บทที่ 97: ชายที่อยู่ใต้หมวก (The Hat Man)
สักพัก ยูโตะก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นที่ไนต์คลับในท่ามกลางท้องฟ้าในยามเช้ามืด ยูโตะก็ได้รู้ตัวแล้วว่าเหตุการณ์ที่เขาประสบมานั้นเป็นเพียงแค่ในความฝัน เมื่อกวาดมองดูไปรอบๆ ก็พบว่าคนอื่นๆ ที่เหลือนั้นยังคงนั่งหลับกันอยู่เลย“ฮิโกโบชิ...ฮิโกโบชิ...”สักพัก ทางด้านยูโตะก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งค่อยๆ ดังขึ้นทีละน้อย เมื่อหันไปที่ต้นตอของน้ำเสียงนั่น ก็พบร่างเนรมิตของราชินีฮิมิโกะ ซึ่งตัวเขานั้นก็รู้สึกว่าใบหน้าของฮิมิโกะนั้นช่างดูละม้ายคล้ายกับยูกินะซะเหลือเกิน ราวกับว่าเธอกับราชินีฮิมิโกะนั้นคือคนๆ เดียวกัน“จงเตรียมตัวไว้ ฮิโกโบชิ ภัยร้ายกำลังจะคลืบคลานเข้ามา เจ้าต้องหยุดยั้งเจ้าพวกนางเทวีอสูรฯ พวกนั้นให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้”ทันทีที่กล่าวจบ ร่างเนรมิตของราชินีฮิมิโกะก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากตรงหน้ายูโตะ ปล่อยให้เขายืนถอนหายใจเบาๆ พลางขมวดคิ้วบนใบหน้าที่หล่อเหลาด้วยความรู้สึกเคร่งเครียดนิดๆ อยู่อย่างนั้นด้วยความที่มีพลังเวทย์ของเจ้าชายฮิโกโบชิอยู่ในตัว ทำให้ยูโตะเกิดเห็นภาพเหตุการณ์ที่เหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ บุกเข้ามาอาละวาดในเมืองคิตะจนเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก และชีวิตของเหล่าผู้บริสุทธิ์ก็ได้ถูกพวกมันสังหารไปเป็นจำนวนมากอีกด้วย เขาจึงรีบวิ่งออกมาจากไนต์คลับเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองแห่งนั้นทันทียูโตะรีบวิ่งไปตามทางเดินต่างๆ ภายในย่านคาบูกิโจว จนเขาได้มาถึงที่ริมถนนแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในย่านแห่งนั้น และได้มีรถเก๋งสีดำยี้ห้อหรูคันหนึ่งค่อยๆ แล่นเข้ามาจอดที่ริมถนนตรงบริเวณที่ยูโตะกำลังยืนอยู่“รีบขึ้นรถมาเร็ว”“คุณคือ...” ทางด้านยูโตะก็รู้สึกเหมือนกับว่า...เขานั้นเคยเห็นใบหน้าคมคายของบุรุษรูปงามผู้นี้ที่ไหนมาก่อน“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน รีบขึ้นมาเร็ว เราจะไปที่เมืองคิตะกัน”ทางด้านยูโตะก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วรีบขึ้นไปในรถเก๋งยี้ห้อหรูคันนั้นไปทันที ยูโตะก็ได้ทราบภายหลังแล้วว่าบุรุษรูปงามที่กำลังขับรถอยู่นี้ก็คือศาสตราจารย์เซมิกาว่า ฮิโรชินั่นเองศาสตราเซมิกาว่านั้นได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้กับยูโตะได้ทราบว่า ตัวเขานั้นก็คืออาเบะ โนะ เซย์เมย์ ที่ถูกห้วงมิติแห่งกาลเวลาดึงมายังยุคสมัยปัจจุบันนี้ ด้วยความที่ยูโตะนั้นมีพลังแห่งอาชณเวทย์ของเจ้าชายฮิโกโบชิอยู่ในตัว ซึ่งจะทำให้สามารถล่วงรู้กาลเวลา และชาติภพของแต่ละบุคคลได้ รวมไปถึงสามารถล่วงรู้ถึงเรื่องราวในอดีตของแต่ละบุคคลนั้นๆ ได้อีกด้วย ทำให้ตัวเขานั้นเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า ศาสตราจารย์ฮิโรชินั้นคืออาเบะ โนะ เซย์เมย์จริงๆทางด้านเซย์เมย์นั้นก็ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ตัวเขาเองนั้นก็ได้ออกตามหาคู่ปรับตัวฉกาจของเขาที่มีนามว่าอาชิยะ โดมัน ซึ่งเป็นถึงองเมียวจิแห่งศาสตร์มืด หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าองเมียวดำ ในระหว่างที่เขานั้นกำลังแฝงตัวอยู่ในสังคมยุคปัจจุบัน จนกระทั่งเขาได้เห็นภาพตราสัญลักษณ์ดาว 5 แฉกที่ปรากฏขึ้นในสถานที่เกิดเหตุทั้งสามแห่งที่ยูโตะเคยนำมาให้เขาช่วยวิเคราะห์ให้ ซึ่งประกอบไปด้วยหอระฆังในจังหวัดไซตามะ สะพานเชื่อมกลางอาคารที่อุเมดะสกายในจังหวัดโอซาก้า และสะพานชินเคียวในจังหวัดโทชิกิ รวมไปถึงที่อาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียวด้วยจึงทำให้เซย์เมย์นั้นเริ่มรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาภายในใจว่า โดมันที่แฝงตัวอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันนี้เหมือนกำลังจะก่อการอะไรบางอย่าง และแล้ว เขาได้รู้แล้วว่าอาชิยะ โดมันนั้น ก็คือศาสตราจารย์ฟูจิวาระ เก็นเซย์ ที่เป็นมือขวาของเก็นอิจิโร่ อิชชิน จากการที่เขานั้นได้เห็นใบหน้าของศาสตราจารย์เก็นเซย์ปรากฎขึ้นในสื่อข่าวบนโลกโซเชียลด้วยความที่อิชชินนั้นเป็นถึงนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล จึงทำให้เซย์เมย์ในตอนนี้แทบจะทำอะไรกับโดมันไม่ได้เลย ตัวเขานั้นจึงได้แต่คอยเฝ้ารอโอกาสที่ได้จะจัดการกับอีกฝ่าย“หลังจากที่ผมได้พบกับร่างเนรมิตของเจ้าหญิงฮิเมรากิ ทุกอย่างก็เริ่มชัดเจนขึ้น ผมได้เห็นภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายที่มาจากการเกิดภัยพิบัติโยไคที่กำลังจะคลืบคลานเข้ามา ผมเกรงว่าเจ้าโดมันนั่นจะต้องกระทำการอะไรบางอย่างที่จะส่งผลเสียอันใหญ่หลวงต่อบ้านเมืองนี้แน่ๆ ผมก็เลยรีบพาคุณไปที่เมืองคิตะ เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติโยไคที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า”“ผมว่ารีบมุ่งหน้าไปยังที่นั่นเลยก็ดี เพราะตัวผมเอง...ก็เห็นภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายที่คุณว่ามานั่นเหมือนกัน”ในระหว่างนั้น รถเก๋งคันหรูสีดำของเซย์เมย์ หรือศาสตราจารย์ฮิโรชินั้นก็รีบมุ่งหน้าไปยังเมืองคิตะที่อยู่ในเมืองหลวงโตเกียว และในขณะเดียวกัน เซย์เมย์ก็ได้ขอร้องให้ยูโตะช่วยปกปิดเรื่องตัวตนของเขาไว้เป็นความลับระหว่างทางที่ทั้งสองนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองคิตะ ก็ได้มีรถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินเข้มอมม่วงขับพุ่งเข้ามาตัดหน้ารถเก๋งคันหรูของเซย์เมย์เอาไว้ด้วยความเร็วสูง ก่อนที่รถสปอร์ตคันนั้นจะจอดขวางรถเก๋งคันหรูไว้ด้วยความรวดเร็ว ทำเอารถเก๋งคันหรูที่ขับตามมาหลังนั้นแทบจะเบรกไว้ไม่ทัน เสียงรถเบรกกะทันหันของทั้งสองคันนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณท้องถนนทั้งสองฝ่ายต่างก็ลงจากรถอย่างพร้อมเพรียงกัน ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็ได้ทราบทันทีเลยว่า เจ้าของรถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินเข้มอมม่วงนั้นก็คือศาสตราจารย์เก็นเซย์ หรืออาชิยะ โดมันนี่เองอาชิยะ โดมันนั้นมีลุคที่คล้ายคลึงกับศิลปิน MJ ที่มีสไตล์แบบชาวร็อคนิดๆ ไว้ผมหยักโศกสีดำยาวสลวยแบบเซอร์ๆ มีหนวดเคราหน่อยๆ บนใบหน้าวัยกลางคน เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็คขายาวสีขาว และรองเท้าคัทชูสีน้ำตาลมันวาว ผูกด้วยเน็คไทสีฟ้า สวมทับอีกชั้นด้วยเสื้อสูทหนังสีดำ ตามด้วยหมวกฟีโดร่าสีขาวแถบดำที่คอยปกปิดใบหน้าของเขาไว้ “ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกจนได้ ศาสตราจารย์ฮิโรชิ...”โดมันถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขาจะเอ่ยนามที่แท้จริงของศาสตราจารย์ฮิโรชิ ที่เขารู้สึกคุ้นหูกันเป็นอย่างดีในฐานะที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตออกมาว่า“ไม่สิ อาเบะ โนะ เซย์เมย์”ทางด้านเซย์เมย์นั้นถึงแม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ค่อยชัด จากการที่มีปีกของหมวกฟีโดร่าคอยปกปิดใบหน้าของเขาไว้ แต่ด้วยสัญชาตญาณที่อยู่ภายในตัว จึงทำให้เขาได้รู้ทันทีแล้วว่า ชายวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของรถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินเข้มอมม่วงนั้นคือใคร“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ ศาสตราจารย์เก็นเซย์...”เซย์เมย์รีบเอ่ยถามออกมาด้วยความรู้สึกหวั่นเกรงที่อยู่ภายในใจ ว่าชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้านั้นเตรียมจะกระทำการบางอย่างที่จะนำพาหายนะมาสู่บ้านเมือง และเซย์เมย์ก็ได้ถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขาจะเอ่ยนามที่แท้จริงของชายวัยกลางคน ผู้ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาลออกมาว่า“ไม่สิ จริงๆ แล้ว ข้าควรจะเรียกเจ้าว่า อาชิยะ โดมัน”พวกเขาทั้งสองต่างก็จ้องมองกันด้วยสายตาที่อาฆาต ก่อนที่โดมันนั้นจะเอ่ยถามออกมาว่า“แล้วเจ้าหญิงฮิเมรากิหล่ะ สบายดีไหม”“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยนามของศิษย์ข้าคนนั้น อาชิยะ โดมัน”เซย์เมย์ตอกกลับโดมันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองที่อยู่ภายในใจ“แต่จะว่าไป นักศึกษาหญิงที่ชื่อมัทสึไดระ ยูกินะนั่น หน้าตาก็คล้ายกับเจ้าหญิงฮิเมรากิอยู่นะ เจ้าว่าไหม”“เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยมิทราบ”เซย์เมย์เอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้า และน้ำเสียงที่ดุดันนิดๆ แต่ก็ทำให้โดมันถึงกับรู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ทางด้านตัวเขาเองนั้นก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับยูกินะมาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว เมื่อสมัยตอนที่เธอนั้นยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมาใหม่ๆ เขารู้สึกว่าใบหน้างามที่สะสวยของเธอนั้นช่างละม้ายคล้ายกับใบหน้างามของเจ้าหญิงฮิเมรากิซะเหลือเกิน ราวกับว่าทั้งสองคนนั้นคือคนๆ เดียวกัน