ตอนที่ 41 เข็มนิ้วคน
"อืม เข็มสักยันต์นี้ ข้าเลาะมาจากกระดูกของศพ หมอตาทิพย์น่ะ"
ลู่หาน ที่ใช้เวลาว่างตนเอง เลาะกระดูกมาส่วนนึงของศพ หมอตาทิพย์ แล้วกระดูกที่เลาะง่ายสุดก็จะเป็น กระดูกนิ้วมือของคน ซึ่งลู่หานต้องไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งอุปกรณ์สักยันต์ที่มีคุณภาพมากเท่าไร ก็จะยิ่งอยู่ในสถานที่หายากมากเท่านั้น แล้วบางครั้งอุปกรณ์สักยันต์ก็สามารถสร้างขึ้นมาเอง อย่างเข็มเขี้ยวมังกร ที่ได้มาจากเขี้ยวมังกร จึงมองว่าของทุกอย่างบนโลกนี้สามารถนำมาทำเป็นเข็มสักยันต์ได้
ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน อวัยวะร่างกายของมนุษย์ด้วยกันเองก็ตาม แม้แต่แร่ธาตุตามธรรมชาติด็สามารถนำมาสร้างเข็มสักยันต์ได้ด้วย แต่เข็มสักยันต์ที่สร้างมาจากแร่ธาตุธรรมชาติ จัดเป็นเข็มสักยันต์ที่หาง่าย
แล้วเป็นเข็มสักยันต์ทั่วไปเท่านั้น จึงไม่อยู่ในสายตาของลู่หานเท่านั้น ที่เคยพบเจอของแปลกๆมากมายบนโลกใบนี้ จึงไม่เห็นเข็มสักยันต์ที่สร้างมาจากแร่ธรรมชาติอยู่ในสายตา นอกเสียว่าเป็นแร่ธาตุที่หายากมาก ซึ่งต้องขุดลึกลงไปใต้ผืนโลก จึงจะเจอแร่ธาตุพวกนั้น หรือต้องผ่านกาลเวลามานานหลายพันปี หลายหมื่นปี จึงจะมีแร่ธาตุหายากมากเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน
ลู่หานที่มีความชำนาญ เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว จึงใช้เวลาไม่นานก็เลาะกระดูกนิ้วมือออกมาเรียบร้อย แล้วนำมาเหลาให้มันแหลมคมเหมือนกับเข็มสักยันต์จนได้เข็มสักยันต์อันใหม่ขึ้นจากศพมนุษย์ ลู่หานตั้งชื่อเข็มสักยันต์นี้ว่า เข็มนิ้วคน (หมอตาทิพย์)
สาวใช้ ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่คิดว่าคุณหนูตนเองจะมีงานอดิเรกวิปลาสเช่นนี้มาก่อน แล้วคุณหนูเอาเวลาที่ไหนมาเลาะกระดูกนิ้วคนได้
ด้านวิญญาณหมอตาทิพย์ ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาเจอกับ เด็กเปรตที่ออกมาจากขุมนรกรึไงกัน ขนาดศพตัวเองที่ไร้วิญญาณไปแล้วยังไม่เว้น ที่จะไประราน กับศพของตนอีก
การที่ลู่หาน ต้องเลาะกระดูกนิ้ว หมอตาทิพย์ ออกมาเช่นนี้ เพราะจำเป็นต้องใช้สักยันต์วิญญาณหมอตาทิพย์ หลังจากที่รับรู้ว่า หมอตาทิพย์ ยังคงเป็นวิญญาณอยู่บนโลกใบนี้
กล่าวกันว่า วิญญาณที่ยังไม่จากโลกนี้ไป อาจจะยังมีห่วงกรรม พันธะบนโลกใบนี้ หรือเพราะอำนาจยันต์มนตราประเภทด้านมืดถูกสักเอาไว้บนร่างก่อนตายโดยเจ้าพ่อร่างทรงจึงยังไม่จากโลกนี้ไปได้ง่ายๆนัก แล้วยังมีไหสะกดวิญญาณที่สามารถให้วิญญาณอาศัยอยู่ได้ จึงสามารถทำให้ วิญญาณหมอตาทิพย์ ยังคงอยู่บนโลกนี้ได้
แล้วการที่วิญญาณยังคงอยู่บนโลกใบนี้ ทำให้ห่วงพันธะเชื่อมต่อกับร่างกายตัวเองยังคงอยู่ หรือที่เรียกกันว่า สายใยวิญญาณที่เชื่อมต่อกับวิญญาณและเจ้าของร่างของคนนั้น
"เอาละ จงไปเข้าสิงร่างของใครคนนึงซะ"
ลู่หาน จัดการสักยันต์เสร็จเรียบร้อย กล่าวสั่งออกมาทันที
"ให้ข้าไปสิงร่างคนนี้นะ"
หมอตาทิพย์ ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำสั่งเช่นนี้แอกมาจาก เด็กอสุรกายตรงหน้าตนเองเช่นนี้
การจะให้วิญญาณสิงร่างคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หมอตาทิพย์ เคยได้ยินมาบ้าง แต่วิธีการไม่รู้ว่าต้องทำยังไง หมอตาทิพย์ ที่เคยลองดูมาก่อนตั้งแต่ตายลงไป กลายเป็นวิญญาณ จึงโดนเจ้าพ่อร่างทรง ทดลองให้ตนไปสิงร่างคนมีชีวิตขึ้นมาทันที
ผลปรากฏว่า ตนไม่สามารถจะเข้าสิงร่างคนนั้น มีเพียงแต่ทะลุผ่านเลยคนนั้นไป จึงไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกันแน่ แม้แต่ เจ้าพ่อร่างทรง ที่มีความรู้เกี่ยวกับยันต์ประเภทด้านมืดพอสมควร ก็ยังไม่รู้วิธีการเช่นนั้นเลย
"ใช่ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าสักยันต์ประเภทด้านมืด ไว้บนตัวเจ้าแล้ว เจ้าสามารถเข้าสิงร่างชาวบ้านคนไหนก็ได้ตามสบาย"
ลู่หาน ที่สักยันต์ รูปแบบวิญญาณ ทักษะ วิญญาณสถิต เป็นทักษะหายากมาก และเป็นทักษะชั้นสูง จึงไม่มีทางจะเรียนรู้ แล้วรู้จักทักษะนี้กันโดยง่าย
หมอตาทิพย์ ที่ไม่คิดเลยว่า เจ้าเด็กอสุรกาย จะมีทักษะหายากเช่นนี้ครอบครองไว้กับตัว แต่กับความสามารถ สิ่งที่ลู่หานแสดงออกมาแต่ละครั้ง คงไม่มีเรื่องใดที่เป็นไปได้อีกแล้ว สำหรับอสุรกายน้อยคนนี้
"นี้ข้าสิงร่างได้จริงๆรึเนี่ย"
หมอตาทิพย์ ที่จัดการสิงร่างชายคนนึง ที่ตกเป็นผู้เสียหายของหมอตาทิพย์ ยืนรอด้านนอกเพื่อคอยพวกพ้องตนเองที่เป็นเหยื่อ หมอตาทิพย์ เข้าไปในที่พักของ หมอตาทิพย์ กับคนอื่น
ด้วยสถานที่ไม่ใหญ่โตนัก จึงรองรับคนจำนวนมากไม่ไหว ทำให้มีคนบางส่วนตัดสินใจรอคอยข้างนอก เพื่อให้พวกพ้องตนเองเข้าไปข้างในสำรวจค้นหา หมอตาทิพย์ กัน ส่วนพวกที่รอด้านนอกก็มองดูว่าจะมีใครออกมาจากที่พัก หมอตาทิพย์ รึไม่ ทำให้คนที่ไม่ได้เข้าไป นั่งรอพวกพ้องล้อมรอบที่พักของ หมอตาทิพย์ กัน เพื่ออีกฝ่ายอาจซ่อนตัวในที่พัก แล้วฉวยโอกาสหลบหนีทางอื่นแทน
"เจ้าจงเข้าไปด้านในที่พัก ใช้การเล่นละคร หลอกลวงของเจ้า สร้างความหวาดกลัวให้คนในนั้น ทิ้งสิ่งของต่างๆเอาไว้ จากนั้นขับไล่ให้พวกมันออกไปจากบริเวณนี้ซะ"
ลู่หาน ที่มอบคำสั่งให้ หมอตาทิพย์ ที่เข้าสิงร่างคนอื่นเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการที่ตนต้องการทันที
"ฮึ่ม ไม่นึกว่าข้าที่เคยหลอกลวงคนอื่นมาตลอด วันนี้กับต้องมาเป็นทาสรับใช้เจ้าเด็กน้อยเช่นนี้ แล้วยังสั่งให้ข้ามาหลอกลวงเพื่อให้มันกอบโกยของๆข้าอีกด้วย"
หมอตาทิพย์ ที่รู้สึกไม่พอใจ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำไรได้เลย ต้องกลายเป็นทาสที่ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเดียว
"เข้ามาทำไมกัน ไม่ใช่ข้าบอกให้เจ้ารออยู่ข้างนอกรึ"
ชายคนนึง เดินเข้ามาทักคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ซึ่งเป็นพวกพ้องของตนเอง ที่บอกให้รออยู่ด้านนอก
"หุกปาก"
"อย่าเข้ามาใกล้ข้า"
เสียงตวาดดังลั่นของคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ทำให้ทุกคนสะดุ้งหันมาบอกทันที ชายคนนี้คือคนที่ วิญญาณหมอตาทิพย์ สิงร่างนั่นเอง
"เป็นอะไรของแกน่ะ"
"ข้าคือ เพื่อนของแกเองนะ"
เพื่อนพ้องของชายคนที่ถูก หมอตาทิพย์ เข้าสิงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่จู่ๆชายคนนี้ก็ตวาดออกมา
"ข้าไม่ใช่เพื่อนพ้องของใครทั้งนั้น"
"ตอนนี้ข้าคือ หมอตาทิพย์ เจ้าของที่นี้"
"ไม่อนุญาตให้ใครเอาเข้ามาที่นี้ได้เด็ดขาด แต่พวกแกก็ยังกล้าบุกเข้ามา ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงยิ่งนัก"
หมอตาทิพย์ ตะโกนออกมา จนคนด้านในต่างได้ยินกันถ้วนหน้า