เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 115

    “ผมก็ยังไม่รู้อะไรมากเท่าไร เห็นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายในวันนี้นะครับ.. ช่างเถอะ นี่ฟางฟาง ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ฉันได้ยินมาว่าเธอเองก็เป็นฮันเตอร์ที่มีฝีมือไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่สู้พวกมันกลับล่ะ” ไอซ์ตอบครีมอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก ก่อนที่เขาจะหันไปถามหลินฟางฟางในเรื่องที่ตัวเองสงสัย“ก็.. จริงๆแล้วมันเป็นแค่ข่าวลวงน่ะ นายก็รู้ว่าฉันเป็นดาราดัง พ่อของฉันก็เลยบังคับให้สมัครเป็นฮันเตอร์เอาไว้ ก่อนจะปล่อยข่าวไม่ให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันแค่นั้นเอง..” หลินฟางฟางกล่าวตอบเพื่อคลายความสงสัยของไอซ์ ซึ่งเขาก็เข้าใจ และพยักหน้าเบาๆกับคำตอบนี้“แล้วปอนไม่เป็นอะไรนะครับ ไอซ์คิดว่าวันนี้เราคงได้ยกเลิกนัดไปก่อนจะดีกว่า ไม่รู้ว่าคุณพี่แป้งกับคุณแม่กัญญาจะโดนผลกระทบกับเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า” ไอซ์กล่าว“นั่นสินะคะ มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นขนาดนี้ ไม่พอพี่บิวตี้ยังได้รับบาดเจ็บอีก ปอนเข้าใจค่ะ.. ยังไงปอนขอโทรหาพวกท่านก่อนนะคะ..” ไอซ์ที่ได้ยินก็พยักหน้าให้กับปังปอนเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเดินออกไปทำธุระที่เธอกล่าวมา“พวกพี่เองก็พักผ่อนก่อนเถอะ... พี่ครีม..พี่ครีมเว้ยย!..” ไอซ์เอ่ยกล่าวกับพี่สาวทั้งสองคนของเขา แต่ดูเหมือนว่าพี่ครีมจะตกอยู่ในภวังค์ เหม่ออะไรบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ“อ๊ะ..ห๊ะ! ว่าไง.. อยู่ใกล้แค่นี้ไม่เห็นต้องตะโกนเลยก็ได้นี่นา..” ครีมสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันมาโวยกับเจ้าน้องชายตัวดีของเธอ แน่นอนว่าไอซ์ไม่เข้าใจกับการกระทำนี้ แต่มันไม่ใช่สำหรับบิวตี้ เธอเป็นเพื่อนเพียงแค่ไม่กี่คนของครีม และมีไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่ทำให้ครีมเป็นอย่างนี้“อะไรของพี่เนี่ย ผมแค่จะบอกว่าผมมีธุระ อีกสักพักคงจะกลับแล้ว พวกพี่พักผ่อนกันไปก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่องบริษัทของพี่กัน แค่นั้นเอง เหม่อลอยอะไรอยู่ได้..” .ในใจของไอซ์เสียวๆเล็กน้อย อาการเหม่ออย่างนี้มันคงต้องเป็นเรื่องเงินอย่างแน่นอน ทีแรกว่าจะพูดในตอนนี้เลย แต่บรรยากาศดูเหมือนจะไม่เป็นใจเท่าไรนัก ดังนั้นเขาควรเลื่อนออกไปอีกหน่อย“รู้แล้วน่า แกก็อย่าไปไหนไกลล่ะ ถ้าเป็นอย่างที่แกบอก เป้าหมายของพวกมันก็คือแกนะ ระวังๆตัวบ้าง” ครีมกล่าว ไอซ์พยักหน้ารับ และเขาก็เตรียมที่จะเดินออกไป มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ผอ.โรงพยาบาลเดินเข้าห้องมาพอดี“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ บริการของโรงพยาบาลเราเป็นอย่างไรบ้างครับ..” ท่านผอ.กล่าวทักทาย และเขาคาดหวังไว้ว่าอย่าให้มันเหมือนกับครั้งที่แล้วเลย จากที่ทราบข่าวล่าสุด ชายตรงหน้าของเขากวาดซื้อหุ้นของโรงพยาบาลไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้ามันมีปัญหาใดๆ เขาจะรับผิดชอบไม่ไหว“สวัสดีครับผู้อำนวยการเสริมสุข.. ผมยังไม่เจอจุดบกพร่องใดๆ พวกพี่ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า..” ไอซ์กล่าวทักกลับ และหันไปถามกับพี่สาวของเขา ทั้งสองส่ายหน้าเล็กน้อย เพราะบริการของที่นี่มันดีเอามากๆ ในความคิดของพวกเธอมันคงจะเป็นเพราะไอซ์ที่เป็นหุ้นส่วนก็เป็นได้“ถ้ามีอะไรต้องการเพิ่มเติมคุณสามารถแจ้งกับทางเราได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะครับ..เออ! จริงสิ ผมคงจะเสียมารยาทแล้วถึงไม่ได้กล่าวแนะนำตัวอย่างนี้ ผมชื่อว่าเสริมสุข เป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งนี้ครับ” เสริมสุขกล่าวกับครีม และบิวตี้ แน่นอนว่าเขาก็ก้มหัวให้กับทั้งสอง เล่นเอาครีมต้องรีบลุกมาก้มหัวตามกันเลยทีเดียว ไอซ์ที่เห็นท่าทางป้ำๆเป๋อๆของพี่ครีม ทำให้เขาแอบหัวเราะในใจ“ผู้อำนวยการ.. อาการพี่สาวของผมเป็นอย่างไรบ้าง..โอ๊ย!” ไอซ์กล่าวถามในทันที ครีมที่ได้ยินคำถามของน้องชายที่มันดูเหมือนจะไม่ค่อยสุภาพกับผู้ใหญ่เท่าไร เธอก็หยิกเข้าไปที่หลังของไอซ์อย่างจัง“ต้องให้บอกอีกกี่ครั้ง คุยกับผู้ใหญ่ก็หัดสุภาพ และให้เกียรติเขาน่ะ..” ครีมเข้ามากระซิบบอกเบาๆ“จะบ้าเหรอพี่ นี่ก็สุภาพที่สุดสำหรับผมแล้ว..” ไอซ์กล่าวเบาๆเช่นกัน แต่เสียงนั้นมันก็หลุดเข้าหาผู้อำนวยการอยู่ดี ทำให้เขายิ้มออกมาก่อนจะกล่าวพูด“จริงอย่างที่คุณอนุวัฒน์กล่าวครับ เชื่อเถอะครับคุณอัชราพร..ผมเคยเห็นคุณอนุวัฒน์ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่านี้มาแล้ว ตอนนี้เขาถือว่าสุภาพกับผมมากแล้วจริงๆ” เสริมสุขกล่าว“เห็นไหมเล่า เลิกหยิกได้แล้วน่า.. มีอะไรค่อยไปคุยกันทีหลัง ทำอย่างนี้ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไงครับเนี่ย” ไอซ์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว บิวตี้ที่เห็นอย่างนั้นเธอก็หัวเราะเบาๆ เพราะการที่ได้ดูสองพี่สองทะเลาะกันอย่างนี้ อาจจะเรียกว่าเป็นความบันเทิงชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้“ว่าแต่เรื่องอาการของพี่สาวของผมเป็นยังไงบ้างครับ..” ไอซ์ที่เห็นว่าทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว เขาก็กล่าวถามคำถามเดิมทันที“อาการของคุณปิยธิดาค่อนข้างฟื้นตัวได้ไวครับ หลังจากนี้ก็มีตรวจเช็กอีกนิดหน่อย ไม่น่าจะมีอะไรต้องเป็นกังวลครับคุณอนุวัฒน์..” เสริมสุขกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็พยักหน้าให้เล็กน้อย เขานำมือมากุมคางเอาไว้ และกำลังลังเลอยู่ไม่น้อยว่าจะให้พี่บิวตี้ดื่มโพชั่นรักษาเลยดีไหม แต่เมื่อคิดดูดีๆแล้วก็อย่าเลยจะดีกว่า พี่ครีมกับพี่บิวตี้ที่รู้ราคาของมันแล้วคงไม่ยอม และหาทางเล่นงานเขาแน่ๆ ถ้าเขาโชว์โพชั่นให้พวกเธอเห็น          “เข้าใจแล้วครับ ในระหว่างที่เธออยู่ที่นี่ก็ฝากเธอด้วยนะครับ..” ไอซ์กล่าวกลับ และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปังปอนเดินเข้าห้องมาพอดี ผู้อำนวยการที่จำเธอได้แม่นก็รีบก้มหัวให้เธอทันที“เอ๊ะ! ผู้อำนวยการนี่คะ สวัสดีค่ะ..” ปังปอนทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เธอกล่าวอย่างตกใจ และทักทายกับเสริมสุขไป“สวัสดีครับ.. คุณกัญญาสบายดีนะครับ” เสริมสุขกล่าว“คุณแม่ท่านสบายดี และแข็งแรงขึ้นมากเลยค่ะผู้อำนวยการ..” ปังปอนกล่าวตอบพร้อมกับรอยยิ้ม จากนั้นเหมือนว่าเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้สักอย่าง เธอรีบหันมาทางไอซ์ และเอ่ยกล่าวธุระของเธอในทันที“จริงสิคะไอซ์.. คุณแม่เข้าใจว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ว่า.. คุณแม่กับพี่สาวกำลังเดินทางมาที่นี่นะคะ ท่านบอกว่าตอนที่ท่านป่วยไอซ์ก็มาเยี่ยม ดังนั้นท่านเลยอยากจะมาเยี่ยมพี่สาวของไอซ์ด้วยเหมือนกันน่ะค่ะ” ปังปอนกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็เกาหัวเล็กน้อย แต่มันก็เป็นเรื่องดีสำหรับเขาด้วยเช่นกัน จะได้ถือเป็นโอกาสในการขอโทษที่ผิดนัดด้วยตัวเองเลยทีเดียว“เข้าใจแล้วครับปอน ไอซ์มีธุระที่ต้องจัดการ ถ้าผมกลับมาไม่ทันก็ต้องฝากขอโทษท่านเรื่องมื้อเย็นด้วยนะครับ..” ไอซ์กล่าว และปังปอนเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ“ค่ะ จะบอกกับคุณแม่ให้นะคะ แต่ก็น่าเสียดาย ไอซ์อดทานฝีมือของคุณแม่เลย เอาไว้วันหน้าวันหลังนะคะ..” ปังปอนตอบกลับอย่างเข้าใจ จากที่ฟังมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องกับไอซ์โดยตรง เขามีเรื่องที่ต้องจัดการซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรเลย“ต้องขออภัยที่ต้องขัดนะครับ ผมได้ยินเรื่องทำอาหารพอดี.. คุณอนุวัฒน์สามารถประกอบอาหารที่นี่ได้เลยนะครับ ทางเรามีห้องครัว และเครื่องครัวบริการสำหรับแขกวีไอพีอยู่แล้วครับ” เสริมสุขกล่าว ก่อนจะชี้ไปทางโซนโซนหนึ่งที่ติดกับระเบียงห้องอีกฝั่ง ทุกๆคนเองก็มองตามทางที่เขาผายมือไป“ห้องครัว? จริงเหรอเนี่ย...” ครีมเป็นคนแรกเลยที่เดินเข้าไปดูห้องครัวตามที่เสริมสุขแนะนำ อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเธอมัวแต่ยุ่งวุ่นวายเป็นห่วงอาการของบิวตี้มากเกินไปหน่อย เลยยังไม่ทันได้สำรวจห้องนี้เป็นอย่างดี เสริมสุขที่เห็นอย่างนั้นเขาก็อดที่จะยิ้มออกมาอย่างภูมิใจไม่ได้“ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม สามารถเรียกทางเราได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของทุกท่านแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ..” เสริมสุขกล่าว ไอซ์ทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ เพราะเขายังอึ้งอยู่ไม่น้อย ‘นี่สินะ อภิสิทธิ์ของคนมีกะตังค์.. สะดวกสบายซะจริงๆ..’

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน