ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 ย่านเฉินซี

            ทุกคนมองหมียักษ์ที่ราวกับอสุรกายในตำนานที่พุ่งนำหน้าออกไปบดขยี้ซอมบี้ที่ขวางหน้าจนบี้แบนติดพื้นก่อนเหวี่ยงซากซอมบี้จนลอยละลิ่วออกไปแล้วก็รู้สึกเหลือเชื่อมาก

            เพราะเรื่องแบบนี้มันชักจะเกินจริงไปแล้ว!

            ทว่ามันกลับเกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขาจริงๆ

            เวลานี้ถังฮ่าวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากมือขวาของเขาได้กรีดเปิดหน้าอกของซอมบี้ที่ถูกหมียักษ์ทุบจนหัวแบะทีละตัว ก่อนจะควักเอาคริสตัลวิวัฒนาการที่อยู่ภายในออกมาเก็บเองสองส่วนส่วนที่เหลืออีกหนึ่งส่วนก็โยนให้หมียักษ์กิน!เมื่อหมีตัวยักษ์ได้ลิ้มรสชาติคริสตัลแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างของมันก็เป็นประกาย และยิ่งสังหารซอมบี้อย่างกระตือรือร้นมากขึ้น

            ส่วนถังฮ่าวก็ไม่ได้อยู่เฉยเขาโยนซากซอมบี้ที่ถูกควักเอาคริสตัลออกไป!

            ซากศพซอมบี้จำนวนมากลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศราวกับดอกไม้ที่ร่วงหล่น!

            ไม่ต้องพูดถึงว่าซากศพเหล่านี้จะทับซอมบี้ตัวอื่นๆหรือไม่ แต่การกระทำของถังฮ่าวก็ทำให้เกิดอุปสรรคในการเคลื่อนไหวอยู่ เพราะพอมีซอมบี้ตัวหนึ่งล้มลงซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังก็จะกรูกันเข้ามา จนพวกมันล้มระเนระนาดตามกันเป็นโดมิโน

            ด้วยการบุกตะลุยของหมียักษ์บวกกับการสนับสนุนจากถังฮ่าวเย่ชิงเฉิง โอวหยางมี่มี่ และเชียนมู่เซวี่ยแล้ว รถทั้งสองคันจึงฝ่าวงล้อมของฝูงซอมบี้ไปยังย่านเฉินซีที่เป็นที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ทางตะวันตกของเมือง

            ย่านเฉินซีเพิ่งสร้างเสร็จและเปิดให้เข้าอยู่ได้เพียงสามปีและเนื่องจากเป็นโครงการใหม่จึงตั้งอยู่ชานเมือง หลังจากที่ถังฮ่าวและคนอื่นๆมาถึงก็พบว่าซอมบี้ที่รอบๆ มีจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด!

            “เสี่ยวเหา จางเฉิน พวกนายสองคนตามแบงก์กิ้งไป!” หลังจากเข้ามาในย่านที่อยู่อาศัยแล้วถังฮ่าวก็เอ่ยเสียงทุ้มต่ำออกมา

            “หัวหน้า ฉันไปด้วย!” จ้าวเสี่ยวเยว่เสนอตัว

            เชียนมู่เซวี่ยเองก็เอ่ยตามเสียงเบา

            “มี่มี่ เธอไปช่วยพวกเขาที!”

            “อืม” โอวหยางมี่มี่พยักหน้า ก่อนจะจากไปพร้อมกับจ้าวเสี่ยวเยว่อย่างรวดเร็ว

            ในที่สุดเย่ชิงเฉิงที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทางก็กระโดดขึ้นรถบัสท่องเที่ยวก่อนจะหันไปสนทนากับหลี่หยุนเฟยส่วนถังฮ่าวก็พิงอยู่ข้างตัวหมียักษ์ที่นอนหมอบอยู่บนพื้น ก่อนจะเปิดระบบขึ้นมาดู

            บัดนี้เขามีคะแนนวิวัฒนาการอยู่40.25 แต้ม ขอแค่ต้องการ เขาก็สามารถวิวัฒนาการเป็นระดับ 5 ได้ทันที

            ในชาติที่แล้วถังฮ่าวต้องดิ้นรนในยุควันสิ้นโลกนานถึงสองปีแต่ก็ยังไม่สามารถวิวัฒนาการเป็นระดับ 5แต่ในชาตินี้วันสิ้นโลกเพิ่งมาเยือนไม่ถึงครึ่งเดือนเท่านั้น แต่ถังฮ่าวกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของผู้วิวัฒนาการระดับ5 แล้ว หากเทียบกับชาติที่แล้วก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่เลยก็ว่าได้

            สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่เพียงแต่เชียนมู่เซวี่ยโอวหยางมี่มี่ จางเสี่ยวเหา และคนอื่นๆ ยังมีชีวิตอยู่ แต่พวกเขายังได้วิวัฒนาการเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสูงที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของประเทศจีนอีกด้วย

            ค่าคะแนนคริสตัลวิญญาณที่มีตอนนี้คือ172.6 แต้ม

            สิ่งที่ทำให้ถังฮ่าวดีใจที่สุดก็คือช่องสัตว์เลี้ยงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปและเวลานี้มันก็มีข้อความว่าสยงต้า (ระดับ 2) (+) ปรากฏ

            พอเลื่อนนิ้วไปที่เครื่องหมาย(+) แล้วก็มีหน้าต่างคำอธิบายปรากฏขึ้นว่าสัตว์เลี้ยงสามารถเติบโตได้ และการเพิ่มระดับของสัตว์เลี้ยงก็สามารถทำได้สามวิธีวิธีแรกก็คือให้สัตว์เลี้ยงวิวัฒนาการด้วยตัวเอง โดยการล่าสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ตัวอื่นเพื่อกลืนกินเนื้อและคริสตัลวิวัฒนาการในร่างสัตว์ร้ายกลายพันธุ์หรือซอมบี้รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆและวิธีที่สองก็คือการใช้คริสตัลจากสัตว์อสูรเข้าช่วยส่วนวิธีที่สามคือการใช้คะแนนวิวัฒนาการนั่นเอง

            แต่เมื่อใช้คะแนนวิวัฒนาการเพิ่มระดับของสัตว์เลี้ยงแล้วช่องสัตว์เลี้ยงจะมีสัตว์เลี้ยงได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่หากใช้วิธีอื่นก็สามารถมีสัตว์เลี้ยงได้สองตัว

            การใช้คะแนนวิวัฒนาการเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการยกระดับสัตว์เลี้ยงแต่เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว จึงทำให้มีข้อจำกัดที่มีสัตว์เลี้ยงได้เพียงตัวเดียว

            หากไม่ใช้วิธีนี้ก็จะมีข้อดีคือสามารถมีสัตว์เลี้ยงได้อีกหนึ่งตัว!

            เมื่อเห็นคำอธิบายนี้แล้วถังฮ่าวก็อดที่จะรู้สึกหนักใจไม่ได้!

            แต่แล้วเขาก็หัวเราะเยาะตัวเองเบาๆเพราะเขายังหาสัตว์เลี้ยงอีกตัวไม่ได้เลย เช่นนั้นแล้วจะกังวลเรื่องนี้ไปทำไม เอาไว้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันใหม่ก็ยังไม่สาย

            “เสี่ยวฮ่าว หมีตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของนายจริงๆ เหรอ?” เชียนมู่เซวี่ยเดินเข้ามาถาม

            “ใช่แล้ว” ถังฮ่าวยิ้มก่อนจะตบไปที่เอวหนาๆ ของหมียักษ์ “สยงต้า มานี่หน่อยมาทักทายนายหญิงของแกสิ!”

            หลังจากที่เชียนมู่เซวี่ยยื่นมือเรียวลูบไล้ไปบนขนที่นุ่มลื่นของหมียักษ์แล้วดวงตาคู่สวยของเชียนมู่เซวี่ยก็เป็นประกาย

            ในตอนนี้เองเย่ชิงเฉิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับหลี่หยุนเฟย เซี่ยหมิงกั๋ว เจิ้งเฟยและคนอื่นๆ

            มุมปากของถังฮ่าวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกมา

            “พวกคุณอยากเข้าร่วมทีมของเราอย่างนั้นเหรอ? ยินดีต้อนรับแต่ก็อย่างที่รู้กันว่าผมชอบพูดตรงๆ ถ้าอยากเข้าร่วมกับพวกเราก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งและไม่ใช่แค่คำสั่งของผมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคำสั่งของหัวหน้าทีมคนอื่นๆ ด้วย พวกคุณเข้าใจไหม?”

            “เชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างเลยเหรอ?” เซี่ยหมิงกั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “ใช่แล้ว!”

            “ถ้าเกิดคุณสั่งให้พวกเราไปตาย พวกเราก็ต้องไปอย่างนั้นเหรอ?”

            “มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ก็อาจจะมีโอกาสแบบนั้นอยู่!”

            “ในเมื่อต้องไปตาย ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะเข้าร่วมทีมไปทำไมกัน” จูหมิงหยางที่พุงพลุ้ยเอ่ยเสียงสั่น

            “พวกเราไม่บังคับ ถ้าอยากเข้าร่วมก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้าไม่อยากเข้าร่วมก็เชิญตามสบาย!”

            “พวก... พวกคุณต้องการเงินเท่าไร? ฉันจะจ้างพวกคุณพวกเราทุกคนจะรวมเงินกันจ้างพวกคุณเอง สักหนึ่งล้านพอไหม หรือสองล้านดี ตราบใดที่พวกคุณพาพวกเราออกไปจากเมืองนี้ได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าเท่าไรพวกเราก็ยินดีจะจ่ายให้!”

            ถังฮ่าวมองไปที่ใบหน้าอวบอ้วนของจูหมิงหยางแล้วก็รู้สึกพูดไม่ออกจริงๆไม่รู้ว่าในหัวของคนคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่ บัดนี้วันสิ้นโลกได้มาเยือนสิบกว่าวันแล้วแต่ยังพูดจาโง่เง่าแบบนี้อีก บัดนี้เงินพวกนั้นมันก็แค่เศษกระดาษเท่านั้นแหละ

            “ไสหัวไป!” ถังฮ่าวไม่อยากเสียเวลาพูดกับคนแบบนี้ จึงตอบกลับเสียงเย็น

            จูหมิงหยางหน้าเปลี่ยนสี

            เขากำลังจะอ้าปากพูดทว่าจู่ๆ เครื่องมือสื่อสารที่อยู่บนมือซ้ายของถังฮ่าวก็สว่างขึ้นก่อนหลังจากเขากดรับแล้วก็ได้ยินเสียงจางเสี่ยวเหาดังมาจากปลายสาย

            “หัวหน้า ที่หอสรวงสวรรค์บนดิน[1]เกิดเรื่องแล้ว!”

            “ไป ไปดูกัน คนที่ไม่เข้าร่วมทีมไม่ต้องขึ้นรถ!”

            เมื่อถังฮ่าวพูดจบเจิ้งเฟยก็รีบกระซิบกับหลี่หยุนเฟย ก่อนที่ทั้งสองจะรีบก้าวเท้าออกไปข้างหน้าและเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            “คุณถัง พวกเราขอเข้าร่วมด้วย!”

            พอมีคนนำก็ทำให้คนอื่นๆก็รีบเอ่ยตาม

            “คุณถัง ฉันขอเข้าร่วม… ฉันด้วย… ฉันเองก็เอาด้วย...”

            พวกเขารู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของซอมบี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาได้เห็นถังฮ่าวกับพวกฝ่าวงล้อมของฝูงซอมบี้ออกมาจึงทำให้คนทั้งหมดต่างก็รู้สึกว่าหากไม่พึ่งพาคนกลุ่มนี้แล้วก็คงไม่อาจพึ่งพาใครได้อีก

            แม้แต่เซี่ยหมิงกั๋วก็ลังเลอยู่เพียงแค่สองวินาทีเท่านั้นก่อนจะก้มหัวลงอย่างนอบน้อม

            มีเพียงจูหมิงหยางคนเดียวที่อ้าปากค้างเวลานี้ก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออกสักคำ

            ถ้าเขายอมก้มหัวง่ายๆก็เท่ากับว่าเป็นการตบหน้าตัวเองต่อหน้าธารกำนัลแล้ว

            ถังฮ่าวหัวเราะเยาะในใจทีมของเขาไม่ใช่ทีมที่ใครอยากเข้าก็เข้า อยากออกก็ออกได้ จึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

            “ในเมื่อทุกคนเต็มใจที่จะเข้าร่วม เช่นนั้นก็ขอให้ทุกคนวิ่งตามผมมา!”

            “นี่... คุณถัง ไม่ใช่ว่าพอเข้าร่วมแล้วจะได้ขึ้นรถเลยเหรอ?” หลี่หยุนเฟยและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึง และมีหญิงวัยกลางคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

            “กฎเหล็กของทีมนี้คือต้องเชื่อฟังคำสั่ง เหมือนทหารที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชานั่นเองเช่นนั้นก็ขอให้ทุกคนรีบวิ่งตามมา!”

            ถังฮ่าวให้จางอวิ๋นจือขับรถฮัมเมอร์เสริมเหล็กส่วนชิวอวิ๋นเอียนก็ไปขับรถบัสแทน จากนั้นตัวเขา เชียนมู่เซวี่ย เย่ชิงเฉิง และคนอื่นๆก็คอยคุ้มกันอยู่ข้างรถ ส่วนหลี่หยุนเฟยและคนอื่นๆ ได้แต่กัดฟันวิ่งตาม

            ____________________________________________________________________________________

            [1] หอสรวงสวรรค์บนดินเป็นชื่อของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง