ตอนที่ 5 จินตนาการพิเรนทร์
สองพี่น้องนำทางอาซานเดินทางเข้าสู่เขตหมู่บ้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่อย่างสงบเงียบท่ามกลางอ้อมกอดของทิวเขา สองสาวพาชายหนุ่มตรงไปยังเรือนไม้หลังปานกลางบริเวณท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็บ้านพักอาศัยที่พวกนางอยู่ร่วมกันเพียงสองคนพี่น้อง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในเรือนอันอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของพฤกษาสมุนไพร หลานฉิงก็รีบจัดแจงนำตัวอาซานไปนั่งพักบนม้านั่งตัวยาว
นางไปหยิบตลับยาสมุนไพรและผ้าสะอาดออกมาทำการชำระคราบเื ทำความสะอาดาแ ใส่ยาและพันระงับเืให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ นวลแก้มใสเอียงมองาแด้วยความใส่ใจ ััอันนุ่มนวลของมือน้อย ๆ ทำให้ใจของอาซานผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด
หลังจากจัดการเื่าแจนเสร็จสรรพ หลานฉิงก็ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พลันยิ้มหวานส่งให้เขา
“ใส่ยาเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะท่านอาซาน าแลึกเอาการ ท่านพักผ่อนอยู่ในห้องนี้ไปก่อนนะเ้าคะ ข้าขอตัวไปชำระกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่”
นางเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนเพื่อชำระคราบโคลนตมและเปลี่ยนอาภรณ์ชิ้นใหม่แทนชุดเดิมที่ขาดวิ่น
เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในความเงียบสงบ อาซานถอนหายใจยาวพลันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนไม้ ความรู้สึกสับสนและคลางแคลงใจเริ่มมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความจริงอันหนักอึ้งที่ว่า…เขาได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกยุทธภพเสียแล้ว
ทว่าในขณะที่กำลังครุ่นคิดถึงอนาคตอันซีเรียส สัญชาตญาณความคุ้นเคยจากสายงานเก่าก็แว่บเข้ามาในหัวสมองของเขาโดยไม่ตั้งใจ!
ภาพเรือนร่างนุ่มหยุ่นอวบอัดยั่วยวนของหลานฉิงที่เพิ่งเช็ดตัวกันริมลำธาร พลันซ้อนทับเข้ามากับภาพของหลานซี นักสู้สาวชุดดำทรวดทรงเพรียวแข็งแกร่ง ั์ตาคมดุมีเสน่ห์
ในสมองของอดีตพระเอกหนังผู้ใหญ่เริ่มประมวลภาพบทบาทภาพยนตร์โป๊แนวจอมยุทธ์ที่เขาเคยแสดงมานับครั้งไม่ถ้วน ฉาก *‘ชายหนึ่งหญิงสอง (3P)’* ที่เขาเคยรับบทโลมเล้าสตรีพร้อมกันสองคนบนเตียงพุ่งเข้ามาในหัวอย่างละเอียดทุกองศา! ภาพการสลับเล้าโลมสตรีสองสไตล์…หญิงหนึ่งอ่อนหวานนุ่มนวล หญิงหนึ่งดุดันทรงพลัง…
เพียงแค่จินตนาการถึงการได้สองพี่น้องที่มีเสน่ห์คนละขั้วพร้อม ๆ กัน…ความร้อนผ่าวใต้ท้องน้อยก็พุ่งทะยานขึ้นในพริบตา! แก่นกายแข็งขึงกลางลำตัวเริ่มตื่นตัวผงาดดันกางเกงผ้าเนื้อบางขึ้นมาอย่างหนักหน่วง ทั้ง ๆ ที่าแบนไหล่ซ้ายยังคงระบมอยู่แท้ ๆ!
อาซานก้มมองความตื่นตัวของลำท่อนตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้มขื่น ๆ ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะขำตัวเองออกมาเบา ๆ พลันพึมพำในใจ
“เจ็บแผลขนาดนี้ ก็ยังจะคิดถึงแต่เื่แบบนั้นอีกนะไอ้อาซาน!”
“หัวเราะสิ่งใดหรือ?”
เสียงทุ้มเรียบดุของหลานซีดังก้องขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาอาซานสะดุ้งโหยงจนตัวโยน!
เขารีบยืดตัวตรงแล้วเบี่ยงท่อนขาไขว้ซ้อนบังความตื่นตัวไว้ พลันยิ้มกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
“เปล่า…ไม่มีอะไรหรอกแม่นางหลานซี ข้าแค่…คิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อยน่ะ”
อาซานรีบเปลี่ยนประเด็นสนทนาเพื่อไม่ให้โดนจับผิด
“ว่าแต่…บ้านหลังนี้ พวกเ้าอาศัยอยู่กันแค่สองคนพี่น้องหรอกหรือ?”
หลานซีในชุดฮั่นฟูสีดำรัดกุมเดินก้าวออกมาจากมุมห้อง ั์ตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนมองเขาเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาลงเล็กน้อย
“ใช่แล้ว…ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเราเสียชีวิตไปแล้ว ที่นี่จึงเหลือเพียงข้ากับหลานฉิงสองคนเท่านั้น”
ได้ฟังดังนั้น อาซานก็ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวน ๆ บนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็ความสงบนบนอบ เขาพยักหน้ารับช้า ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ข้าขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”
หลานซีมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย ท่าทีตลกร้ายทว่ามีความนบนอบเห็นอกเห็นใจของเขา เริ่มทำให้บรรยากาศระหว่างจอมยุทธ์สาวชุดดำกับพระเอกหนังโป๊ผู้ข้ามภพผ่อนคลายกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด…
หลานซีเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ั์ตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนจดจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วท่านเล่าท่านอาซาน…การเดินทางมายังป่าแห่งนี้ ท่านมีจุดมุ่งหมายใดกันแน่?”
อาซานชะงักไปชั่วครู่ สมองอันชาญฉลาดขยับประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาจะบอกความจริงได้อย่างไรว่าตนเองข้ามภพมาจากกองถ่ายหนังโป๊ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแต่งเื่ปั้นน้ำเป็ตัว แถกลบเกลื่อนออกไปอย่างหน้าตาเฉย
“ข้า…กำลังเดินทางท่องยุทธภพไปเรื่อย ๆ นึกอยากฝึกฝนวิชาความรู้เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองน่ะ พอดีไม่มีจุดหมายแน่ชัด จึงเดินลัดเลาะมาถึงป่าแถบนี้”
ได้ฟังดังนั้น ั์ตาคมกริบของจอมยุทธ์สาวชุดดำก็ฉายแววสนใจขึ้นมาทันที นางพลันเอ่ยขึ้น
“ท่องยุทธภพฝึกวิชางั้นหรือ? เช่นนั้นหากาแที่ไหล่ของท่านหายดีเมื่อใด พวกเราลองมาประลองฝีมือกันสักรอบเป็ไร”
อาซานฟังแล้วพยักหน้ารับคำท้าทายด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ…หายดีเมื่อไหร่ ข้าไม่ปฏิเสธแน่นอน”
ขณะที่บรรยากาศการท้าทายกำลังคุกรุ่น เสียงก้าวเท้าแ่เบาก็ดังขึ้นจากทิศทางห้องนอน หลานฉิงเดินก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน ในมือของนางถืออาภรณ์ชุดใหม่ผืนสะอาดเตรียมไว้ให้ชายหนุ่ม
อาซานหันไปมองนาง แล้วถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ

หลานฉิงในเวลานี้ชำระคราบโคลนตมออกจนหมดสิ้น ผิวกายขาวเนียนผ่องเปล่งประกายภายใต้แสงไฟ เรือนผมยาวสีดำสนิทถูกหวีดรวบไว้อย่างประณีต ไร้ซึ่งความยุ่งเหยิง สวมใส่ชุดผ้าบางสีฟ้าตัวใหม่ที่สะอาดตาและประณีตเรียบร้อย ภาพของนางในยามนี้ดูสวยสง่างามดั่งนางฟ้าจนยากจะถอนสายตา
“ท่านอาซาน…ข้านำชุดสะอาดมาให้ท่านเปลี่ยนเ้าค่ะ”
นางก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ยื่นชุดให้เขาอย่างนอบน้อม ก่อนจะขยับเข้ามาชิดเพื่อก้มมองาแบนไหล่ซ้ายด้วยความห่วงใย กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายสาวและกลิ่นน้ำปรุงชำระกายลอยเข้าเตะจมูก ส่งผลให้อาซานใจเต้นระส่ำด้วยความเสียวซ่าน
ทว่าฝ่ายหลานฉิงเอง เมื่อต้องขยับเข้ามาชิดแผงอกกำยำเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม นวลแก้มของนางก็ซับสีเืฝาดแดงระเรื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวไม่แพ้กัน
ทางด้านหลานซี เมื่อเห็นน้องสาวออกมาเรียบร้อยแล้ว นางจึงประสานมือขอตัว
“ข้าคงต้องขอตัวก่อน…ตอนที่กลับมา ข้าได้แจ้งให้พวกนักสู้ในหมู่บ้านทราบแล้วว่ามีโจรชั่วสลบไสลอยู่ในป่าสองคน ป่านนี้พวกชาวบ้านคงไปลากตัวพวกมันกลับมาแล้ว ข้าจะไปร่วมสอบสวนพวกมันเสียหน่อยว่าค่ายกบดานหลักของกลุ่มโจรตั้งอยู่ที่ใด”
จอมยุทธ์สาวชุดดำหมุนตัวเตรียมเดินออกจากเรือน ทว่าก่อนจะก้าวพ้นประตู นางก็หันกลับมามองอาซาน พลันเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบดุแฝงรอยยิ้มเย้าแหย่
“จริงสิ…อยู่กันสองต่อสองในบ้าน อย่าคิดทำอะไรพิเรนทร์กับน้องสาวข้าล่ะ ท่านจอมยุทธ์”
พูดจบ ทั้งอาซานและหลานฉิงต่างหน้าแดงก่ำขึ้นมาพร้อมกัน!
หลานฉิงรีบเอ่ยแก้เขินเสียงหลง
“ท่านพี่! พูดจาเลอะเทอะอะไรกันเ้าคะ! รีบไปสอบสวนโจรเลย!”
หลานซียิ้มมุมปากอย่างมีชัย ก่อนจะก้าวเดินออกจากเรือนไป ทิ้งให้ภายในห้องเหลือเพียงอาซานกับหลานฉิงที่เขินอายกันอยู่สองคน
อาซานมองตามหลังนักสู้สาวชุดดำไป พลันนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ริมลำธารที่ฝ่ามือของเขาเคล้นเฟ้นเนินอกและลูบไล้ไปถึงหว่างขาของหลานฉิง…ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะขำเบา ๆ ในลำคอ พลันพึมพำความคิดตลกร้ายในใจ
“คำเตือนของเ้า…ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้วล่ะแม่นางหลานซี”