ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 148 สมาคมทั่วหล้า

      ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พูดอะไรหรี่ตามองครุ่นคิดตามคำพูดทุกอย่างพี่รองตู้อวิ๋นหลง ตู้เซ่าฝู่เข้าใจดีแม้ว่าพละกำลังของพี่รองในตอนนี้พัฒนาไปมากต่อให้ไม่เกรงกลัวกลุ่มผู้มีอิทธิพลอื่นๆ ก็ยังมิอาจต่อสู้แย่งชิงกับสำนักพยัคฆ์ขาวได้อยู่ดี

      เรื่องถ้ำพันช่องเกรงว่าทำให้สร้างความบาดหมางกับสำนักพยัคฆ์ขาวไปเสียแล้ว เฮ่อลี่เจ้าสำนักพยัคฆ์ขาวคงไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่

      สำนักพยัคฆ์ขาวไม่กล้ามีเรื่องกับผู้ปกครองมณฑลทว่าพวกเขาไม่มองสมาคมมังกรดาวอยู่ในสายตา

          “พี่รองงั้นพี่วางแผนจะทำอย่างไร?” ตู้เซ่าฝู่หรี่ตาครุ่นคิดสักครู่ก็เอ่ยถามตู้อวิ๋นหลง

      ตู้อวิ๋นหลงคิดสายตาเหลือบมองข้างบน จากนั้นหันมามองตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “ข้าคิดมานานแล้ว ข้าตัดสินใจรับช่วงต่อดูแลพื้นที่และคนของสมาคมมังกรดาว แต่สมาคมมังกรดาวถือว่าสลายไปแล้วดังนั้นข้าอยากก่อตั้งกลุ่มอิทธิพลใหม่ ข้าเป็นรอง ให้น้องสามเป็นหลักข้าคิดว่าหากมีน้องสามร่วมด้วย สำนักพยัคฆ์ขาวไม่น่าจะกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม”

          “ข้า…………?” ตู้เซ่าฝู่ตะลึง

          “ถูกต้อง” ตู้อวิ๋นหลงยิ้ม “ต้องให้เจ้ามาคุมอำนาจดูแลภาพรวมไม่อย่างนั้นข้าพี่รองคงไม่สามารถแม้แต่จะเก็บรักษาสิ่งที่สมาคมมังกรดาวเหลือไว้ได้และคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแย่งชิงอิทธิพลเลย”

          “พี่รองข้าคงไม่ได้อยู่ที่เมืองหลันหลิงนาน เกรงว่าจะไปจากที่นี่ในอีกไม่ช้า”

      ตู้เซ่าฝู่ยิ้มเจื่อนๆเพราะตนคงอยู่ที่เมืองหลันหลิงอีกไม่นาน หากอีกภายในไม่กี่วันนี้ผู้ปกครองมณฑลยังไม่ออกเขาก็คงขอตัวไปก่อน ขอแค่ทางนี้เข้าใจเรื่องจังหวัดหลิวอวิ๋นก็พอแล้ว

      “ไม่เป็นไร เจ้าเข้าร่วมไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ที่เมืองหลันหลิงขอแค่สำนักพยัคฆ์ขาวรู้ว่าเจ้าร่วมด้วย หลังจากนั้นเจ้าจะไปไหนก็ได้” ตู้อวิ๋นหลงกล่าว

      “เรื่องนี้ข้ายังไม่เคยคิดข้าขอเวลาอีกหน่อย” ตู้เซ่าฝู่บอกกับตู้อวิ๋นหลง

          “ไม่มีเวลาแล้ว เจ้าต้องรีบตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นไม่ใช่แค่พื้นที่ของพรรคบูรพารุ่งโรจน์ที่แย่งมาครองบ้างไม่ได้ พื้นที่ของสมาคมมังกรดาวเองก็จะถูกกลุ่มคนแย่งชิงไปด้วย”

          ตู้อวิ๋นหลงมองตู้เซ่าฝู่ พูดต่อไปว่า  “เมื่อวานข้าปรึกษากับศิษย์ของสมาคมมังกรดาวที่เหลืออยู่แล้วแม้มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะเปลี่ยนชื่อไม่ใช่สมาคมมังกรดาวแล้ว ทว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเห็นด้วยกันมากกว่าที่จริงข้าก็ไม่อยากเปลี่ยนชื่อสมาคมมังกรดาว ในเมื่อข้าเป็นคนก่อตั้งสมาคมมังกรดาวและก็เป็นรุ่นบุกเบิกรุ่นแรก แต่ในเมื่อทุกคนมองว่าแตกสลายไปแล้ว หากจะนำมาใช้ใหม่สมาคมมังกรดาวก็ไม่อาจเป็นดั่งแต่ก่อนได้ ไม่สู้มาเปลี่ยนเลยตอนนี้เจ้าลองคิดดูว่ากลุ่มใหม่ของพวกเราตั้งชื่อว่าอะไรดี?”

          “ให้ข้าตั้งชื่อหรือ?” ตู้เซ่าฝู่มองตู้อวิ๋นหลง เอ่ยถามอย่างสงสัย

      “เจ้าเป็นใหญ่ ข้าเป็นรองแน่นอนว่าให้เจ้าตั้ง”

          ตู้อวิ๋นหลงพยักหน้า จากนั้นพูดกับตู้เซ่าฝู่“บางทีเจ้าอาจจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ ในเมื่อเมืองสือเฉิงเล็กมากบ้านสกุลตู้ต้องออกมาจากเมืองสือเฉิง ต่อไปนี่ก็จะเป็นบ้านสกุลตู้หลังที่สองเป็นบ้านสกุลตู้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเป็นสถานที่อีกแห่งที่จะให้ลูกหลานและคนของบ้านสกุลตู้มาอยู่ได้สถานที่นี้ก่อตั้งโดยพวกเราสองพี่น้อง!”

          “ฮึก……บ้านสกุลตู้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก่อตั้งบ้านสกุลตู้หลังที่สอง!”

          ตู้เซ่าฝู่สูดลมหายใจเข้าแรงในใจรู้สึกประทับใจกับคำพูดนี้ นัยน์ตาของเขาเป็นประกายหากบ้านสกุลตู้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบิดาขี้เมากับเขาและครอบครัวคงไม่ต้องพรากจากกันอีกแล้ว

          “เลือดในตัวที่เดือดพล่านด้วยความฮึกเหิมคลื่นแห่งความตั้งมั่นที่ซัดผ่านไปทั่วยุทธจักรเอาชนะความชั่วทั้งหลายเป็นคุณธรรมที่ชนะอธรรมสมาคมทั่วหล้า ตั้งชื่อว่าสมาคมทั่วหล้าเถิด!” ตู้เซ่าฝู่บอกตู้อวิ๋นหลง

      “สมาคมทั่วหล้า”

          ตู้อวิ๋นหลงกล่าวเบาๆ ยิ้มให้ และชมเชย “ชื่อดี ต่อไปเรียกว่าสมาคมทั่วหล้า เดี๋ยวข้าไปเตรียมการเรื่องจัดตั้งสมาคมทั่วหล้าไว้เดี๋ยวจะเรียกน้องสามไปนะ”

          “ไม่”

          ตู้เซ่าฝู่ส่ายหน้า บอกกับตู้อวิ๋นหลงว่า “ข้าไม่อยากออกหน้า แต่พวกพี่อยากเตรียมการอะไรให้พาเสียวหู่ไปด้วยเถิด มีเสียวหู่อยู่ด้วยข้าว่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว”

          “อืม มีเสียวหู่อยู่ด้วยต่อให้เจอกับพวกสำนักพยัคฆ์ขาวก็ไม่ต้องกลัวแล้ว” ตู้อวิ๋นหลงพูดอย่างตื่นเต้น

          สองพี่น้องสนทนากันไปประมาณครึ่งชั่วยาม ตู้อวิ๋นหลงจึงออกจากจวนหลันหลิงไปตู้เซ่าฝู่เรียกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไปอยู่กับพี่รองก่อนชั่วคราวอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนรับคำสั่งมา ก็พยักหน้าและตามตู้อวิ๋นหลงออกไปจากจวนหลันหลิงด้วยกัน

      “บ้านสกุลตู้หลังที่สองทำให้บ้านสกุลตู้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

          ตู้เซ่าฝู่ยังคงอยู่ในเรือนรับรองพูดพึมพำเบาๆ “ท่านแม่ น้องพี่ข้ากับท่านพ่อจะรีบไปหาพวกเจ้านะ จะต้องไปหาแน่นอน!”

          “ตู้เซ่าฝู่เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้”

          ทันใดนั้นเองก็มีเสียงโวยวายของหญิงสาวดังออกมาจากข้างนอก โอวหยังส่วงวิ่งเข้ามาหาอย่างโมโหไม่รอให้พูดจบ

      เมื่อได้ยินเสียงคำแรก ตู้เซ่าฝู่ก็ฟังออกว่าโอวหยังส่วงมาหาเห็นโอวหยังส่วงวิ่งเข้ามาอย่างโกรธเคือง ตู้เซ่าฝู่จึงถามด้วยความสงสัย “ข้ายังไม่ทำอะไรพี่เลย ทำไมท่าทางโมโหเดือดดาลเช่นนี้?”

          “เมื่อกี้ข้าไปหาโยวรั่วมาหากข้าไปช้ากว่านี้นิดเดียว คงเกิดเรื่องไม่ดีแน่นอน” โอวหยังส่วงกล่าวอย่างโมโห

          “แม่นางโยวรั่ว เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?” ตู้เซ่าฝู่ได้ยินสีหน้าก็เคร่งเครียดยิ่งขึ้น

          โอวหยังส่วงพูดเสียงต่ำ“เมื่อกี้ตอนข้าไป พบว่ามีคนกำลังทำไม่ดีกับโยวรั่วและซิงอวี่ดีที่ข้าไปทัน พอไปจับมาเค้นถามจึงรู้ว่าเป็นคนของทหารรักษาเมืองเพราะเจ้าไปมีเรื่องกับทหารรักษาเมือง จับหัวหน้าทหารรักษาเมืองมา พวกเขาไปตรวจสอบรู้มาว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโยวรั่วดังนั้นจึงคิดจะมาลงมือกับโยวรั่วและซิงอวี่”

          “แม่นางโยวรั่วกับซิงอวี่เป็นอย่างไรบ้าง? พวกนางตอนนี้อยู่ที่ไหน?” ตู้เซ่าฝู่ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแววตาดุดันโกรธแค้นและเคร่งเครียด

      โอวหยังส่วงเห็นสีหน้าท่าทางของตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาก็สั่นไหลเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น กล่าวว่า “พวกนางไม่เป็นอะไร ตอนแรกข้ากะว่าจะหาที่พักในจวนให้พวกนาง แต่โยวรั่วปฏิเสธอย่างแน่วแน่มากดังนั้นข้าจึงมาบอกเจ้า”

          ตู้เซ่าฝู่สีหน้าขรึม ครุ่นคิดสักครู่จากนั้นเอ่ยถามโอวหยังส่วง “เจ้าได้ตรวจสอบดีแล้วหรือยังว่าคนเหล่านี้คือทหารรักษาเมืองจริงๆ?”

          โอวหยังส่วงกล่าว “ข้าถามหมดแล้ว ทุกคนน่าจะเป็นคนของทหารรักษาเมืองทั้งหมด”

          “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม

          โอวหยังส่วงตะลึง กล่าวว่า “พวกเขารับปากว่าจะไม่มายุ่งกับโยวรั่วและซิงอวี่อีก และเพราะเป็นคนของทหารรักษาเมืองทางทหารรักษาเมืองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางผู้ปกครองมณฑลมาโดยตลอดดังนั้นข้าคงปล่อยพวกเขาไป”

          “มีความสัมพันธ์ที่ดีก็เลยปล่อยไปเลย?” ตู้เซ่าฝู่ถอนหายใจอย่างเซ็งๆจากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากเรือนรับรองไป “ข้าขอออกไปข้างนอกก่อนนะ”

          “เจ้าจะไปไหน หรือว่าเจ้าจะไปหาพวกทหารรักษาเมือง……”

          โอวหยังส่วงมองตามหลังตู้เซ่าฝู่ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้หันหลัง พูดออกมาว่า “ข้ามีแผนของข้า”

          ตู้เซ่าฝู่ออกไปจากเรือนรับรอง เขาไปหาหวงที่สามก่อนจากนั้นให้หวงที่สามพาเขาไปที่ค่ายทหารส่วนตัวจวนหลันหลิงเพื่อหาจางหลินคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่สวนโบราณวันนั้น

      คนทั่วไปหากจะเหยียบเข้าไปในค่ายทหารส่วนตัวจวนหลันหลิงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนจะลำบากทว่าตู้เซ่าฝู่เป็นคนที่มาจากจวนหลันหลิง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

      “คุณชายน้อยเซ่าฝู่ทำไมท่านมาล่ะ?” จางหลินเห็นตู้เซ่าฝู่ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

      “หัวหน้ากองจาง ทหารรักษาเมืองแซ่หลินคนนั้นยังอยู่กับพวกท่านหรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่ถาม

      จางหลินแสงสีหน้ากระอักกระอ่วนเขินอาย“เรียนคุณชายน้อยเซ่าฝู่ ทหารแซ่หลินคนนั้นยังอยู่ในมือของพวกเรา พูดตามตรงพวกเราเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเขา พวกเราเค้นถามเขาแล้วเขาไม่น่าจะคิดก่อกบฏหรอก เพราะไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้นดังนั้นพวกเราจึงขังเขาไว้ในค่ายรอฟังคำสั่งจากคุณชายน้อยเซ่าฝู่มาตลอดว่าควรทำอย่างไร”

          “อยู่ในมือพวกเจ้าก็พอแล้ว”

          ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นบอกกับจางหลินว่า“หัวหน้ากองจาง ข้าอยากให้เจ้าช่วยอะไรหน่อย”

          “คุณชายน้อยเซ่าฝู่เกรงใจไปแล้วมีอะไรก็บอกข้าได้เลย” จางหลินรีบพยักหน้าทันที

      “อย่าเพิ่งรีบตอบรับง่ายขนาดนี้คำขอให้ช่วยนี้ของข้า อาจทำให้เจ้าลำบาก หรืออาจทำให้เจ้าสูญเสียตำแหน่งได้เลย”

          ตู้เซ่าฝู่มองจางหลินด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่ก็อาจมีส่วนดีกับเจ้าด้วย”

          จางหลินมองตู้เซ่าฝู่ เขารู้ว่าคุณชายน้อยเซ่าฝู่คนนี้ไม่ใช่คนไร้ความสามารถจากนั้นพยักหน้า กล่าวว่า “ในเมื่อคุณชายน้อยเซ่าฝู่พูดชัดเจนเช่นนี้แล้วแสดงว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายข้า ดังนั้นหากมีธุระอันใด ขอให้คุณชายน้อยเซ่าฝู่ว่ามาได้เลย”

          “ก่อนช่วยเหลือข้าข้าอยากเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทหารรักษาเมืองกับทหารส่วนตัวจวนหลันหลิงสักหน่อยให้ดีคืออยากรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเมืองหลันหลิงกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงด้วย” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

          “นี่……”

          จางหลินได้ยินก็แสดงสีหน้าตะลึงนัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ จากนั้นพยักหน้าบอกกับตู้เซ่าฝู่“คุณชายน้อยเซ่าฝู่อยากถามอะไร หากข้ารู้ ข้าก็จะบอกทั้งหมด”

          “ขอบคุณมาก” ตู้เซ่าฝู่หยักหน้า จากนั้นหันไปพูดกับหวงที่สามที่อยู่ข้างๆ “หวงที่สาม เจ้าเองก็ช่วยข้าหน่อย หากช่วยเรื่องนี้ข้าสำเร็จข้ารับประกันว่าเจ้าจะได้เลื่อนตำแหน่ง”

          “ขอบคุณคุณชายน้อยเซ่าฝู่”

          หวงที่สามได้ยิน ก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจเขาตบที่อกกล่าวว่า “คุณชายน้อยเซ่าฝู่สั่งมาได้เลยให้ข้าบุกน้ำลุยไฟข้าก็ไม่หวั่น ข้าหวงที่สามจะทำให้สำเร็จให้จงได้!”

          ตู้เซ่าฝู่ยิ้ม กล่าวว่า “ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น เจ้าช่วยข้าเรียกหานซินมาก็พอแล้วบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องของทหารรักษาเมืองแซ่หลินก็พอ ให้เขาไปพบข้าที่จวน”

          …………………………………………………………

          ในจวนหลันหลิง ชายวัยกลางคนชุดดำเดินเข้ามาหาโอวหยังหลิงยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ผู้ปกครองมณฑลพวกเราเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ทว่ามีเหตุการณ์ผิดคาดนิดหน่อยบังเอิญพบคุณหนูใหญ่เข้า ทว่าผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม เด็กหนุ่มคนนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”

          “อืม……” โอวหยังหลิงแสงสีหน้าสนใจ กล่าวว่า “เริ่มสู้กันแล้วหรือยังข้าอยากรู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นจะทำอะไร?”

          “ข้าเองก็ยังไม่ทราบ”

          ชายวัยกลางคนชุดดำยิ้มเจื่อนๆจากนั้นกล่าวว่า “แต่ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นไปค่ายทหารส่วนตัวมาเรียกคนไปตามหานซินมาแล้ว”

          ……………………………………

          เมื่อยามพระอาทิตย์ตกดินเมืองหลันหลิงตกอยู่ในห้องท้องฟ้าครึ้มพร้อมกับแสงตะวันจางๆ เป็นยามเวลาโพล้เพล้แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดทอดเงายาวแก่สิ่งที่สะท้อน แสงค่อยๆ จางจนลับหายไปจนกลายเป็นสีเทาทั้งผืนฟ้า

          ในเรือนรับรองแห่งหนึ่งของจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงชายหนุ่มมาดนิ่งปล่อยผมยาวเดินเข้ามาด้านในหันหน้ามองไปที่ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าอยากพบข้าหรือ?”

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน