02
อุบัติเหตุ
ญาณิสา ‘ใยไหม’ เด็กสาววัย 19 ปีเธอกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ เธอเป็ลูกสาวของนักธุรกิจบ้านของเธออยู่ข้าง ๆ บ้านของเปมิกานั่นเอง ญาณิสาเป็ลูกสาวคนเดียว เธอเป็เด็กที่ค่อนข้างแก่นแก้วเป็เพราะเธอถูกเลี้ยงแบบตามใจมาั้แ่เด็กแม้ว่าญาณิสาจะมีความแก่นแก้วแต่เธอมีความน่ารักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ใยไหม ลูกเก็บของเสร็จหรือยังเราต้องไปแล้วนะคะ”‘ญาณี’ แม่ของเธอร้องบอกให้รีบ ๆ เพราะวันนี้พ่อของเธอมีประชุมตอนบ่ายแต่ตอนนี้ญาณิสาก็ยังไม่มีท่าทีจะลงมาสักที
“เสร็จแล้วค่ะ”สาวน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งถือของพะรุงพะรังลงมาจากชั้นบนของบ้าน
“มัวทำอะไรอยู่ใยไหมแม่รอหนูเป็ชั่วโมงแล้วเนี่ยเดี๋ยวพ่อของลูกก็ไปประชุมไม่ทันเสียการเสียงานหมด”ญาณีบ่นให้ลูกสาวที่โตแค่ไหนก็ยังทำตัวเป็เด็ก ๆ ไม่เลิกเสียที
“หนูก็มาแล้วนี่ไงคะบ่นเป็คนแก่อยู่ได้แม่นะแม่” ญาณิสาเดินไปพูดใกล้ ๆ แม่ของเธอเพื่อยั่วโมโห
“เด็กคนนี้เถียงคำไม่ตกฟากจริง ๆ เลย”ญาณีบ่นพึมพำให้ลูกสาวไม่รู้จักโตของเธอ
ญาณิสาออกเดินทางไปประชุมกับ ‘อภิชาติ’ พ่อของเธอไม่ใช่ว่าเธอเป็การเป็งานหรอกนะเพียงเธออยากไปเที่ยวทะเลก็แค่นั้นเพราะการประชุมครั้งนี้พ่อของเธอต้องเดินทางไปประชุมกับบริษัทคู่ค้าซึ่งใกล้ๆ กับทะเลพอดิบพอดี
ญาณิสากับญาณีกำลังเดินไปขึ้นรถเพื่อออกเดินทางในจังหวะนั้นเองเปมิกาที่กำลังจะไปตามอลินดากำลังขับรถออกเดินทางเช่นเดียวกันด้วยความเร่งรีบบวกกับความร้อนใจเธอจึงขับรถผ่านหน้าบ้านของญาณิสาและญาณีด้วยความเร็วและแรง
“แม่คะ นี่พี่ปริมเขาจะรีบไปไหนเนี่ยขับรถซะเร็วเลยถ้าชนหนูกับแม่ตายขึ้นมาจะว่ายังไง”เธอพูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไรแต่ผู้ใหญ่อย่างญาณีเธอถือว่าพูดเป็ลางมันไม่ดี
“นี่ใยไหมหนูพูดอะไรปากเสียตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะ”ญาณีผู้เป็แม่ไม่ชอบที่ลูกพูดจาออกมาอย่างนั้น
“ทำไมหนูต้องตบปากด้วยหนูไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นาแค่เปรียบเปรยเฉยๆ นะคะแม่” ญาณิสาพูดออกไปตามที่เธอคิด
“เถียงอะไรกันสองคนแม่ลูกไป ๆขึ้นรถกันได้แล้วเดี๋ยวพ่อไปประชุมไม่ทัน” อภิชาติที่เดินตามหลังลูกและเมียมาติด ๆเร่งให้สองแม่ลูกขึ้นรถ
***************************************************************************
หลังจากที่เมื่อคืนอลินดานอนทบทวนเื่ราวที่ผ่านมาเธอตั้งใจจะบอกเลิกเปมิกาเพื่อที่เธอและเปมิกาจะได้ไม่ต้องมาทนเสียใจอยู่อย่างนี้แต่ตอนนี้เธอขอใช้่เวลานี้สร้างความสุขกับพ่อและแม่ของเธอ
อลินดาชวนพ่อกับแม่ไปนอนดื่มด่ำบรรยากาศแสนสดชื่นนอนดูเด็กๆ ที่มากับครอบครัวเล่นทรายเล่นน้ำทะเลเมื่ออัมพากับองอาจเห็นดังนั้นก็อดที่ตะคิดถึงตอนที่อลินดายังตัวเล็กๆอัมพาจูงมือเธอลงเล่นน้ำแต่เธอร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะกลัวคลื่นทะเลที่พัดมาแต่ล่ะทีทำเธอใทุกครั้งไป
“อันดา หนูรู้ไหมตอนเด็ก ๆหนูกลัวคลื่นทะเลมาก ๆ เลยนะแม่จะพาเดินลงไปเล่นริม ๆน้ำแต่อันดาไม่ยอมเลยนะร้องไห้ใหญ่เลยจนพ่อต้องมาอุ้มขี่คอหนูถึงหยุดร้องไห้”อัมพาพูดไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข
“พอพ่อจะวางหนูลงริม ๆ น้ำหนูก็ร้องขึ้นมาเสียงดังลั่นพ่อก็เลยต้องพาหนูมานั่งเล่นไกล ๆน้ำแต่พอโตขึ้นมาหน่อยหนูก็เลิกกลัวแต่กลับเป็พ่อเสียเองที่กลัวลูกไปเล่นน้ำไกล ๆพ่อกลัวหนูจมน้ำไม่เป็อันนอนเอาแต่ะโให้หนูขึ้นมาบนหาดเสียอย่างนั้นก็ธรรมดาแหละคนเป็พ่อก็ต้องห่วงลูกเป็ธรรมดาก็มีลูกกับเขาแค่คนเดียว”องอาจพูดพร้อมกับมองหน้าลูกสาวที่ตอนนี้นอนเปลชายหาดตรงกลางระหว่างเปลพ่อกับแม่
“อันขี้แยขนาดนั้นเลยเหรอนี่”อลินดาพูดไปหัวเราะไปกับความขี้แยของตนเอง ตอนเด็ก ๆก็ขี้แยตอนนี้ก็ยังคงนอนร้องไห้อยู่บ่อยครั้งเพียงแต่ตอนนี้ร้องไห้คนเดียวโดยที่ไม่มีพ่อกับแม่ปลอบใจเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ใช่อะไรเธอแค่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจกับเื่ไม่เป็เื่ของเธอเท่านั้นเอง
เปมิกาใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงทะเลที่อลินดามาเที่ยวเมื่อเปมิกามาถึงเธอก็เดินตามหาอลินดาตามที่ต่าง ๆเธอหวังว่าจะจะได้เจออลินดาไม่ว่าที่ใดก็ที่หนึ่ง
ญาณิสาและครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงที่ทะเลเช่นเดียวกันไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรืออะไรญาณิสามาเที่ยวทะเลที่เดียวกันกับอลินดา
ญาณิสาลงจากรถก็ขึ้นห้องพักไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาเล่นน้ำทะเลเธอเป็เด็กสาวที่มีพลังงานเยอะมากๆ เดินทางมาเหนื่อย ๆ เธอไม่พักเลยสักนิด
ญาณิสาเดินลงมาที่ชายหาดบังเอิญเดินไปเจอกับเปมิกาที่กำลังตามหาอลินดาอย่างร้อนใจ
“อ้าว! พี่ปริมมาทำอะไรที่นี่คะ”ใยไหมเอ่ยถามปริมอย่างสนิทสนม
“อ๋อ! พอดีพี่กำลังตามพี่อันดาใยไหมพอจะเห็นพี่อันดาไหมคะ” เปมิกาเอ่ยถามเธอเผื่อว่าเธอจะเห็น
“ใยไหมพึ่งมาถึงค่ะยังไม่ได้เดินไปไหนเลยถ้าอย่างนั้นให้ใยไหมตามหาช่วยดีไหมคะ” ญาณิสาอาสาตามหาอลินดาเป็เพื่อนเปมิกา
“ดีเลยถ้าอย่างนั้นพี่ไปทางนี้หนูไหมไปทางนี้นะคะ”เปมิกาพูดจบก็แยกย้ายกันไปคนละทางกับใยไหม
ใยไหมเป็เพื่อนบ้านของเปมิกาทั้งสองรู้จักกันเป็อย่างดีใยไหมนับถือเปมิกาเป็เหมือนพี่สาวเวลาที่เธอเรียนไม่เข้าใจก้จะปถามเปมิกาอยู่บ่อยๆ ทั้งสองจึงเป็เพื่อนบ้านที่ค่อนข้างสนิทกันเลยทีเดียวอลินดาที่ไปบ้านของเปมิกาบ่อย ๆ ทำให้ใยไหมก็รู้จักมักคุ้นกับอลินดาเป็อย่างดีและอีกอย่างทั้งอลินดาและญาณิสาเรียนคณะบริหารธุรกิจเช่นเดียวกัน
ใยไหมเดินไปได้สักพักก็เห็นอลินดานอนอยู่ที่เปลชายหาดกับพ่อและแม่ของเธอใยไหมเห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งไปหาเปมิกาเพื่อบอกว่าเธอเจออลินดาแล้ว