แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบกำแพงเหล็กของเมือง Eden ที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง แม้บรรยากาศภายในเมืองจะเริ่มดูเป็ระเบียบมากขึ้น ผู้คนหลายคนเริ่มแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีทั้งฝ่ายขนย้ายเสบียง ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และฝ่ายดูแลผู้าเ็ แต่ลึก ๆ แล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่า ความสงบที่เห็นอยู่ตอนนี้ เป็เพียง่พักชั่วคราวก่อนคลื่นอันตรายลูกใหม่จะเข้ามาเท่านั้น
โดยเฉพาะปัญหาเื่อาหาร ที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลังจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเกือบร้อยคนในเวลาไม่ถึงวัน เสบียงภายในมหาวิทยาลัยลดลงเร็วกว่าที่คิด แม้หลายคนจะพยายามประหยัดแล้ว แต่หากไม่มีแหล่งทรัพยากรใหม่ เมืองนี้อาจเริ่มอดอาหารภายในไม่กี่วันแน่นอน
ภายในห้องบัญชาการ ธีร์กำลังยืนมองแผนที่กรุงเทพที่ระบบฉายขึ้นกลางอากาศ จุดสีแดงจำนวนมากกระจายเต็มพื้นที่แทบทุกเขต โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมืองที่มีรอยแยกขนาดมหึมาตั้งอยู่ พลังงานสีแดงจากตรงนั้นยังแผ่ออกมาตลอดเวลา ราวกับหัวใจของหายนะทั้งหมดกำลังเต้นอยู่กลางเมืองหลวง
“พื้นที่รอบมหาลัยเริ่มสะอาดขึ้นแล้ว” ผู้กองภาสพูดขึ้น พร้อมชี้ไปยังพื้นที่สีเทาบนแผนที่ “เมื่อคืนพวกมอนสเตอร์ส่วนใหญ่โดนดึงไปที่าหน้ากำแพง แต่ถ้าออกไกลกว่านี้…”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พวกเรายังไม่รู้เลยว่าข้างนอกมีอะไรอีก”
ธีร์พยักหน้าเบา ๆ เพราะเขาเองก็คิดเหมือนกัน ั้แ่วันสิ้นโลกเริ่มต้น ทุกคนแทบไม่มีเวลาสำรวจโลกภายนอกจริง ๆ พวกเขาเพียงแค่เอาตัวรอดวันต่อวันเท่านั้น
แต่ตอนนี้… เมืองจำเป็ต้องเริ่ม “ออกไปข้างนอก” แล้ว
ติ๊ง!
[ภารกิจ : สร้างหน่วยออกสำรวจ]
[เงื่อนไข : จัดตั้งทีมขั้นต่ำ 5 คน]
[คำเตือน : พื้นที่นอกเมืองมีความเสี่ยงสูง]
หน้าต่างระบบลอยขึ้นตรงหน้าทันที
ธีร์สูดหายใจลึก ก่อนหันไปมองทุกคนในห้อง
“เราต้องออกไปหาเสบียง และสำรวจพื้นที่รอบเมือง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าเราเอาแต่ปิดประตูอยู่แบบนี้ สุดท้ายก็จะค่อย ๆ ตายอยู่ดี”
บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย เพราะทุกคนรู้ว่า การออกไปด้านนอกตอนนี้ ไม่ต่างจากเดินเข้าไปในดินแดนของมอนสเตอร์โดยตรง
แต่สุดท้าย นนท์ก็ยกมือขึ้นก่อน
“งั้นฉันไปด้วย”
“ฉันด้วย” มินพูดตาม แม้ใบหน้าจะยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตากลับจริงจังกว่าเดิมมาก
ผู้กองภาสยิ้มบาง ๆ ก่อนพยักหน้า
“ตำรวจพวกผมออกภาคสนามเป็อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องมีคนคุ้มกัน”
สุดท้าย ทีมสำรวจชุดแรกของเมือง Eden จึงถูกจัดตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธีร์ นนท์ มิน ผู้กองภาส และตำรวจอีกสองคน รวมถึงลูเซียนที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังมาตลอด
แม้ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า หากไม่มีลูเซียนร่วมทีม ภารกิจครั้งนี้อาจกลายเป็การเดินไปตายได้ง่าย ๆ
ก่อนออกเดินทาง ธีร์เปิดหน้าต่างระบบของเมืองอีกครั้ง พร้อมใช้เหรียญเมืองจำนวนหนึ่งซื้ออุปกรณ์พื้นฐานเพิ่มเติม ทั้งกระเป๋าเก็บของ ยารักษา และอาหารฉุกเฉิน แม้ทรัพยากรจะเริ่มตึงมือ แต่เขารู้ว่า การลงทุนกับหน่วยสำรวจคือสิ่งจำเป็ที่สุดตอนนี้
ประตูเมือง Eden ค่อย ๆ เปิดออกอีกครั้งใน่เย็น
ลมร้อนจากภายนอกพัดเข้ามาพร้อมกลิ่นเืและกลิ่นไหม้ที่ยังคงลอยปกคลุมทั่วกรุงเทพ ถนนด้านนอกเต็มไปด้วยซากรถชนกันระเนระนาด อาคารหลายแห่งพังถล่ม และบางจุดยังมีไฟลุกไหม้อยู่ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองวันแล้ว แต่เมืองทั้งเมืองกลับดูเหมือนเพิ่งผ่านาขนาดใหญ่มาไม่นาน
ที่น่ากลัวที่สุด… คือความเงียบ
ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงผู้คน ไม่มีแม้แต่เสียงนก มีเพียงเสียงลมและเสียงบางอย่างที่ดังแว่วมาจากไกล ๆ เท่านั้น
“แม่งเหมือนเมืองร้างในหนังเลย…” นนท์พึมพำเบา ๆ ขณะกำดาบสายฟ้าแน่น
ส่วนมินกำลังมองรอบตัวด้วยสีหน้าตึงเครียด เพราะแม้เธอจะเริ่มกล้าขึ้นแล้ว แต่การออกมาด้านนอกเมืองจริง ๆ ก็ยังทำให้หัวใจเต้นแรงไม่หยุดอยู่ดี
ทีมสำรวจเริ่มเดินไปตามถนนสายหลักอย่างระมัดระวัง ลูเซียนเดินอยู่ด้านหน้าสุด ดวงตาสีฟ้ากวาดมองรอบด้านตลอดเวลา ราวกับสามารถััอันตรายได้ก่อนคนอื่น
และเพียงไม่ถึงสิบนาทีหลังออกจากเมือง…
ลูเซียนก็หยุดเดินทันที
ทุกคนชะงักตามโดยอัตโนมัติ
“มีบางอย่างอยู่ข้างหน้า” เขาพูดเสียงเรียบ
ทันใดนั้นเอง
กรรรรรรรรร…
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นจากด้านในร้านสะดวกซื้อที่พังเสียหายข้างถนน ก่อนดวงตาสีแดงหลายคู่จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางความมืด
ซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนมาก กำลังเดินออกมาช้า ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเริ่มหน้าซีด ไม่ใช่จำนวนของพวกมัน
เพราะด้านหลังฝูงซอมบี้…
มีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนหลังคารถบัสที่คว่ำอยู่
มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ิัสีดำสนิท แขนทั้งสองข้างยาวผิดปกติ และดวงตาสีเหลืองของมันกำลังจ้องมาทางทีมสำรวจอย่างเงียบงัน
[Hunter Variant Lv.12]
แรงกดดันของมัน… แตกต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไปทันที