บทที่ 23 อยากสร้างรายได้
ขณะกินข้าวไป๋อวี้ก็เอ่ยกับฉินต้าซาน “ในหมู่บ้านมีช่างไม้บ้างไหม?”
ฉินต้าซานตอบกลับไปว่า “ช่างไม้หลู่ทำให้ได้ เธออยากทำอะไร”
ไป๋อวี้ขมวดคิ้วแล้วพูด “บ้านนายไม่มีที่เก็บของให้เป็ระเบียบ ฉันคิดว่าเราควรมีโต๊ะมากกว่านี้”
ฉินต้าซานเพียงแค่ตอบว่า “เธอจัดการได้เลย เดี๋ยวฉันไปจ่ายเงินให้”
ไป๋อวี้ตะลึงอยู่ชั่วครู่ “ฉันซื้ออะไรก็ได้ตามที่้าเลยเหรอ?”
“อะไรก็ได้”
เยี่ยมไปเลย แบบนี้ก็ดีเลย
“ฉันอยากไปซื้อของที่ร้านสหกรณ์ด้วย”
พูดถึงจุดนั้นเธอก็รู้สึกค่อนข้างเกรงใจและพูดขึ้นว่า “เป็ของจำเป็ทั้งหมด”
ฉินต้าซานพยักหน้า “ซื้อสิ”
ไป๋อวี้คิดไม่ถึงว่าเขาจะเห็นด้วยอย่างไม่คัดค้าน
แต่จะว่าไปแล้วท่าทางของเขาดูแปลก ๆ ไปเล็กน้อย
แม้ว่าจะตีเธอให้ตายก็คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ฉินต้าซานกำลังคิดอยู่ตอนนี้คือ : เธอทำงานหนักเพื่อเอาใจฉัน ฉันก็อยากทำให้ใบหน้าของเธอมีแต่ความสุขเหมือนกัน
หลังจากกินมื้อเข้าเสร็จ ฉินต้าซานก็หยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาแล้วโยนให้เธอ
ไป๋อวี้ “...”
ฉินต้าซานสั่ง “อันนี้สำหรับไว้ใช้ซื้อของที่ร้านสหกรณ์ ส่วนเงินค่าไก่และค่าช่างไม้รอฉันกลับมาจัดการ”
เขากลัวเธอจะคิดว่าน้อยเกินไป
ไป๋อวี้คิดในใจ นายคิดว่าฉันเป็ผู้หญิงเห็นแก่ได้เหรอ?!
หลังจากที่ฉินต้าซานวางเงินทิ้งไว้ เขาก็วางชามลงแล้วจากไป แผ่นหลังกว้างนั้นดูหล่อเหล่าอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากที่ฉินเสี่ยวซู่กินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย ก็อยากจะเลียนแบบพ่อของเขาที่โยนชามทิ้งแล้วจากไป
ผลที่ได้คือไป๋อวี้คว้าตัวเขาแล้วพูดว่า “นายยังไปไม่ได้ นายต้องอยู่ช่วยงานฉันก่อน”
ฉินเสี่ยวซู่ขัดขืนเล็กน้อย “ทำไมล่ะ!”
“วันนี้ฉันมีงานต้องทำเยอะมาก คงไม่มีเวลาดูแลน้องสาวนาย ถ้าเธอถูกรังแกจะทำยังไงล่ะ?”
ฉินเสี่ยวซู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องประนีประนอม “เอาล่ะ ๆ ฉันจะดูแลน้องเอง เพื่อไม่ให้ใครมารังแกน้องสาวของฉันได้”
หรือมีใครทุบตีผู้หญิงคนนี้
หลังจากเมื่อวานเขาก็เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้สมควรถูกทุบตี อีกอย่างหลายคนในหมู่บ้านอยากทุบตีเธอด้วย
เขาต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลฉินถูกใครตบหน้าอีก
แผนของไป๋อวี้คือทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยแล้วหาทางเข้าร่วมกลุ่มรวบรวม
อีกด้านหนึ่งฉันอยากดูว่าูเาใกล้ ๆ มีของล้ำค่าอะไรบ้าง และในทางกลับกันฉันอยากเก็บเงินทุนไว้สำหรับการออกเดินทางในอนาคต
เธอวางแผนอย่างดีมาโดยตลอด ถ้าเมื่อวานเธอไม่โดนเล่นงานซะก่อน เกรงว่าตอนนี้งานของเธอคงใกล้จะเสร็จแล้ว
แม้ว่าแผนการจะถูกขัดขวาง แต่ก็ไม่สามารถหยุดความก้าวหน้าได้
หลังจากมื้อเช้าจบลง เธอก็จัดห้องครัวให้เรียบร้อยและพาต้าเป่าและเสี่ยวเป่าจากตระกูลฉินออกไปข้างนอก
ระหว่างทางเจอพ่อไก่ตัวใหญ่ของตระกูลฉินด้วย
ไก่ตัวนี้คงจะอายุค่อนข้างเยอะ ทว่ายังดูสง่างาม มีหงอนไก่สีแดงและขนด้านหลังสวยเป็ประกายมันเงา
มันกำลังเดินไปตามถนน แล้วไป๋อวี้รู้ได้อย่างไรว่าเป็ไก่ของตระกูลฉินล่ะ?
เพราะเวลามันเดินมาหัวของมันจะเชิดสูงขึ้น เมื่อมันเห็นฉินเสี่ยวซู่ก็จะหยุดเดินทันที ตอนเหลือบมองมันจะพยักหน้าให้เขา
ฉินเสี่ยวซู่โบกมือตอบ
ฉินเสี่ยวกั่วก็ทักทายมันอย่างมีความสุขเช่นกัน “กุ๊ก กุ๊ก!”
ไป๋อวี้ “...”
หลังจากนั้นไก่ก็เดินออกไปเอง
ไป๋อวี้อดไม่ได้ที่จะถามไปว่า “พวกนายเลี้ยงไก่ตัวนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”
ฉินเสี่ยวซู่ตอบกลับ “แค่ห้าปีเอง”
ห้าปีมันก็นานนะ…
“เลี้ยงมันยังไงมันถึงสวยและฉลาดแบบนี้”
ฉินเสี่ยวซู่เอ่ยอย่างไม่จริงจัง “เราไม่ให้อาหารมัน ปกติแล้วมันจะหากินเอง ตอนกลางคืนก็กลับมานอนและปลุกเราในตอนเช้า”
ไป๋อวี้ “...เอาล่ะ สัตว์เลี้ยงตัวนี้ไม่น่าห่วงอะไรมาก”
เลี้ยงมาห้าปีแล้วยังไม่ถูกเชือด ทั้งยังออกไปเดินเล่นเองอีก มันแทบจะเป็สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งแล้ว
……
วันนี้เป็วันที่สามแล้วั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่ อากาศในวันนี้แจ่มใส และฉินเจียถุนได้รับมอบหมายให้ไปยังพื้นที่หมายเลขเก้าเพื่อระบายน้ำ
ส่วนใหญ่เป็แรงงานในหมู่ ทั้งยังมีกลุ่มล่าสัตว์และกลุ่มรวบรวมนับรวมแล้วหลายคน
ไม่เพียงแต่ผู้ชายเท่านั้น ยังมีผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในฉินเจียถุนที่ร่างกายแข็งแรงหลายคน รวมถึงป้าฮวา ทุกคนทั้งหมดแบกจอบขึ้นรถบรรทุกไปทุ่งนากัน
แต่จ้าวอิ้งหงยังอยู่ที่บ้าน ส่วนหนึ่งเป็เพราะลูกของเธอยังเด็กและไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ และกลุ่มรวบรวมกำลังเตรียมตัวเข้าไปในูเาแล้ว
กลุ่มรวบรวมของฉินเจียถุนยังอยู่ภายใต้ชื่อของป้าฮวา แต่จ้าวอิ้งหงรับผิดชอบเื่สินค้า
ในเวลานี้เธออยู่บ้านคนเดียว ในขณะที่กำลังนับตะกร้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็แบกลูกอยู่ข้างหลังไปด้วย
เมื่อไป๋อวี้เดินเข้าไปก็พบว่าลานบ้านของเธอเต็มไปด้วยตะกร้าไม้ไผ่
“พี่สะใภ้”
“ป้าคะ!”
จ้าวอิ้งหงยังคงถือสมุดบันทึกไว้ในมือและขมวดคิ้วจนเป็ปม
เมื่อเธอเห็นฉินเสี่ยวกั่ว ใบหน้าของเธอก็เผยรอยยิ้มออกมา
“กั่วเอ๋อร์มาแล้ว”
ฉินเสี่ยวกั่วพุ่งไปกอดต้นขาของเธอ “ป้าคะ ทำไมป้าดูไม่มีความสุขเลยล่ะ ทำไมต้องขมวดคิ้วด้วย!”
จ้าวอิ้งหงยิ้มและพูดว่า “พอได้เจอกั่วเอ๋อร์ป้าก็มีความสุขแล้ว”
ฉินเสี่ยวซู่หัวเราะเยาะ “ป้าทำบัญชีไม่ลงตัวอีกแล้วเหรอ?”
จ้าวอิ้งหงยิ้มหน้าแดงและตบหัวเข่าหนึ่งที “ฉันคำนวณไม่เป็ เธอทำเป็ไหม?”
จากนั้นก็หันไปอธิบายให้ไป๋อวี้ฟังด้วยใบหน้าเศร้า “หลี่ิถูกลากไปที่นา ตอนนี้ก็ได้แต่โทษฉันแล้วแหละ คำนวณยังไงตัวเลขก็ไม่ตรงกัน”
เนื่องจากระบบของกลุ่มรวบรวมสินค้าในฉินเจียถุนเติบโตมากอยู่แล้ว การจำหน่ายเครื่องมือสู่สาธารณะจึงจะเริ่มในปีนี้
นอกจากตะกร้าแล้วยังมีรองเท้า เสื้อผ้า และอื่น ๆ อีกด้วย
สุดท้ายแล้วแม้ผลตอบแทนจากกลุ่มรวบรวมจะไม่สูงเท่ากับกลุ่มล่าสัตว์ แต่ก็ต้องข้ามูเาเหมือนกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ใช้เงินไปเป็จำนวนมาก ทั้งยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ ทุกคนเลยไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านี้
ชุมชนใกล้เคียงมีคนอิจฉาพวกเราไม่น้อย เพราะพวกเขาไม่รวยเท่าหมู่บ้านฉินเจียถุน พวกเขาจึงพูดกันลับหลังว่าจ้าวโหย่วเต๋อชอบทำเกินตัวเพื่อรักษาหน้าเอาไว้
จ้าวอิ้งหงโชคร้ายมาก เดิมทีเธอรู้หนังสือเพียงไม่กี่คำเท่านั้น ซึ่งข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ก็เขียนด้วยตัวหนังสือทั้งหมด และเธอที่เพิ่งเริ่มทำงานนี้ เลยสร้างความสับสนให้เธอไม่น้อย
เมื่อต้นปีกว่าการจะรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ได้ทั้งหมดนั้นไม่ง่าย แต่ตอนนี้มันกลายเป็ปัญหาใหญ่แล้วล่ะ
“กลุ่มรวบรวมส่วนใหญ่เป็เด็กผู้หญิง เทียบไม่ได้กับกลุ่มล่าสัตว์ พวกเขาไม่กล้าเข้าไปในูเา” จ้าวอิ้งหงถอนหายใจ “ตอนนี้เมื่อต้องเริ่มต้นกันใหม่ เป็ผลให้เกิดความยุ่งยากขึ้นมา ฉันจึงต้องคำนวณใหม่อีกครั้ง”
ก่อนหน้านี้พวกเขายังเคยกล้าไปเดินเล่นรอบตีนเขา แต่สุดท้ายหลังจากพบเจอฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง เส้นทางบนูเาจึงเฉอะแฉะไปหมด สัตว์ร้ายก็เยอะ
ส่งผลให้พวกเขาเจอโคลนถล่มหลายครั้ง จ้าวโหย่วเต๋อเลยสั่งให้หยุดงานไว้ก่อน
เดิมทีจ้าวอิ้งหงวางแผนจะหยุดเื่นี้ไว้ก่อน ผลก็คือเมื่อเดินเข้าไปในบ้าน ไป๋อวี้ก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมา
“ฉันทำเอง” ไป๋อวี้พูด
“เธอคำนวณได้เหรอ” จ้าวอิ้งหงพูดด้วยความประหลาดใจ
ไป๋อวี้เหลือบมองสมุดบันทึก ในขณะที่ฉินเสี่ยวซู่กำลังหยอกล้อเสี่ยวกั่ว เธอโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของจ้าวอิ้งหง…
“เว่ยชุ่ยสี่ไม่มีทักษะด้านอื่น ๆ แต่หล่อนสามารถคำนวณได้ว่าเงินหนึ่งเหมาสามารถซื้อข้าวได้กี่เมล็ด”
เธอเลือกจะใช้สิ่งนี้เป็ข้อแก้ตัว เพราะยังไงก็เป็ไปไม่ได้ที่จ้าวอิ้งหงจะไปหาเว่ยชุ่ยสี่เพื่อยืนยัน
จ้าวอิ้งหงหัวเราะและกระซิบว่า “ทำได้ดีมาก ฉันจะสอนสิ่งที่มีประโยชน์แก่คุณ”
แม่สามีของเธอบอกเธอก่อนหน้านี้ว่าแม่กั่วเอ๋อร์นิสัยไม่ดี แต่ดูเหมือนเธอจะกังวลมากเกินไปเอง
ไป๋อวี้ยิ้ม
การเริ่มต้นธุรกิจที่ผ่านมา เธอต้องคำนวณเงินจำนวนมากในการนำเข้าสินค้าและส่งออกด้วยตัวเอง
อีกทั้งเธอเริ่มทำธุรกิจใน่ปี 2020 และยังชอบใช้ตัวเลขในการทำบัญชีด้วย
สมุดบันทึกของจ้าวอิ้งหง แค่มองปราดเดียวก็เข้าใจมันทั้งหมด