“ดีเลย งั้นเราไปกันเถอะตะวันพอพูดถึงอาหารฉันก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้วสิ”
อาทิตยาไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากปฏิเสธใดๆ นอกจากเดินตามเข้าไปในบ้านเท่านั้น อีกทั้งก็รู้ดีว่าคนชวนเต็มใจชวน
“ฉันนอนในห้องแอร์มาทั้งวัน เราไปนั่งกินข้าวตรงบ่อปลาดีกว่านะ อยากสูดอากาศบริสุทธิ์ๆ หน่อย”
เมื่อเข้ามาแล้วพบว่าเด็กรับใช้เพิ่งจะเริ่มตั้งโต๊ะ เ้าของบ้านจึงเปลี่ยนคำสั่งใหม่ อาทิตยาส่งยิ้มน้อยๆ แล้วเดินตามสองป้าหลานออกไปทางหลังคฤหาสน์งาม
จะมีสวนหย่อมกับบ่อปลาคราฟขนาดใหญ่น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นสีสันจับตาต้องใจแหวกว่ายไปมาอย่างร่าเริง ยิ่งนนนทีโปรยอาหารลงไปแทบจะทั้งฝูงต่างกรูขึ้นมางับอย่างหิวกระหาย
“ตกลงตะวันจบดอกเตอร์แล้วใช่มั้ย”
เ้าของบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะนั่งกินมื้อเย็นอย่างอารมณ์ดี แถมมีหลานชายรูปหล่อคอยตักอาหารให้อย่างเอาอกเอาใจเป็พิเศษด้วยแล้ว จึงยิ้มแก้มแทบปริเลยทีเดียว อาทิตยาเองก็ส่งยิ้มน้อยๆ ให้เมื่อนนนทีเอื้อเฟื้อตักมาใส่จานให้ด้วย
“เหลือรับปริญญาเท่านั้นค่ะคุณหญิง”
“แล้วจะหางานใหม่หรือจะทำกับคุณเอ้ไปเรื่อยๆ ล่ะจ้ะ”
คนถูกถามครุ่นคิดเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะตอบออกมายังไง ถ้าบอกว่าไม่อยากหางานใหม่ก็ดูจะโกหกไม่น้อย หรือถ้าจะบอกว่าอยากทำต่อก็ขัดใจตัวเองอยู่มาก
“ยังไม่ทราบเลยค่ะ ตะวันเพิ่งกลับมาเลยยังไม่ได้คิดเื่นี้เลย เอาไว้สักสามสี่ปีค่อยคิด ตอนนี้ก็ช่วยงานคุณผู้หญิงไปก่อนค่ะ”
“ดีแล้วล่ะที่คิดได้แบบนี้ และฉันขอแสดงความดีใจด้วยนะที่ตะวันเรียนจบดังใจหวัง มีไม่กี่คนหรอกจะเดินมาถึงจุดนี้ โดยไม่ต้องพึ่งเงินพ่อแม่แม้แต่บาทเดียว ยิ่งคนข้างๆ ฉันนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ได้ข่าวว่าใช้เงินเปลืองขึ้นทุกวันๆ คิดจะอายตะวันบ้างไหมล่ะตาที อายุเท่ากันแท้ๆ ทำไมให้เขาแซงหน้าได้ก็ไม่รู้”
“อ้าว! ผมอยู่ดีๆ ไหงคุณหญิงป้ามาแขวะได้ล่ะครับ ก็ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งเหมือนคุณตะวันนี่นา” อาทิตยาอดยิ้มด้วยความขำไม่ได้ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แล้วรีบออกตัวโดยเร็ว
“ตะวันไม่เก่งหรอกค่ะ แค่สภาพแวดล้อมบังคับต่างหาก คนจบเอกบ้านเรามีให้เกลื่อนค่ะ”
“แต่ฉันว่าเก่งนะ ถ้าตะวันไม่ใช่เด็กรักดี รักเรียน คงจะไม่มุ่งมั่นเรียนรัฐศาสตร์รามในเวลาสามปีครึ่งหรอก แถมทำงานควบไปด้วยอีกต่างหาก กว่าจะฝ่าฟันเรียนโทและเอกจนจบได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ตั้งตรงต่อจุดหมายจริงๆ ไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเป็ลูกคนมีเงินพ่อแม่ส่งให้เรียนได้ตาม้าจนจบ ฉันถือเป็เื่ธรรมดา เรียนไม่จบสิแปลก มีทุกอย่างอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ไขว่คว้าเอาไว้ ฉันดีใจที่เห็นตะวันประสบความสำเร็จนะ และหวังอย่างยิ่งว่าก้าวต่อไปของตะวันคงจะสดใส มีความสุขกับการใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นบ้าง”
เมื่อผู้ใหญ่ชื่นชมยินดีอย่างจริงจังจริงใจ คนมีสัมมาคารวะอย่างอาทิตยาก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ นอกจากยกมือไหว้ขอบคุณและรับเอาคำอวยพรมาเก็บไว้ เพราะน้อยครั้งนักจะมีเวลาได้นั่งกินข้าวเกือบจะตามลำพังกับคุณหญิงที่ตัวเองเคารพนับถือ
ค่ำนี้จึงรู้สึกสบายใจกว่าที่ผ่านมา แม้ไม่ใคร่จะชอบใจสายตาเ้าชู้กรุ้มกริ่มของหลานเ้าบ้านอยู่บ้างก็ตามที แต่โดยรวมแล้วก็เป็มื้อค่ำอันวิเศษล้ำแล้ว
“วันนี้ถ้าไม่มีงานด่วนอะไรมาก ฉันอยากให้ตะวันช่วยไปสืบมาทีว่าตาจิณชอบรถแบบไหน ฉันอยากจะซื้อเป็ของขวัญต้อนรับการกลับมาน่ะ กะจะให้คืนวันงานเลย คืบหน้ายังไงก็มาบอกฉันนะ ราคายี่ห้อหรือว่ารุ่นไม่เกี่ยง ถ้าเดาถูกใจตาจิณฉันมีรางวัลให้ด้วย”
ไข่ดาวบนจานที่เลขาสาวตั้งใจจะตักเข้าปากมีอันต้องล้มเลิกไป เมื่อได้ยินคำสั่งที่เปล่งออกมาจากปากเ้านายอย่างง่ายดาย คนทำนั้นช่างมืดแปดด้านเสียนี่กระไร
แต่ร่างผอมบางก็สะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องทำงานขับรถไปอย่างเสียไม่ได้ เพื่อตระเวนขอโบว์ชัวร์กับรายละเอียดรถหรูราคาแพงลิบหลายยี่ห้อมาหอบไว้ ก่อนจะตรงไปยังอาคารวัชราเวโรจน์ ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด
“นัดไว้หรือเปล่าคะคุณตะวัน เพราะอีกหน่อยคุณจิณต้องประชุมค่ะ”
พันนิภาผู้ช่วยเลขาของจิรเดชที่ถูกย้ายมาเป็เลขาของจิณณวัตรเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็กังวลเล็ก น้อยด้วยกลัวจะบอกพร่องต่อหน้าที่ แต่ด้วยความคุ้นเคยกับอาทิตยาเป็อย่างดี
เพราะอาทิตยาต้องมาเบิกเงินจากจิรเดชไปใช้ในบ้านเป็ประจำ พันนิภาจึงปฏิเสธไม่ได้ ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีมานี้กันแขกไม่ได้รับเชิญไปได้สองคนแล้ว
“คุณจี้ลองโทรเข้าไปถามก่อนได้มั้ยคะว่าตะวันขอเข้าพบแป๊บหนึ่งมีเื่ด่วน ถ้าคุณจิณไม่ว่างตะวันจะนั่งรอจนกว่าจะประชุมเสร็จค่ะ”
ไม่ถึงนาทีร่างผอมบางที่หอบโบว์ชัวร์ไว้กับอกก็ได้ก้าวเข้าไปอยู่ในห้องทำงานอันแสนเลิศหรู กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน และมีหนุ่มหล่อนั่งจมอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้ว
“เชิญครับคุณเลขาใหญ่ ไม่ทราบมีอะไรให้กระผมรับใช้ครับวันนี้ มาถึงที่เชียว”
ถ้าจำไม่ผิด นับั้แ่หลังงานวันเกิดคุณหญิงเพลินพิศมาจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ได้เจอหน้ายัยถั่วงอกเลยก็ว่าได้ เพราะมัวยุ่งกับการศึกษางานจนไม่มีเวลาได้ลืมหูลืมตามองใครเลย ตอนนี้ก็เถอะใช่ว่าจะมีเวลาอะไรนักหนา แต่สมองอันมีแต่เื่เครียด ได้คลายลงบ้างก็คงจะดี
“หวังว่าคุณคงมีธุระด่วนและสำคัญมากๆ นะ ถึงได้บุกมาหาผมได้ เชิญนั่งครับ” แม้จะไม่ใคร่ชอบใจในน้ำคำประชดประชันนัก แต่เพื่อให้งานบรรลุผลตามคำสั่งเ้านาย ก็จำต้องยอมใจเย็นนั่งเก้าอี้ตรงหน้าเขาที่ในมือยังมีปากกากับเอกสารถือไว้อยู่เลย มือบางยื่นปึกโบว์ชัวร์ให้เขาเป็เื่แรก
“อะไรเหรอครับคุณเลขา จะซื้อรถให้ผมหรือไง”
ใบหน้าหล่อเหลายิ้มน้อยๆ เมื่อเหลือบตามองลงไป อาทิตยากระแอมนิดๆ ก่อนจะตัดสินใจให้ความกระจ่างแบบตรงไปตรงมา มากกว่าจะใช้วิธีหลอกล่อหรือเดาเอาเอง ด้วยเกรงกลัวว่าจะอ่านใจคนตรงหน้าที่อดีตเคยแต่กลั่นแกล้งให้เจ็บช้ำน้ำใจด้วยเื่สารพัดไม่ถูก
“คุณผู้หญิงให้ฉันมาแอบสืบดู ว่าคุณจะชอบรุ่นไหน สีไหน ยี่ห้ออะไร ท่านจะซื้อให้เป็ของขวัญที่คุณเรียนจบกลับมาค่ะ”
ผู้บริหารใหม่วางปากกากับเอกสารในมือ รับของจากแม่ถั่วงอกมาเปิดรถราคาแพงลิบลับรุ่นนั้นรุ่นนี้ไปเรื่อย เขาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าด้วยท่าทีฉงนไม่น้อย
“แล้วทำไมคุณถึงไม่สืบล่ะ จะมาบอกผมทำไม”
“ฉันเห็นว่าตัวเองคงไม่เก่งกาจสามารถมากพอจะอ่านใจคุณออกได้อย่างแน่นอนค่ะ ถ้าเกิดเดาสุ่มสี่สุ่มห้าก็รังแต่จะเสียประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายเปล่าๆ ราคาก็ไม่ใช่หลักหมื่นหลักแสน เกิดบอกคุณผู้หญิงผิดๆ คุณไม่ต้องพะอืดพะอมใช้รถที่ตัวเองไม่ชอบไปอีกหลายปีเหรอคะ ทางที่ดีสู้มาถามตรงๆ จะเหมาะกว่ากันเยอะเลย”
จิณณวัตรยิ้มบางๆ ออกมา แม้จะชอบใจในความตรงของเ้าหล่อนไม่น้อย แต่เื่อะไรจะชมให้ได้ใจ สู้แกล้งตีหน้าตายให้หัวปั่นเล่นไปอย่างนี้สนุกกว่าเป็ไหน ๆ ว่าแล้วเขาก็ลุกพรวดพราดขึ้น ยังผลให้อีกคนลุกตามแทบจะทันที
“ผมต้องเข้าประชุม คุณรอตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ค่อยมาคุยเื่นี้ใหม่” สิ้นคำเขาก็ก้าวยาวๆ ออกจากห้องไปดื้อๆ ทิ้งให้อีกคนมองตามด้วยอาการเคืองนิดๆ แต่เมื่อทำอะไรได้ไม่มากก็คว้าเอากระเป๋าสะพายเดินไปรอยังห้องรับรอง เปิดแท็บเล็ตทำงานไปด้วยเป็การฆ่าเวลา เที่ยงครึ่งมือถือในกระเป๋าถึงได้ดังขึ้น ตามติดด้วยน้ำเสียงอันคุ้นหูดังแทรกเข้ามา
“ผมเข้าใจว่าคุณจะรอให้ผมประชุมเสร็จซะอีก ไม่ทราบตอนนี้คุณหนีไปไหน หรือเดาใจผมได้ตรงเผงแล้วเลยไม่้านั่งรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันมานั่งทำงานอยู่ในห้องรับรอง อีกสองนาทีจะไปหาค่ะ”
‘หมั่นไส้คุณชายเนี้ยบนี่ชะมัด ทำไมต้องกวนตลอดเวลาด้วยนะ’
นี่เป็เพียงการบ่นในใจเท่านั้น สลับกับการรีบเก็บข้าวของแล้วตรงไปหา แต่ยังเดินไม่ถึงด้วยซ้ำเขาก็เปิดประตูออกมา แล้วก้าวยาวๆ นำไปหาลิฟต์ คนก้าวตามให้สงสัยจนทนไม่ได้
“เราจะไปไหนคะ”
เลยตัดสินใจเอ่ยถาม แต่เขาไม่ตอบนอกจากผายมือให้แม่ถั่วงอกเข้าไปในลิฟต์ก่อนอย่างสุภาพบุรุษแล้วค่อยตามไป กดชั้นล่างสุดแล้วก็ยืนกอดอกหลังพิงผนังลิฟต์มองอีกคนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสีหน้าท่าทียียวนกวนประสาทไม่น้อย
คนถูกมองเลยทำท่าไม่ใส่ใจกับสายตานั่น แต่จ้องตัวเลขบนจอแทน และอยากให้มันถึงชั้นล่างเร็วๆ เ้าของสายตาคมมองแม่ถั่วงอกในชุดกางเกงยีนยืดนิดๆ สีดำรัดเรียวขากลมกลึง กับเสื้อคอโปโลพอดีตัวสีขาวตรงเอวคอดมีเข็มขัดสานหนังสีน้ำตาลคาดไว้ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















