ตอนที่ 1 ขบวนสินค้าตระกูล ‘โลว’
(เช้า)วันที่ 5082 ฤดูร้อนเดือนที่ 3 ของยุคสมัยทรินิตี้
นับถอยหลัง:ก่อน ‘วันพายุสีแดง 7 วัน’
“ฉึกฉัก ฉึกฉัก ฉึกฉัก ปูนปู๊น! ...ฉึกฉัก ฉึกฉัก ปูนปู๊น! ...”เสียงแตรและเสียงของล้อเหล็กจักรกลขนาดใหญ่เสียดสีไปกับรางเหล็กบนพื้นน้ำแข็งตอนรุ่งเช้าของวันที่ท้องฟ้าสดใสมันปลุกทุกสรรพสิ่งที่อยู่บริเวณนั้นตื่นจากภวังค์ตลอดเส้นทางเดินที่จักรกลเหล็กได้ผ่านทางไป
“ท่านไทมัส!พวกเราจะถึงนครหลวงทรินิตี้แล้วท่านควรจะเรียกนายน้อยอัลวาให้ออกจากขบวนที่พักมาดูสภาพอากาศที่ขบวนหน้าแล้วล่ะท่าน... ”เสียงะโดังขึ้นมาจากดาดฟ้าของจักรกลเหล็กเขาเป็ชายวัยกลางคนผิวขาวสูงราวๆ 175 เิเร่างกายกำยำมีรอยแผลเป็ทั่วทุกแห่งบ่งบอกถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่สะสมมานานนับปีเขากำลังใช้กล้องส่องทางไกลมองไปทางทิศใต้ที่ตอนนี้ปรากฏภาพของเมืองขนาดใหญ่ซึ่งเป็จุดหมายของพวกเขาอยู่ริมขอบฟ้า
“หลานข้าไม่ได้ชอบอู้งานแบบเ้านะโกทัค!ตอนนี้อัลวาไปอยู่ที่หน้าจักรกลก่อนเ้าซะอีกรีบลงมาแล้วไปทำงานที่ห้องเชื้อเพลิงซะก่อนที่ข้าจะโยนเ้าทิ้งลงตรงป่าสีขาวข้างทางแถวนี้!”ชายชราคนหนึ่งะโตอบพร้อมกับขว้างลังไม้ขนาดเล็กใส่ชายที่ชื่อโกทัคบนดาดฟ้าของจักรกลแต่ดูเหมือนจะไม่ทำให้ชายที่ชื่อโกทัคหันกลับมาสนใจแม้แต่น้อย
“จริงๆเลยเ้าโกทัคงานที่ไม่ได้มอบหมายให้ทำนี่ชอบไปทำเองทุกทีว่าแต่ โกทัคเห็นเ้ามารันรึเปล่า ?”ไทมัสบ่นกับตัวเองอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะมองซ้ายมองขวาภายในห้องสังเกตการณ์แห่งนี้เพื่อหาตัวคนชื่อมารัน
“ท่านไทมัสขอรับท่านมารันอยู่ในห้องเก็บของและที่พักขบวนที่ 4 ขอรับเห็นว่าจะไปจัดระเบียบของที่ตกลงมาจากชั้นวางของ อย่างที่ท่านเห็นตอนนี้ภายในขบวนที่ 3 มีแค่ท่านโกทัคที่หนีมาอู้งานเท่านั้นขอรับ”ผู้มาใหม่เดินเข้ามาในขบวนกล่าวตอบคำถามของไทมัสแทนตัวของโกทัคเนื่องจากตอนนี้ไม่ได้สนใจในไทมัสอีกต่อไปเพราะมัวแต่ใช้กล้องส่องทางไกลมองไปที่นครหลวงอย่างตื่นเต้น
“ขอบใจเ้ามากกีรานเ้าไม่ได้ไปอยู่คอยช่วยอัลวาหรอกหรือ ?”ชายชรามองไปที่ชายหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นที่ชื่อว่ากีรานพร้อมถามคำถามออกไปเพราะตามปกติกีรานจะคอยเป็ลูกมือช่วยเหลืออัลวาหลานชายของเขาเสมอกีรานในปีนี้มีอายุครบ 20 ปีพอดีสูง 188 เิเรูปร่างสันทัดมีร่างกายสมส่วนแข็งแรงเนื่องจากชื่นชอบการล่าสัตว์ในเขตอันตรายและการฝึกฝนการต่อสู้อยู่เสมอเป็คนใจเย็นและเป็เพื่อนของอัลวาั้แ่เด็กๆปัจจุบันเป็พ่อบ้านประจำตระกูลโลวและเป็เพื่อนสมัยเด็กของอัลวา
“กระผมมาเพื่อตามตัวท่านโกทัคให้กลับไปประจำตำแหน่งห้องเชื้อเพลิงในขบวนที่ 2 เพราะจำเป็ต้องเร่งพลังงานอีกครั้งตามที่ท่านอัลวาบอกมาขอรับ”กีรานตอบพลางชี้ไปที่โกทัคที่กำลังตื่นเต้นกับการได้เห็นนครหลวงเป็ครั้งแรกแม้จะอยู่ไกลมากๆก็ตาม
“ฝากด้วยล่ะกีราน พาเ้าโกทัคไปทำงานสักที เพราะข้าจะไปหามารันสักหน่อยให้ช่วยจัดการเื่สังเกตการณ์ต่อส่วนเื่จัดระเบียบห้องเก็บของอาจจะให้มานีทำน่าจะเหมาะกว่า ข้าไปล่ะ”
“รับทราบขอรับ”กีรานขานตอบไทมัสและเดินขึ้นบันไดไป้าของห้องดาดฟ้าเหนือจักรกลเหล็กที่ที่โกทัคอยู่
หลังจากนั้นไทมัสก็ได้ยินเสียงดังไล่หลังมาแว่วๆว่า “ข้าผิดไปแล้วข้าจะรีบกลับไปห้องเชื้อเพลิงเดี๋ยวนี้แหละเ้าอย่าพึ่งงดข้าวเย็นข้านะ”ก็ตามที่ไทมัสคิดไว้ต่อให้โกทัคแข็งแกร่งขนาดไหนยังไงก็แพ้ให้กับกีรานอยู่ดีไม่งั้นได้อดข้าวเย็นจากฝีมือพ่อครัวที่อร่อยที่สุดของตระกูลโลวแน่นอน
ขบวนจักรกลเหล็กเที่ยวการเดินทางนี้ทางตระกูลโลวได้เช่าเหมารอบเข้านครหลวงไว้แล้วเพื่อการขนส่งเนื้อสัตว์ปริมาณมหาศาลที่ทางตระกูลได้ล่าเก็บไว้ไปเเลกผักผลไม้รวมถึงเงินตราใช้จ่ายสำหรับถ่านหินแร่คอสโรไม้แบสเตียนและน้ำโยรา
ซึ่งขบวนจักรกลนี้มี 7 ตู้ขบวน
ขบวนที่ 1 :หน้าขบวนใช้ควบคุมการเดินทางรวมถึงเป็สะพานเรือเพื่อดูสถานะอื่นๆในจักรกลเป็หลัก
ขบวนที่ 2 :ขบวนที่ใช้เป็ศูนย์กลางเชื้อเพลิงและพลังงานขับเคลื่อนจักรกล
ขบวนที่ 3 :ขบวนที่ใช้สำหรับสังเกตการณ์มีห้องดาดฟ้าขนาดเล็ก้ามีอุปกรณ์สำหรับการติดต่อสื่อสารทั่วขบวนรวมถึงสามารถใช้เพื่อตรวจสอบรอบๆขบวนจักรกลเหล็ก
ขบวนที่ 4 :ขบวนที่ใช้เก็บอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการเดินทางทั้งหมดรวมถึงเป็ขบวนที่ไว้ใช้พักผ่อนที่นอนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เดินทางและมีห้องครัวห้องน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้สอยระหว่างเดินทาง
ขบวนที่ 5-7 :ขบวนที่ใช้เก็บเนื้อสัตว์จำนวนมากเนื้อปลาเนื้อวัวเนื้อสัตว์อื่นๆ
“อยู่นี่เองเหรอมารัน”ไทมัสเดินเข้าไปในตู้ขบวนที่ 4 ได้เจอกับฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่งชื่อว่ามารันและมานีทั้งคู่ช่วยกันขนของเก็บเข้าที่อย่างตั้งใจโดยมีลูกเรืออีก 4 คนที่ทางกลุ่มพ่อค้าเ้าของกรรมสิทธิจักรกลขบวนนี้ส่งมาช่วยเหลือเื่ต่างๆระหว่างทางไปนครหลวง
“ข้าก็อยู่นี่ตลอดแหละปู่มีอะไรรึเปล่าตอนนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่กับการจัดเก็บข้าวของพวกนี้ดังนั้นข้าไม่มีเวลามาสนทนากับตาแก่บ้าพลังเเถวนี้หรอกนะ”มารันพูดพลางเก็บกล่องเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆที่กระจัดกระจายเต็มพื้นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ตาแก่คนนั้นจะจับเ้าตัวแสบทุ่มใส่พื้นโทษฐานพูดจาไม่เข้าหูผู้หลักผู้ใหญ่
“อ๊ากกก !!!”เสียงร้องที่ดังมาจากตู้ขบวนที่ 4 ทะลุมาถึงตู้ขบวนที่ 1อย่างเหลือเชื่อ
ณ ตู้ขบวนที่ 1 ...
“ปู่ไทมัสจับพี่มารันทุ่มใส่พื้นอีกแน่ๆเลยขอให้หลังไม่หักละกันนะพี่ชาย”ผมพูดพร้อมกับยิ้มเล็กๆให้กับตัวเองก็ได้แต่หวังว่าพี่ชายของเขาจะเลิกพูดจากวนๆใส่ปู่ไทมัสสักที
ตระกูลโลวของเรามีหัวหน้าตระกูลคือปู่ไทมัสที่เป็นักล่าสัตว์อันดับ 1 ของหมู่บ้านที่เราจากมา ส่วนท่านพ่อและท่านแม่ของผมทำงานเกี่ยวกับร้านอาหารที่หมู่บ้านจึงไม่ได้เดินทางมาค้าขายที่นครหลวงในครั้งนี้ด้วยพี่โกทัคคือพี่ใหญ่ของตระกูลเรารองลงมาคือฝาแฝดชายหญิง ชื่อว่าพี่มารันและพี่มานีและมีพ่อบ้านที่เก่งในทุกๆเื่นั่นคือกีรานเติบโตมาพร้อมๆกันกับผมที่เป็น้องคนเล็กสุดสำหรับตระกูลของเราไม่มีใครสักคนที่มาจากสายเืเดียวกันมีเพียงแค่ท่านปู่ท่านพ่อและก็ผมพี่ๆที่เหลือเป็เพียงเด็กที่ตระกูลรับเข้ามาดูแลเสมือนครอบครัวซึ่งพวกเราก็อยู่ด้วยกันช่วยเหลือกันเพื่อตอบแทนปู่ไทมัสที่ช่วยเหลือพวกเขาเสมอมา
กลับมาที่เื่ของขบวนจักรกลเหล็ก
ในขบวนที่ 1 ตอนนี้นอกจากอัลวาที่กำลังถือแผนที่ดูเส้นทางอยู่ก็มีลูกเรือที่คอยเป็ที่ปรึกษาเื่เส้นทางอีก 3 คนที่มาจากกลุ่มพ่อค้ารอฟังคำสั่งของเขาอยู่ว่าจะใช้เส้นทางเข้าเมืองด้านไหนที่จะสะดวกและไม่อันตราย
“นายน้อยขอรับกระผมพาตัวท่านโกทัคกลับไปดูแลขบวนที่ 2 แล้วขอรับ”กีรานเปิดประตูและโค้งรายงานให้กับเขาตามมารยาทตระกูลแต่ผมรู้สึกไม่อยากให้ทำสักเท่าไรก็เราโตมาพร้อมๆกันล่าสัตว์มาด้วยกันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยจริงๆถึงจะเคยบอกไปแล้วแต่กีรานก็ไม่ยอมยืนกรานว่าจะทำแบบนี้ลูกเดียวยอมใจเขาเลย
“ขอบคุณมากนะกีรานผมขอเวลาประชุมเื่เส้นทางเข้าเมืองกับที่ปรึกษาทั้ง 3 ก่อน ในระหว่างนี้ผมฝากกีรานไปตรวจสอบความเสียหาย ตู้ขบวนที่ 5 ,6 และ 7 ให้หน่อยว่ามีอะไรเสียหายรึเปล่า ?”เป็เพราะเหตุเมื่อคืนรางเหล็กที่เราผ่านทางมามันชำรุดและเสียหายโชคดีที่จักรกลขบวนนี้ผ่านมาได้แต่ด้วยแรงกระแทกต่างๆทำให้ต้องตรวจสอบว่าข้าวของยังคงเหมือนเดิมหรือไม่จะได้แก้ไขได้ทันเวลาก่อนถึงนครหลวง
“รับทราบขอรับ”ว่าแล้วกีรานก็โค้งอีกครั้งปิดประตูขบวนแล้วก็เดินไปตรวจสอบตามที่ผมขอให้ช่วยทันทีเื่ไหนๆกีรานก็สามารถทำได้สมแล้วที่อดีตพ่อบ้านตระกูลโลวรุ่นก่อนๆฝึกฝนให้
“กลับมาคุยกันต่อเื่เส้นทางที่จะไปนครหลวงพวกนายมีอะไรจะเสนอผมหรือ ?” หลังจากคุยกับกีรานเรียบร้อยผมจึงหันกลับมาคุยกับที่ปรึกษาเส้นทางเดินทั้ง3คน โดยมีแผนที่ขนาดใหญ่วางไว้บนโต๊ะทำงานกลางขบวนที่1 ในหัวข้อเื่เส้นทางการเข้าเมืองหลวงทรินีตี้
“นายน้อยตระกูลโลวผมขอแนะนำให้ท่านใช้เส้นทางเหล็กทิศตะวันตกเส้นทางขวาผ่านหุบเขา ‘ทูน’เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่นครหลวงโดยเร็วแม้จะเป็เส้นทางที่ลาดชันและลำบากอยู่บ้างแต่เราจะสามารถเข้าภายในตัวนครหลวงก่อนที่พายุหลงฤดูจะมาถึงในบริเวณนี้ขอรับ”ที่ปรึกษาเส้นทางเดินคนที่ 1 เสนอให้ผมเขาเป็ชายวัยกลางคนอายุไม่มากไม่น้อยหน้าตาเขร่งขรึมเขาเสนอเส้นทางที่ลำบากแต่ถึงนครหลวงไวกว่าเส้นทางอื่น
“นายน้อยให้ข้าแนะนำท่าน ...พายุหลงฤดูจะมาถึงในอีก 1 วันแต่เท่าที่ประสบการณ์ของข้าเคยพบพายุหลงฤดูจะไม่ทำความเสียหายให้กับขบวนจักรกลและเรายังมีแร่คอสโรเหลือเพียงพอที่จะใช้เดินทางข้าเสนอให้ท่านใช้เส้นทางตะวันออกหรือเส้นทางด้านซ้ายไม่ลาดชันและเรียบง่ายผ่านพื้นที่ราบสีขาวเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางเข้านครหลวงขอรับ”ที่ปรึกษาเส้นทางเดินคนที่ 2 เสนอต่อจากคนแรกเขามีอายุที่เยอะพอสมควรแต่อายุน่าจะน้อยกว่าปู่ไทมัสนิดหน่อยเป็เส้นทางที่ปลอดภัยเรียบง่ายแต่ต้องเจอพายุหลงฤดูซึ่งผมพึ่งจะเคยได้ยินเป็ครั้งแรก
เมื่อความเห็นของทั้ง 2 คนไม่ตรงกันและแยกคนละเส้นทางเดินผมจึงรอฟังคนที่ 3 ว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร
“ผมไม่เห็นด้วยกับเส้นทางของทั้ง 2 ไม่ว่าจะตะวันออกหรือตะวันตกนายน้อยผมขอเสนอให้ท่านจอดพักจักรกลเหล็กที่สถานีร้างในเส้นทางตอนใต้ที่นั่นถึงแม้ว่าจะเป็สถานีร้างแต่มีที่หลบภัยสำหรับพายุหลงฤดูแถมยังสามารถหันจักรกลเหล็กกลับเส้นทางรางเหล็กจากทั้งตะวันออกและตะวันตกได้แม้ว่าจะตัวเลือกที่ช้าที่สุดใช้เวลานานที่สุดแต่ปลอดภัยที่สุดขอรับนายน้อย”คนสุดท้ายเป็ที่ปรึกษาที่ดูหนุ่มที่สุดและน่าจะเด็กกว่าผมเขาเสนอเส้นทางที่แตกต่างจากคนอื่นมากที่สุดและน่าจะเป็เส้นทางที่ถึงนครหลวงช้ากว่า 2 เส้นทางแรก
ทั้ง 3 เส้นทางเป็ตัวเลือกที่น่าสนใจทั้งหมดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจครั้งนี้คือพายุหลงฤดูถ้าผมล่วงรู้ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหนผมจะตัดสินใจทันที
“ขอผมคิดพิจารณาดูก่อนหลังจากอาหารมื้อเช้านี้ผมจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะใช้เส้นทางไหนดี”ผม้าข้อมูลมากกว่านี้หลากหลายอย่างที่ผมจะต้องคิดหากตัดสินใจทันทีอาจนำไปสู่ความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้
“รับทราบขอรับ”ทั้ง 3 ที่ปรึกษาต่างขานรับและกลับไปทำงานของตนต่อในมุมของตัวเองรอเวลาอาหารเช้า
ผมเดินออกจากขบวนที่ 1 ไปยังขบวนที่ 3 เพื่อออกไปสังเกตสภาพอากาสและอุณหภูมิบนดาดฟ้าใน่เช้าระหว่างทางผมได้เจอกับพี่โกทัคในขบวนที่ 2 เราแวะทักทายกันเล็กน้อยพี่โกทัคฝากผมไปบอกกับกีรานว่าช่วยอย่าลดปริมาณอาหารของเขาซึ่งผมก็พยักหน้ารับแล้วก็บอกว่า “ถ้าจับได้ว่าอู้งานอีกผมจะไม่ช่วยเป็ครั้งที่ 2”ซึ่งทางพี่โกทัคตอบรับอย่างดีแม้ภายนอกจะเป็คนที่นิสัยเหมือนเด็กแต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วการต่อสู้ของพี่โกทัคเป็รองเพียงแค่ปู่ไทมัสสมัยหนุ่มเท่านั้นฉายาปู่บ้าพลังที่มารันตั้งฉายาให้ไม่ได้มาเล่นๆอดีตชายที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านสมัยหนุ่มแม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่ด้วยความชราภาพพละกำลังจึงลดลงไปพอสมควรแต่ก็ถือว่าแข็งแกร่งอยู่ดีนี่แหละปู่ไทมัสตระกูลโลว
ผมเดินถึงขบวนที่ 3 ขึ้นไปบนห้องดาดฟ้าวันนี้น่าจะเป็วันที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในรอบเดือนฤดูร้อนจริงๆถ้ามนุษยชาติไม่ค้นพบเื่แร่คอสโรตอนนี้คงเหลือเพียงสัตว์ไม่กี่ชนิดเท่านั้นบนโลกใบนี้
“นายน้อยขอรับ้าอากาศหนาวกว่าด้านในมากกระผมนำเสื้อขนสัตว์มาให้ขอรับ”ยังไม่ทันได้คิดตัดสินใจกีรานก็ตามขึ้นมาพร้อมทั้งเอาเสื้อขนสัตว์ขนาดใหญ่มาให้ดูแลตลอดเวลาจริงๆถ้าผมเป็ผู้หญิงปู่ไทมัสจะต้องให้ไปแต่งงานกีรานแน่ๆพอจะเข้าใจปู่อยู่นะฮ่าๆๆๆ
“ขอบคุณมากนะกีราน ...เื่ตู้ขบวนที่ 5 6 และ 7 ที่บรรทุกเนื้อสัตว์เรียบร้อยดีหรือเปล่า ?”
“กลุ่มพ่อค้าที่หมู่บ้านใช้ตะขอกับเชือกสานขนาดใหญ่มัดไว้แ่ามากขอรับไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงมีเพียงตู้ขบวนที่ 4 เท่านั้นขอรับตอนนี้ทางท่านไทมัสท่านมารันและท่านมานีช่วยกันจัดระเบียบใหม่วางใจได้ขอรับ”กีรานรายงานผลพร้อมกับขึ้นมานั่งอยู่ข้างๆผมบนดาดฟ้า
“กีรานผมขอถามนายในฐานะเพื่อนคนหนึ่งนายคิดว่าผมมีความสามารถพอที่จะขึ้นเป็หัวหน้าตระกูลต่อจากปู่ไทมัสได้รึเปล่า ?”ผมถามกีรานเวลาที่ผมมีปัญหาอะไรผมก็มักจะไปปรึกษากับพวกพี่ๆคนอื่นๆเสมอแต่ส่วนใหญ่กีรานจะอยู่กับผมมากที่สุดในฐานะพ่อบ้านและที่ปรึกษา
“ทำไมนายน้อยจึงพูดเช่นนั้นขอรับ”กีรานไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมาผมจึงไม่รู้ว่าเขาคิดเห็นอย่างไรจากคำถามที่ผมเอ่ยถามไปลอยๆ
”ปู่ไทมัสก็อายุมากแล้วท่านพ่อเองก็ไม่สามารถเป็ผู้นำตระกูลได้เพราะโรคประจำตัวจากอุบัติเหตุท่านแม่เองก็ยืนยันจะให้ผมเป็ผู้นำตระกูลต่อทั้งๆที่ผมเองไม่ได้ล่าสัตว์เก่งเหมือนปู่ไม่ได้มีการจัดการที่ดีแบบท่านพ่อและท่านแม่การต่อสู้ผมก็ไม่เก่งสักทางผมไม่มีคุณสมบัติของการเป็คนในตระกูลนักล่าสัตว์เสียด้วยซ้ำ...”ผมพูดในสิ่งที่ผมกังวลใจมากที่สุดแม้ว่าผมจะเกิดมาในตระกูลที่ได้ชื่อว่านักล่าสัตว์แต่กลับไม่มีทักษะหรือความสามารถใดๆในเื่การต่อสู้เลยสักนิดร่างกายของผมแข็งทื่อเสมอเมื่อได้เผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายหลายๆชนิดและทำได้เพียงปกป้องตัวเองเหมือนคนปกติเท่านั้นช่างเป็ผู้สืบทอดที่อ่อนแอและเสื่อมเสียเกียรติต่อตระกูลนั่นคือความคิดของผมในตอนนี้
“พวกพี่ๆและกีรานเหมาะจะเป็ผู้สืบทอดตระกูลโลวมากกว่าผม...”
“เพี๊ยะ!”ยังไม่ทันได้พูดจบมีมือข้างหนึ่งเข้ามาตบแก้มผมไม่ได้รุนแรงมากนักแต่ก็พอจะทำให้ผมได้สติขึ้นมา
“ขออภัยที่กระผมต้องกระทำเช่นนั้นขอรับนายน้อยอย่าได้กล่าวถึงเื่เมื่อครู่อีกสำหรับกระผมแล้วเพื่อตอบแทนในสิ่งที่ท่านมอบให้กระผมในอดีตท่านคือคนๆเดียวที่กระผมยินดีที่จะรับใช้จากนี้และตลอดไปกระผมสัญญาด้วยชีวิตของกระผมขอรับได้โปรดรับตำแหน่งเป็ผู้สืบทอดตระกูลต่อจากท่านไทมัสด้วยเถอะครับ”กีรานโค้งศีรษะลงเป็ท่าเดียวกันกับที่เขาใช้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการรับใช้ตระกูลโลวความมุ่งมั่นและสิ่งที่เขากล่าวคำสัญญาต่อผมมันทำให้ผมรู้แล้วว่าหน้าที่ของผู้นำตระกูลคืออะไรมันไม่ใช่เพื่อทรัพย์สินเงินทองหรือความมั่งคั่งมันคือการตอบรับการสนับสนุนผู้คนรอบข้างแม้ว่าจะไม่ใช่คนในสายเืเดียวกันก็ตามผมเข้าใจแล้วล่ะกีรานความหมายของผู้นำตระกูลในแบบของผม
“หากนายน้อยไม่พอใจกระผมพร้อมรับโทษที่ทำร้ายร่างกายของท่านตามกฏของตระกูลโลว”กีรานพูดขึ้นอีกครั้ง
“ผมจะลงโทษกีรานได้ยังไงในเมื่อนายทำให้ผมตาสว่างและเข้าใจในสิ่งต่างๆมากขึ้นผมต้องเป็ฝ่ายขอบคุณกีรานด้วยซ้ำขอบคุณมากนะกีรานที่มอบคำสัญญานี้ให้ผม”ผมโค้งหัวตัวเองขอบคุณเขาถ้าไม่มีกีรานคอยช่วยเหลือผมมาตลอดผมก็คงไม่มีความมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้แน่นอน
ดูสีหน้าของเขาสิครับใจนทำอะไรไม่ถูกเลยมันไม่มีเ้าตระกูลคนไหนก้มหัวให้กับพ่อบ้านในตระกูลของตัวเองแน่นอนแต่ยกเว้นผมไว้คนหนึ่งล่ะ
“เฮ้กีราน!!!”เสียงเรียกชื่อกีรานดังขึ้นมาพร้อมๆกันหลายๆเสียงจนทำให้เ้าตัวใหันไปดูข้างหลังตัวเองอย่างรวดเร็ว
“พี่หิวแล้วนะ/มื้อเช้าของเราล่ะ/พี่้าเนื้อ!”ต้นเสียงเ่าั้มาจากพวกพี่ๆโกทัคมารันและมานีพร้อมกับเสียงโอดครวญบ่นหิวมื้อเช้าจากพ่อครัวประจำตระกูล
“ชิ”เหมือนผมจะได้ยินเสียงเบาๆจากทางกีรานก่อนที่เขาจะโค้งหัวเคารพผมแล้วรีบไปทางบันไดเพื่อลงไปด้านล่างทำอาหารมื้อเช้าให้พี่ๆและคนดูแลจักรกลเหล็กคนอื่นๆได้รับประทาน
ขณะที่ผมมองพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะปิดประตูชั้นดาดฟ้าพี่โกทัคพี่มารันและพี่มานีโค้งหัวทำความเคารพผมอยู่ครู่หนึ่งด้วยความเต็มใจของพวกพี่ๆเขาเองโดยไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมจนพวกเขาขอตัวแล้วปิดประตูลงอย่างเงียบๆ
ภาพข้างหน้าของผมเริ่มไม่ชัดเจนพร้อมกับความรู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอย่างช้าๆนี่ผมมองข้ามพวกพี่ๆเขาไปได้อย่างไรกันผมไม่ควรมีความคิดเหลวไหลแบบนั้นเลยจริงๆ
ดังนั้นผมสัญญาว่าจะนำพาตระกูลโลวไปในทางที่ดีเหมือนกับที่พี่ๆมอบให้กับผมในแนวทางของตัวผมเอง
“ผมสัญญา...”ผมพูดให้คำมั่นสัญญาก่อนที่จะหันกลับไปมองด้านหน้าอีกครั้ง
บรรยากาศข้างหน้าเป็ท้องฟ้าที่สดใสมีหิมะตกเบาๆไม่มีลมต้นไม้นิ่งสนิทราวกับโลกถูกหยุดเวลาถ้าไม่นับการที่เราอยู่บนจักรกลเหล็กแห่งนี้มันคงสวยมากแน่ๆ
“หืม ...เดี๋ยวนะ ‘พายุหลงฤดู’เหมือนจะมีบันทึกไว้ในตำราของตระกูลโลวคำนิยามบอกระดับความรุนแรงของมันก็คือ ‘ท้องฟ้าสายลมหิมะขาวหยุดนิ่งคือพินาศรุนแรงคือเงียบสงบ’ หากดูตามเส้นทางการเดินทางที่ผมได้รับข้อมูลมาคือตะวันตกรวดเร็วทางลาดชันอันตรายส่วนทางตะวันออกล่าช้าเจอพายุ เส้นทางเรียบง่ายและทางสุดท้ายมุ่งหน้าลงใต้พักที่สถานีร้างรอดูสถานการณ์ก่อน ถ้าเป็อย่างที่คิดไว้ละก็…ผมตัดสินใจได้แล้ว!”
ผมรีบเปิดประตูวิ่งลงไปที่ตู้ขบวนที่ 4 ซึ่งเป็ที่ๆพวกเขานั่งทานอาหารเช้าทั้งหมด
“นายน้อยกระผมกำลังทำเนื้อกวางหิมะย่างสมุนไพรกับซุปดอกไม้แบสเตียนไว้ให้ขอรับ”เมื่อมาถึงที่ขบวนที่ 4 ก็พบกับกีรานที่เตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวและหั่นเนื้อกวางอยู่แต่ก่อนอื่นผมต้องรีบบอกพวกเขาถึงสถานการณ์ตอนนี้
“ท่านที่ปรึกษาเส้นทางผมตัดสินใจได้แล้วว่าจะมุ่งไปที่ใด” ผมะโลั่นไปทั่วขบวนที่4ทันทีเมื่อผมพูดจบก็มี 3 คนที่ยืนขึ้นมารอฟังการตัดสินใจของผม
“ผมจะมุ่งหน้าลงสู่ทิศใต้ ‘พายุหลงฤดู’ที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้จะทำให้ขบวนสินค้าของตระกูลโลวตกอยู่ในอันตรายผมจึง้าพัก 1 คืนเพื่อดูสภาพอากาศที่สถานีร้างนั่นก่อน”
“รับทราบขอรับนายน้อย!”2ใน 3คนกล่าวตอบพร้อมกันโดยไม่ปฏิเสธในเส้นทางที่ผมเลือกมีเพียง1คนในนั้นที่ไม่กล่าวตอบรับ พร้อมทั้งแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรกับที่ปรึกษาท่านนั้น
To be continue … “สถานีร้าง คารังฮู”
ผู้แต่ง AllaMyst N.