(จบ) พลิกตำนานสามก๊ก

    บทที่ 56 ผงาดขึ้น! ทางการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารม้า

    บทที่ 56 ผงาดขึ้น! ทางการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารม้า


    “โลติดรับพระราชโองการ!”


    เสียงแหลมสูงดังออกมาจากปากของขันที จากนั้นโลติดและคนอื่น ๆ ก็คุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว


    “กระหม่อมโลติดน้อมรับพระราชโองการ”


    “มีพระราชโองการให้โลติดกรีธาทัพบุกเอาชนะกองทัพโจรโดยเร็ว และจับกุมหัวหน้าโจรเตียวก๊ก จบพระบัญชา”


    โลติดยกสองมือขึ้น รับพระราชโองการมา


    “กระหม่อมโลติดรับพระบัญชา!”


    ขันทีวางพระราชโองการไว้บนมือของโลติด จากนั้นถามว่า


    “ท่านโลติด ผู้บัญชาการเล่าอยู่ที่นี่หรือไม่?”


    "อยู่พ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพยืนขึ้น ผายมือไปทางเล่าเจี้ยง “คนผู้นี้ก็คือผู้บัญชาการเล่าขอรับ”


    ขันทีมองไปทางเด็กหนุ่ม ก่อนตะโกนว่า "ผู้บัญชาการเล่ารับพระราชโองการ"


    เล่าเจี้ยงเพิ่งลุกขึ้นยืน ก็ต้องรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง


    “กระหม่อมเล่าเจี้ยงน้อมรับพระราชโองการ”


    “เล่าเจี้ยงเอาชนะกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองในเอ่งช้วน และตัดหัวหัวหน้าโจรโปไฉได้ เราพอพระทัยยิ่งนัก จึงเลื่อนตำแหน่งเขาเป็นผู้บัญชาการทหารม้า บัญชาการทัพม้า และช่วยโลติดกวาดล้างกลุ่มโพกผ้าเหลืองในแคว้นกิจิ๋วให้หมดสิ้น จบพระบัญชา”


    “กระหม่อมเล่าเจี้ยงน้อมรับพระบัญชา ขอบพระทัยอย่างยิ่ง”


    เล่าเจี้ยงยกสองมือขึ้น รับพระราชโองการมา ในใจรู้สึกปีติยินดี


    คาดไม่ถึงเลยว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารม้า! จากหกร้อยต้านเปลี่ยนเป็นสองพันต้าน!


    “ท่านราชทูตลำบากแล้ว ทหาร พาท่านราชทูตไปพักที่ศาลาพำนัก*[1]”


    ขันทีไม่ได้จากไปในทันที แต่กลับถูนิ้วมือ แล้วมองโลติดด้วยรอยยิ้ม


    เจตนาชัดเจนมาก เขากำลังขอเงินรางวัลจากโลติด


    รองแม่ทัพหรี่ตา แววตาไม่เป็นมิตร

     

    เขาเกลียดขันทีโลภเหล่านี้มากที่สุดในชีวิต จะให้แสดงสีหน้าดี ๆ ได้อย่างไร?


    “กองทัพกำลังทุกข์ยาก ท่านราชทูตไม่มีอะไรก็เชิญตามสบายเถิด!”


    "เจ้า!"


    ขันทีจ้องโลติดเขม็งไม่พูดอะไร และไม่มีท่าทีจะจากไปเลยแม้แต่น้อย


    โลติดพ่นลมหายใจอย่างแรง ไม่สนใจเขาอีก ก่อนหมุนตัวเดินจากไป


    ขันทีเผยแววตาดุร้ายออกมา ในใจก็ก่นด่าบรรพบุรุษของรองแม่ทัพไม่หยุด


    “เฮ้ย! มีพระราชโองการพระราชทานรางวัลให้เล่า กวน เตียวไหม?”

     

    ข้างหูมีเสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้น ขันทีตกใจจนสั่นเทาจนแทบจะล้มลงกับพื้น พลันโกรธจัดขึ้นมาทันที “เล่า กวน เตียวคือบ้าอะไร!”


    ครั้นเตียวหุยได้ยินก็โกรธเกรี้ยว จึงก้าวไปข้างหน้าคว้าคอเสื้อขันทีไว้ แล้วชูกำปั้นอันใหญ่โตขึ้นมา


    "หยุด!"


    เล่าเจี้ยงตะโกนเสียงดัง และคว้าหมัดเหล็กของอดีตพ่อค้าขายหมูในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานทันที


    “หืม?”


    เมื่อเตียวหุยเห็นว่าเป็นผู้บัญชาการหนุ่ม ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชัง สีหน้าดูดุร้ายอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าจะไม่ออมมือแล้ว


    เล่าเจี้ยงเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เส้นเลือดปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด และพยายามต่อต้านเต็มที่


    ทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากัน ต่างจ้องมองกันและกัน


    “ไอ้คนถ่อย อย่ามาเหิมเกริม!”


    ฮองตง เตียนอุย ไทสูจู้สามคนตะโกนเสียงดัง และก้าวไปข้างหน้าหมายจะชกต่อยกับเตียวหุย


    เล่าเจี้ยงใช้โอกาสตอนที่เตียวหุยไขว้เขว ถีบเข้าตรงส่วนท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง


    "โอ๊ย!"


    เตียวหุยก้มตัวลงด้วยความเจ็บ เห็นได้ชัดว่าถูกทำร้ายอย่างหนัก


    “ว้าก!!! ข้าจะฆ่าเจ้า!”


    "เจ้าน่ะหรือ?"


    เล่าเจี้ยงไม่สนใจภัยคุกคามของเตียวหุยเลยแม้แต่น้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม


    อีกฝ่ายเสียสติไปแล้ว เขาพุ่งตรงไปหาผู้บัญชาการหนุ่มทันที


    ทว่าเตียนอุยได้รีบวิ่งไปอยู่ด้านข้างของเล่าเจี้ยงแล้ว และปล่อยหมัดออกไปเข้าปะทะกับหมัดเตียวหุยโดยตรง


    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเตียวหุยไม่ทันได้ระวังเตียนอุย หรือไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดเพราะความเจ็บปวดกันแน่ เขาถูกคู่อริชกจนกระเด็นลอยไปล้มหมดสติอยู่กับพื้น


    "เอ๊กเต๊ก!" เล่าปี่รีบวิ่งเข้าไปหาเตียวหุย และตรวจดูทุกที่ “เล่าเจี้ยง อย่ารังแกคนอื่นมากเกินไป”


    เมื่อเห็นว่าขุนพลของตัวเองแค่เป็นลมไป ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาก็รู้สึกโล่งใจ และจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาวาวโรจน์


    เล่าเจี้ยงแสยะมุมปาก และส่งสายตาเหยียดหยามให้อีกฝ่าย


    “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร คู่ควรเรียกชื่อข้าด้วยหรือ?”


    “พวกทอเสื่อขายรองเท้า ทำได้แค่แอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเท่านั้น!”


    "เจ้า!"


    เล่าปี่มีสีหน้าแดงก่ำ และหอบหายใจหนักไม่หยุด


    “อะไรนะ! ถึงขั้นกล้าแอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเลยรึ?”


    ขันทีตกใจกับเตียวหุยไม่น้อย และเพิ่งดีขึ้นมา ก็ถามผู้นำกองอาสาด้วยเสียงเฉียบแหลม


    “ข้าสืบเชื้อสายมาจากต๋งสานเชงอ๋องเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!”

     

    “เจ้าบอกว่าเป็นก็เป็นได้รึ? เจ้ามีหลักฐานอะไรบ้าง?”

     

    "ข้า..." เล่าปี่ถูกถามจนพูดไม่ออก เขามีหลักฐานที่ไหนกัน? "ฮึ่ม พวกเราไปกันเถิด!"


    ชายหน้าหยกรู้ว่ามิอาจทนอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแแล้ว จึงรีบพากวนอูกับเตียวหุยผู้หมดสติออกไป

     

    ขันทีมองเล่าปี่ที่จากไปด้วยความชิงชัง ในใจได้ตัดสินโทษตายให้ชายคนนี้ไปแล้ว

     

    “เมื่อครู่ขอบคุณผู้บัญชาการเล่ามาก คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนป่าเถื่อนขนาดนี้ในกองทัพ! ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ!”


    เล่าเจี้ยงเผยรอยยิ้มออกมา  และส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าไม่เป็นไร

     

    จากนั้นก็ชี้ไปทางเล่าปี่ที่เดินไปไกลแล้วกล่าวว่า


    “ชายคนนี้มีแซ่เล่า ชื่อปี่ นามรองเหี้ยนเต๊ก เขามักอ้างตัวว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!”

      

    “จริงสิ ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าตัวเองเป็นศิษย์ของรองแม่ทัพโลติด แต่ก็ถูกตำหนิอยู่หลายครั้ง”


    คำพูดของเล่าเจี้ยงมีนัยแอบแฝง เห็นขันทีหรี่ตาทั้งสองข้าง ก็อดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

     

    จากนั้นเด็กหนุ่มก็ล้วงถุงใบหนึ่งออกมาจากอก แล้วแอบส่งให้ขันที


    “ข้าขอบคุณท่านมากที่เดินทางหลายพันลี้มาประกาศพระราชโองการ ท่านควรพักผ่อนดีกว่า”

     

    ขันทีใช้มือบีบ พลันมีสีหน้าเบิกบานปีติยินดีขึ้นมา


    “ผู้บัญชาการเล่าเป็นคนมีเหตุผลนัก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย”


    หลังเล่าเจี้ยงส่งขันทีจากไปแล้ว ก็เดินเข้าไปในห้องโถง เขาไม่อยากนั่งรออยู่ที่นี่ จึงเตรียมบอกลาโลติด


    “คนประจบประแจงเช่นนี้ เหตุใดผู้บัญชาการเล่าถึงทำเช่นนั้นด้วยเล่า?”

      

    โลติดมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสีหน้าผิดหวัง การติดสินบนขันทีคือสิ่งที่เขาไม่ชอบใจมากที่สุด


    เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร กลับมองโลติดอย่างไร้ความรู้สึก รู้สึกเสียใจแทนเขา


    การเคร่งครัดในกฎเกณฑ์ ทำเรื่องไม่ธรรมดาในเวลาคับขัน จะไม่มีการอ่อนข้อเลยได้อย่างไร?

     

    หากโลติดไม่ได้ล่วงเกินขันที ก็คงไม่ต้องมีจุดจบตกต่ำอย่างน่าเวทนาหรอก


    “ผู้บัญชาการเล่ามีแผนจะทำอะไรต่อไปหรือ? จะอยู่ปิดล้อมเตียวก๊กกับข้าที่นี่ไหม?”


    เล่าเจี้ยงส่ายหัวเล็กน้อย โลติดมีอคติกับเขาแล้ว การอยู่ขวางหูขวางตาที่นี่คงเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องอับอาย


    “รองแม่ทัพโลติด กองทหารข้าล้วนเป็นทหารม้า หากปิดล้อมเมืองที่นี่ จะไม่สิ้นเปลืองกำลังทหารไปเปล่า ๆ หรอกหรือ?”


    “บัดนี้ฝ่าบาททรงแต่งตั้งข้าเป็นผู้บัญชาการทหารม้าแล้ว ข้าจะเดินทัพผ่านสนามรบฮ่อปัก กวาดล้างพวกกบฏทั่วทุกที่”


    โลติดรู้สึกโล่งใจ การติดสินบนขันทีของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง แทบอยากจะไล่เขาออกไปโดยเร็วที่สุดไม่ไหว


    ตัวเองไม่สะดวกที่จะไล่เขาออกไป ยามนี้เขาเสนอมาเอง มันยอดเยี่ยมมาก


    “ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่ขอรั้งไว้”


    "รองแม่ทัพโลติดรักษาตัวด้วย!"

     

    เล่าเจี้ยงกุมมือโค้งคำนับ กล่าวอำลารองแม่ทัพมีชื่อในสายบุ๋น


    “ผู้บัญชาการก็เช่นกัน”


    มองเล่าเจี้ยงที่ค่อย ๆ เดินจากไปไกล โลติดก็อดยิ้มเยาะในใจไม่ได้


    ในความเห็นเขา คนประจบประแจงอย่างเล่าเจี้ยงย่อมไม่มีวันประสบความสำเร็จ!





    [1] 馆驿 อี้กว่าน หรือศาลาพำนัก เป็นที่พักให้ผู้ที่เดินทางได้อาศัยค้างแรมด้วยคล้ายโรงเตี๊ยม

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) พลิกตำนานสามก๊ก ที่คุณอ่าน