันและเริ่มวิ่งเข้าประชิดตัวแจ็ค
ทันทีที่เห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแจ็คก็มักจะเปิดแนวยิงโดยการสลัดจักรกลระยะประชิดในวิถีออกตอนนั้นเองคือตอนที่โทบี้จะใช้พลังทั้งหมดเพื่อเข้าประชิด
และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นจักรกลที่เข้าสู้กับโทบี้ก็จะถูกสับเปลี่ยนเป็นตัวอื่นในขณะที่ตัวก่อนหน้าจะถูกเรียกไปที่ด้านข้างของแจ็คเพื่อคอยคุ้มกัน พร้อมกับที่แจ็คเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อเพิ่มระยะห่างอีกครั้ง นั่นทำให้ตำแหน่งของทั้งคู่สับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
“แจ็คไร้พ่าย.. ช่างเป็นชายที่ระมัดระวังตัวเสียจริง… เพราะเห็นว่าข้ามั่นใจในการพุ่งเข้าหา มั่นใจที่จะพุ่งเข้าหาแม้จะมีจักรกลรบถึงสามตัวคอยคุ้มกันดังนั้นจึงเลือกที่จะเพิ่มจักรกลคุ้มกันอีกและเปลี่ยนตำแหน่งแทน”
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงการพูดของโทบี้ครั้งนี้ก็เพื่อชี้นำสิ่งที่แจ็คเชื่อให้พุ่งไปทางนั้น
อย่างไรก็ตามแม้จะเพิ่มจำนวนจักรกลโทบี้ก็ไม่ได้ทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิมมากนักราวกับว่าเขามั่นใจว่าจะสามารถจัดการทั้งหมดได้ และเช่นเคยทั้งหมดแค่การบลัฟ
สิ่งที่โทบี้เล็งไว้คือการเปลี่ยนตำแหน่งเรื่อยมา ในลานเศษเหล็กมีจักรกลหลายตัวที่เคลื่อนไหวไม่ได้และแน่นอนนั่นคือช่องโหว่ใหญ่ของรูปแบบการรบทิ้งระยะที่แจ็คใช้ เพราะจักรกลที่เคลื่อนที่ไม่ได้เหล่านี้คืออุปสรรคสำหรับการเคลี่ยนที่เพื่อทิ้งระยะห่างอีกทั้งเป็นอุปสรรคต่อทั้งการโจมตีและการป้องกัน
แนวรบนี้จะสร้างโอกาสให้เขามีโอกาสโจมตีโดยที่ไม่มีจักรกลตัวอื่นมาขวาง ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาที่โทบี้รอคอย
แน่นอนว่าโทบี้ไม่คิดว่าแจ็คจะไม่สามารถมองเห็นแนวรบเช่นนั้น แจ็คไร้พ่ายนั้นได้มาจากสถานการณ์การบัญชาการรบ เขาต้องเข้าใจจุดอ่อนที่จะทำให้โทบี้พุ่งถึงตัวได้
แต่แจ็คเองก็ยังคงปล่อยไปเช่นนั้นโทบี้จึงเชื่อว่าแจ็คคงมีมาตรการรับมือแล้วจุดที่เดาได้ว่าจะถูกโจมตีก็เป็นจุดที่ง่ายที่จะเตรียมป้องกันเช่นกัน เมื่อคุณรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหนก็เพียงปกป้องตรงนั้น
แต่สิ่งหนึ่งที่โทบี้คิดว่าแจ็คจะทำก็คือการจัดการกับดาบที่รุนแรงที่เขาได้เห็นตอนแรกซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่เคยจะเป็นสิ่งที่โทบี้ใช้ปิดฉาก
ผู้คนอาจระวังดาบที่มองไม่เห็นแต่ผู้คนจะไม่ระวังดาบที่อยู่ในฝัก นั่นคือสิ่งที่ชายคนนั้นบอกโทบี้อ้อมๆหลังจากบอกให้ไปโขมยดาบ
เครื่องชักดาบนี่ก็เพื่อการนั้น หากเขาเปลี่ยนคุณสมบัติจนใบดาบสามารถมองเห็นได้เป็นปกติทุกคนที่เห็นก็จะมองว่ามันเป็นดาบปกติ เมื่อมันหายไปพวกเขาก็จะคิดว่ามันถูกเก็บในฝัก อย่างไรก็ตามจะเกิดอะไรขึ้นหากดาบนั้นแค่ล่องหนไม่ได้อยู่ในฝัก คำตอบคือพวกเขาจะไม่ระวังมันเลย
นี่คือการปิดฉากที่เขาคิดถึงและต่อให้พลาดรูนแสงก็จะยังคงใช้งานได้เพราะตำแหน่งเช่นนี้เป็นตำแหน่งที่จำกัดการเคลื่อนที่ดังนั้นจึงเหมาะต่อการหลบหนีด้วยเช่นกันขอเพียงมีของอย่างรูนแสงคอยซื้อเวลาการหลบหนีก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ในที่สุดช่วงเวลานั้นก็มาถึง โทบี้แสร้งทำเป็นเงื้อดาบเพื่อโจมตีด้วยมือหนึ่งข้างในขณะที่ดาบล่องหนที่มืออีกข้างนั้นเริ่มการโจมตีไปแล้วโดยแสร้งทำเป็นถือปลอกดาบไว้และปล่อยปลอกทิ้งในช่วงสุดท้าย
เคล้ง!!
ดาบล่องหนถูกหยุดด้วยกระสุนปืน…กระสุนที่รุนแรงพอที่จะทะลวงเกราะของจักรกลรบได้อย่างง่ายดาย โชคดีสำหรับโทบี้ที่กระสุนนี้แฉลบใบดาบทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อดาบที่เพิ่งจะขโมยมาของเขา
แจ็คสามารถยิงกระสุนนั่นมาที่โทบี้ได้ การโจมตีของโทบี้หลังจากถูกกระสุนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะไปต่อไหว อย่างไรก็ตามแจ็คก็เลือกทางนี้ ทางที่ไม่มีรูกระสุนบนตัวของโทบี้
“สังเกตเห็นมันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เมื่อกี้นี้…เพราะการต่อสู้นานเกินไปเทคโนโลยีของข้าจึงตรวจพบสิ่งผิดปกติ ก็พิลึกดีอยู่หรอกที่แม้แต่นัยตาจับความร้อนก็มองไม่เห็น แต่กระแสของลมที่พิลึกเกินไปทำให้ข้าเริ่มสังเกตเห็น”
“เฮ้อ… เทคโนโลยีนี่มันดีจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะตรวจพบแม้แต่เจ้าดาบล่องหนนี่” โทบี้บ่นเล็กน้อย
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก พลังของเทคโนโลยีน่ะ… จะยิ่งเห็นผลชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยรับมือได้ยากในปัจจุบันจะถูกวิทยาการในอนาคตรับมือได้อย่างไม่ยากเย็น” แจ็คตอบ
“เพราะงั้นลานเศษเหล็กนี่ถึงน่าสนใจ.. ว่างั้นมั้ยแจ็ค” โทบี้กล่าวพร้อมกับควักแกนพลังงานออกมาและสลักส่วนสุดท้ายของรูนเพื่อให้มันทำงาน
แสงเริ่มส่องประการออกมา โทบี้ทิ้งแกนพลังไปและเริ่มถอยหนี ในขณะเดียวกันแจ็คเองก็เริ่มเตรียมการป้องกันเต็มพลังเช่นกัน
ประแจขนาดใหญ่ที่เอวด้านหลังของโทบี้ถูกเปลี่ยนเป็นโล่ป้องกันทันที อย่างไรก็ตามแม้เวลาจะผ่านไประยะหนึ่งแล้วแต่ระเบิดก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปะทุดังนั้นแจ็คจึงลดโล่และเริ่มตรวจสอบจนพบว่าตอนนี้แกนพลังงานเป็นเพียงแค่บอลแสงพร้อมกับกระดาษที่มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า
[ข้าเดาว่าเจ้าจะตรวจไม่พบความผิดพลาดของเจ้านี่]
หึ..
แจ็คส่งเสียงในลำคอพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากให้กับข้อความในกระดาษ