คณะสำรวจยังคงเดินทางมุ่งหน้าสู่จุดหมายอย่างปกติสุขวันนี้เป็วันที่สามของการเดินทางในอวกาศที่กินเวลาเกือบหนึ่งเดือนเจสันยังคงหาทางบ่นแอนนาได้อยู่เนืองๆ ส่วนหญิงสาวก็หาโอกาสตอกกลับไปด้วยคำพูดเจ็บแสบหลายคำ จนบางครั้งเจสันก็ต้องเป็ฝ่ายที่เสียหน้าไปเอง ถึงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นภายในยานแต่คนทั้งหมดบนยานก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดทุกคนมองว่าการปะทะฝีปากระหว่างทั้งสองเป็สีสันของการเดินทางเสียมากกว่ายกเว้นดรอยด์ที่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยานเนื่องจากลูสขอให้ทางบริษัทผู้ผลิตหุ่นดรอยด์ไม่ต้องใส่ตัวประมวลผลโต้ตอบสภาวะทางอารมณ์ลงไป เพื่อให้ดรอยด์ทำหน้าที่แค่รับคำสั่งเพียงอย่างเดียวไม่้าให้พวกมันออกความคิดเห็นแต่อย่างใด
ตลอดเวลาที่ผ่านมานายทหารหนุ่มยังคงเฝ้ามองแอนนาอยู่เสมอซึ่งเ้าตัวก็รู้ดีว่าถูกชายหนุ่มแอบมองอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเขาจะแอบมองไปทำไมถ้าจะเข้ามาคุยก็สามารถทำได้ เธอยินดีพูดคุยกับทุกคนบนยานลำนี้อยู่แล้วยกเว้นเจสัน
ใน่เวลาอาหารค่ำทุกคนบนยานต่างทยอยไปที่โรงอาหารกัน ลิซ่าได้ชวนแอนนาออกไปแต่เ้านายของเธอปฏิเสธลิซ่าจึงจำใจต้องทิ้งให้แอนนาอยู่ในห้องพักตามลำพัง ส่วนเธอก็รีบตรงไปยังโรงอาหารเพื่อที่จะรับประทานอาหารให้เสร็จ แล้วจะได้นำส่วนของแอนนากลับมาที่ห้องโดยเร็ว
แต่พอคล้อยหลังลิซ่าไปได้สักพักใหญ่แอนนาก็เกิดเปลี่ยนใจอยาก จะตามลิซ่าไปที่โรงอาหารของยานด้วยอีกคน
ทว่าพอเปิดประตูออกมาหญิงสาวถึงกับผงะเมื่อพบว่าบนพื้นทางเดินหน้าห้องมีคราบเหนียวๆ สีแดงถูกละเลงเละเต็มไปหมดแอนนาส่งเสียงหวีดร้องออกมาจนทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นรีบวิ่งมาดูเมื่อมาถึงทุกคนถึงขั้นต้องเอามือบีบจมูกไว้เพราะกลิ่นคาวเืเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“เกิดอะไรขึ้นใครเป็อะไร!” เจสันวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงช้ากว่าคนอื่น
ไม่มีใครให้คำตอบทุกคนมัวแต่มองไปยังที่เกิดเหตุ
เจสันหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเพราะไม่มีใครสนใจที่จะตอบคำถามเขาด้วยความที่เขาเป็คนตัวเตี้ยด้วยจึงไม่เห็นว่าทุกคนกำลังมุงดูอะไรกันอยู่จนต้องบอกให้ดรอยด์ช่วยแหวกทางให้ในที่สุดเขาก็ฝ่าเข้าไปได้สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเจสันทำให้เขานิ่งไปหลายนาที ก่อนจะดึงสติตัวเองกลับมาได้แล้วสั่งไปยังห้องควบคุมยานเพื่อขอภาพบริเวณหน้าห้องของสองสาวใน่ยี่สิบนาทีก่อนหน้านี้
“พอจะรู้หรือเปล่าว่าใครทำ”
เจสันถามแอนนาที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงก
“ถ้ารู้ก็ดีสิ!”แอนนาตวาดกลับ “มันต้องเป็ใครสักคนบนยานลำนี้นี่แหละ”
ลิซ่ากลับมาพอดีเธอยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้น กระทั่งมีคนบอกคร่าวๆเลขาสาวจึงทิ้งของที่อยู่ในมือแล้วรีบเข้าไปดูเ้านายของตัวเอง
“ขอโทษด้วยนะคะดิฉันไม่น่าปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวเลย”
แอนนาโผกอดลิซ่าทันทีที่เห็นหน้าั้แ่เดินทางออกจากเรนต้าเธอก็เจอแต่เื่เสียขวัญถึงสองคราแล้ว
เสียงจากเครื่องสื่อสารที่ข้อมือของเจสันดังขึ้นเขารีบกดรับด้วยการเปิดระบบฉายภาพโฮโลแกรมขนาดเล็กบนอุปกรณ์
“ว่ามา...หวังว่าคงจะได้เื่นะ”
“ผมลองตรวจดูแล้วครับระบบของยานไม่ได้บันทึกภาพบริเวณนั้นไว้เลยครับ”ภาพของเ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคปรากฏขึ้นพร้อมการรายงาน
“ว่ายังไงนะ? นายช่วยพูดใหม่อีกทีซิ”
“คืออย่างนี้ครับข้อมูลแจ้งว่าไม่มีการใช้งานระบบบันทึกภาพใน่ก่อนเวลาที่จะเกิดเหตุครับ”
“พวกแกจะบ้าเรอะ!”เจสันตะคอกใส่ชายในภาพ “ระบบของยานมีมูลค่าหลายสิบล้านฟาเรน จู่ๆ จะมาเสียง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงกันฮะ!”
อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ขอเวลาเพิ่มเติมในการแก้ไขก่อนตัดสัญญาณภาพไป
“คุณเจสันครับ!เกิดเื่แล้วครับ”
จู่ๆก็มีเสียงลูสะโมาแต่ไกล จนทุกคนตรงนั้นหันไปมองเป็ตาเดียวกัน
เจสันเอามือกุมขมับตัวเองแล้วะโตอบกลับไป
“มีเื่อะไรอีกล่ะคราวนี้”
“ผมว่าคุณมาดูเองดีกว่าเดี๋ยวผมจะให้คนในทีมพาไป”
เจสันมองมายังแอนนาแล้วทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“รีบไปเถอะครับ”ลูสเร่งเมื่อมาถึง แล้วเหลือบมองไปทางหญิงสาวที่กำลังช็อกกับเหตุการณ์สยองตรงหน้า
“ถ้างั้นฝากตรงนี้ให้นายช่วยดูหน่อยก็แล้วกันถ้ามีอะไรคืบหน้าให้แจ้งมาได้เลย”
เจสันฝากฝังเรียบร้อยคนในทีมของลูสก็รีบนำตัวเขาออกไปทันที
หลังจากเจสันออกไปแล้วลูสสอบถามถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น กับแอนนาแต่ไม่ได้รับคำตอบ เธอยังคงนั่งร้องไห้ไม่ยอมหยุดเมื่อถามลิซ่าว่าใครเป็คนลงมือ เธอบอกว่าตอนที่ออกมาหน้าห้องก็ยังปกติไม่มีอะไรผิดสังเกต แล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเดินอยู่ในบริเวณนั้นเลย
“คุณพาแอนนากลับเข้าไปในห้องก่อนดีกว่าเดี๋ยวผมกับดรอยด์จะเฝ้าหน้าห้องให้เองไม่ต้องกังวล”
“รบกวนพวกคุณแล้วละค่ะถ้า้าอะไรเรียกได้เลยนะคะ”
นายทหารหนุ่มพยักหน้าแล้วบอกให้บรรดาคนที่ยืนมุงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเพื่อความปลอดภัยเขาจะได้ทำงานอย่างสะดวกโดยที่ไม่มีใครมาคอยเกะกะขวางทาง
ทางด้านเจสันซึ่งกำลังเดินตามคนในทีมของลูสไปจนมาหยุดอยู่หน้าห้องเครื่องยนต์หลักของยาน
ทันทีที่คนของลูสเปิดประตูออกกลิ่นคาวเืรุนแรงปะทะเข้ากับจมูกของเจสันจนเขาถึงกับสำลักเอามือปิดจมูกอย่างรวดเร็ว
“ทำไมมันเหม็นกลิ่นคาวเืแรงขนาดนี้”
ลูกทีมของลูสซึ่งเป็ชนเผ่าดาววาสมีรูปลักษณ์เหมือนกับลิงแต่ยืนหลังตรงได้ชี้ไปยังบริเวณหลังเครื่องกำเนิดพลังงานตรงใจกลางห้อง
เจสันมองตามก่อนจะเดินเข้าไปดูด้วยใจที่เต้นระทึกเขาไม่แน่ใจว่ากำลังจะเจอกับอะไร มันคงไม่ใช่ภาพที่ชวนให้นอนหลับฝันดีแน่ๆเมื่อเดินอ้อมมายังจุดที่นายทหารขนดกบอกเจสันก็อาเจียนพุ่งออกมาเพราะสิ่งที่เจอก็คือร่างของหนึ่งในสมาชิกบนยานสภาพเหมือนถูกบางอย่างฉีกทึ้งร่างกายอย่างโเี้ อวัยวะภายในสดๆห้อยติดอยู่กับเครื่องกำเนิดพลังงาน และห่างไปไม่มากมีแขนและขารวมถึงศีรษะตกอยู่บนพื้น
“มีนายกับลูสแล้วใครอีกที่รู้เื่นี้”เจสันถามเสียงอู้อี้
ลูกทีมของลูสชูสองนิ้วแสดงว่าเื่นี้มีแค่เขากับหัวหน้าทีมเท่านั้นที่รู้
เจสันหันไปมองดูสภาพศพที่เละเทะก่อนเบือนหน้าหนีไปอาเจียนอีกรอบ
นายทหารชาววาสเดินมาใกล้ศพแล้วหักหลอดแก้วขนาดเท่านิ้วก้อยเพื่อเทของเหลวบางอย่างลงไป ผ่านไปชั่วครู่กลิ่นคาวเืที่เหม็นสะอิดสะเอียนก็จางหายไป
“แล้วคุณจะเอายังไงกับศพจะเรียกทีมชันสูตรเข้ามาหรือให้ทำลายทิ้ง”
เจสันยืนคิดอยู่นานก่อนตัดสินใจให้นายทหารหาทางทำลายศพทิ้ง แล้วให้เก็บเื่นี้ไว้อย่างเงียบที่สุดถ้าลูสถามถึงเื่นี้เดี๋ยวเขาจะจัดการเองว่าแล้วเจสันก็ขอตัวกลับไปยังห้องควบคุมเพื่อจัดการปัญหาอีกหลายอย่างที่ยังค้างคา
ย้อนกลับไปทางด้านแอนนายังคงเสียขวัญกับเหตุการณ์สยอง ไม่ว่าลิซ่าจะถามอะไรแอนนาจะใช้เวลาอยู่สักพักถึงจะตอบออกมาได้ทำให้เลขาอย่างลิซ่ากลุ้มใจอย่างมากที่เ้านายเป็แบบนี้หน่วยแพทย์ประจำยานได้เข้ามาตรวจดูพบว่าสภาพจิตใจของแอนนาน่าเป็ห่วงส่วนทางด้านร่างกายไม่ได้รับผลกระทบอะไรที่ร้ายแรง
ลูสเองก็เข้ามาดูสองสาวเป็ระยะเขาค่อนข้างเป็ห่วงแอนนา ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็ลูกมหาเศรษฐีของเรนต้าแต่ห่วงเธอในฐานะที่เป็ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งออกมาห่างครอบครัวแถมยังต้องมาเจอกับความสยองบนยานลำั์ที่ล่องลอยอยู่กลางอวกาศอันเวิ้งว้างแบบนี้อีก
“ให้คุณเจสันยกเลิกการเดินทางไหมครับผมจะได้ไปแจ้งให้”
แอนนาส่ายหน้าเธอไม่อยากให้โครงการนี้ต้องยุติลงเพราะเธอเป็ต้นเหตุ และตอนนี้ยังมีลูสมาคอยทำหน้าที่อารักขาอยู่ข้างนอกคงไม่มีใครเข้ามาทำร้ายได้แล้ว
นายทหารหนุ่มพยักหน้ารับทราบความ้าของหญิงสาวแล้วขอตัวออกไปเฝ้าหน้าห้องตามเดิมแต่ก่อนที่จะออกไปเขาให้ปืนพกเลเซอร์กระบอกเล็กกับแอนนาและลิซ่าไว้เพื่อที่สองสาวจะได้มีไว้ป้องกันตัว
“ดูๆไปเขาก็หล่อดีนะคะ ท่าทางจะเป็ห่วงคุณหนูมากเสียด้วย”
ลิซ่าเอ่ยขึ้นหลังจากที่ลูสออกไปแล้ว
แอนนาหน้าแดงวาบพร้อมกับหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ
“เขาก็ทำไปตามหน้าที่เท่านั้นแหละลูสเองก็ดูเป็ห่วงเธอเหมือนกัน” เ้านายสาวรีบกลบเกลื่อนอาการตัวเอง
ลิซ่าได้แต่ยิ้มๆเธอรู้ว่าแอนนากำลังเขินั้แ่อยู่ด้วยกันมาลิซ่าก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีผู้ชายคนไหนกล้าแสดงออกว่าเป็ห่วงเ้านายเธอแบบนี้อาจเป็เพราะแอนนานิสัยค่อนข้างแข็งทำให้ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้แล้วด้วยชื่อเสียงของตระกูลทำให้หนุ่มๆ กลัวว่าถ้าตอแยมากไปอาจโดนคาลอสอุ้มไปทิ้งที่ดาวไหนสักดวงก็เป็ได้
“คนที่ทำจะใช่คนเดียวกันกับที่ลอบยิงบนดาวจูร่าหรือเปล่านะ”ลิซ่าตั้งข้อสันนิษฐาน “แต่ว่าเขาขึ้นมาบนยานได้ยังไง”
“ถ้าเป็อย่างที่เธอพูดฉัน้าให้จับเป็ จะได้รู้ว่าใครบงการอยู่เื้ั”แอนนามองไปยังรอยไหม้สีแดงบนขาของตัวเอง แม้เริ่มจางและอาการดีขึ้นมากแล้วแต่ความรู้สึกตอนโดน...ยากที่จะลืม
ลิซ่านำปืนพกที่ลูสให้ไว้ติดตัววางไว้บนโต๊ะใกล้กับเตียงแล้วนั่งลงข้างเ้านายสาวพร้อมกับเอ่ยถาม
“นอนพักหน่อยไหมคะ”
“ก็ดีเหมือนกัน”แอนนายิ้ม พร้อมกับกอดลิซ่า “ขอบใจนะ”
พอพูดจบแอนนาก็คลายวงแขนออกแล้วค่อยๆนอนลงบนเตียงเพื่อพยายามข่มตาให้หลับอย่างยากเย็น
ในเวลาเดียวกันนั้นทางด้านเจสันเดินมาถึงห้องควบคุมยานแล้วในนั้นบรรดาเ้าหน้าที่กำลังสาละวนอยู่กับการกู้ระบบบันทึกภาพตามคำสั่งของเขาพอทุกคนเห็นเจสันเดินเข้ามาต่างพากันใหนึ่งในเ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามารายงานอย่างตะกุกตะกักพอเจสันฟังรายงานที่ค่อนข้างกระท่อนกระแท่นจบสีหน้าของเขาบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างที่สุดก่อนจะขอภาพจากห้องกำเนิดพลังงานเพื่อเช็กดูว่าใครเป็คนก่อเื่สยองขวัญขึ้นเขาจะได้รีบตามลากคอมาก่อนที่มันจะไปก่อเื่แบบนั้นขึ้นอีก
เ้าหน้าที่เทคนิคกุลีกุจอดึงไฟล์ภาพส่งให้เจสันผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารแต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะไฟล์ภาพจากห้องกำเนิดพลังงานไม่ได้ถูกบันทึกไว้เช่นเดียวกันเจสันเห็นเ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคยืนนิ่ง ส่วนเขาก็ยังไม่ ได้รับในสิ่งที่้าเจสันจึงเดินย้อนกลับไปหาเ้าหน้าที่เพื่อเร่งเอาข้อมูลที่ตน้า
เ้าหน้าที่หันมามองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเขารู้ดีว่าถ้าขืนบอกไปชายร่างเตี้ยผู้นี้ต้องไม่พอใจแต่ถ้าขืนไม่บอกความจริงออกไปเขาเองก็อาจจะโดนไล่ออกจากงาน
“มะ...ไม่มีการบันทึกเอาไว้ครับระบบแจ้งว่าไม่ได้บันทึกเอาไว้...มะเหมือนกรณีของคุณแอนนาเลยครับ”เ้าหน้าที่เทคนิคบอกน้ำเสียงสั่นเครือ
“อะไรนะ!ตกลงนี่ฉันจะจ้างพวกแกมาทำซากอะไรวะเนี่ย”
เจสันะโออกมาอย่างสุดกลั้น
เ้าหน้าที่ยืนตัวสั่นงันงกเม็ดเหงื่อบนใบหน้าผุดพราวราวกับดอกเห็ด ไม่กล้าที่จะสบตากับคนตรงหน้าเพราะเท่าที่ฟังน้ำเสียงของเจสันตอนนี้บ่งบอกได้ว่ากำลังโมโหสุดขีดแล้ว
“ใจเย็นก่อนครับคุณเจสันพวกเราสัญญาว่าจะพยายามกู้ไฟล์ภาพกันอย่างสุดความสามารถครับ”
“มันก็ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้ว!ถ้ากู้ไม่ได้คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกลับถึงเรนต้า”
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงแล้วแต่แอนนายังข่มตาหลับไม่ลง ต่างจากลิซ่าที่หลับไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เธอไม่อยากปลุกลิซ่าให้ตื่นขึ้นมาจึงลุกจากเตียงให้เงียบที่สุดแล้วเดินออกไปจากห้องพักเพื่อหาอะไรทานพอเปิดประตูออกมาก็เจอลูสและดรอยด์ที่ยังคงยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง
“พวกคุณกินอะไรกันหรือยังคะ”แอนนาเอ่ยถาม “ถ้าหิวก็ไปได้นะไม่ต้องเกรงใจ”
“ก็นิดหน่อยครับแล้วคุณจะออกไปไหน”
หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบกระเพาะก็ส่งเสียงตอบแทนอัตโนมัติ
“โอเคครับเดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่โรงอาหารเอง” ลูสยิ้มเล็กน้อย
“แล้วดรอยด์ล่ะคะจะพาไปด้วยไหม”
นักรบหนุ่มส่ายหน้าก่อนออกคำสั่งให้นายทหารหุ่นดรอยด์ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องต่อไปตามเดิมเพื่อดูแลหญิงสาวอีกคนที่ยังอยู่ข้างในเมื่อสั่งงานจบ เขาก็หันมาพูดกับแอนนา
“เท่านี้ลิซ่าก็ปลอดภัยแล้วครับเชื่อมือดรอยด์ตัวนี้ได้มันร่วมรบกับผมมาหลายที่แล้ว”
แอนนามองดรอยด์อีกครั้งเธอรู้ว่าสายตาของมันกำลังเหลือบมองเธออยู่แต่พอจ้องมองดูอีกทีสายตาของดรอยด์ก็กลับไปมองตรงจุดเดิมไม่ได้เหลือบมองมาที่เธอแต่อย่างใด แอนนาจึงคิดว่าอาจจะตาฝาดไปเอง
“จะไปเลยไหมครับจะได้รีบไปรีบมา”
“ค่ะๆ”
แอนนาตอบแล้วรีบเดินไปยังโรงอาหารพร้อมนายทหารหนุ่ม
เมื่อเดินมาจนถึงโรงอาหารลูสให้แอนนาเป็คนเดินนำหน้าจะได้ตักอาหารอย่างสะดวกแล้วเขาเองจะได้มองดูรอบๆได้ง่ายขึ้นในโรงอาหารตอนนี้มีกันอยู่เพียงไม่กี่คนทำให้ทหารอารักขาอย่างลูสรู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้างส่วนแอนนาก็กำลังเดินตักอาหารใส่ภาชนะอย่างสบายใจ
ลูสเดินตามแอนนาตักอาหารจนเสร็จเธอหันกลับมาพร้อมกับมีอาหารพูนจานทีเดียวทำเอาชายหนุ่มที่เดินตามหลังอยู่แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็ปริมาณที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะทานหมด
“ฉันตักมาเผื่อคุณด้วยคุณยังไม่ได้กินไม่ใช่เหรอ”
“ขอบคุณครับงั้นเดี๋ยวผมไปเอาเครื่องดื่มให้แล้วกัน”
แอนนาพยักหน้าแล้วเดินไปหาที่นั่งปล่อยให้นายทหารหนุ่มเดินไปเอาเครื่องดื่มตามที่้าพอเขากลับมาทั้งคู่จึงเริ่มลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
ทั้งสองคนรับประทานอาหารไปคุยไปอย่างออกรสลูสพยายามชวนแอนนาคุยเื่ขำๆ จะได้ลืมเื่ราวสยดสยองที่เจอมาแอนนาเองก็ใจชื้นขึ้นมาเยอะที่มีคนมาคอยตามปกป้อง ทำให้ทานอาหารได้อย่างผ่อนคลาย
“ตกลงคุณจะไปต่อจริงๆนะ ถ้าถามผม ผมว่าท่าทางมันจะไม่คุ้ม” ลูสเอ่ยขึ้นหลังจากทานอาหารกันไปได้สักพัก
แอนนาชะงักเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา “คุณกลัวเหรอคะ”
ลูสหัวเราะออกมาเบาๆเขาไม่ใช่คนที่จะกลัวเื่พวกนี้ าที่เขาไปรบมามันโหดร้ายกว่านี้หลายพันเท่าเื่ที่เกิดบนยานลำนี้เรียกได้ว่าเล็กน้อยมากสำหรับทุกคนในทีมอารักขา
“ผมแค่เป็ห่วงคุณ”
ลูสยิ้มให้แอนนาแล้วก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ
“ขอบคุณค่ะ”
แอนนาตอบกลับเธอจ้องมองชายหนุ่มอยู่อึดใจแล้วลงมือจัดการอาหารบนจานต่อให้สมกับที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว